สองกองทัพกำลังเผชิญหน้าอยู่ในสนามรบทัพซ่งนำทัพโดยฮ่องเต้ลู่ไท่หวงผู้เป็พี่ชายของรัชทายาทซึ่งเป็ผู้กระหายในศึกาครั้งนี้เป็อย่างมากอีกฝ่ายนำทัพโดยสองรองแม่ทัพหยางตงฉวน และหยางฟางผิงที่อยู่ในชุดแม่ทัพเต็มยศทั้งสองทัพกำลังรอเวลาการสั่งจากแม่ทัพใหญ่
“วันนี้เราต้องจัดการฮ่องเต้แคว้นซ่งให้ได้ไม่อย่างนั้นศึกชายแดนคงจะต้องยืดเยื้อต่อไป”หยางตงฉวน บอกหยางฟางผิง
“เป้าหมายเราต้องบุกไปให้ถึงตัวฮ่องเต้ของซ่ง”
“เ้ารอยิงธนูจากที่นี่เดี๋ยวข้าจะออกไปจัดการเองพวกแนวหน้าทัพซ่งเองส่วนพวกเ้าต้องช่วยป้องกันรองแม่ทัพให้ดี”หยางตงฉวน สั่งการหยางฟางผิงและเหล่าทหารคนสนิท
“บุก/บุก”ถึงเวลาที่สองทัพบุกโจมตีกันหยางฟางผิงเอาธนูขึ้นมา นางเล็งไปยังทิศทางที่ฮ่องเต้แคว้นซ่งกำลังขี่ม้าอยู่แต่มีขุนพลฝีมือดีคอยปัดป้องให้ นางจึงเพิ่มลูกดอกธนูในมือมากขึ้นและระดมยิงต่อไปเรื่อยๆ มีดอกหนึ่งปักไปที่หน้าอกของฮ่องเต้แคว้นซ่งและทำให้ฮ่องเต้พลัดตกจากม้าลงไปในขณะที่ หยางตงฉวนกำลังเข้าไปจะจัดการฮ่องเต้แคว้นซ่งขุนพลฝีมือดีคนนั้นก็เข้ามาขัดขวางและต่อสู้กับเขาหยางฟางผิงรีบขี่ม้ามาช่วยพี่ชายโดยนางเป็คนเข้าไปต่อสู้กับขุนพลคนนั้นแทน โดยนางต่อสู้บนม้าบางใช้กำลังภายในฟันกระบี่กันในอากาศบ้าง ฝีมือการต่อสู้ระหว่างนางและเขาสูสีกันมากทำให้ไม่มีใครสามารถเอาชนะกันได้หลังจากต่อสู้กับไปเสียงรองแม่ทัพแคว้นซ่งสั่งถอยทัพยกธงขาวในการต่อสู้เพื่อบ่งบอกว่าพวกเขายอมแพ้แล้ว เพราะฮ่องเต้พวกเขาได้เสียชีวิตในสนามรบไปแล้วโดยฝีมือของหยางตงฉวน ทัพแคว้นเหลียงร้องประกาศชัยชนะดังก้องสนามรบขุนศึกและเหล่าแม่ทัพของแคว้นซ่งถูกจับไปเป็เชลยศึกที่กองบัญชาการทหารทัพเหลียงเมื่อถึงกองทัพทหารตั้งขบวนรับเหล่าขุนพลที่กลับมาพร้อมชัยชนะส่งเสียงโห่ร้องดังลั่น
“พี่น้องทหารทุกคนวันนี้ทัพเหลียงได้สู้รบที่ชายแดนแห่งนี้มาเป็เวลาหลายปีแล้วบัดนี้พวกเราได้รับชัยชนะในการศึกครั้งนี้ โดยที่พวกเราสามารถกำจัดฮ่องเต้ชั่วผู้ก่อาครั้งนี้ลงได้จากนี้ไปให้พี่น้องทหารทุกท่านกินเลี้ยงฉลองชัยชนะกันให้เพียงพอ เพราะหลังจากนี้ไปทุกคนจะได้กลับบ้านไปหาครอบครัวแล้ว”แม่ทัพหยางอวี่ถงประกาศชัยชนะอย่างเป็ทางการ
