ลงให้อ่านทุกวัน เวลา 20:00 น. เป็ต้นไป [ส่วน eBook มาวันที่ 28/08/68 ราคาเบา ๆ เพียง 89฿ เก็บเงินรอได้เลยนะคะ]
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
บทที่ 7
แสงแดดยามเช้าที่ส่องลอดผ่านมู่ลี่เข้ามาในออฟฟิศปลุกอลินให้ตื่นจากนิทรา หญิงสาวขยับตัวด้วยความเมื่อยขบหลังจากที่เผลอฟุบหลับไปบนโต๊ะทำงานทั้งคืน ความทรงจำสุดท้ายของเธอคือตัวเลขในไฟล์เอกสารที่พร่าเลือน...
ทว่า...มีบางอย่างผิดปกติ
เธอรู้สึกถึงน้ำหนักและความอบอุ่นที่ไม่คุ้นเคยบนแผ่นหลังและหัวไหล่ของเธอ อลินขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ หันไปมอง และสิ่งที่เธอเห็นก็ทำให้ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง
เสื้อสูทสีเข้ม...เสื้อสูทของเธียร...กำลังคลุมอยู่บนร่างของเธอ
กลิ่นโคโลญจน์จาง ๆ อันเป็เอกลักษณ์ของเขาลอยมาแตะจมูก ยืนยันว่านี่ไม่ใช่เื่ที่เธอคิดไปเอง หัวใจของอลินเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่อยู่ สมองของเธอขาวโพลนไปชั่วขณะ
‘ทำไม? ...เขาทำแบบนี้ทำไม?’
คำถามมากมายผุดขึ้นในหัวของเธอ นี่คือการแสดงความเป็ห่วง? หรือเป็เพียงความสงสาร? หรือมันเป็แผนการใหม่ของเขาที่จะทำให้เธอสับสนและเ็ปอีกครั้ง? กำแพงที่เธอพยายามสร้างมาอย่างดีตลอดสามปี...กำลังปรากฏรอยร้าวอย่างรุนแรงจากการกระทำเพียงครั้งเดียวของเขา
อลินรีบลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว สลัดเสื้อสูทของเขาออกจากตัวราวกับมันเป็ของร้อน เธอยืนมองมันที่พาดอยู่บนพนักเก้าอี้ด้วยความรู้สึกที่สับสนและปั่นป่วนอย่างที่สุด
ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากหน้าห้อง เธียรเดินเข้ามาในออฟฟิศด้วยท่าทีปกติ แต่เมื่อสายตาของเขาสบเข้ากับเธอ บรรยากาศก็เปลี่ยนเป็ความประหม่าและอึดอัดขึ้นมาทันที
“ตื่นแล้วเหรอ” เขาเป็ฝ่ายทักทายก่อน “เมื่อคืนคุณหลับไป...ผมเลยไม่ได้ปลุก”
“ขะ...ขอบคุณค่ะ” อลินตอบเสียงตะกุกตะกัก เธอไม่กล้าสบตาเขาตรง ๆ
“กาแฟไหม? ผมกำลังจะลงไปซื้อพอดี” เขาเอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะให้เป็ธรรมชาติที่สุด ซึ่งมันเป็สิ่งที่เขาไม่เคยทำมาก่อนเลยตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
“ไม่...ไม่เป็ไรค่ะ ขอบคุณ” เธอปฏิเสธอย่างรวดเร็ว ความใจดีที่ไม่คุ้นเคยของเขามันน่ากลัวเกินไปสำหรับเธอในตอนนี้
เธียรพยักหน้ารับเบา ๆ ไม่ได้เซ้าซี้อะไรต่อ เขาสังเกตเห็นเสื้อสูทของตัวเองที่วางอยู่บนเก้าอี้ แต่ก็ไม่ได้พูดถึงมัน ปล่อยให้ความเงียบที่น่าอึดอัดทำงานของมันต่อไป
ตลอดทั้งเช้าวันนั้น บรรยากาศระหว่างพวกเขาทั้งสองเต็มไปด้วยความแปลกประหลาด ต่างคนต่างทำงานของตัวเองไป แต่ก็รับรู้ได้ถึงการมีอยู่ของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน อลินพยายามตอกย้ำตัวเองในใจซ้ำ ๆ ว่าอย่าเผลอไผล อย่าเชื่อใจเขาอีกเป็อันขาด เธอเจ็บมามากพอแล้ว...
