พ่อผัว..ยั่ว..ลูกสะใภ้ 25+

    บทที่ 24 วงล้อมที่กว้างขึ้น


    ผมพยุงร่างอิดโรยและท่อนเอ็นที่ยังเปียกแฉะน้ำรักยัดกลับเข้าไปในกางเกง แอบย่องเลาะแนวสวนยางกึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับมาที่บ้านไม้หลังเก่าอย่างใจสั่นระรัว วินาทีที่ผมย่องขึ้นบันไดบ้านอันเงียบสงัด ผมทันเห็นแสงไฟวับแวมจากห้องนอนของบีที่เพิ่งดับลง บีคงกลับเข้ามานอนแล้วด้วยร่างกายที่บอบช้ำจากไอ้ฉ่ำ ส่วนผมก็นอนลืมตาโพลงจ้องมองหยากไย่บนขื่อคาบ้านด้วยความรู้สึกอึดอัดแน่นอยู่ในอกตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าที่ส่องลอดรอยแตกของแผ่นไม้กระดานผุพังตรงข้างฝาห้องนอนไม่ได้ช่วยให้หัวใจที่หนักอึ้งของผมเบาบางลงได้เลย เสียงลมพัดผ่านยอดไม้กล้วยหลังบ้านยังแว่วดังอยู่ในหู คล้ายกับจะคอยย้ำเตือนภาพเหตุการณ์ชวนเสียวซ่านแกมปวดร้าวที่ผมแอบเห็นลูกสะใภ้ของตัวเองยอมพลีกายร่วมรักกับไอ้ฉ่ำในกระท่อมกลางสวนยางพาราเมื่อคืนเพื่อปิดปากเรื่องชู้สาวของพวกเรา ผมพลิกตัวไปมาจนกระทั่งฟ้าสาง เสียงนกร้องจิ๊บๆ แว่วมาจากต้นมะม่วงข้างบ้าน บ่งบอกว่าเวลาแห่งการหลบหนีความจริงในความมืดได้สิ้นสุดลงแล้ว และพวกเราต้องลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับความจริงอันขมขื่นในโลกกลางวันอีกครั้ง

    ผมพยุงร่างกายที่อิดโรยและปวดเมื่อยลุกขึ้นจากฟูกนอนเก่าๆ ก้าวเดินลงบันไดบ้านไม้หลังเก่าที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดลั่นไปตามจังหวะก้าวเท้า ลานบ้านกว้างด้านนอกยังคงเงียบสงบ มีเพียงหมอกจางๆ ลอยปกคลุมผิวดินชื้นแฉะ ผมเดินเลี่ยงตรงไปยังครัวไฟหลังบ้านซึ่งมีควันไฟสีเทาอ่อนลอยพวยพุ่งขึ้นมาจากเตาดินเหนียว กลิ่นฟืนไม้สะเดาไหม้ไฟปนกับกลิ่นหอมของกาแฟต้มน้ำร้อนโชยมาแตะจมูก ทว่ามันกลับไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกสดชื่นขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย

    เมื่อผมก้าวเท้าเข้าไปในครัว ภาพแรกที่สายตาของผมสบเข้าก็คือร่างอ้อนแอ้นของบีที่สวมเสื้อคอกระเช้าสีชมพูอ่อนกับผ้าถุงผืนเก่า เธอกำลังก้มๆ เงยๆ จัดเตรียมอาหารเช้าและใช้กระบวยไม้ตักน้ำร้อนชงกาแฟใส่ถ้วยให้ผมเหมือนที่เคยทำเป็นประจำทุกวัน ทว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปจนผมใจหายวาบคือแผ่นหลังที่ดูงอตัวเล็กน้อยคล้ายคนหมดเรี่ยวแรง และเมื่อเธอได้ยินเสียงฝีเท้าของผมก้าวเข้ามาใกล้ บีก็สะดุ้งสุดตัวจนมือที่ถือกระบวยสั่นเทาจนน้ำร้อนกระฉอกลงบนพื้นเตา

    "พะ...พ่อ ตื่นแล้วหรือจ๊ะ" บีกระซิบถามเสียงสั่นเครือแผ่วเบาราวกับเสียงของสายลมหนาว เธอค่อยๆ หันหน้ากลับมามองผมเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะรีบหลบสายตาก้มลงมองปลายเท้าตัวเองทันที

