คิรินและฮิวโกได้สอนผู้ช่วยทั้งสี่ให้ทำอาหารกันอย่างดุเดือด โดยอีกสี่คนที่เหลือได้มีวิลเลียมคอยสอนการดูแลร้านให้ อีกทั้งยังแอบได้ข่าวมาว่าสอนการป้องกันตัวให้อีกด้วย แน่นอนว่าระดับวิลเลียมสอนย่อมต้องไม่ธรรมดา
ในตอนนี้เองทั้งหอพักและร้านเสร็จสิ้นเป็ที่เรียบร้อยแล้ว อีกทั้งชุดเครื่องแบบที่คิรินได้สั่งตัดไปก็มาส่งแล้วเช่นกัน ทุกอย่างเรียกได้ว่าพร้อมในการเปิดร้านทุกเมื่อ ทว่าสิ่งที่ขาดไปคือคนทำอาหาร เพราะในตอนนี้ทุกคนยังทำได้ไม่ดีนัก
"ดาต้า เอาขึ้นได้เลย สีแบบนี้โอเคแล้ว"
ในตอนนี้คิรินได้สอนให้ผู้ช่วยทั้งสองของตัวเองทอดผักและเนื้อสัตว์ต่างๆ อยู่ โดยขั้นตอนพวกนี้หากไม่กำหนดไฟในการใช้ดีๆ อาจจะทำให้รสชาติเสียเลยก็ได้
"ไดรฟ์ จัดจานได้เลย" ว่าแล้วจานใบสวยก็ถูกหยิบขึ้นมา ใช้เวลาไม่นานไดรฟ์ก็จัดจานได้ตรงตามที่คิริน้าพอดี
"ไอแซค!! ทำแบบนั้นไม่ได้น้าาาา" เสียงอีกด้านหนึ่งของห้องดังขึ้นมา
"ทำแบบนี้ครีมจะออกมาไม่ดี ต้องตีไปทางเดียวกันค่อยๆ แบบนั้น โอเคเก่งมาก"
ฮิวโกได้สอนผู้ช่วยของตัวเองในการทำของหวาน ซึ่งของหวานจะต้องใช้ความละเอียด อีกทั้งยังต้องอาศัยความใจเย็นอีกด้วย ทำให้ค่อนข้างจะทุลักทุเลอยู่บ้าง แต่ก็ผ่านพ้นไปได้อยู่ดี
"ไหนๆ ฟรานซิสถึงไหนแล้ว" เมื่อเห็นว่าไอแซคทำได้ดีแล้วก็หันมาทางผู้ช่วยอีกคนหนึ่งที่กำลังรับหน้าที่ตกแต่งเค้กอยู่
ซึ่งฟรานซิสก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวัง เพราะการตกแต่งเป็ไปด้วยความสวยงาม อีกทั้งยังน่าทาน ในตอนนี้ผู้ช่วยทั้งสี่จัดจานก็เป็แล้ว และยังทำออกมาได้น่าทานอีกด้วย
"ทุกคนเก่งมากเลย ระยะเวลาแค่นี้ก็ทำได้ดีมากๆ แล้ว ต่อไปเราจะเริ่มจำสูตรแบบจริงจังกันแล้วนะ ไม่ต้องห่วงทำทุกวันจะชินมือไปเอง โดยหนึ่งวันเราจะต้องทำอาหารให้ครบทุกอย่างที่จะวางขายในร้านเป็ไง" คิรินบอกทำให้ทั้งสี่คนเริ่มหน้าซีดขึ้นมา
ก่อนหน้านี้ที่คิรินได้ให้ไปจำอุปกรณ์มาก็แทบกระอักเืกันอยู่แล้ว เพราะเพียงวันเดียวคิรินก็เรียกมาถามว่าสิ่งนี้คืออะไร แน่นอนว่าหากตอบไม่ได้คิรินจะให้ทำการคัดจำนวนสิบจบ และต้องเป็มือเขียนแต่ของที่ให้จำมันไม่ได้มีอย่างเดียวนี่สิ กว่าจะจำกันได้มือปวดแล้วปวดอีกจนแทบจะร้องไห้ แต่สิ่งตอบแทนก็คุ้ม เพราะมันทำให้ทุกคนจำกันได้อย่างรวดเร็ว
