ในที่สุดเย่เฟยก็หวาดกลัวอย่างถึงที่สุดเขาใจนลนลานแทบจะฉี่ราด
โดยไม่ลังเลเขาขยับจิตดึงเอาวัตถุทรงกลมออกมาจากช่องเก็บของติดตัวของตนทันทีก่อนจะทุบมันลงกับพื้นตรงหน้าอย่างแรง
[ะเิควัน]
ปัง!
วินาทีต่อมาควันหนาทึบพวยพุ่งขึ้นมาบดบังทัศนวิสัยของลู่เซิ่งและร่างจำลองของกาเบรียลในทันที
ส่วนเย่เฟยอาศัยจังหวะนี้เข้าสู่สถานะล่องหนซึ่งเป็ความสามารถเฉพาะตัวของนักฆ่าอีกครั้ง
“ไอ้หนู แกคอยดูเถอะ ฉันไม่ปล่อยแกไว้แน่!”
เขาทิ้งท้ายคำขู่ไว้แค่นั้นก่อนจะหันหลังหนีไปโดยไม่หยุดรอ
แม้ว่าในตอนนี้พลังชีวิตของเขาจะเหลือไม่ถึง 2,000 หน่วยจากการถูกร่างจำลองของกาเบรียลกระหน่ำโจมตีอย่างต่อเนื่องก่อนหน้านี้
แต่ั้แ่ต้นจนจบเขาก็ไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกจนเกินเหตุ
เพราะอาชีพนักฆ่านั้นขึ้นชื่อเื่สกิลเอาตัวรอดที่หลากหลายอยู่แล้ว
ประกอบกับเขามีเลเวลห่างจากลู่เซิ่งถึง50เลเวล
เย่เฟยจึงมั่นใจว่าถึงเขาจะเอาชนะไม่ได้ แต่ถ้าตั้งใจจะหนีจริงๆลู่เซิ่งก็ไม่มีทางขวางเขาไว้ได้แน่นอน
น่าสงสารที่จนถึงตอนนี้เขายังไม่รู้ตัวเลยว่าครั้งนี้ตนเองได้ล่วงเกินตัวประหลาดแบบไหนเข้าให้แล้ว
“คิดจะหนีงั้นเหรอ? ฉันอนุญาตหรือยัง?”
ในขณะเดียวกันเมื่อกลุ่มควันจางลงและไม่เห็นร่องรอยของเย่เฟยเบื้องหน้าลู่เซิ่งก็แค่นเสียงหัวเราะเ็าออกมา
ล้อเล่นหรือเปล่า
ก่อนหน้านี้เขาอุตส่าห์ทุ่มเททุกวิถีทางถึงขั้นเสี่ยงอันตรายจนแถบเืแทบจะถูกลบหายไปจนในที่สุดก็อัญเชิญร่างจำลองของกาเบรียลออกมาได้สำเร็จเป้าหมายก็เพื่อจะกำจัดเย่เฟยทิ้งเสียที่นี่เพื่อไม่ให้ความลับของตนเองรั่วไหลออกไป
ตอนนี้เย่เฟยใกล้จะถึงทางตันอยู่รอมร่อเขาจะปล่อยให้อีกฝ่ายหนีไปต่อหน้าต่อตาได้อย่างไร?
“กาเบรียล ตามไปฆ่ามัน!”
ลู่เซิ่งไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อยเขาออกคำสั่งสังหารกับร่างจำลองเทวทูตของเขาอีกครั้งทันที
ทว่าสิ่งที่เขาไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเพราะครั้งนี้ร่างจำลองของกาเบรียลกลับไม่ได้ปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัดเหมือนก่อนหน้านี้แต่กลับยืนนิ่งอยู่กับที่ พร้อมกับทำท่าทางสวดภาวนาอย่างเปี่ยมศรัทธา
“หือ? เกิดอะไรขึ้น?”
ลู่เซิ่งเห็นดังนั้นก็อึ้งไปครู่หนึ่งเขายังไม่ทันตั้งตัวว่าเกิดอะไรขึ้น
วินาทีต่อมาร่างจำลองของกาเบรียลก็เงยหน้าขึ้นฉับพลันและเริ่มเปล่งเสียงพูดออกมา
ใช่แล้ว!
เขากำลังพูดออกมาจริงๆ
“เทพกล่าวว่า เมื่อแสงศักดิ์สิทธิ์อาบไล้แผ่นดินสิ่งชั่วร้ายทั้งปวงจักต้องปรากฏกายภายใต้รัศมีแห่งเทพ มิอาจหลบซ่อนได้อีกต่อไป”
วิ้ง...
