“จะว่าไป...เวลาที่อาจารย์หน้าแดงเพราะเขินดูน่ารักกว่าเวลาที่โมโหอีกนะครับ” ทว่าคำพูดของเขากลับทำให้ฉันต้องหยุดเดินแล้วเลือกยืนขมวดคิ้วมองอีกฝ่ายแบบไม่เข้าใจแทน
ฉันไปเขินตอนไหน คนอย่างฉันเนี่ยนะหน้าแดง?
“จำไม่ได้เหรอครับ” เขาเอียงคอมองฉัน
“ก็เื่เมื่อเช้าตรงมุมนู้น” จากนั้นเขาก็ชี้ไปอีกทาง
“นี่นาย! อย่าบอกนะ” ฉันทำหน้าใพร้อมมองคนตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา เพราะเมื่อกี้เขาชี้ไปตรงมุมที่ฉันเคยนั่งในตอนเช้าก่อนเกิดเื่น่าอายนั้น
“แค่เด็กแย่งหนังสือกัน แต่ดันไปคิดว่าพวกเขา…โอ๊ย!”
“ยัยหลินเธอนะเธอ”
“ถ้ายัยพรีมอยู่ด้วยมีหวังโดนมันล้อหนักแน่”
“ผมยังจำได้อยู่เลย เก่งไหมครับอาจารย์” เขาพูดประโยคเมื่อเช้าของฉันออกมาแบบเป๊ะ ๆ ไม่มีผิดพลาดหรือแต่งเติมเข้าไปสักนิด
เก่ง! เก่งมาก! กรี๊ด!!!
เอาไงดี... หลินคิดสิ เธอจะจัดการเื่พวกนี้ยังไง แต่จะให้เดินกลับไปนั่งก็ไม่ได้อีก หรือจะชั่งมันดี ถ้าเขาอยากทำอะไรก็ปล่อยไป ใช่! ปล่อยไปนั่นแหละดีกว่าให้เขาเอามาใช้แบล็กเมล
“ผมไม่คิดเอาเื่นี้ไปพูดกับใครหรอกนะครับ” เขาพูดต่อเมื่อเห็นว่าฉันตั้งใจจะเดินออกไปตามที่คิดเอาไว้
“แล้วแต่เถอะ ต่อให้เอาไปพูดฉันก็ไม่สน” กรี๊ดยัยหลินนี่ปากแกเรอะ! เขาอุตส่าห์บอกว่าจะไม่เอาไปพูดแต่แกดันยังทำปากเก่งอีก โอ๊ยอยากตบปากตัวเองชะมัด!
“เพราะแบบนี้ผมถึงชอบอาจารย์สินะ” เขาหันมามองที่ฉัน แม้จะไม่ได้ยิ้มแบบที่คิด แต่ดูเหมือนสีหน้านี้มันค่อนข้างที่จะเดายากอยู่เหมือนกันว่าคนคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่กันแน่
“ฉันไม่ชอบตกเป็ข่าว หรือหัวข้อเื่ซุบซิบหรอกนะ มันน่ารำคาญน่ะ อีกอย่างฉันก็ไม่ได้ชอบนายด้วยหวังว่าจะเข้าใจกันนะ” ฉันยิ้มให้เขาพร้อมพูดประโยคปฏิเสธที่คิดว่าดีที่สุดให้คนตรงหน้าฟัง ส่วนเขาเหรอได้แต่มองฉันนิ่ง ๆ เท่านั้นแหละ
สงสัยอึ้งอยู่แหละสิ คงคิดว่าตัวเองจะไม่โดนปฏิเสธเหรอ
ฝันไปเถอะ! ก็ถ้าเขาไปบอกชอบกับคนอื่นเหตุการณ์พวกนี้คงไม่เกิดขึ้นหรอก
“แม้ผมจะไม่คิดเอาเื่คนอื่นไปพูดต่อ แต่ถ้าเป็เื่ตัวเอง...ยิ่งเกี่ยวกับความรู้สึกด้วยแล้ว ผมก็รับประกันไม่ได้ด้วยสิว่าจะไม่พูดมันอีก”
“นายอยากจะพูดอะไรกันแน่” ฉันหมวดคิ้วมองหน้าเขาอย่างไม่พอใจ ทั้งที่อุตส่าห์จะเดินออกไปแล้ว แต่หมอนี่กลับมาดักทางกันด้วยคำพูดกำกวมจนได้
“ผมเป็พวก...ยิ่งโดนปฏิเสธก็จะยิ่งมีความพยายามมากขึ้น อาจารย์คงไม่คิดว่าผมจะยอมแพ้เพราะโดนปฏิเสธแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวหรอกใช่ไหมครับ?” รอยยิ้มเ้าเล่ห์ปรากฏให้เห็นบนใบหน้าที่ฉันเคยคิดว่าหล่อจนกระทั่งวันนี้ฉันรู้แล้วว่าใบหน้านั้นมีไว้ใช้เพื่อหลอกคนอื่นมากกว่า
หมอนี่ไม่ใช่คนดีอย่างที่ใครเขาชมสักนิด!