"ไม่ต้องห่วงรอบนี้ไม่ได้ให้ทุกคนคัด แต่จะให้ทำซ้ำๆ กันอยู่อย่างนั้น สักห้ารอบเป็ไง" สิ้นเสียงทำเอาผู้ช่วยคนเก่งเข่าทรุดกันไปเลย
"เป็ไงกันบ้าง แล้วทำไมไปนั่งกองกันอยู่แบบนั้นล่ะ" เสียงจากด้านหน้าประตูดังขึ้นพบว่าเป็วิลเลียมเข้ามาหานั่นเอง
"ไม่มีอะไรครับ แค่คิดแผนว่าจะฝึกให้ทำอาหารจริงจังขึ้นเท่านั่นเอง" ฮิวโกตอบ ทว่าวิลเลียมก็ส่งสายตามาให้ประมาณว่าสู้ๆ นะ ก่อนหน้านี้วิลเลียมได้รู้การฝึกมาบ้างแล้ว ต้องบอกว่าโหดแต่ก็คุ้มค่าเพราะมันสามารถทำให้คนที่ไม่เป็อะไรเลยเรียนรู้และทำความเข้าใจได้รวดเร็ว ทำให้วิลเลียมแอบลอกเลียนแบบเพื่อเอาไปใช้ในธุรกิจบ้าง
"แล้วคุณมาที่นี่ มีอะไรหรือเปล่าครับ" คิรินเอ่ยถาม
"วันเปิดร้าน นายจะให้ใครมาบ้าง" วิลเลียมถามออกมา
"ผมคิดไว้ก็น่าจะเป็คนที่รู้จัก อย่างเช่นคุณเจน่าที่ผมเคยไปทำอาหารให้ในวันแต่งงาน และก็อีกคนก็น่าจะเป็เซริว ผมรู้จักคนไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่" คิรินเอ่ยพร้อมกับทำท่าคิดไปด้วย
ั้แ่มาที่นี่คิรินก็ไม่ค่อยได้ออกไปไหนมากนัก ทำให้ไม่ค่อยได้รู้จักกับใครเป็การส่วนตัว ที่พอจะรู้จักก็มีอยู่ไม่กี่คน ทำให้งานเปิดร้านอาจจะเงียบเหงาอยู่สักหน่อย แต่ก็ยังดีที่มีพวกพี่ๆ ในค่ายของวิลเลียมทำให้คิรินเริ่มเข้าสังคมบ้างแล้ว
"เอางี้ลองเชิญพวกกลุ่มนักธุรกิจใหญ่ๆ มาดูไหม ถ้าจำไม่ผิดร้านของเธอจะมีห้องส่วนตัวด้วยใช่ไหม ไม่ลองหาลูกค้าจากตรงนี้ดูล่ะ" วิลเลียมเอ่ย จุดประสงค์ก็เพื่อตัวของคิรินเอง หากทำความรู้จักกับพวกนักธุรกิจไว้ ไม่แน่ว่าอนาคตอาจจะมีคนคอยหนุนดีๆ ก็ได้ ถึงตอนนี้อาจจะมีแล้วก็เถอะ
"แต่ผมไม่รู้จักใครเลยนี่สิ" คิรินเอ่ยโดยมีฮิวโกพยักหน้าให้การสนับสนุน ไม่ต้องถามถึงพี่น้องเพราะแต่ละคนก็เป็เด็กกำพร้ากันหมด
"เื่นั้นฉันจะจัดการให้ อย่างไรเสียเราก็ร่วมหุ้นส่วนกัน เื่นี้ไม่มีปัญหา" วิลเลียมพูด ทำให้คิรินและฮิวโกวางใจในส่วนนี้ไปได้
"ส่วนการเตรียมงาน เราจะเอาอาหารที่วางขายมาเป็ของว่างให้ โดยจัดเป็แบบบุปเฟ่เป็ไง ให้ทุกคนเลือกทานกันได้ตามใจชอบ" ฮิวโกเสนอ ซึ่งทุกคนก็เห็นด้วย
"อีกหนึ่งเดือนสินะ รู้สึกตื่นเต้นจัง" ไอแซคพูดขึ้น เพราะดูแล้วมันจะเป็งานใหญ่อีกงานหนึ่งเลย ไหนจะพวกนักธุรกิจใหญ่โต อีกทั้งในโลกออนไลน์เองก็จับตามองเช่นกัน
