พวกนางกินมาหลายปี ก็ไม่เห็นจะมีอะไรเกิดขึ้นกับใบหน้า
“ท่านเอาเต้าหู้ไปบดละเอียด ผสมแป้งกับน้ำผึ้งเล็กน้อย ตีผสมจนเป็นเนื้อเดียวกันจากนั้นก็นำมาพอกหน้า ทิ้งไว้ประมาณหนึ่งเค่อ ทำแบบนี้สามวันครั้ง ไม่ถึงครึ่งเดือนใบหน้าของท่านก็จะเนียนนุ่มเหมือนเต้าหู้ไม่เชื่อก็ลองกลับไปทำดูได้”
หมิงเป่าจูไม่อุบเป็นความลับอีก เฉลยปริศนาให้ฟัง
คำตอบนี้ทำให้หม่ากุ้ยฮวาและหลี่อวิ๋นคาดไม่ถึง เต้าหู้คือของธรรมดาที่สุดแล้วสำหรับพวกนางจริงๆ
เมื่อตอนนี้ก็ไม่มีอะไรจะเสีย เต้าหู้ที่บ้านก็มีเยอะแยะ กลับไปจะต้องลองทำตามที่หมิงเป่าจูบอกดู
“ขอบใจเจ้ามากนะเป่าจู นี่ค่าตรวจกับค่ายา เจ้ารับไปเถอะ!”
หม่ากุ้ยฮวาหยิบเหรียญทองแดงออกมา แม้หมิงเป่าจูจะปฏิเสธอย่างไร นางก็ยัดใส่มืออีกฝ่ายจากนั้นก็รีบดึงหลี่อวิ๋นออกไปอย่างรวดเร็ว
นี่คือการรู้จักวางตัวในแบบของหม่ากุ้ยฮวา
รู้ว่าหมิงเป่าจูเป็นหมอ ต่อไปต้องมีประโยชน์กับพวกนางอย่างมาก ใครบ้างที่ไม่เจ็บไม่ป่วยดังนั้นเมื่อถึงเวลาที่ควรจ่าย ก็จะไม่เสียดายหรือตระหนี่ถี่เหนียวแม้แต่น้อย
ส่วนหมิงเป่าจูก็มองว่าเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย มิได้เก็บมาใส่ใจโดยสิ้นเชิง
แต่ไม่นึกว่าการรักษาที่ไม่ได้ใส่ใจครานี้ กลับนำผลตอบแทนที่ไม่คาดคิดมาให้
สองวันต่อมา สถานการณ์ของโรงหมอค่อยๆ ดีขึ้น มีคนไข้มาให้ตรวจรักษาวันละสี่ถึงห้าคนล้วนเป็นเพื่อนบ้านที่สตรีวัยกลางคนที่เคยปวดบั้นเอวช่วงมีระดูแนะนำมา
ช่วงนี้หมิงเป่าจูไม่มีอะไรทำ นอกจากรู้สึกว่าหลี่ไหวฺอวี้กับน้องชายมีลับลมคมในมากขึ้น
หลายครั้งที่นางตื่นเช้ามา เห็นทั้งสองกลับมาจากข้างนอก สีหน้าดูลับๆ ล่อๆกลับมาถึงก็เข้าไปนอนในห้องต่อ เหมือนจงใจหลบเลี่ยงนาง
หมิงเป่าจูอยากรู้ว่าพวกเขากำลังทำอะไรกันแน่ วันหนึ่งจึงตั้งใจตื่นแต่เช้ามืดรีบตรงไปที่ห้องของน้องชาย
ทว่าพอเข้าไปในห้อง บนเตียงกลับว่างเปล่า ผ้าห่มก็เย็นชืด ดูท่าทั้งสองคงออกไปนานแล้ว
ไปที่ห้องของหลี่ไหวฺอวี้ก็พบว่าว่างเปล่าไม่มีใครอยู่เช่นกัน
หมิงเป่าจูมองท้องฟ้านอกหน้าต่างที่ยังมัวซัว สองคนนั้นไปทำอะไรตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง
หลังจากคว้าน้ำเหลวในการติดตามมาหลายวันติดกัน ประกอบกับหมิงเฉ่าถังมีผู้ป่วยมากขึ้นดูแลไม่ทัน หมิงเป่าจูจึงหมดความอดทนที่จะสืบหาว่าพวกเขาไปทำอะไรกัน สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้
อย่างไรเสียสักวันนางก็ต้องรู้อยู่ดี
อีกหลายวันต่อมา คนไข้ที่มารักษาที่โรงหมอก็ยิ่งมากขึ้น ล้วนแต่เป็นสตรีทั้งสิ้น
“ท่านมิได้เป็นโรคร้ายแรงอันใด ทำใจให้สบาย อย่าคิดมาก กินยาตามที่ข้าสั่งไม่นานก็หาย”
หลังจากตรวจอาการคนไข้ที่ระดูมาไม่ปกติเสร็จเรียบร้อย หมิงเป่าจูก็หันไปจัดยาพร้อมกับกำชับอีกครั้ง
“เอ่อ... ท่านหมอหมิง ข้าอยากถามว่า ตำรับยารักษาฝ้าของท่านชุดนั้น... ช่วยจัดให้ข้าสักชุดได้หรือไม่จุดสีน้ำตาลบนใบหน้าของข้าเป็นมานานหลายปีแล้ว ท่านพอจะรักษาให้หายขาดได้หรือไม่”
สตรีออกเรือนแล้วยกมือขึ้นเสยผมออกจากข้างแก้ม พลางเอ่ยถามด้วยท่าทางกระมิดกระเมี้ยนเล็กน้อย
“ใช่ๆๆ พวกเราก็อยากถามเหมือนกัน!”