ใน่บ่าย หลังจากที่เธอแอบนำเสื้อสูทของเขาไปให้ร้านซักรีดด่วนจัดการจนเรียบร้อย เธอก็รวบรวมความกล้าทั้งหมด เดินถือถุงใส่สูทที่สะอาดเอี่ยมไปยังโต๊ะทำงานของเขา
“คุณเธียรคะ”
เขาเงยหน้าจากจอแล็ปท็อปขึ้นมามองเธอ
“นี่ค่ะ...เสื้อสูทของคุณ ขอบคุณ...สำหรับเมื่อคืนนะคะ” เธอพูดด้วยเสียงที่แ่เบาราวกับกระซิบ พลางยื่นถุงให้เขา
เธียรเอื้อมมือมารับถุงนั้น...และในจังหวะนั้นเอง...ปลายนิ้วของพวกเขาก็ัักันโดยบังเอิญ
เหมือนมีกระแสไฟฟ้าอ่อน ๆ วิ่งผ่านร่างของคนทั้งสอง อลินรีบชักมือกลับทันทีราวกับถูกไฟช็อต หัวใจของเธอเต้นโครมครามจนแทบจะหลุดออกมานอกอก เธียรเองก็มีท่าทีใไม่ต่างกัน เขารีบดึงมือกลับและเบือนหน้าไปทางอื่น
“อะ...เอ่อ...ไม่เป็ไร” เขาตอบเสียงแห้ง ๆ
อลินไม่รอช้า เธอรีบหมุนตัวเดินกลับไปยังโต๊ะทำงานของตัวเองทันที เธอรู้สึกเหมือนกำแพงในใจของเธอกำลังจะทลายลงมาจริง ๆ แล้ว
หลายวันต่อมา...ความสัมพันธ์ของพวกเขายังคงอยู่ในสภาวะที่น่าอึดอัด เธียรพยายามทำดีกับเธออย่างสม่ำเสมอ ทั้งซื้อกาแฟมาให้ในตอนเช้า รอเพื่อที่จะได้กลับบ้านพร้อมกัน หรือแม้แต่เอ่ยชมเื่งานของเธอต่อหน้าคนอื่น ซึ่งการกระทำทั้งหมดนี้ยิ่งทำให้อลินสับสนและใจอ่อนลงทุกที
จนกระทั่งบ่ายวันหนึ่ง ขณะที่ทั้งสองกำลังนั่งคุยเื่งานกันอยู่ในห้องทำงานของเธียรตามลำพัง เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้น
เธียรหยิบขึ้นมาดูชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ...Mintra...แล้วสีหน้าของเขาก็เรียบตึงขึ้นมาทันที
เขารับสาย...โดยไม่ได้ลุกออกไปคุยที่อื่น
อลินที่นั่งอยู่ตรงข้ามพยายามทำเป็ไม่สนใจ เธอแสร้งก้มหน้าลงมองเอกสารในมือ แต่ในใจกลับเงี่ยหูฟังทุกถ้อยคำอย่างจดจ่อ
[Thian Talking]
✆ : “ครับมิน...มีอะไร”
น้ำเสียงของเขาเรียบเฉยและห่างเหิน...แตกต่างจากน้ำเสียงของคนรักเก่าที่เคยคุยกันอย่างสิ้นเชิง
[Thian Talking]
✆ : “ผมทำงานอยู่...ตอนนี้ไม่สะดวกคุย”
อลินเผลอกำปากกาในมือแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ปลายปากกาของเธอหยุดนิ่งค้างอยู่บนหน้ากระดาษ
[Thian Talking]
✆ : “ไม่มีอะไรสำคัญใช่ไหม...ถ้าอย่างนั้นแค่นี้นะครับ”
เขาตัดบทอย่างรวดเร็วแล้วกดวางสายไปทันที โดยไม่ได้รอให้ปลายสายได้พูดอะไรต่อด้วยซ้ำ
หลังจากวางสาย เธียรก็ไม่ได้อธิบายหรือพูดถึงเื่นั้นแม้แต่น้อย เขาหันกลับมาคุยเื่งานต่อทันทีราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“เมื่อกี้เราพูดถึงไหนกันแล้วนะ...อ้อ เื่งบประมาณของแคมเปญใหม่ใช่ไหม”
ท่าทีของเขายิ่งทำให้อลินสับสนเข้าไปใหญ่ การที่เขาแสดงออกอย่างชัดเจนว่าตัดขาดจากมินตราแล้ว มันควรจะเป็เื่ดีไม่ใช่เหรอ? แต่มันกลับปลูกฝังความหวังเล็ก ๆ ...ความหวังที่อันตราย...ขึ้นมาในใจของเธอ