"อีกหนึ่งเดือนที่เราต้องฝึกฮือออ" แต่เหมือนเสียงอะไรสักอย่างจะฉุดให้ไอแซคที่กำลังดื่มด่ำกับฝันตกลงมาอย่างรวดเร็วและรุนแรง ทำให้น้ำตาไหลออกมาอยู่หน่อย
"พวกนายก็เวอร์เกินไป แต่เชื่อเถอะว่าหลังจากนี้นายจะเจออะไรที่หนักกว่าการฝึกแน่นอน" ฮิวโกพูด
อย่างไรเสียร้านอาหารของคิรินก็จะต้องเป็หนึ่งในดวงดาว หากจะมีคนเลียนแบบมันก็ไม่อร่อยเท่าแน่นอน อีกทั้งผู้คนก็จะต้องแห่กันมาแน่ๆ ดังนั้นมันจะต้องเป็อะไรที่หนักหนามากกว่าการฝึก
"จริงด้วย เอาไว้ค่อยไปเหนื่อยตอนนั้นดีกว่า" ไอแซคพูด ทำให้ทุกคนหัวเราะออกมา
"ว่าแต่คิรินนายเซริวคนนั้นไม่ทักมาคุยด้วยเลยหรือ" ฮิวโกพูด ทำเอาวิลเลียมที่ยืนอยู่เงียบก็รู้สึกสนใจอยู่บ้าง
"อะไรเล่า เซริวก็มีงานของเขาหรือเปล่า จะให้มาคุยกับฉันมันก็ไม่ใช่เื่" คิรินพูดก่อนจะหันหน้าหนี
"เดี๋ยวๆ มีอะไรที่ฉันไม่รู้อยู่ไหม" วิลเลียมที่เห็นปฏิกิริยาของคิรินก็สนใจจนต้องเอ่ยถามออกมา ในฐานะที่เซริวก็เป็ลูกศิษย์ที่วิลเลียมสอนมาเองกับมือ อีกทั้งคิรินก็เป็ผู้ร่วมหุ้นและวิลเลียมก็ให้ความเอ็นดูเหมือนลูกหลาน ทำเอาเื่นี้มันน่าสนใจไม่น้อย
"ก็คิรินของเรามีหนุ่มๆ มาตามติดน่ะสิ นายอาจจะแอบคุยแต่บังเอิญว่าฉันตาไวฮิฮิ" ฮิวโกพูดออกมา
"ก็คุยกันเื่ทั่วไปไง" คิรินเถียงออกมา
"ทั่วไปแบบว่า ฝันดีนะครับ อุ๊ยเขินจัง" ฮิวโกยังคงแซวต่อไปทำให้คิรินที่กำลังเขินจัดอยากจะรีบหนีไปจากตรงนี้เสียให้ได้
"ดูเหมือนว่าเซริวจะถูกส่งไปดาวข้างๆ น่ะแต่อีกไม่นานก็น่าจะกลับมา ไม่ต้องคิดถึงไปหรอกทำใจให้สบายเถอะ เซริวมันเก่งอยู่แล้ว" วิลเลียมพูด เพียงเท่านี้คิรินก็หน้าแดงไปมากกว่าเดิม เพราะไม่คิดว่าตนจะโดนแซวมากถึงเพียงนี้
"ไม่ได้คิดถึงสักหน่อย"
"ใช่หรือเปล่า แต่ฉันเห็นนะว่าจ้องแชทของเซริวตลอดเวลาที่ว่างเลยน่ะ"
"ไม่ใช่สักหน่อย นายตาฝาดแล้ว ใช่สิตอนนี้ไม่ใช้เวลามาพูดเล่นนะต้องฝึกผู้ช่วยสิ"
"ไม่เป็ไรพวกผมไม่รีบ เอาเป็ว่าคุณคิรินกับคุณเซริวระดับไหนแล้วหรอครับ" ไอแซคเอ่ยบ้าง
ในตอนนี้เองห้องครัวก็ตกอยู่ในสถาณการณ์ขบขัน เนื่องจากคิรินแสดงท่าทีเขินอายออกมาได้น่าแกล้งไม่น้อย ทำให้ทุกคนรวมหัวกันกลั่นแกล้งคิริน จะหนีก็หนีไม่ได้ ทำให้ต้องก้มหน้ารับคำแซวอย่างช่วยไม่ได้ วิลเลียมที่มองดูอยู่ก็ยกยิ้มอย่างเอ็นดู ก่อนที่หน้าของเซริวจะโผล่เข้ามาในความทรงจำ รอยยิ้มนั้นก็หายไป