    หัวใจของผมเจ็บแปลบเหมือนมีมีดปลายแหลมกรีดแทงลงไปลึกๆ เมื่อเห็นใบหน้าหวานของลูกสะใภ้ชัดตา ขอบตาของบีบวมเป่งและแดงก่ำจากคราบน้ำตาที่เธอคงจะนอนร้องไห้มาตลอดทั้งคืน แก้มเนียนที่เคยเปล่งปลั่งบัดนี้ซีดเซียวหมองคล้ำอย่างเห็นได้ชัด ผิวพรรณของเธอดูนุ่มนิ่มน่าทะนุถนอมแต่ในขณะเดียวกันก็ดูบอบช้ำจนผมนึกอยากจะตบหน้าตัวเองแรงๆ สักหลายทีที่ไม่มีปัญญาปกป้องเธอ ปล่อยให้เธอต้องตกเป็นของไอ้แก่บ้านนอกคนอื่นเพียงเพื่อจะปิดบังความสัมพันธ์ต้องห้ามระหว่างผมกับเธอไม่ให้ไอ้โอผัวของเธอรู้เรื่อง

    "ตื่นแล้วบี... ให้พ่อช่วยอะไรไหม" ผมเดินเข้าไปใกล้สะใภ้รัก พยายามพูดด้วยน้ำเสียงให้อ่อนโยนที่สุดเพื่อประคับประคองจิตใจของเธอ

    "ไม่ต้องหรอกจ๊ะพ่อ บีทำใกล้เสร็จแล้ว พ่อไปนั่งรอที่แคร่ข้างนอกเถอะนะจ๊ะ" บีรีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธ ท่าทางของเธอพยายามรักษาระยะห่างและทำตัวให้เป็นปกติที่สุด แต่น้ำเสียงที่แห้งผากปนสะอื้นแผ่วเบาที่ซ่อนไม่มิดทำให้ผมไม่สามารถเดินหนีไปได้

    ผมตัดสินใจก้าวเข้าไปหยุดยืนอยู่ข้างหลังเธอ เอื้อมมือสากๆ ที่ผ่านงานตรากตรำทำสวนมาทั้งชีวิตไปจับมือบางของเธอที่กำลังจับด้ามช้อนชงกาแฟค้างไว้ มือของบีเย็นเฉียบและสั่นระริกจนน่าใจหาย ผมค่อยๆ ดึงมือขวาของเธอออกจากการจับช้อนแล้วประคองร่างบางของเธอหันกลับมาหาตัว บีพยายามขืนตัวไว้เล็กน้อยตามสัญชาตญาณความหวาดกลัว แต่สุดท้ายเธอก็ยอมปล่อยตัวให้อ่อนเปลี้ยเพลียแรงพิงเข้ามาในอ้อมกอดของผม

    "บี..." ผมครางชื่อเธอแผ่วเบา กดศีรษะที่ปกคลุมด้วยเส้นผมดำขลับนุ่มสลวยของเธอให้ซบลงกับอกเสื้อของผม กลิ่นแป้งเด็กอ่อนๆ ผสมกลิ่นเหงื่อจางๆ จากร่างกายของเธอยังคงหอมยวนใจเหมือนทุกครั้ง แต่ในเวลานี้มันกลับเต็มไปด้วยความโศกเศร้าที่แผ่ซ่านออกมาจนเราทั้งสองคนรับรู้ได้

    น้ำตาเม็ดโตระลอกใหม่ของบีไหลอาบแก้มซึมผ่านเนื้อผ้าบางของผมจนรู้สึกได้ถึงความอุ่นร้อน ร่างเล็กสะอื้นฮักจนตัวโยนสองมือเรียวเอื้อมมากำชายเสื้อของผมแน่นราวกับคนกำลังจะจมน้ำที่หาที่ยึดเกาะ

    "บีขอโทษนะจ๊ะพ่อ... บีรู้สึกผิดต่อไอ้โอเหลือเกิน บีกลัวผัวรู้เรื่อง บีกลัวพวกชาวบ้านจะรู้เรื่องชั่วช้าที่พวกเราทำ..." เสียงสะอื้นร้องไห้ฟูมฟายของเธอทำเอาหัวใจของผมแทบฉีกขาดเป็นชิ้นๆ

    "พ่อรู้... พ่อรู้ดีบีจ๋า พ่อต่างหากที่ต้องขอโทษหนู พ่อเป็นคนดึงหนูเข้ามาเกี่ยวเรื่องนี้ ถ้าพ่อไม่เริ่มต้นทำอะไรบ้าๆ กับหนูก่อน หนูก็คงไม่ต้องไปเจอเรื่องระยำแบบนั้นกับไอ้ฉ่ำเมื่อคืน พ่อสัญญา... พ่อจะไม่ทิ้งบีเด็ดขาด ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่ว่าทางข้างหน้ามันจะมืดมนแค่ไหน พ่อจะยืนเคียงข้างหนูและร่วมรับผลกรรมทุกอย่างไปด้วยกัน พ่อจะไม่ยอมให้บีเผชิญหน้ากับเรื่องเลวร้ายพวกนี้คนเดียวอีกแล้วนะลูก"

