หลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นได้ทำให้เฉินฟางซินค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนตัวเองอีกทั้งระมัดระวังและสังเกตสิ่งรอบ ๆ ตัวมากขึ้น
“คุณหนู คุณชายใหญ่ให้นำขนมที่ท่านชอบมาให้ขอรับ”
“ขอบคุณเ้าค่ะ”
เฉินฟางซินมองโม่อวี้ที่เป็คนสนิทของเฉินไฉ่หงก่อนจะนึกบางสิ่งบางอย่างขึ้นมาได้
“ตอนนี้ข้าได้กลับมาแล้ว…ข้าคงต้องจัดการทุกอย่างให้เข้ารูปเข้ารอยก่อนที่มันจะกลับไปซ้ำรอยเดิมสินะ”
หญิงสาวพูดกับตัวเองเบา ๆ แต่ก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินออกไป เฉินฟางซินได้หาเื่รั้งชายหนุ่มไหว้
“พี่ใหญ่ทำอันใดอยู่หรือ”
“คุณชายใหญ่กำลังทำงานอยู่ในห้องขอรับ”
“เช่นนั้นพี่อวี้อยู่คุยกับข้าสักครู่ก่อนสิ”
คำพูดที่ดูเหมือนจะธรรมดาและคำเรียกที่ให้เกียรตินี้ได้ทำให้โม่อวี้ยิ้มน้อย ๆ ด้วยทุกคนต่างรู้ดีว่าสตรีตรงหน้าเขาเป็คนเช่นใด
“คุณหนูมีอะไรหรือขอรับ”
“พี่อวี้ทำงานกับพี่ใหญ่นานแล้วใช่หรือไม่”
“ได้ประมาณห้าปีแล้วขอรับ”
“ท่าน…รู้สึกอย่างไรกับพี่ใหญ่”
คำถามธรรมดาแต่กลับทำให้คนฟังอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก แต่เฉินฟางซินกลับยิ้มน้อย ๆ เหมือนมิใช่คำถามสำคัญเป็เพียงคำพูดเรื่อยเปื่อยเพื่อชวนคุยเท่านั้น
“ข้าน้อยรักและเทิดทูนคุณชายใหญ่และยินดียอมตายเพื่อคุณชายใหญ่ขอรับ”
“เช่นนั้นก็ดี”
รอยยิ้มของเฉินฟางซินที่ส่งให้โม่อวี้นั้นแม้ชายหนุ่มจะไม่แน่ใจแต่เขากลับรู้สึกได้ว่าอีกไม่นานสตรีเบื้องหน้าเขาคนนี้จะต้องทำเื่ที่เขาไม่คาดคิดอย่างแน่นอน
“อย่างไรก็ฝากท่านดูแลพี่ใหญ่ของข้าด้วยนะ”
“ขอรับ”
ประโยคสุดท้ายที่ชายหนุ่มได้รับก่อนจะเดินออกมา แม้จะไม่เข้าใจในความหมายเท่าใดนักแต่จิตใจของเขานั้นรักในตัวนายอย่างสุดใจและไม่มีทางหักหลังอย่างแน่นอน
ปิ่นหยกถูกแกะสลักงดงามด้วยมือใหญ่ที่เคยจับแต่อาวุธและมิเคยให้ใครเห็นมาก่อนว่าจะทำเื่เช่นนี้ได้จนทำให้คนสนิทและองครักษ์ต่างมองจ้องคนตรงหน้าอย่างตกตะลึง
“นายท่านทำอะไรอยู่นั่น”
“นั่นสิ…ข้ามิเคยเห็นมาก่อน”
“เช่นนั้นพวกเราก็รอดูเงียบ ๆ เถอะ”
แม้จะได้ยินองครักษ์คู่ใจพูดคุยกันแต่ชายหนุ่มหาได้สนใจไม่ เขากลับนำเส้นทองขนาดยาวออกมาก่อนจะพันปิ่นหยกนั้นและดัดให้เป็ลวดลายตามที่คิดไว้ จนเมื่อทำเสร็จภาพเบื้องหน้าที่ปรากฏทำให้ทุกคนต่างมองตาค้าง
“นี่มันปิ่นหยกประดับลายอินทรีงั้นหรือ หากข้ามิเห็นด้วยตาคงไม่รู้ว่าเ้าคือผู้ทำมัน ข้าคงจะคิดว่าเป็ร้านเครื่องประดับชั้นหนึ่งของเมืองหลวงทำเป็แน่”
คำชมนี้ได้ทำให้ชิวจิ้นอันอมยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ติดทับทิมขนาดเล็กบนดวงตาของอินทรีและเพชรอีกจำนวนหนึ่งบนปิ่นนั้น
“เป็เครื่องประดับที่หาได้ยากยิ่ง”
“และยากยิ่งขึ้นเมื่อนายท่านเป็ผู้ทำเอง”
ไม่มีคำตอบจากชิวจิ้นอัน ชายหนุ่มชื่นชมปิ่นที่ตัวเองทำขณะใส่กล่องไม้ขนาดพอดีกับปิ่นก่อนจะค่อย ๆ ปิดกล่องไม้นั้นอย่างพอใจ
“คืนนี้…ปิ่นนี้คงถึงมือเ้าของสินะ”
คำพูดนี้ขอฮุ่ยเหอได้ทำให้เฉาหรงหันมององครักษ์คนสนิทที่คิดตามพวกเขามานานก่อนจะมองมาทางชิวจิ้นอัน
“นี่เ้ายังคงไปหานางทุกคืนเช่นนั้นหรือ”
“แล้วทำไมจะไปไม่ได้”
“เ้าก็รู้ว่าสตรีที่ยังมิออกเรือน…หากมีใครพบเข้าจะทำให้นางเสียชื่อเสียงได้”
“แต่นาง…..”