สิ้นเสียงนั้น
ท้องฟ้าที่เพิ่งมืดมิดไปเมื่อครู่กลับปรากฏจุดแสงขึ้นมาอย่างกะทันหัน
ในตอนแรกจุดแสงนั้นมีขนาดเล็กเท่าเมล็ดงาและดูเหมือนไม่มีอานุภาพใดๆ
ทว่าเมื่อมันเคลื่อนที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆจุดแสงนั้นกลับขยายใหญ่ขึ้นและสว่างจ้าขึ้นจนกระทั่งปกคลุมไปทั่วทั้งทุ่งราบเหม็นเน่า
ภายใต้แสงเจิดจ้านี้ร่างของเย่เฟยที่เพิ่งฝืนเข้าสู่สถานะล่องหนไปได้ไม่นานกลับถูกแสงส่องจนปรากฏตัวออกมาอย่างชัดเจนเผยให้เห็นร่องรอยตำแหน่งของเขาจนหมดสิ้น
“อะไรกัน?”
เมื่อเห็นว่าสกิลล่องหนที่เป็ท่าไม้ตายหากินของตนเองไร้ผลม่านตาของเย่เฟยก็หดเกร็งด้วยความใ
แต่ร่างจำลองของกาเบรียลไม่เปิดโอกาสให้เขาได้ตั้งตัวแม้แต่น้อยและเอ่ยปากออกมาอย่างเนิบช้าอีกครั้ง
“เทพกล่าวว่า เมื่อเพลิงศักดิ์สิทธิ์ร่วงหล่นจากฟากฟ้าความชั่วร้ายทั้งปวงจักถูกชำระล้างจนสิ้นซาก และมลายหายไปเป็เถ้าถ่าน”
ตูม...
สิ้นเสียงคำกล่าวเพลิงศักดิ์สิทธิ์สีเงินยวงตกลงมาจากสรวง์ลากหางยาวเป็สายราวกับดาวตกที่พุ่งลงมาเพียงพริบตาเดียวมันก็ข้ามผ่านผืนฟ้าและกระแทกเข้าใส่ร่างของเย่เฟยอย่างจัง
ปัง!!!
เปลวเพลิงะเิออกและสาดกระจายไปทั่ว
“อ๊าก...”
เย่เฟยแผดร้องออกมาด้วยความเ็ปเขาไม่มีแม้แต่โอกาสจะหลบหลีกก็ถูกเพลิงศักดิ์สิทธิ์ที่ตกลงมาจากฟ้ากลืนกินร่างไปจนหมดสิ้นและกลายเป็มนุษย์เพลิงในทันที
HP-322!
HP-371!
HP-365!
...
“นี่... นี่มันคือ... มหาเวทต้องห้ามธาตุแสงงั้นเหรอ!!!!”
ในที่สุดเย่เฟยก็เริ่มได้สติ
เมื่อเห็นว่าตนเองไม่มีปัญญาจะขัดขืนสกิลนี้ได้เลยเขาก็ดูเหมือนจะคาดเดาอะไรบางอย่างได้ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหวาดผวาเหมือนเห็นผีพลางดิ้นรนอย่างสุดชีวิตและแผดร้องโหยหวน
“อะไรนะ? มหาเวทต้องห้าม?”
เมื่อได้ยินชื่อเรียกที่ทำให้ทุกคนบนดาวสีน้ำเงินต่างขวัญผวาลู่เซิ่งม่านตาหดเกร็ง เขาเกือบจะอ้าปากถามว่าไอ้สิ่งที่เรียกว่า‘มหาเวทต้องห้าม’ ที่ว่านี้มันคืออะไรกันแน่
แต่เขายังไม่ทันจะได้ถามเย่เฟยที่อยู่ข้างๆก็ไม่อาจทนต่อการโจมตีอันรุนแรงที่ถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่องได้อีกต่อไป
“ไม่นะ อย่า... หยุดเถอะ ไว้ชีวิตฉันด้วย... อ๊าก...”
ตามมาด้วยเสียงร้องด้วยความสิ้นหวังก่อนตาย
นักฆ่าเลเวลร้อยผู้เกรียงไกรกลับถูกเพลิงศักดิ์สิทธิ์ที่ลุกโชนกลืนกินไปจนสิ้นกลายเป็เถ้าถ่านที่ปลิวว่อนไปทั่วชั้นบรรยากาศโดยไม่เหลือแม้แต่ซากศพที่สมบูรณ์ไว้ให้ดูต่างหน้า
และจนถึงตอนนั้นเองร่างจำลองของกาเบรียลจึงเสร็จสิ้นการสวดภาวนาครั้งสุดท้าย
“ความมืดมิดถดถอย รุ่งอรุณมาเยือนความทุกข์ระทมทั้งปวงในโลกจักกลายเป็เพียงมวลเมฆที่พัดผ่านเพราะสรวง์อยู่ใกล้เพียงเอื้อมมือ”
“แด่พระยาห์เวห์ผู้สูงสุด ขอเกียรติสิริทั้งปวงจงมีแด่พระเ้าของข้า!”