    ผมปลอบประโลมสะใภ้รักพลางลูบแผ่นหลังบอบบางของเธออย่างแผ่วเบาเพื่อย้ำความรู้สึกในใจ พยายามส่งผ่านความอบอุ่นและกำลังใจที่เหลืออยู่ทั้งหมดให้แก่เธอ บีพยักหน้ารับกับอกของผมสะอื้นจนตัวสั่นอยู่ครู่ใหญ่ กว่าที่เธอจะยอมผละตัวออกเช็ดน้ำตาบนแก้มแล้วหันไปตักอาหารใส่จานต่อด้วยท่าทีที่ดูสงบลงบ้าง ทว่าในดวงตาคู่สวยนั้นยังคงแฝงไปด้วยความหวาดผวาและเงาดำแห่งความรู้สึกผิดที่ไม่มีวันจางหายไป

    ---

    ในช่วงสองสามวันต่อมา บรรยากาศรอบตัวของพวกเราตกอยู่ในความตึงเครียดเงียบงันจนน่าอึดอัด ทุกเช้าบีจะออกไปทำหน้าที่งานบ้านปัดกวาดเช็ดถูและซักผ้าด้วยใบหน้าที่เศร้าหมองหลบสายตาผู้คน ส่วนผมก็ออกไปขุดดินถางหญ้าทำสวนยางพาราเพื่อระบายความอัดอั้นตันใจที่สุมแน่นอยู่ในอก ทว่าสิ่งที่ทำให้ชีวิตของพวกเราสองคนพ้นไปจากความสงบสุขอย่างสิ้นเชิงก็คือการปรากฏตัวของไอ้ฉ่ำที่แวะเวียนมาที่บ้านของผมบ่อยครั้งจนผิดปกติ

    "เฮ้ย! คร้าม อยู่บ้านเปล่าวะ ข้ายืมมีดกรีดยางอันใหม่ของแกหน่อยสิ พอดีมีดข้ามันบิ่นฟันโดนหินกระเด็นใส่" เสียงแหบพร่าไอ้ฉ่ำตะโกนเรียกดังลั่นมาจากทางหน้าลานบ้านในเช้าวันถัดมา

    ผมที่กำลังตักน้ำใส่ถังอยู่ข้างตุ่มน้ำใหญ่ต้องสะดุ้งโหยง หันไปมองเห็นร่างผอมเกร็งสีผิวคล้ำแดดของไอ้ฉ่ำก้าวเดินส่ายอาดๆ เข้ามาในเขตรั้วบ้าน แววตาของมันดูเจ้าเล่ห์และมีรอยยิ้มกรุ้มกริ่มประดับอยู่บนใบหน้าเหี่ยวย่นสีขี้เถ้า หัวใจของผมเต้นรัวด้วยความเกลียดชังและโกรธแค้น แต่ทว่าขาของผมกลับก้าวเดินเข้าไปยืนบดบังบีที่กำลังนั่งซักผ้าอยู่ใต้ถุนบ้านโดยอัตโนมัติ

    "มีดกรีดยางรึ... อยู่ในกระท่อมเก็บเครื่องมือนู่น เดี๋ยวข้าไปหยิบให้แกเอง แกลอยหน้าลอยตาอยู่ตรงนี้แหละ" ผมตอบเสียงห้วนกระด้าง พยายามข่มอารมณ์ดิบในใจไม่ให้กำหมัดต่อยหน้ามัน

    "เออๆ ขอบใจมากนะเพื่อนบ้านผู้ใจดี..." ไอ้ฉ่ำแกล้งลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท สายตาของมันไม่ได้จ้องมองมาที่ผมเลยแม้แต่น้อย แต่มันกลับเลื่อนผ่านไหล่ของผมไปหยุดอยู่ที่ร่างของบีที่นั่งคู้ตัวก้มหน้าซักผ้าจนตัวสั่นเทา บีพยายามดึงก้านคอเสื้อคอกระเช้าให้ปิดหน้าอกหน้าใจสีขาวผ่องที่โผล่พ้นร่มผ้า แต่สายตาตัณหาอันร้อนรุ่มของไอ้ฉ่ำกลับมองโลมเลียไปทั่วร่างของสะใภ้สาวอย่างไม่ปิดบัง

    "แหม... วันนี้หนูบีขยันจริงนะจ๊ะ ตื่นแต่เช้ามาซักผ้าซักผ่อน กลิ่นตัวหอมโชยมาถึงนี่เชียว ทำงานบ้านเหนื่อยๆ ก็อย่าลืมพักผ่อนบ้างล่ะ โดยเฉพาะตอนกลางคืนน่ะ... หึๆ" ไอ้ฉ่ำแกล้งพูดเหน็บแนมสองแง่สองง่ามเตือนความทรงจำเรื่องคืนก่อน แววตามันจ้องเขม็งไปยังสะโพกผายอวบอัดของบีที่เบียดชิดขอบกะละมังซักผ้าเหมือนกำลังทวงถามสัญญาใจรอบใหม่