ชายหนุ่มคิดจะเถียงแต่เหมือนนึกอะไรได้จึงหยุดไปก่อนจะเปลี่ยนคำพูด
“เช่นนั้นก็ทำให้ถูกต้องเสียก็มิมีปัญหาแล้วมิใช่หรือ”
คำพูดง่าย ๆ ของเขาแต่กลับทำให้สามบุรุษที่อยู่ข้าง ๆ ถึงกับตกตะลึงพูดไม่ออกในทันที
“ข้าหูฟาดไปหรือเปล่า ฮุ่ยเหอ ฮุ่ยเจียง”
“ไม่นะขอรับท่านหมอเฉา พวกเราก็ได้ยินเหมือนท่าน”
“เช่นนั้นเื่นี้คงต้องแจ้งท่านอ๋องชิวด้วยสินะ”
“ไม่ต้อง ข้าได้ส่งจดหมายแจ้งท่านพ่อไปแล้ว”
“หา”
เฉาหลงถึงร้องเสียงหลงด้วยไม่เชื่อหูตัวเอง บุรุษตรงหน้าเขานั้นมิเคยมองสตรีอีกทั้งมิเคยมีสัมพันธ์ใด ๆ กับสตรีมาก่อน แต่กับคุณหนูสามเฉินแล้วเขากลับข้ามขั้นตอนอีกทั้งยัง…ข้ามไปอย่างรวดเร็วจนพวกเขาตามไม่แทบทัน
“แม้ว่านางจะช่วยบรรเทาพิษเ้าได้…แต่การทำเช่นนี้ข้าคิดว่า…”
“ไม่หรอก นางแค่มาได้ถูกเวลาก็เท่านั้น”
เฉาหรง ฮุ่ยเหอและฮุ่ยเจียงถึงกับมองหน้ากันอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง สิ่งที่นายของพวกเขาทำนั้นพวกเขาต่างรู้แจ้งเป็อย่างดีว่าบุรุษตรงหน้ามิได้พูดเล่น ๆ อย่างแน่นอน
“แต่…เ้าได้ถามความสมัครใจของคุณหนูสามเฉินแล้วหรือยัง”
คำถามนี้ของเฉาหรงได้ทำให้ชิวจิ้นอันถึงกับสะดุด ด้วยชายหนุ่มมิเคยคิดมาก่อนเขาคิดเพียงว่าเขาจะจัดการทุกอย่างและนางจะต้องเต็มใจอย่างแน่นอน
“ข้า….”
ท่าทีเบื้องหน้าได้ทำให้เฉาหรงถอนหายใจเบา ๆ
“แม้ว่าสิ่งที่เ้าทำนั้นจะดีเพียงใดก็ตาม หากเป็การบังคับหรือฝืนใจแน่นอนว่าอีกฝ่ายย่อมจะไม่เห็นว่าเป็เื่ที่ดีอย่างแน่นอน”
“ข้ารู้แล้ว…ข้าจะจัดการเื่นี้เอง”
เฉาหรงยิ้มอย่างพอใจ แม้ว่าชิวจิ้นอันจะเก่งกาจเพียงใดแต่ในบางเื่เขาก็ยินดีรับฟังผู้ใต้บังคับบัญชามากกว่าการตัดสินใจอย่างผิด ๆ หรือคิดเพียงลำพัง