“เฮ/เฮ้”เสียงทหารร้องดังลั่นและแยกย้ายไปกินเลี้ยงฉลองชัยชนะแม่ทัพหยางอวี่ถงประกาศชัยชนะจบก็รีบกลับเข้าไปในกระโจม ซึ่งตอนนี้ทั้งรัชทายาทลู่ไท่ซานแห่งแคว้นซ่งรวมถึงลูกทั้งสองกำลังรอเขาอยู่
“ข้าจะต้องทำอย่างไรต่อสามารถกลับไปเมืองของข้าได้เลยหรือไม่”
“ยังก่อนองค์รัชทายาทท่านต้องไปพบฮ่องเต้แคว้นเหลียงก่อน เพราะท่านต้องไปทำสัญญาสงบศึก 5ปีระหว่างเหลียงและซ่ง”
“แล้วเราจะไปพบฮ่องเต้แคว้นเหลียงของท่านกันเมื่อไร”
“เดี๋ยวนี้เลยข้าจัดการทุกอย่างแล้ว ตงฉวนไปกับพ่อ”
“แล้วฟางผิงล่ะให้นางไปกับเราด้วยซิท่านพ่อนางยังไม่เคยเข้าไปในวังหลวงเลย”
“ไม่ได้! !เอ่อ..พ่ออยากให้ฟางผิงอยู่ที่นี่ จัดการความเรียบร้อยในกองทัพแทนพ่อ เสร็จแล้วรีบไปหาท่านปู่ของเ้าเห็นว่าจะรอเ้าไปเก็บสมุนไพรอยู่”แม่ทัพหยางอวี่ถงพยายามหาทางอธิบายให้เห็นว่าเขามีเหตุผลที่ไม่ให้ฟางผิงไปด้วย
“ได้ท่านพ่อท่านไปเถอะไม่ต้องเป็ห่วงทางนี้”
“ฟางผิงเ้ารอข้าก่อนนะ ข้าจะรีบกลับมาเอาคำตอบจากเ้า”รัชทายาทหันมาพูดกับฟางผิงตลอดเวลาหลายวันที่เขามาอยู่ที่นี่ รัชทายาทมักจะเข้ามาพูดคุย และอยู่ใกล้นางบ่อยๆ จนนางเองก็แอบหวั่นไหวกับคำพูดเขาบ้าง แต่นางก็ไม่สามารถไปเป็สนมเขาได้ เพราะนางไม่ชอบเป็นกในกรงทองหลังจากที่ทุกคนออกเดินทางไป ฟางผิงก็ได้ออกไปจัดการเื่ทหารต่อก่อนจะกลับจวนแม่ทัพในวันพรุ่งนี้
ด้านแม่ทัพหยางอวี่ถงได้นำเสด็จองค์รัชทายาทมายังวังหลวง และเข้าพบฮ่องเต้เป็การส่วนตัวในห้องทรงพระอักษร
“ถวายบังคมฝ่าากระหม่อมรัชทายาทแคว้นซ่งลู่ไท่ซาน ขอถวายพรฝ่าา”
“เชิญนั่งก่อนรัชทายาทที่ข้าเชิญท่านมาวันนี้ เพื่อมาทำสัญญาสงบศึก เพราะการทำศึกที่ผ่านมาทำให้พวกเราทั้ง2 แคว้นสูญเสียทั้งเสบียง เงินทองในคลังหลวง รวมถึงชีวิตของไพร่พลประชาชน ข้าหวังว่าหลังจากที่ท่านขึ้นครองราชย์ไปแล้วจะนำความสงบสุขมาสู่ปวงประชาเหลียงและซ่งจะเป็มิตรที่ดีต่อกันตลอดไป”