"สวัสดีเป็ไงบ้าง" เสียงของเจโรมดังขึ้น ทำให้เซริวที่กำลังนอนหมดอาลัยอยู่รีบเด้งตัวขึ้นมา ก่อนจะทำหน้านึกว่าครบสองเดือนแล้วหรอ
"ทำหน้าหมางง ฉันลดเวลาให้หรอกเห็นว่าตอนนี้มีคนใกล้จะตายแล้ว"
"สรุปนายมาพากลับหรือมาหาเื่ ถ้าจะมาหาเื่ก็กลับไปเลย เสียเวลาคิดถึงคิรินหมด" เซริวพูดก่อนจะหันหน้าหนี
"ไหนๆ ก็อยู่กันสองคนแล้ว ฉันถามอะไรหน่อยได้ไหม" เจโรมถามออกมอย่างจริงจัง
"อะไรจะสารภาพรักหรือ ไม่เอานะฉันขนลุกจริงๆ ด้วย" เซริวยังคงพูดติดตลก
"นายอยากตายหรือ"
"ฮ่าฮ่าล้อเล่นจะถามอะไรล่ะ"
"นายชอบคิรินั้แ่เมื่อไหร่" คำถามนี้ทำเอาเซริวถึงกับชะงักอยู่นิดหน่อย ก่อนจะกลับมาเป็ปกติ
"ไม่รู้สิแต่ครั้งแรกที่ฉันเจอมันทำให้ละสายตาจากคิรินไม่ได้จริงๆ คิรินเป็คนที่ไม่ได้โดดเด่นมากขนาดนั้นแต่กลับน่ามองและดึงดูดอย่างไม่รู้ตัว เวลายิ้มมันเหมือนมีอะไรมาเติมเต็มให้ฉัน รู้ตัวอีกทีฉันก็ไม่อยากให้คิรินหายไปจากสายตาแล้ว" เซริวพูดความในใจออกมา ทำให้เจโรมที่ฟังต้องทำหน้าแหยไม่ได้ เพราะมันเลี่ยนจริงๆ
"ทำหน้าอะไรของนาย นายเป็คนถามเองนะ" เซริวบ่นออกมาเมื่อเห็นว่าเพื่อนสนิททำหน้าแบบไหน
"แล้วนายจริงจังใช่ไหม" เจโรมถามอีกครั้ง
"จริงจังสิ ไม่ต้องห่วงฉันรู้ว่านายกังวลอะไร เื่แบบนั้นจะไม่เกิดขึ้นอีก เพราะเขากลับมาหาฉันแล้ว" เซริงพูด ทำให้เจโรมทำหน้าสงสัยขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
"อะไรคือกลับมาแล้ว ขอความกระจ่างด้วย" เจโรมถาม
"เอาน่าๆ ไว้ถึงเวลาจะเล่าให้ฟัง แต่นายไม่ต้องห่วงว่าจะเกิดเหตุการณ์เดิมขึ้น เพราะมันจะไม่มีทางเกิดอีก ทำใจให้สงบเถอะ" เซริวพูดก่อนที่จะตบบ่าเพื่อนและเดินออกไป
"เดี๋ยวนายจะไปไหน กลับมานี้เลยนะไอ้ลูกหมา ฉันไม่ได้บอกว่าจะมารับสักหน่อย" เจโรมรีบวิ่งไปขึ้นยานทันทีเมื่อเห็นว่าเซริวติดเครื่องแล้ว
"ไม่รู้ล่ะฉันจะกลับแล้ว จะรีบไปหาคิริน รู้ไหมว่าฉันรอมานานพอแล้ว ไม่รีบขึ้นมาจะทิ้งแล้วนะ" เซริวพูด ทำให้เจโรมต้องรีบขึ้นไป เพราะเซริวตั้งใจจะไปจริงๆ หากช้ากว่านี้ไม่แน่ว่าอาจเป็เจโรมเองที่โดยทิ้งไว้ที่นี่
มาแล้วๆ บทพี่จะมาแล้ว5555
#ครัวของคิริน