ยังมีหญิงออกเรือนแล้วอีกหลายคนที่รอตรวจอยู่ข้างโต๊ะ พอได้ยินว่ามีคนถามถึงก็รวมตัวกันเข้ามา มองหมิงเป่าจูด้วยสายตาที่เปี่ยมล้นไปด้วยความหวัง
“หา?” รักษาฝ้า? หมิงเป่าจูทำตาปริบๆนึกถึงตำรับยาที่เคยจ่ายให้หม่ากุ้ยฮวาเมื่อไม่นานมานี้ “ท่านป้ากุ้ยฮวาแนะนำพวกท่านมาหรือ?”
ไม่ใช่ว่านางใจแคบ แต่หลังจากที่ได้พบเจอกันหลายครั้ง นางนึกไม่ถึงจริงๆ ว่าหม่ากุ้ยฮวาจะเป็นคนเช่นนี้ถึงกับช่วยแนะนำคนไข้ให้ตนเอง
“ใช่ๆๆ ถามนาง นางก็ไม่ยอมบอกว่าใช้วิธีการใด บอกแต่ว่าหมอที่หมิงเฉ่าถังบนถนนฉางหรงเป็นคนจัดยาให้พวกเราจึงพากันมาที่นี่”
ปกติพวกนางมักไปซื้อเต้าหู้ที่ร้านของหม่ากุ้ยฮวาเป็นประจำ สองสามวันที่ผ่านมาเห็นใบหน้าของนางขาวผุดผ่องราวกับไข่ปอก แม้แต่ฝ้าสีน้ำตาลปื้นใหญ่ที่เคยมีอยู่เต็มหน้าก็หายไปหมดแล้ว
จึงเข้าไปสอบถามเคล็ดลับการบำรุงรักษา เพราะอย่างไรเสียทุกคนก็เป็นเพื่อนบ้านกันรู้ฐานะกันดี
หม่ากุ้ยฮวาเป็นหญิงม่าย ต้องเลี้ยงดูบุตรสาวเพียงลำพัง คงไม่มีเงินทองมากมายมาบำรุงความงามน่าจะได้ตำรับยาดีราคาถูกมาเป็นแน่
หากพวกนางรู้บ้าง ใบหน้าก็คงเนียนนุ่มเหมือนหม่ากุ้ยฮวา
ปกติพวกนางไปอุดหนุนร้านของนางอยู่บ่อยครั้ง มีของดีอะไรก็แบ่งปันกันเสมอ ใครจะไปรู้ว่าครานี้นางกลับโยกโย้ไม่ยอมเผยความลับบอกแค่ให้พวกนางมาถามที่หมิงเฉ่าถัง
ตอนแรกพวกนางก็ลังเลใจอยู่ เพราะถึงอย่างไรก็เป็นหมอหญิง
แต่ทุกครั้งที่ไปถึงแผงขายเต้าหู้ ก็เห็นว่าใบหน้าของหม่ากุ้ยฮวายิ่งขาวและดูอ่อนเยาว์มากขึ้นทุกวันท้ายที่สุดก็ทนต่อสิ่งล่อตาล่อใจไม่ไหว จึงพากันมาที่นี่
แต่ว่าไม่ได้ ถึงแม้ท่านหมอหมิงจะอายุน้อยซ้ำยังเป็นสตรี แต่เรื่องฝีมือการแพทย์นั้นไร้ที่ติจริงๆ
คนที่เคยมารักษาที่นี่ ล้วนเอ่ยปากชื่นชมว่าหมิงเป่าจูนิสัยดี อดทน ไม่เคยดูถูกคนจนที่ไม่มีเงินซื้อยาบางครั้งยังลดค่าสมุนไพรให้พวกนางอีกด้วย
อย่าดูแคลนเงินเพียงไม่กี่เหวิน เพราะเท่านี้ก็เพียงพอให้พวกนางซื้อเต้าหู้ได้ก้อนหนึ่งแล้ว!