    "ไอ้ฉ่ำ! ของที่แกจะยืมอยู่นี่ เอาไปแล้วก็รีบกลับไปซะ ข้ากับลูกสะใภ้มีงานต้องทำอีกเยอะ" ผมเดินกลับมาพร้อมมีดกรีดยางในมือแล้วยื่นกระแทกใส่หน้าอกมันอย่างแรงเพื่อดึงความสนใจของมันกลับมา

    ไอ้ฉ่ำคว้ามีดไปถือไว้แล้วหัวเราะในลำคอเบาๆ "ฮ่าๆๆ อะไรกันวะคร้าม แค่นี้ต้องทำเป็นมีอารมณ์ฉุนเฉียว ข้าก็แค่ทักทายลูกสะใภ้แกตามประสาคนคุ้นเคยกัน... คุ้นเคยกันดีจริงไหมจ๊ะหนูบี" มันส่งสายตาวาววับเปี่ยมด้วยความกระหายทิ้งท้ายใส่บีก่อนจะหมุนตัวเดินกลับออกไปทางสวนยางพาราของมัน

    บีทรุดฮวบหน้าลงกับกะละมังซักผ้าร้องไห้สะอื้นแผ่วเบาจนตัวโยน ผมได้แต่ยืนมองแผ่นหลังของสะใภ้รักด้วยความชอกช้ำใจลึกๆ ทุกครั้งที่ไอ้ฉ่ำแวะมาขอยืมขวดปุ๋ยเคมี ขอยืมมีด ขอยืมเครื่องมือทำสวนยางพารา มันมักจะใช้ข้ออ้างเหล่านี้เพื่อย้ำเตือนถึงความจริงที่ว่ามันกำความลับชู้สาวของพวกเราไว้แน่นในกำมือ และพร้อมจะนำมันไปเปิดเผยกับไอ้โอสามีของเธอได้ทุกเมื่อหากบีไม่ยอมสนองความอยากรูรักของมันอีกในครั้งต่อไป

    ---

    แต่ทว่าความกดดันและวงล้อมของความลับวิปริตไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ไอ้ฉ่ำคนเดียวเท่านั้น ป้าเรียม แม่ม่ายข้างบ้านวัย 48 ปี ซึ่งเป็นคนบ้านใกล้เรือนเคียงที่เคยแอบมีอะไรลึกซึ้งทางกายกับผมมาเนิ่นนานหลายปีตั้งแต่เมียของผมเสียชีวิตไป เริ่มสังเกตเห็นพิรุธและบรรยากาศอันผิดปกติระหว่างผม บี และไอ้ฉ่ำที่เข้าออกบ้านหลังนี้บ่อยเกินเหตุดั่งคนมีเรื่องร้อนรนในใจ

    ป้าเรียมเป็นผู้หญิงวัยกลางคนที่ผิวคล้ำแดด หน้าตาตึงเครียดและมีริษยาแฝงอยู่ในแววตาเสมอ ความสัมพันธ์ลับระหว่างผมกับป้าเรียมก็เป็นเพียงแค่เพื่อนแก้เหงาคลายความเสียวเป็นครั้งคราวในยามค่ำคืน แต่หลังจากที่ผมเริ่มมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับบีสะใภ้ของตัวเอง ผมก็แทบไม่ได้แวะเวียนไปหาป้าเรียมอีกเลย ป้าเรียมที่โกรธขึ้งและหึงหวงจึงเฝ้าจับตามองพวกเราทุกฝีก้าวด้วยสัญชาตญาณอันร้ายกาจของเธอ

    ตลอดเวลาสองสามวันที่ผ่านมา ป้าเรียมแอบสะกดรอยตามเวลาที่บีออกไปเก็บน้ำยางพาราตอนเช้ามืด หรือแอบซุ่มฟังตรงแนวรั้วต้นกระถินข้างบ้านยามที่ผมกับบียืนคุยกันด้วยน้ำเสียงกระซิบกระซาบปนน้ำตา และสิ่งที่แย่ที่สุดคือเธอแอบแฝงตัวอยู่ในป่ากล้วยท้ายสวนยางพาราของไอ้ฉ่ำในคืนนั้นจนระแคะระคายเรื่องราวปิดปากทั้งหมดระหว่างพวกเราสามคน