“พะยะค่ะกระหม่อมกลับไปก็หวังจะเปลี่ยนแปลงราชสำนักใหม่ บริหารให้ประชาชนอยู่เย็นเป็สุขซ่งและเหลียงจะเป็เมืองพี่เมืองน้องกันพะยะค่ะ”
“ดีมากท่านพูดได้ดี งั้นพรุ่งนี้ข้าจะจัดงานเลี้ยงให้ท่านเชิญเชลยจากแคว้นเหลียงที่ถูกจับจากการศึกมาด้วยพวกเราจะประกาศสัญญาสงบศึกเป็เวลา 5 ปี”
“พะยะค่ะ”
“กราบทูลฝ่าาฮองเฮาขอเข้าเฝ้า พะยะค่ะ”
“ให้นางเข้ามา”
“ถวายบังคมเพคะฝ่าาหม่อมฉันไม่ทราบว่าทรงมีแขกสำคัญ เลยเสียมารยาทมาขัดจังหวะแบบนี้เพคะ”
“ไม่เป็ไรหรอกฮองเฮามีอะไรเหรอ”
“หม่อมฉันจะมาคุยเื่ขึ้นไปทำพิธีขอพรที่วัดลั่วซาน บนเขาลั่วซานวันพรุ่งนี้เพคะคือพอดีหม่อมฉันไม่ค่อยสบาย รู้สึกไม่ค่อยดี จึงอยากจะขอประทานอนุญาตให้จางกุ้ยเฟยไปแทนเพคะ”
“งั้นเหรอดีเหมือนกันพรุ่งนี้มีงานเลี้ยงให้รัชทายาทแคว้นซ่งและจะมีการประกาศสัญญาสงบศึกกันให้จางกุ้ยเฟยไปแทนก็ได้เ้าจะได้อยู่ร่วมงาน”
“งั้นเดี๋ยวหม่อมฉันให้คนไปแจ้งแก่จางกุ้ยเฟยนะเพคะ”
“เดี๋ยวข้าบอกนางเองเ้ากลับไปพักเถอะ หลินกงกงให้คนไปตามจางกุ้ยเฟยมาพบข้า”ฮ่องเต้บอกฮองเฮา ก่อนหันไปสั่งขันทีคนสนิท
“เพคะ”ฮองเฮารับคำก่อนเดินออกมาอย่างไม่พอใจเพราะนางไม่ชอบจางกุ้ยเฟยที่แย่งความรักจากฮ่องเต้ เพราะนางได้ตำแหน่งฮองเฮามาเนื่องจากอำนาจของพ่อนางที่เป็เสนาฝ่ายขวาและมีฐานอำนาจจากไทเฮาที่เพิ่งสรรคตหลังจากเลือกชายารัชทายาทแล้วส่วนจางกุ้ยเฟยหรือจางเซียวเหยาเป็ลูกสาวเสนาฝ่ายซ้ายที่ดูจะเป็ที่โปรดปรานของฮ่องเต้ทั้งพ่อทั้งลูก
“ท่านแม่ทัพหยางท่านช่วยพารัชทายาทไปพักที่เรือนรับรองก่อน หากรัชทายาท้าสิ่งใดบอกท่านแม่ทัพหยางได้”
“ขอบพระทัยฝ่าา”รัชทายาทกล่าวขอบคุณก่อนเดินออกจากห้องไปพร้อมแม่ทัพหยางระหว่างที่เดินทางไปห้องรับรอง ทั้งสองคนได้เดินสวนกับจางกุ้ยเฟย เมื่อรัชทายาทเห็นหน้าจางกุ้ยเฟยก็ใเพราะไม่คิดว่าหยางฟางผิงจะมาอยู่ที่นี่ได้
“นั้นมันฟางผิงนิฟางผิง ฟางผิง”รัชทายาทเรียกจางกุ้ยเฟยเสียงดัง พระนางหันมามองว่าเสียงเรียกใครแต่ไม่ได้สนใจ ก่อนเสด็จต่อไป รัชทายาทจะตามไป แต่โดนแม่ทัพหยางห้ามไว้
“อย่าตามไปนั้นไม่ใช่ฟางผิงพะยะค่ะ”
“แต่หน้าตาของนางคือฟางผิงชัด ๆ”
