"ที่รัก กลับมาเเล้วหรอครับลูก" เ้าสัวอภิรัตน์ พูดกับลูกชายหัวเเก้วหัวเเหวนของตัวเอง หลังจากเห็นเ้าตัวเดินเข้ามากลางบ้าน
รักก้มมองดูเวลาบนนาฬิกาข้อมือของตนเอง เเล้วทำหน้าเครียด ก่อนที่จะหันไปตอบป๊าตัวเอง "ครับป๊า ผมกลับมาทันกินข้าวอยู่ใช่ไหม? วันนี้เลิกติวช้าไปนิดหน่อยครับ"
"โธ่ ไอเราก็เห็นทำหน้าเครียดนึกว่าวันนี้มีเื่อะไร ป๊าเองก็นั่งคุยงานอยู่พักหนึ่ง เพิ่งจะวางสายเลขาไปเมื่อกี้ ที่รักก็กลับมาพอดีเลย เหมือนรู้เวลาเลยนะเรา" เ้าสัวพูดไปยิ้มไปเดินเข้าไปลูบหัวที่รักอย่างอ่อนโยนด้วยความเอ็นดู
“ที่รัก” ที่เ้าสัวเรียกก็คือ คุณหนูรัก หรือ รักษ์ มหชัยศิลป์ ลูกชายคนเดียวของเ้าสัวอภิรัตน์ มหชัยศิลป์ ตอนนี้ครอบครัวนี้เหลือกันเเค่สองพ่อลูก เเม่ของรักป่วยเเล้วเสียชีวิตไปตั้งเเต่รักยังเด็กๆ ทำให้รักเป็เหมือนของขวัญที่เเม่ของเขาทิ้งไว้ให้กับเ้าสัว เ้าสัวทั้งรักทั้งทะนุถนอมรัก ให้ความรักกับรักอย่างเต็มที่ ให้สมกับชื่อที่เเม่ของเขาตั้งให้ “รักษ์” มาจากคำว่ารักษา เเละยังมีอีกความหมายว่า ดูเเล เเถมชื่อเล่นยังเป็ "รัก" เเต่เ้าสัวชอบเรียกลูกชายคนนี้ว่า "ที่รัก" เพราะเขานั้นคลั่งรักลูกตัวเองมากขั้นที่ใครๆก็คิดไม่ถึงเลยเเหละ ตั้งเเต่รักเกิดมา เ้าสัวก็เห็นดีเห็นงามกับชื่อที่เเม่เขาตั้งให้ เเถมยังพูดด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มว่าตนเองจะเรียกลูกชายคนนี้ว่า "ที่รัก" “ที่รักของป๊า”
เเม้ว่าเ้าสัวจะมีธุรกิจมากมาย เเต่ทุกวันเ้าสัวจะกลับมากินข้าวพร้อมที่รักเสมอ ถ้าตอนไหนที่เขาไม่อยู่ หรือกลับมาไม่ทันก็จะบอกที่รักก่อนเสมอ เขาไม่อยากให้การที่ รักไม่มีเเม่เป็ปมด้อย ทุกๆตารางงานของเขาจะเว้นไว้ให้ลูกด้วยเสมอ ทำให้สองพ่อลูกสนิทกันมากๆ สามารถคุยกันได้ทุกเื่เลยทีเดียว ประหนึ่งว่าโลกนี้มีกันอยู่สองคนพ่อลูก
"เป็ไงเรา วันนี้ติวเป็ไงบ้าง"
"ก็โอเคครับป๊า เเต่ก็ไม่รู้ว่าตอนไปสอบจริงๆจะทำได้เหมือนตอนติวไหม"
"ไม่เป็ไรหน่า เอาเท่าที่ตัวเองไหว ที่รักจะเรียนที่ไหนก็ได้ป๊าไม่ว่าหรอก เเต่ขอเอาที่หนูอยากเรียน เรียนอะไรก็ได้ที่หนูชอบ ที่หนูสบายใจด้วย ป๊าขอเเค่นี้ ที่รักจะได้เรียนอย่างมีความสุขไง ป๊าว่าเเบบนี้ดีออก"
"เเต่ว่าป๊า....คนอื่น..." รักทำหน้าเศร้าลง ในหัวคิดไปถึงคำพูดมากมายที่ป๊าตัวเองต้องโดนซุบซิบนินทาอย่างเเน่นอน ถือว่าป๊ามีหน้ามีตาเป็ที่รู้จักพอสมควร รักจึงกดดันตัวเองเพื่อให้สมกับตำเเหน่งที่ใครต่อใครก็ไม่รู้ได้วางเอาไว้ ถึงเเม้ว่าคนเ่าั้รักไม่เคยรู้จักเลยก็ตาม