    บ่ายวันหนึ่ง อากาศร้อนระอุอบอ้าวผิดปกติจนท้องฟ้าดูแดงก่ำคล้ายฝนจะตกหนัก เสียงจักจั่นและแมลงหน้าร้อนร้องระงมป่ารอบบ้าน บีกำลังตากเสื้อผ้าอยู่ที่ราวไม้ไผ่ข้างบ้านด้วยสีหน้าที่เศร้าหมองเหนื่อยล้า ส่วนผมก็นั่งซ่อมตะกร้าสานใส่ยางอยู่ที่ลานดินใต้ร่มไม้หว้าข้างบ้าน

    จู่ๆ ร่างท้วมของป้าเรียมในชุดเสื้อลายดอกไม้สีสันฉูดฉาดกับกางเกงขาสามส่วนก็เดินก้าวเข้ามาในลานบ้านอย่างเงียบเชียบ เธอจงใจหลีกเลี่ยงการก้าวเดินผ่านจุดที่บีตากผ้าอยู่ แต่เดินตรงเข้ามาหาผมที่นั่งอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ทันที ใบหน้าของเธอมีรอยยิ้มแสยะร้ายกาจที่ทำให้ผมรู้สึกหนาวสะท้านขึ้นมาถึงไขสันหลัง ทั้งที่อากาศในบ่ายวันนั้นร้อนจัดจนเหงื่อท่วมกาย

    "ไงจ๊ะพี่คร้าม... ซ่อมตะกร้าแต่หัววันเชียวนะ ช่วงนี้ดูยุ่งๆ วุ่นวายกับเรื่องสวนเรื่องบ้านเหลือเกินนะพี่" ป้าเรียมเอ่ยทักทายเสียงแหลมสูงแววตาเต็มไปด้วยประกายชั่วร้าย

    "เออ... มีงานต้องซ่อมเยอะน่ะเรียม มีธุระอะไรกับข้ารึเปล่า ถ้าไม่มีข้าจะรีบซ่อมตะกร้าให้เสร็จ บีเขาจะได้เอาไปใช้เก็บยางพรุ่งนี้เช้า" ผมตอบปัดๆ พยายามไม่สบตาและก้มหน้าทำงานต่อเพื่อไล่เธอทางอ้อม

    ป้าเรียมหัวเราะหึๆ ในลำคอ ก้าวเท้าขยับเข้ามาใกล้แคร่ไม้ไผ่จนห่างจากผมไม่ถึงสองคืบ กลิ่นน้ำอบไทยฉุนๆ โชยมาจากตัวเธอแตะจมูกชวนอึดอัด เธอโน้มตัวลงมาใกล้หูของผมและกระซิบเสียงต่ำเฉียบขาดที่ทำให้หัวใจของผมแทบหยุดเต้น

    "ธุระของฉันน่ะไม่มีหรอกพี่คร้าม... แต่ธุระของพี่น่ะสิ ช่างใหญ่หลวงเหลือเกินนะแอบกินไข่แดงลูกสะใภ้ตัวเองลับหลังลูกชายแท้ๆ อย่างไอ้โอเนี่ย... มันคงจะเสียวซ่านถึงใจมากสินะจ๊ะ ถึงได้แอบทำเรื่องชั่วช้าไร้ความถูกต้องกันใต้หลังคาบ้านตัวเองขนาดนี้"

    คำพูดของป้าเรียมเปรียบเสมือนอสุนีบาตฟาดลงมากลางกบาลของผม ร่างกายชราแข็งทื่อฉับพลัน ตะกร้าหวายและมีดซ่อมในมือร่วงหล่นลงพื้นกระจัดกระจาย ผมเงยหน้าขึ้นมองป้าเรียมด้วยแววตาเบิกกว้างช็อกสุดขีด ปากสั่นระริกไม่มีคำพูดใดหลุดรอดออกมาจากลำคอที่แห้งผาก

    "ระ...เรียม แกพูดเรื่องอะไรของแก ข้าไม่รู้เรื่อง..." ผมพยายามปฏิเสธตะกุกตะกัก น้ำเสียงแหบพร่าสั่นเครือจนเปิดเผยความจริงทั้งหมดออกไปเองโดยไม่ต้องสืบ

    "ฮะฮะฮะ! อย่ามาทำไก๋เลยพี่คร้าม พี่คิดว่าฉันโง่จนดูไม่ออกรึไง ทั้งแก นังบี และไอ้ฉ่ำทำตัวแปลกๆ สบตาหลบๆ ซ่อนๆ กันเหมือนหมากลัวน้ำร้อน แล้วไหนจะเรื่องที่กระท่อมท้ายสวนยางของไอ้ฉ่ำเมื่อคืนก่อนอีกล่ะ... คิดว่าฉันไม่รู้รึไงว่านังสะใภ้ตัวดีของแกยอมนอนแบก้นให้ควยไอ้ฉ่ำมันกระแทกซอยจนน้ำแตกเพื่อปิดปากเรื่องชู้สาวของพวกแกน่ะ! ฉันเห็นหมด ได้ยินหมดทุกคำเลยล่ะพี่คร้ามเอ๋ย!"

