ตอนที่25 ผู้ช่วยฝึกสุดซวย
ราดิชอดสบถไม่ได้เพราะสกิล่ชิงที่ได้รับมาอย่างไม่คาดฝันนี้ไม่เข้ากับตัวเขาเอาเสียเลยสกิลนี้จะ่ชิงสเตตัส ค่าความเชี่ยวชาญ และสกิลพ๊อยท์เล็กน้อยจากคนที่เราฆ่าได้แต่มันก็น้อยมากจริงๆ
แต่ที่น่ากลัวคือมันจะทำให้เรามีนิสัยโลภและมีความ้าแย่งชิงมากขึ้นแม้เขาจะมีสกิลนอกรีตไร้ผล ทำให้ผลของสกิลนี้ลดลงไปแต่อย่างไรมันก็สกิลระดับเดียวกับอหังการ เป็หนึ่งในมหาบาปหนักเจ็ดประการ
“ในเมื่อได้มาแล้วก็ช่างมันค่อยว่ากันอีกที แต่ยังไงความโลภก็ไม่ใช่นิสัยหลักเรา ฮ่าๆก็ในเมื่อเรามีทุกอย่างแล้ว จะอยากได้ของคนอื่นไปทำไม ฮ่าๆๆ”
ราดิชยังคงมองโลกในแง่ดีขณะจัดการพื้นที่ในซอกนอกจากศพตั๊กแตนที่ถูกเก็บไปแล้ว ในนี้ยังมีไข่ของพวกมันอยู่ด้วยอย่างไรสัตว์อสูรพวกนี้ก็ต้องดำรงเผ่าพันธุ์ของมันต่อไป
ราดิชเก็บไข่ตั๊กแตนกว่าสิบฟองไปมันมีขนาดใหญ่มากทีเดียวพวกมันมีเปลือกสีขาวนวลที่มีรอยเส้นสีน้ำตาลเข้มอยู่ประปรายหลังเก็บไข่พวกมันและปัดกวาดสถานที่แล้ว ราดิชก็เอาอุปกรณ์ปรุงยาออกมาเตรียมพร้อม
ประกอบด้วยเตาสามขาสำหรับหลอมยาครกบด แท่งคนยา กระบวยตัก ถ้วยบดเล็ก และถ้วยกระเบื้องหลายชุดปกติคนที่มีเวทไฟจะใช้เวทไฟในการหลอมยา แต่เขาไม่้าแบ่งสมาธิไปควบคุมเวทมนตร์จึงเลือกใช้หินเวทไฟแทน มันเป็หินที่ดูดซับพลังธาตุไฟเอาไว้แค่กระตุ้นด้วยพลังเวทมันก็จะปลดปล่อยเปลวเพลิงออกมาได้
เขาเอาหญ้าฟูกัสออกมาและเริ่มบดพวกมันอย่างเบามือเพื่อคั้นเอาแต่น้ำออกมาส่วนกากใบก็ไม่ได้ทิ้ง เพียงแต่เอาไปทำให้แห้งและป่นเป็ผงเพื่อใช้งานต่อกระบวนการเหล่านี้ต้องใช้สมาธิอย่างมาก แถมเขายังต้องเปิดใช้ประสาทััตลอดเวลาก็ยิ่งสร้างภาระให้ร่างกายมากขึ้นไปอีก
หญ้าฟูกัสต้นแล้วต้นเล่าถูกบดคั้นเอาแต่น้ำออกมาน้ำสีเขียวอมน้ำเงินของมันมีกลิ่นหอมเย็นใจและส่องประกายเล็กน้อยมีไอเวทตลบอบอวลจนสังเกต แน่นอนว่าคนในยุคนี้คงไม่ได้คิดถึงเื่นี้ ทั้งสูตรและขั้นตอนการปรุงก็สาบสูญไปนานแล้ว
กว่าเขาจะสกัดน้ำจากหญ้าฟูกัสจนหมดก็กินเวลาเป็วันแล้วกระบวนการนี้ต้องทำอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้ไอเวทสลายหายไป เขาได้น้ำมาจำนวนมากรวมถึงผงที่สกัดมาจากกากใบ ซึ่งจำเป็ต้องใช้ในกระบวนการต่อไป