ทว่าเงินเพียงไม่กี่เหวินนี้สามารถซื้อใจเหล่าแม่บ้านได้อยู่หมัด
ไม่เพียงแค่พวกนางเท่านั้น ยังมีแม่นางที่ยังเป็นสาวรุ่นอีกหลายคนที่ได้ยินเรื่องนี้ต่างก็พากันมาลองด้วยความอยากรู้อยากเห็น
หญิงสาวอย่างพวกนาง อยู่ในวัยรักสวยรักงาม เห็นสิวขึ้นบนหน้าไม่กี่เม็ดก็แทบอยากจะมาปักหลักอยู่ที่หมิงเฉ่าถังจะได้ซักถามได้ทุกเมื่อ
“เรื่องนี้เองหรือ...”
เมื่อหมิงเป่าจูเข้าใจกระจ่าง ก็ยิ้มอ่อนโยนพลางตอบว่า “สภาพร่างกายของแต่ละคนต่างกันไม่สามารถใช้ยาตำรับเดียวกันได้ หาไม่แล้วนอกจากฝ้าจะไม่หาย อาจเกิดผลข้างเคียงอื่นๆได้ ข้าเคยบอกกับท่านป้ากุ้ยฮวาไปแล้ว คงเพราะเหตุนี้ท่านป้าจึงไม่กล้าบอกพวกท่าน”
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ ท่านหมอหมิง รีบตรวจดูให้ข้าหน่อยสิ ข้าควรใช้ยาอะไรดี”
หญิงสาวผู้นั้นยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ราวกับกลัวว่าหมิงเป่าจูจะมองไม่ชัด
“อย่าเพิ่งรีบร้อน เชิญด้านนี้ ข้าจะตรวจชีพจรให้ท่านก่อน”
หมิงเป่าจูพาคนไข้ไปนั่งที่โต๊ะ จากนั้นก็วางนิ้วลงบนข้อมือ ตรวจดูทีละคนอย่างละเอียด
หลังจากจัดยาและห่อเสร็จเรียบร้อย ทุกคนต่างนึกจินตนาการว่าใบหน้าของตนเองกำลังจะขาวผ่องเนียนสวยเหมือนหม่ากุ้ยฮวาก็พากันกล่าวขอบคุณไม่ขาดปาก
“ข้ามียาอีกตำรับ ใช้ควบคู่กันไปจะได้ผลดียิ่งขึ้น” หมิงเป่าจูรั้งคนไข้ที่กำลังจะเดินออกไป
“อะไรนะๆๆ ท่านหมอหมิง รีบบอกพวกเรามาเร็วเข้า” พอได้ยินว่ามีวิธีที่ดีกว่าพวกนางก็ยิ่งอยากรู้
หมิงเป่าจูอธิบายวิธีพอกหน้าจากเต้าหู้ให้ฟังอย่างละเอียด พอเห็นพวกนางเบิกตาโตด้วยความตกตะลึงก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
ในเมื่อหม่ากุ้ยฮวาช่วยเหลือตนเองเช่นนี้ ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ร่วมกัน ตนเองก็ควรตอบแทนอะไรบ้าง
นี่เป็นครั้งแรกที่พวกนางได้ยินวิธีที่แปลกใหม่เช่นนี้ ต่างก็บอกว่าจะรีบไปซื้อเต้าหู้มาลองทำทันที
หมิงเป่าจูยิ้มส่งพวกนางออกจากร้าน มองตามหลังกลุ่มคนเหล่านั้น พลางคิดแผนการบางอย่างในใจที่จะสามารถทำกำไรได้มหาศาล
ไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยไหน ความรักสวยรักงามของสตรีก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลง
นางควรใช้ประโยชน์จากโอกาสนี้ คิดค้นตำรับเสริมความงามเพิ่มเติม ยังสามารถทำเวชสำอาง[1]และสมุนไพรบำรุงออกมาขายได้อีกด้วย
เชิงอรรถ
[1] เวชสำอาง(药妆) คือเครื่องสำอางที่เพิ่มสารออกฤทธิ์พิเศษเช่นวิตามินสารแอนตี้ออกซิแดนท์ สารสกัดสมุนไพรบางชนิดลงไป มีจุดประสงค์เพื่อทำความสะอาด ป้องกันแต่งเสริมความงามเป็นหลัก และสามารถบรรเทาสิ่งที่ไม่พึงประสงค์บางอย่างเช่นลดเลือนฝ้าสิว แต่ไม่ใช่ยารักษาโรค