    คำพูดข่มขู่อย่างละเอียดชัดเจนของป้าเรียมทำเอาโลกทั้งใบของผมพังทลายลงตรงหน้า ผมพยายามหาทางพูดแก้ตัวแต่ลิ้นแข็งจนพูดไม่ได้ สมองตื้อตันไปหมดด้วยความกลัวอันเกาะกุมในหัวใจ ถ้าเรื่องนี้แดงออกไป คนที่จะเจ็บปวดที่สุดคือไอ้โอ ลูกชายของผมที่รักและไว้ใจพ่อกับเมียของมันมาก และพวกชาวบ้านในตำบลก็คงจะรุมตราหน้าด่าทอประณามจนพวกเราไม่มีที่ซุกหัวนอนในผืนแผ่นดินบ้านเกิดนี้อีก

    "เรียม... ข้าขอร้อง แกอย่าเอาเรื่องนี้ไปพูดเลยนะ แกอยากได้อะไร เงินทอง ผลประโยชน์ หรือผลยางพาราในสวน ข้าจะยกให้แกหมดเลย แต่อย่าทำลายชีวิตของพวกเราเลยนะเรียม..." ผมลดตัวลงเกือบจะกราบเท้าขอร้องอ้อนวอนผู้หญิงตรงหน้าด้วยหัวใจที่แหลกสลาย

    ป้าเรียมยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะอย่างหน้าด้านๆ สายตาเต็มไปด้วยความหึงหวงระคนเกลียดชังเมื่อเหลือบมองบีที่ยังคงตากผ้าอยู่ห่างๆ จากนั้นเธอก็โน้มตัวกลับมากระซิบข้อเสนอสุดท้ายที่บ้าคลั่งและวิปริตที่สุดเท่าที่ผมเคยได้ยินมาในชีวิต

    "เงินทองรึ? ฉันไม่ต้องการหรอกพี่คร้าม ฉันก็มีกินมีใช้ของฉัน... แต่ความอยากของฉันน่ะมันยังค้างคาอยู่ ตั้งแต่แกทิ้งฉันไปกอดจูบเสียวซ่านกับนังสะใภ้รุ่นคราวลูก แกก็ปล่อยให้ฉันแห้งเหี่ยวเหงาใจมาตลอด... เพราะฉะนั้น ข้อเสนอของฉันคือ แกต้องให้ฉันเข้าร่วมรับผลประโยชน์ในความลับครั้งนี้ด้วย!"

    ผมขมวดคิ้วจ้องมองเธอด้วยความสับสนลนลาน "ร่วมรับประโยชน์? แกหมายความว่ายังไงเรียม..."

    "หมายความว่าฉันอยากร่วมรักกับพวกแกด้วยยังไงล่ะพี่คร้าม!" ป้าเรียมเอ่ยออกมาราวกับพูดเรื่องดินฟ้าอากาศปกติ "คืนนี้... นัดไอ้ฉ่ำไปเจอกันที่กระท่อมท้ายสวนยางพาราของมัน ฉัน แก นังบีสะใภ้แก และไอ้ฉ่ำ... พวกเราต้องมาเล่นสนุกจัดกลุ่มร่วมรักกันทั้งหมดสี่คน! สลับคู่กัน เสพสุขความเสียวด้วยกันให้หมดทุกคน! นี่คือหลักประกันปิดปากร่วมกันอย่างเท่าเทียม ถ้าพวกเราสี่คนมีอะไรร่วมกันหมดแล้ว ก็จะไม่มีใครกล้าเอาเรื่องนี้ไปแฉให้ไอ้โอหรือชาวบ้านฟังอีก เพราะทุกคนต่างก็จมอยู่ในโคลนตมหนองเดียวกันหมด! ตกลงไหมพี่คร้าม... ถ้าไม่ยอม คืนนี้ไอ้โอผัวนังบีมันกลับมาจากต่างอำเภอ มันจะได้ยินเรื่องชั่วช้าของพ่อกับเมียรักของมันทันที!"