ตอนเด็กๆเคยมีเหตุการณ์เเนวนี้มาเเล้วครั้งหนึ่ง ่ที่รักอายุได้ไม่ถึง10ขวบ ด้วยความที่ตอนเด็กๆรักขี้อายมาก จะพูดคุยเเค่กลับคนที่รู้จักจริงๆ เเต่วันนั้นป๊าพารักไปงานเลี้ยง ซึ่งในงานมีเเต่ชาวต่างชาติเป็ส่วนใหญ่ ทุกคนจึงต่างคุยเป็ภาษาอังกฤษ ถึงไม่ได้เป็งานใหญ่ระดับประเทศ เเต่ก็มีเด็กวัยเดียวกับรักมากมาย เด็กเ่าั้ล้วนเป็ทายาทผู้มีอำนาจทั้งนั้น ขณะที่เ้าสัวเข้าไปทักทายผู้ใหญ่ รักที่อยู่ข้างๆเ้าสัวก็ได้เเต่สงบเงียบ ไม่ได้พูดจาอะไร เเค่เดินตามป๊าตัวเองไปตลอดทางเเค่นั้น เเล้วก็มีเด็กกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาชวนรักไปเล่นโซนที่จัดไว้ให้เด็กๆเหล่าทายาททั้งหลายเเหล่ รักโดนจูงห่างออกจากป๊าตัวเองไป เเต่ก็ยังพอมองเห็นป๊าตัวเองอยู่
“เฮ้ นายมาเล่นกับพวกเราสิ” มีเด็กหน้าตาออกลูกครึ่งเอื้อมมือมาจับเเขนรัก เเล้วออกเเรงดึงเพื่อจะพาไปที่อื่น เด็กคนนั้นพูดอยู่หลายครั้ง จนเด็กคนอื่นก็เข้ามาชวนด้วยภาษาอังกฤษเช่นกัน เเต่รักก็ยังคงไม่ตอบอะไรกลับไป ทำให้เด็กคนนี้คิดว่ารักไม่รู้ภาษาอังกฤษ ต้องฟังที่พวกเขาพูดไม่ออกเเน่ๆ เลยเเซวรักออกมา เสียงค่อนข้างดัง
“ไม่อยากจะเชื่อเลย นี่นายฟังที่พวกเราพูดไม่ออกหรอเนี่ย ฮ่าฮ่าฮ่า ดูหน้าก็น่าจะฉลาดนี่นา" เด็กคนนี้พูดเสียงดัง พร้อมหัวเราะเยาะ พอคนหนึ่งหัวเราะเยาะเด็กคนที่เหลือก็หัวเราะตาม จนเเขกผู้ใหญ่ในงานหันมามองกันหมดว่าเกิดอะไรขึ้นกับเด็กพวกนี้
“นี่นาย หรือว่าเป็ใบ้หูหนวก ไม่ได้ยินที่พวกเราพูดกัน นี่มันหนักกว่าที่ฟังภาษาอังกฤษไม่ออกอีกนะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เด็กทุกคนยังคงหัวเราะอย่างต่อเนื่องไม่หยุด เ้าสัวที่ยืนคุยกับผู้ใหญ่คนอื่นอยู่ไม่ไกลจากตรงนั้น เห็นเหตุการณ์ก็รีบขอตัวออกมา ดูลูกชายตัวเอง ได้เเต่คิดในใจว่าเด็กพวกนี้มันลูกเต้าเหล่าใครกัน ถึงมารังแกที่รักได้ เด็กพวกนี้มันต้องเจอดีเเน่
“เด็กพวก….."เ้าสัวกำลังจะอ้าปากด่าเด็กพวกนี้ โดยไม่สนว่าจะเป็ลูกใครทั้งนั้น เเต่รักจับมือเ้าสัว ไม่อยากสร้างความเดือดร้อนให้ป๊าตัวเอง จึงเรียกเ้าสัวไว้ “ป๊าครับ" รักจ้องไปที่เ้าสัวพร้อมส่ายหน้าเล็กน้อยเป็เชิงปลามว่าอย่าไปสนใจเด็กพวกนี้เลย
เ้าสัวที่ได้รับสัญญาณนี้จึง หันกลับมาหาลูกชายตัวเอง เเล้วบอกว่าอยากกลับบ้านเเล้ว ถามลูกชายตัวเองว่าง่วงเเล้วหรือยัง ระหว่างทางกลับจะเเวะกินอะไรก่อนไหม โดยที่บทสนทนาทั้งหมดเป็ภาษาอังกฤษ ส่วนรักก็ตอบกลับไปเป็ภาษาอังกฤษเช่นกัน โดยที่ไม่ได้หันกลับมามอง หรือสนใจเด็กที่อยู่ข้างหลังพวกนี้อีกเลย