แต่ละประโยคที่เอ่ยออกมานั้นช่างฟังดูขลังและศักดิ์สิทธิ์จนแม้แต่ลู่เซิ่งเองยังรู้สึกยำเกรงขึ้นมา
ในขณะเดียวกันเมื่อการสวดภาวนาสิ้นสุดลงในช่องสกิลของร่างจำลองของกาเบรียลสกิลหนึ่งก็เข้าสู่่คูลดาวน์ซึ่งสกิลนั้นก็คือ ‘มหาทัณฑ์พิพากษา:คำพยากรณ์พระเ้า’
ส่วนลู่เซิ่งอาศัยจังหวะนี้รีบตรวจสอบรายละเอียดของสกิลทันที
[มหาทัณฑ์พิพากษา: คำพยากรณ์พระเ้า]
หมายเหตุ:มหาเวทต้องห้ามธาตุแสงระดับต้น หนึ่งในสกิลเฉพาะของอัครเทวทูตกาเบรียลสามารถอัญเชิญแสงศักดิ์สิทธิ์และเพลิงศักดิ์สิทธิ์จากสรวง์มาทำลายล้างความชั่วร้ายทั้งปวงในโลกผ่านการสวดภาวนาอย่างศรัทธา!
...สัจวาจาประกาศิต คำพยากรณ์พระเ้าย่อมเป็จริง!
...
“ให้ตายเถอะ เป็มหาเวทต้องห้ามจริงๆ ด้วย”
เมื่อเห็นคำอธิบายสกิลนี้ดวงตาของลู่เซิ่งก็เป็ประกาย เขาตื่นเต้นจนเกือบจะฉี่ราดตรงนั้นจริงๆ
แน่นอนว่าไม่ใช่เื่แปลกที่เขาจะมีปฏิกิริยาเช่นนี้
เพราะบนดาวสีน้ำเงินในปัจจุบัน‘มหาเวทต้องห้าม’ คือสุดยอดท่าไม้ตายที่มีเพียงยอดฝีมือ‘ระดับเทพา’ ที่เปลี่ยนอาชีพครั้งที่เก้าเท่านั้นที่มีคุณสมบัติจะใช้ได้มันคือคำนิยามของการทำลายล้าง์และปฐีและมีพลังอำนาจอันมหาศาลจนยากจะจินตนาการได้
แม้ว่า‘มหาทัณฑ์พิพากษา: คำพยากรณ์พระเ้า’ นี้จะเป็เพียงมหาเวทต้องห้ามระดับต้นที่อยู่ในระดับต่ำสุดก็ตาม
แต่ภายใต้ช่องว่างของเลเวลที่ห่างกันถึง50เลเวลสกิลนี้กลับสามารถปลิดชีพนักฆ่าเลเวลร้อยอย่างเย่เฟยได้อย่างง่ายดาย
ถ้าหากนำไปใช้กับผู้ใช้อาชีพในเลเวลเดียวกันไม่ใช่ว่าเจอเทพฆ่าเทพ เจอพระฆ่าพระหรอกหรือ?
และนี่เป็เพียงสกิลลำดับที่เจ็ดของร่างจำลองของกาเบรียลเท่านั้นถัดจากสกิลนี้ไป ยังมีสกิลที่เหนือชั้นยิ่งกว่าอยู่อีกสองสกิล
เมื่อคิดได้ดังนี้หัวใจของลู่เซิ่งก็ยิ่งพองโตด้วยความฮึกเหิมเขาตั้งใจจะเข้าไปตรวจสอบดูว่าสกิลที่เหลืออีกสองอย่างนั้นจะมีอานุภาพลึกลับขนาดไหน
ทว่าเขายังไม่ทันได้เริ่มลงมือ
“เสียงเมื่อกี้ดังมาจากทางด้านนั้นนั่นแหละ”
“หรือว่าจะมีแดนลับปรากฏขึ้นมา”
“เร็วเข้า รีบไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น!”
ทันใดนั้นเองในพื้นที่บึงน้ำที่อยู่ไม่ไกลนัก ก็มีเสียงฝีเท้าสับสนอลหม่านดังแว่วมา
“เอ๊ะ? มีคนมางั้นเหรอ?”
เมื่อได้ยินเสียงนี้ลู่เซิ่งก็ขมวดคิ้วมุ่นทันทีเห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้คาดคิดเลยว่าใน่กลางดึกเช่นนี้ในบึงเหม็นเน่าจะยังมีคนอยู่อีก...