“เชื่อข้าเถอะฟางผิงอยู่ชายแดน ไม่มีทางจะมาอยู่ที่นี่ได้ และจากการแต่งกาย นั้นเป็พระสนมกุ้ยเฟยของฝ่าานะพะยะค่ะหากพระองค์ตามไปอาจจะดูไม่ดี”
“จริงด้วยแต่หน้าตาของนางเหมือนกับฟางผิงมากเลย”
“เราไปเรือนรับรองกันก่อนดีกว่า”แม่ทัพหยางเดินนำรัชทายาทเดินต่อไปยังห้องรับรอง
ด้านจางกุ้ยเฟยได้เข้าพบฮ่องเต้ตามที่ทรงรับสั่งให้ไปพบด้วยสีหน้าที่เครียดเหมือนมีเื่ทุกข์ใจ จางกุ้ยเฟยถูกรับคัดเลือกให้เป็พระสนมตามที่พ่อของนางบอกเพื่อเข้ามาคานอำนาจของฮองเฮาและเสนาฝ่ายขวา สร้างสมดุลอำนาจทางราชสำนักทั้งที่ตัวนางนั้นรักอยู่กับเว่ยอ๋องน้องชายต่างมารดาของฮ่องเต้ แต่ด้วยความกตัญญูทำให้นางต้องเลือกถวายตัวเป็พระสนมให้ฮ่องเต้แม้ว่านางจะได้รับพระเมตตาจากฝ่าาดีแค่ไหน แต่นางก็ไม่ได้มีความสุขเลย และหลายครั้งนางยังคงแอบนัดเจอกับเว่ยอ๋องอยู่
“มาแล้วเหรอ”
“เพคะฝ่าา ทรงเรียกพบหม่อมฉันไม่ทราบว่ามีสิ่งใดให้หม่อมฉันรับใช้เพคะ”
“ฮองเฮาไม่ค่อยสบายพรุ่งนี้เ้าไปขอพรที่วัดลั่วซาน บนเขาลั่วซานแทนนางอีกอย่างพรุ่งนี้ก็จะมีงานเลี้ยงสำคัญ ข้าจะทำสัญญาสงบศึกกับว่าที่ฮ่องเต้แคว้นซ่งฮองเฮาจำเป็ต้องอยู่ที่วังหลวง หวังว่าจางกุ้ยเฟยจะเข้าใจ”
“หม่อมฉันรับพระบัญชาเพคะแต่ตอนกลับหม่อมฉันขอไปแวะที่จวนเสนาบดีได้หรือไม่เพคะหม่อมฉันอยากแวะไปเยี่ยมท่านแม่”
“เอาเถอะเอาที่จางกุ้ยเฟย้า”
“หม่อมฉันขอบพระทัยฝ่าา ไม่มีอะไรแล้วหม่อมฉันทูลลาไปเตรียมตัวเดินทางก่อนเพค่ะ”จางกุ้ยเฟยเดินออกไปสายตาของฮ่องเต้มองตามไปด้วยความรู้สึกเฉยชา เขารู้ดีถึงความสัมพันธ์ของนางและเว่ยอ๋องแต่ด้วยอำนาจในราชสำนักและความมั่นคงของบัลลังก์ฮ่องเต้ เขาจึงจำเป็ต้องรับจางเซียวเหยาเข้ามาเป็พระสนมเอกในวังหลังและฮ่องเต้เองก็พอจะรู้ดีว่าเว่ยอ๋องไม่ได้จงรักภักดีต่อเขาและหวังในบัลลังก์และตำแหน่งฮ่องเต้อยู่เหมือนกัน
“ฝ่าาทรงคิดสิ่งใดอยู่หรือพะยะค่ะ”หลินกงกงถาม
“นางคงจะมีเื่หนักใจถึงทำสีหน้าแบบนั้น ไม่รู้ว่าเว่ยอ๋องหรือฮองเฮาทำให้หนักใจอีก”
“น่าสงสารพระนางพะยะค่ะ”
“หวังว่านางจะไม่ตกเป็เครื่องมือของเว่ยอ๋องไป”ฮ่องเต้ทำสีหน้าเคร่งเครียด