ราดิชเริ่มตั้งเตาหินธาตุไฟถูกเขากระตุ้นด้วยพลังเวทจนมันปลดปล่อยเปลวเพลิงออกมาเขาตั้งเตาไว้เหนือหินที่กำลังลุกไหม้หินก้อนหนึ่งให้เปลวเพลิงได้นานมากถ้าไม่เร่งจนเกินไปและเมื่อมันปลดปล่อยพลังออกมาหมดแล้ว มันก็จะกลายเป็เพียงหินธรรมดาก้อนหนึ่งซึ่งสามารถนำมันไปดูดซับธาตุไฟใหม่ แต่นั่นก็เป็กระบวนการที่ยาวนานมาก
เมื่อเปลวเพลิงโลมเลียเตาจนเริ่มร้อนราดิชก็เอาน้ำที่คั้นไว้เทใส่ลงไป เขาใช้แท่งกระเบื้องคนน้ำยาจนมันเริ่มหนืดขึ้นก็เติมผงกากป่นลงไปและคนต่อจนมันจับตัวเป็ของเหลวหนืดแม้จะพูดง่ายแต่กระบวนการนี้ใช้เวลานานมากและต้องใจเย็นเพราะไฟจะแรงเกินและเบาเกินไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
เมื่อมันเริ่มหนืดเขาก็เติมน้ำยาลงไปเพิ่ม คนมันและเติมผงป่นลงไปกระทำซ้ำอีกหลายรอบจนไม่สามารถใส่เพิ่มได้แล้ว แสดงว่ากระบวนการควบรวมสำเร็จแล้วจากนี้ต่อเขาก็แค่เคี่ยวมันให้เข้มข้นและกลั่นมันออกมาเป็เม็ดยา
เขาเคี่ยวมันจนหนืดมากก็เริ่มกระบวนการต่อไปหลายคนคิดว่าการปรุงยาต้องใส่ส่วนผสมหลายอย่างเพื่อให้เม็ดยาคุณภาพดีแต่ความจริงไม่จำเป็ต้องทำอย่างนั้นก็ได้บางครั้งการใช้วัตถุดิบตัวเดียวแต่กลั่นมันจนบริสุทธิ์มากพอก็สามารถทำให้มันคุณภาพดีได้เช่นกัน
น้ำยาในหม้อถูกเคี่ยวจนแห้งและเริ่มกลายเป็ผงละเอียดขั้นตอนนี้เขาต้องใช้แรงอย่างมากและความแรงของไฟที่ต้องแรงขึ้นทีละน้อยจนกว่ามันจะป่นเป็ผงทั้งหมดเมื่อผ่านกระบวนการนี้ ราดิชก็เติมน้ำหญ้าฟูกัสลงไปอีกครั้งและเริ่มเคี่ยวให้มันจับตัวเป็เม็ด ซึ่งขั้นตอนนี้ต้องอาศัยการควบคุมพลังเวทและมือที่ละเอียดอ่อนมาก
กระบวนการนี้กินเวลายาวนานที่สุดในที่สุดน้ำยาก็จับตัวเป็ก้อนและถูกกลั่นควบแน่นจนมีขนาดเล็กลงปริมาณตัวยาถูกอัดแน่นเข้าด้วยกัน จนท้ายที่สุดก็กลั่นเม็ดยาออกมาได้กว่าสิบเม็ด
เม็ดยาทรงกลมเหล่านี้มีสีเขียวอมน้ำเงินเข้มมันส่งกลิ่นหอมฟุ้งเย็นสบาย แค่สูดเข้าไปก็ทำให้ร่างกายฟื้นฟูได้แล้วแถมมันปลดปล่อยไอพลังเวทออกมาจนััได้ชัดเจนอีกด้วย ราดิชมองเม็ดยาที่ก้นเตาอย่างภูมิใจ
“คุ้มค่าที่ลงแรงจริงๆ”
เขาเก็บเม็ดยานั้นและเริ่มกระบวนการปรุงชุดต่อไปกระบวนการทุกอย่างถูกทำใหม่วนซ้ำต่อไปใน่เวลานี้ราดิชใช้สมาธิจนไม่สำใจสิ่งรอบตัวประสาทััและสมาธิถูกใช้งานถึงขีดสุด เขาจดจ่ออยู่กับการปรุงยาตรงหน้าราวกับมันคือสิ่งที่สำคัญที่สุด
และผลของความพยายามก็ประสบความสำเร็จเขาสามารถกลั่นเม็ดยาออกมาได้กว่าหนึ่งร้อยเม็ดแสดงให้เห็นว่ามีหญ้าฟูกัสมากมายที่เขาเก็บมาได้และแน่นอนว่าเม็ดยาเหล่านี้จะต้องถูกใช้อย่างคุ้มค่า
“เฮ้อ...”