    ร่างของผมชาวาบไปทุกสัดส่วน ช็อกหน้าชาพูดไม่ออก ความชั่วร้ายและนรกสวาทที่เริ่มบานปลายจากการกระทำโง่เขลาครั้งแรกของผมบัดนี้ขยายวงกว้างจนดึงเอาป้าเรียมข้างบ้านและไอ้ฉ่ำเข้ามาผูกมัดจนกลายเป็นบ่วงโซ่วิปริตรัดคอพวกเราแน่นจนหายใจไม่ออก

    ป้าเรียมปัดเศษฝุ่นบนหน้าอก ยิ้มหวานปนสมเพชส่งให้ผมเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะขู่ทิ้งท้าย "เตรียมตัวให้พร้อมล่ะพี่คร้าม... คืนนี้ เจอกันตอนห้าทุ่มที่กระท่อมท้ายสวนยาง อย่าช้าล่ะ ไม่งั้นเรื่องแตกแน่!" แล้วเธอก็หมุนตัวเดินนวยนาดส่ายสะโพกอวบๆ ออกจากลานบ้านไป ทิ้งให้ผมนั่งหน้าถอดสี ร่างกายเย็นเฉียบเหมือนคนตายอยู่บนแคร่ไม้ไผ่กลางแดดร้อนอบอ้าว

    ---

    ผมพยุงร่างอันไร้วิญญาณของตัวเองเดินก้าวเข้าไปในบ้าน ขาแต่ละข้างหนักอึ้งเหมือนมีลูกตุ้มเหล็กผูกไว้ ผมเปิดประตูห้องนอนเข้าไปพบบีที่เพิ่งเดินตากผ้าเสร็จแล้วก้าวเข้ามาทำความสะอาดห้องพอดี บีมองเห็นใบหน้าที่ไร้สีเลือดและแววตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังของผม เธอก็รับรู้ได้ทันทีว่าพายุร้ายก้อนใหม่ได้พัดมากระหน่ำชีวิตของพวกเราอีกครั้ง

    "พ่อ... มีอะไรเกิดขึ้นหรือจ๊ะ ทำไมหน้าพ่อซีดเซียวขนาดนี้" บีรีบวิ่งเข้ามากอดแขนผมถามเสียงละล่ำละลักด้วยความตื่นตระหนก

    ผมดึงร่างของเธอเข้ามาซบข้างฝาห้องนอน กอดร่างกลมกลึงนุ่มละมุนไว้แน่นราวกับนี่เป็นกรงขังสุดท้าย น้ำตาของผมไหลเอ่อคลอเบ้าตาชราด้วยความอ่อนแอและจนหนทาง ก่อนที่ผมจะค่อยๆ กระซิบเล่าคำข่มขู่และข้อเสนอสุดอุจาดวิปริตของป้าเรียมให้บีฟังทีละคำอย่างปวดร้าว

    บีฟังเรื่องราวทั้งหมดจบ ร่างกายของเธอถึงกับทรุดฮวบอ่อนแรงลงไปกองกับพื้นกระดานไม้ห้องนอนทันที เธอร้องไห้โฮออกมาสะอื้นฮักจนตัวโยนสองมือกุมขมับกรีดร้องเบาๆ ด้วยความทุกข์ระทมขมขื่นใจอย่างที่สุด เสียงสะอื้นและเสียงคร่ำครวญสะท้อนดังก้องในห้องแคบๆ ราวกับจะตอกย้ำนรกขุมที่ลึกที่สุดที่กวักมือเรียกพวกเราอยู่

    "ไม่จริง... ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย บีรู้สึกผิดต่อไอ้โอจะตายอยู่แล้ว ทำไมทุกคนต้องมาทำร้ายบี มาบีบคั้นบีให้ทำเรื่องวิปริตชั่วช้าแบบนี้ด้วยพ่อ! บีไม่อยากทำ บีกลัว บีอยากตายไปให้พ้นๆ จากนรกนี่เสียที!" บีร้องไห้ฟูมฟายตีอกชกหัวตัวเองด้วยความเจ็บแค้นและอัปยศอดสู

    ผมรีบทิ้งตัวลงคุกเข่าดึงมือสองข้างของสะใภ้รักมากำไว้แน่น กอดประคองตัวเธอเข้ามาร่วมร้องไห้ไปพร้อมๆ กัน น้ำตาของพ่อผัวชราปนไปกับหยาดน้ำตาแห่งความสิ้นหวังของลูกสะใภ้สาว

    "บี... พ่อขอโทษ พ่อทำให้หนูต้องมาทุกข์ทรมานขนาดนี้ แต่ถ้าเราไม่ยอมทำตามที่นังเรียมมันบอก เรื่องทั้งหมดจะแตกทันที ไอ้โอจะรู้เรื่องชู้สาวของพวกเรา และชาวบ้านจะเอาปูนมาทาทับหน้าตราหน้าพวกเราจนอยู่ไม่ได้ พ่อรู้ว่ามันยาก... พ่อรู้ว่ามันเป็นเรื่องอุจาดวิปริตและไร้ความถูกต้องที่สุดในชีวิต แต่เพื่อความอยู่รอด เพื่อปกป้องผัวหนูไม่ให้ช็อกตาย และเพื่อรักษาชื่อเสียงอันน้อยนิดของพวกเรา... พวกเราต้องยอมรับข้อตกลงและก้าวเดินเข้าไปในนรกขุมนี้ด้วยกันบีจ๋า"