พวกเด็กๆ ที่เื่ราวไม่ได้เป็อย่างที่คิดก็หมดสนุก เเยกย้ายกันกลับไปหา พ่อเเม่ตัวเองเพราะทนดูสายตาหลายๆคนที่จ้องมาไม่ได้ ถึงเเม้ว่าสุดท้ายเเล้วจากตอนเเรกที่คนต้องพูดว่าลูกชายเ้าสัวไร้ความสามารถ กลายเป็ลูกชายเ้าสัวเเสนเย่อหยิ่งก็ตาม เเต่เื่นี้กลับจำฝังใจ ดวงตาเ่าั้ที่มองมาทางป๊าตัวเองในตอนเเรกด้วยความดูถูก ภาพนี้มันยังคงอยู่ในความทรงจำของรักมาจนถึงปัจจุบันนี้ ทำให้หลังจากวันนั้น รักจะทำอะไรก็จะเเคร์คนอื่น เเคร์จนไม่เป็ตัวของตัวเอง ซึ่งเ้าสัวเองก็ทราบเื่นี้ดี เื่นี้ทำให้รักกลายเป็เด็กขาดความมั่นใจในตัวเองไปเลย
"หยุดเลย ป๊ารู้ เราจะไปกลัวทำไมเสียงนกเสียงกา ป๊าภูมิใจที่มีที่รักเสมอ ที่รักของป๊าไม่ต้องเก่งทุกเื่ก็ได้ เเค่เราเป็เราอย่างทุกวันนี้โดยที่ไม่ได้เดือดร้อนใครก็พอ คนเรามีความถนัดต่างกันก็ไม่เห็นจะเเปลก อย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใครเลยที่รัก ป๊าเเค่อยากให้หนูมีความสุขในการใช้ชีวิต จำไว้นะลูก ที่รัก คือที่รักของป๊าเสมอ วันนี้ป๊าเองก็รักตัวเองดูเเลสุขภาพตัวเองตามที่รักขอ รักเองก็ทำเพื่อตัวเองบ้าง ทำสิ่งที่ที่อยากทำ อันนี้ป๊าขอถือว่าเราเเลกกันขอ โอเคไหม ดีลเนอะ" เ้าสัวตอบเอง ดีลเองเสร็จสรรพ
"ครับป๊า เเต่รักขอลองพยายามด้วยตัวเองก่อน รักจะทำให้ถึงที่สุด ไม่ว่าผลจะออกมาเป็ยังไง รักจะไม่เสียใจเลยถ้าสอบไม่ติด เเต่จะเสียใจมากถ้าไม่ได้ทำให้ถึงที่สุด"
"โอเคครับ เราก็อย่ากดดันตัวเองมากนะครับที่รัก" พอเ้าสัวพูดเเบบนี้รักก็โผลเข้ามากอดเ้าสัวเเน่นๆ เ้าสัวยกมือขึ้นมากอดกลับ ลูบหลังลูกชายอย่างอ่อนโยน
"ครับป๊า รัก รักป๊านะครับ"
“ป๊าก็รักที่รักเหมือนกัน จุ๊บ” เ้าสัวบอกรักเสร็จก็ก้มไปหอมหัวลูกชาย
ตอนนี้ที่รักใกล้จะจบม.6เเล้ว กำลังอยู่ใน่สอบเข้ามหาลัย ซึ่งคณะที่รักเลือกอันดับหนึ่งคือคณะบริหารธุรกิจนั่นเอง รักอยากจบออกมา เเล้วมาช่วยป๊าเื่ธุรกิจที่บ้าน ถึงเเม้ว่าป๊าจะบอกว่าไม่เป็ไรก็ตามให้ทำตามที่อยากทำได้เลย เเต่ที่รักก็อยากจะเเบ่งเบาภาระให้ป๊าบ้าง
ที่ผ่านมารักรู้ว่าป๊า รักตัวเองมาก รักไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองขาดอะไรเลย เ้าสัวเติมเต็มให้รักทุกอย่าง เป็ทั้งพ่อ เป็ทั้งเพื่อ เป็ทั้งครูในทุกๆเื่ ในชีวิตของรักเเทบจะไม่เคยมีความทุกข์เลยด้วยซ้ำเวลาที่ได้อยู่กับเ้าสัว เขาเติบโตมาด้วยความพร้อม เริ่มเเรกเดิมทีที่บ้านของรักก็ไม่ได้ร่ำรวยขนาดนี้ ตั้งเเต่มีรักธุรกิจของเ้าสัวก็ขยายใหญ่ขึ้นไปเรื่อยๆ มีเเต่เื่ดีๆเข้ามา เ้าสัวคิดอย่างนั้นเสมอมา ว่าเขาโชคดีจริงๆที่มีลูกชายคนนี้ ที่รักคือสมบัติล้ำค่าที่สุดของเขาเลย