“ที่จริงผมอยากให้อาจารย์นั่งอยู่ตรงนี้ต่อนะครับ แต่ก็เข้าใจว่าอาจารย์ไม่ชอบ และผมก็คงไปบังคับอาจารย์ไม่ได้ด้วย เพราะงั้นทำตามที่อาจารย์้าเถอะครับ” ถึงแม้คนพูดจะตีหน้าเศร้ามากแค่ไหน แต่จุดประสงค์ที่เขาตั้งใจพูดแบบนี้ออกมามันก็ยังคงชัดเจนเหมือนเดิมอยู่ดี
“แต่อยากให้รู้ไว้ว่า...ผมไม่คิดจะยอมแพ้เื่ที่จะบอกชอบอาจารย์อีกครั้งหรอกนะครับ”
ปึก!
“ฉันเกลียดนาย!” คำพูดรุนแรงถูกส่งออกมาพร้อมเสียงหนังสือกระทบกับโต๊ะดังขึ้นเสียงดัง
“สักวันผมจะทำให้อาจารย์พูดว่าชอบผมให้ได้นะครับ”
“…” ฉันมองใบหน้ายิ้มนั้นพร้อมกำมือแน่น
“ถึงผมจะพูดว่าอาจารย์น่ารักเวลาโมโหก็จริง แต่ถ้าโมโหบ่อย ๆ อย่างนี้มันไม่ดีต่อสุขภาพนะ”
“อย่าทำเกินตัว!” ฉันปัดมือของอีกฝ่ายออกอย่างแรงหลังเขาใช้ปลายนิ้วมาแตะลงตรงระหว่างคิ้วของฉันอย่างไร้มารยาท
“ขอโทษนะ เวลาผมอยู่ตรงหน้าคนที่ชอบผมมักจะคุมตัวเองไม่ได้เสมอ แต่ผมเป็ห่วงอาจารย์นะ เพราะงั้นอย่าโมโหบ่อยสิ” ฉันพยายามอ่านสีหน้าที่เขากำลังแสดงอยู่ในออก แต่มองยังไงก็อ่านไม่ออกอยู่ดี
“ถ้าเป็ห่วงกันจริงพูดออกมาสิว่าจะเลิกจีบฉัน และสัญญามาว่าเราสองคนจะพูดคุยกันแค่เื่เรียน แล้วฉันจะไม่โมโหให้เสียสุขภาพเลย”
“น่าเสียดายที่ผมคงจะรับปากเื่นี้ไม่ได้ แต่ผมก็พร้อมดูแลอาจารย์เสมอนะครับ” เขาอมยิ้มพร้อมมองหน้าฉันระหว่างที่พ่นคำบ้าบอนั้นออกมาเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไร
“ถามจริงเถอะ เราสองคนพึ่งเจอกัน แต่นายกลับมาบอกว่าชอบแล้วมันไม่เกินไปหน่อยเหรอ”
“ไม่รู้สิ มันเป็เื่ของความรู้สึกนี่นา”
“งั้น...ไหนลองบอกมาหน่อยว่าชอบฉันตรงไหน?”
“ถ้าอยากรู้ว่าชอบตรงไหน อาจารย์ก็ต้องตกลงคบกับผมก่อนสิ แล้วผมจะบอกทุกอย่างที่อาจารย์อยากรู้ให้ฟังทั้งหมดเลย” ระหว่างที่พูดคนตรงหน้าก็ใช้ปลายนิ้วเคาะลงบนโต๊ะไปด้วย
ตามหลักแล้วมันเป็ท่าทางของคนที่เหมือนกำลังรู้สึกกังวลอยู่ แต่สำหรับผู้ชายคนนี้ฉันคิดว่าไม่น่าใช่ เพราะสีหน้าของเขามันดูปกติเกินไป
“ถ้างั้นก็ไม่เป็ไร เพราะฉันก็ไม่ได้อยากรู้ขนาดนั้น” ว่าจบฉันก็กลับไปจดจ่อกับหนังสือตรงหน้าโดยไม่คิดสนใจเขาต่อ
โทน Talk
“…” ผมนั่งมองผู้หญิงตรงหน้ามาหลายนาทีแล้ว แต่กลับไม่รู้สึกถึงความน่าเบื่อเลย ทั้งที่ตัวเองก็เป็พวกไม่ชอบอยู่นิ่ง จนพ่อกับแม่เคยตั้งฉายาให้ผมว่าเป็ลูกลิงเชียวนะ
จะว่าไปนี่เป็ครั้งแรกเลยที่ผมพยายามทำอะไรที่มันดูไร้สาระขนาดนี้ และก็เป็ครั้งแรกด้วยที่ผมต้องมาตามจีบคนที่ดันเอาแต่ปฏิเสธตัวเองอย่างหนักแน่นแบบนี้