    บีมองหน้าผมผ่านม่านน้ำตาแววตาของเธอสั่นระริกแห้งแล้งไร้แสงแห่งความหวัง เธอรู้ดีว่าคำพูดของผมคือความจริงอันหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่มีทางเลือกอื่นเหลืออยู่เลยสำหรับชู้รักพ่อผัวสะใภ้อย่างพวกเราที่ก้าวพ้นเส้นแบ่งความถูกต้องมาไกลเกินย้อนกลับ ทั้งตัวเธอและผมได้ตกลงไปในกรงขังเหล็กกว้างใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ที่ไม่มีวันหลุดรอดออกไปได้อีกแล้ว

    สุดท้าย บีค่อยๆ พยักหน้ายอมจำนนช้าๆ สะอื้นแผ่วเบาก่อนจะพึมพำเสียงแหบแห้ง "บีตกลงจ๊ะพ่อ... คืนนี้... บีจะไปกับพ่อ"

    ผมกอดประคองเธอนิ่งงันในความมืดสลัวของห้องนอน นัดหมายแผ่วเบาเพื่อส่งข่าวตอบตกลงไปยังป้าเรียมและไอ้ฉ่ำ โดยที่เราทั้งสองคนต่างรู้ดีว่า ค่ำคืนนี้จะเป็นค่ำคืนที่เปลี่ยนชีวิตที่เหลืออยู่ของพวกเราให้มอดไหม้ไปกับความวิปริตอย่างไม่มีวันกลับคืน

    ---

    ยามค่ำคืนสี่ทุ่มเศษ ลมหนาวบางเบาพัดกวัดแกว่งใบยางพาราหลังบ้านดังซอกแซกชวนสั่นสะท้าน บรรยากาศรอบบ้านมืดมิดสนิทมีเพียงแสงจันทร์เสี้ยวสลัวรำไรที่ลอดผ่านกลุ่มเมฆดำทึบลงมากระทบผืนดิน เสียงแมลงกลางคืนและเสียงนกแสกกรีดร้องแว่วมาตามสายลมคล้ายกับการส่งสัญญาณเตือนภัยอันตราย

    ผมเดินลงมาจากเรือนไม้ในชุดเสื้อผ้าเก่าปอนๆ ดำมืดเพื่อพรางตัวในความมืด สายตามองจ้องไปยังบีที่เดินก้าวตามหลังผมลงมาติดๆ บีสวมเสื้อแขนยาวโทรมๆ คลุมทับร่างอ้อนแอ้นใบหน้าหวานของเธอซีดเผือดไร้รอยสีเลือด ขอบตาของเธอยังคงแดงระเรื่อและเต็มไปด้วยความหวาดผวา บีก้าวเดินเข้ามาใกล้และกอดแขนขวาของผมไว้แน่นจนผมรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะท้านของผิวกายเนื้อตัวของเธอที่สั่นเทาเหมือนลูกนกต้องฝน

    "พ่อ... บีกลัวเหลือเกินจ๊ะ" บีกระซิบเสียงเครือ แผ่วเบาจนแทบปลิวหายไปกับสายลมหนาวพัดผ่าน

    ผมเอื้อมมือซ้ายไปกุมมือสั่นเทาของบีที่กอดแขนผมไว้แน่น กระชับแรงบีบเพื่อส่งผ่านความรู้สึกทั้งหมดที่เหลืออยู่ในกายชรา "ไม่ต้องกลัวบีจ๋า... พ่ออยู่ตรงนี้ข้างๆ หนูเสมอ ไม่ว่าในกระท่อมมืดๆ นั่นจะเจอกับเรื่องอะไร หรือต้องผ่านความเสียวและความอับยศแบบไหน พ่อจะอยู่รับมันไปพร้อมกับหนูเอง"

    พวกเราสองคนก้าวเท้าเดินออกจากลานบ้านที่มืดมิด มุ่งหน้าเดินลัดเลาะไปตามแนวป่าสวนยางพาราที่มืดสนิทและลึกเข้าไปข้างใน สายตาของผมมองจ้องไปยังเงาตะคุ่มของกระท่อมท้ายสวนยางพาราของไอ้ฉ่ำที่อยู่ไกลออกไป ลมพัดแรงขึ้นใบกล้วยพัดกระพือดังพึ่บพั่บกราวใหญ่ราวกับเสียงดนตรีนรกที่กำลังต้อนรับพวกเราสองคนเข้าสู่กรงขังบ่วงโซ่ที่รัดแน่น บีบคั้น และขยายวงล้อมกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนยากที่จะหลุดพ้นไปชั่วนิรันดร์...

    ---จบตอนที่ 24---