‘เขาอาจจะเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ ก็ได้’ ความคิดนั้นแวบเข้ามา แต่เธอก็รีบสลัดมันทิ้งไป ‘อย่าโง่น่าอลิน...อย่าหลงเชื่อเขาง่าย ๆ อีก’
เธอรู้ดีว่าเธอต้องทำอะไรบางอย่าง...เธอต้องทดสอบเขา...เพื่อที่จะได้รู้ความจริงในใจของเขาให้แน่ชัด
เย็นวันนั้น...ในรถที่กำลังมุ่งหน้ากลับบ้าน อลินตัดสินใจที่จะเป็ฝ่ายรุกทางความรู้สึกดูบ้าง
“พอดีว่าเย็นนี้ดิฉันอาจจะกลับดึกหน่อยนะคะ” เธอพูดขึ้นทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะให้เป็ปกติที่สุด
“ทำไมล่ะ มีประชุมด่วนเหรอ” เธียรถามโดยที่สายตายังคงมองไปข้างหน้า
“เปล่าค่ะ...พอดีว่าดิฉันมีนัดคุยเื่โปรเจกต์ใหม่กับ คุณภัทร์ น่ะค่ะ เขาเป็หุ้นส่วนทางธุรกิจที่สำคัญคนหนึ่ง” เธอจงใจเน้นคำว่า สำคัญ และเอ่ยชื่อของผู้ชายคนอื่นออกมา
ทันใดนั้น...บรรยากาศในรถก็เปลี่ยนไปทันที
เธียรไม่ได้พูดอะไร แต่เธอสังเกตเห็นว่ามือหนาของเขาที่จับพวงมาลัยอยู่กำแน่นขึ้นจนเส้นเืปูดโปน สันกรามของเขาขบเข้าหากันแน่น
“จำเป็ต้องไปคุยกันตอนค่ำด้วยเหรอ” ในที่สุดเขาก็ถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด “เื่งาน...ทำไมไม่คุยกันที่ออฟฟิศ”
อลินซ่อนรอยยิ้มแห่งชัยชนะไว้ในใจ เธอได้คำตอบที่เธอ้าแล้ว
“พอดีว่าคุณภัทร์เขาไม่สะดวก่กลางวันน่ะค่ะ” เธอตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่ดูไร้เดียงสาที่สุด “เห็นว่าเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศเหมือนกัน...เลยอยากจะนัดทานข้าวไปด้วยเลย”
“คุณภัทร์...” เธียรทวนชื่อนั้นเสียงต่ำในลำคอ “...เป็ใคร มาจากไหน ทำไมผมไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน”
“เขาเป็เพื่อนเก่าของดิฉันเองค่ะ พอดีว่าตอนนี้เขาเปิดบริษัทที่ปรึกษา เลยอยากจะลองหาลู่ทางทำธุรกิจร่วมกันดู”
“เพื่อนเก่า?” เขายิ่งขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม “สนิทกันมากรึไง ถึงต้องไปทานข้าวกันสองต่อสองตอนกลางคืน”
ปฏิกิริยาของเขา...มันชัดเจนเกินกว่าที่เธอคาดไว้เสียอีก ความหึงหวงที่ปิดไม่มิดนั่นคือคำยืนยันที่ดีที่สุดว่าเขามีความรู้สึกบางอย่างกับเธอจริง ๆ
ชัยชนะเล็ก ๆ ในครั้งนี้ทำให้หัวใจที่เคยเยียบเย็นของอลินกลับมาสั่นไหวอย่างรุนแรงอีกครั้ง แต่ในขณะเดียวกัน...มันก็มาพร้อมกับความกลัว...ความกลัวว่าเธอจะรับมือกับความรู้สึกของตัวเอง...และความรู้สึกของเขาที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นนี้...ต่อไปได้อย่างไร
กำแพงที่เคยมองไม่เห็น...บัดนี้มันได้มีรอยร้าวที่กว้างขึ้นจนเธอเองก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าจะสามารถซ่อมแซมมันได้อีกหรือไม่