หรือเป็เพราะเธอเอาแต่ปฏิเสธนะ ผมถึงได้รู้สึกสนใจ และอยากทำให้เธอยอมตอบตกลงออกมาให้ได้
ทีแรกคิดแค่ว่าเธอสวยดี และก็ดูน่าสนใจเลยหยอดเล่นไปตามนิสัย เพราะสิ่งที่ผมทำ เธอก็ไม่ใช่คนแรกสักหน่อย แต่แค่เธอเป็คนแรกที่ปฏิเสธคำบอกชอบของผมนี่แหละ
มันเลยทำให้คิดว่าคนอย่างผมเนี่ยโดนปฏิเสธ ทั้งที่เวลาพูดว่าชอบใครเมื่อไรสิ่งที่ต้องเห็นหลังจากนั้นก็ต้องเป็ใบหน้าเขินอายสิ ไม่ใช่สีหน้าที่ดูเหมือนรำคาญกันอย่างนี้
“เลิกมองได้ไหมมันเสียสมาธิ” เธอเงยหน้าขึ้นพร้อมแสดงสีหน้าไม่ชอบใจกับการที่ผมเอาแต่นั่งมองเธอ
“ยากจัง แต่จะพยายามทำให้นะ” จะบอกว่าผมโรคจิตก็ได้นะ ผมยอมรับ เพราะยิ่งโดนคนตรงหน้าแสดงออกว่าไม่ชอบมากแค่ไหนหัวใจมันก็ดันเต้นไม่เป็จังหวะทุกครั้ง
“…” ดูสีหน้าของเธอตอนนี้สิ น่ารักชะมัด
“มองกันนานขนาดนี้ อย่าบอกนะว่าเริ่มรู้สึกชอบผมขึ้นมาแล้ว?” งั้นขอหยอดเธอสักหน่อยแล้วกัน คนอะไรน่าแกล้งจัง
“เปล่าหรอก แค่กำลังคิดว่านายเนี่ยคิดไปเรื่อยเนอะ”
“ถ้าจะพูดให้ถูกต้องบอกว่าผมกำลังคิดถึงอาจารย์จนละสายตาไม่ได้ต่างหาก ไม่ได้คิดไปเรื่อยสักหน่อย” ผมยิ้มให้คนตรงหน้าจากนั้นก็หมอบตัวลงบนโต๊ะอย่างเชื่องช้าพลางจ้องมองใบหน้าไร้เครื่องสำอางไปด้วย เพราะเธอกำลังแสดงสีหน้าเบื่อหน่ายกับคำพูดหวานของผมอยู่
“หยุดพูดคำพวกนั้นได้จะขอบคุณมากเลยค่ะ” จากนั้นเธอก็พูดประชดใส่ผม
“ผมกำลังบอกคิดถึงอาจารย์อยู่นะครับ ไม่เขินหน่อยเหรอ เสียใจจัง”
“เสียใจเหรอ แต่มุมปากของนาย ท่าทางดูเหมือนกำลังควบคุมไม่ได้นะถึงได้ยกยิ้มแบบนั้นออกมาน่ะ” เธอเท้าคางมองผมพร้อมเลิกคิ้วขึ้นหลังจากนั้นก็เบ้ปากลงเล็กน้อย
เธอรู้ว่าผมกำลังแสดง เพราะผมทำมันออกมาอย่างเปิดเผยไงล่ะ ทำไมน่ะเหรอ ก็เพราะผมชอบสีหน้าแบบนั้นจนอยากดึงเธอเข้ามามองให้ใกล้กว่านี้ ถ้าหากทำได้
“แต่เื่ที่ผมกำลังคิดถึงอาจารย์ ไม่ได้พูดเล่นนะ ทั้งที่อาจารย์ก็อยู่ตรงหน้าแต่ทำไมผมถึงยังคิดถึงอาจารย์อยู่ อาจารย์พอจะรู้ไหมครับ?”
“ไม่รู้! แล้วก็ไม่ต้องมาถาม!”
“น่ารักจัง” ผมพูดตามที่ตัวเองคิดออกไป ตอนนี้ผู้หญิงตรงหน้ากำลังโกรธและโมโหมาก ท่าทางของเธอเหมือนกับลูกหมาตัวเล็กน่ารักที่พยายามขู่ให้กลัว
แต่เธอจะรู้ไหมนะว่าสิ่งที่เธอทำ ในสายตาของผมมันดูน่าเอ็นดูมากแค่ไหน อยากดึงเข้ามากอดจัง
————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
ฝากกดติดตามกันด้วยน้า : เพจ Sunisayok - นักเขียนนิยาย
(https://www.facebook.com/SunisayokWriter)
—————— ༻・ॐ・༺ ——————