ราดิชพ่นลมหายใจออกมาอย่างอ่อนแรงเขามองเม็ดยาฟูกัสที่มีความบริสุทธิ์สูงและอัดแน่นไปด้วยพลังเวทอย่างเต็มเปี่ยมด้วยสีหน้าอิ่มเอมใจเขาเก็บอุปกรณ์ปรุงยาและเริ่มกินเ้าตั๊กแตนเพื่อฟื้นฟูค่า SP ที่เสียไป เขาปรุงยาโดยไม่รู้ตัวว่าเกจสีแดงของเขานั้นลดงไปมากจากแต่เดิมที่มีราวแปดในสิบส่วน ตอนนี้เพียงสี่ส่วนจากสิบส่วน
เ้าตั๊กแตนย่างช่วยเติมพลังให้เขาได้มากทีเดียวหลังพักฟื้นจากความเหนื่อยล้าก็ได้เวลาทดลองประสิทธิภาพของเม็ดยาฟูกัสแล้ว
เม็ดยาที่กลั่นมานี้จะช่วยฟื้นฟูมานาได้อย่างต่อเนื่องใน่ระยะเวลาหนึ่งเรียกได้ว่าเป็ตัวช่วยในการต่อสู้ชั้นดีเพราะมันไม่เหมือนแบบขวดที่ต้องเปิดฝาดื่ม เม็ดยานี้เอาเข้าปากได้ทันที
เขาต้องลดมานาให้เหลือน้อยที่สุดแล้วกินยาเม็ดนี้ลงไปเพื่อให้แสดงประสิทธิภาพได้มากที่สุดนั่นเอง
“ได้เวลาทรมานตัวเองอีกแล้วเฮ้อ...”
ราดิชเริ่มยิงเวทใส่ตัวเองและด้วยค่าพลังชีวิตที่มากขึ้นทำให้เขาเวทมนตร์บทที่แรงขึ้นได้ด้วยเขาลองแม้กระทั่งลูกไฟแสงศักดิ์สิทธิ์ แม้มันจะเป็เวทแสงศักดิ์สิทธิ์เลเวลหนึ่งแต่ก็เป็แสงระดับสูงสุด ดังนั้นมันจึงรุนแรงกว่าลูกบอลแสงที่เป็เวทแสงเลเวลหนึ่งมากมายหลายสิบเท่า
ลูกไฟแสงศักดิ์สิทธิ์ลูกเดียวทำเอาพลังชีวิตของเขาลดฮวบไปกว่าครึ่งขนาดมีความต้านทานเกินกว่าแปดร้อย แถมมีสกิลต้านแสงด้วยเขายังได้รับความเสียหายขนาดนี้แต่มันก็น่าจะทำใหค่าความเชี่ยวชาญของเขาเพิ่มขึ้นมาก
“อ๊าก!!”
ราดิชร้องลั่นด้วยความแสบร้อนจากการโดนเวทแสงเผาร่างเขาร่ายเวทรักษาตัวเองสลับกับยิงเวทใส่จนมานาเหือดแห้ง เขาก็กินเม็ดยาฟูกัสลงไปััแรกคือความเย็นที่กระจายในปากพร้อมความหอมหวนพริบตาต่อมาก็ััได้ถึงพลังเวทที่กระจายตัวออกมาให้ร่างกายดูดกลืน
เพียงอึดใจมานาก็เรืมฟื้นฟูด้วยความเร็วที่ตามองเห็นราดิชต้องใช้สกิลประเมินตลอดเวลาเพื่อคำนวณดาเมจให้ดี ความเร็วในการฟื้นฟูของเม็ดยาฟูกัสนั้นสูงมากเพียงชั่วอึดใจมานาของเขาก็กลับมาเต็มแล้ว
เขาต้องทนเจ็บแบบนี้อยู่สิบรอบจนกระทั่งรอบบที่สิบเอ็ดที่ผลของยาได้หมดลง ราดิชจึงหยุดการฝึกฝนที่แสนทรมานนี้ลงเขาร่ายเวทรักษาตัวเองและดูค่าสเตตัสไปด้วย
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับสกิล ต้านแสง LV 5 เพิ่มเป็ LV 7
“สกิลเลเวลเพิ่มมาสองส่วนผลของเม็ดยาที่เรากลั่นขึ้นก็เยี่ยมยอดมากมันจะเป็พลังสำรองให้เราในการต่อสู้ได้”
สมุนไพรที่ช่วยฟื้นฟูค่าพลัง หรือช่วยเพิ่มพลังต่อสู้ชั่วคราวได้นั้นมีอยู่มากมายซึ่งถ้าผ่านกระบวนการสกัดที่ถูกต้อง ก็จะได้เม็ดยาที่มีคุณภาพสูงแบบนี้และยังใช้งานได้สะดวกด้วย
“คิดไปคิดมาเราแค่เปิดสกิลเวทสัประยุทธ์จนมานาหมดก็ได้เหมือนกันนี่หว่า ไม่น่าทรมานตัวเองเลย”
ราดิชตบหน้าผากตัวเองอย่างนึกขึ้นได้เขาดันเสียค่าโง่ทรมานตัวเองไปซะแล้วแต่ไม่เป็ไรเอาไว้คราวหน้าค่อยทำแบบนั้นก็ได้อย่างไรรอบนี้เขาก็ได้ผลตอบแทนมาแล้ว
เขานั่งพักจนหายเหนื่อยตอนนี้ทั้งพลังชีวิตและมานาต่างฟื้นฟูจนเต็มแล้ว ราดิชก็ออกจากซอกนั้นและเคลื่อนที่ต่อไปเพื่อมุ่งหน้าต่อไปแน่นอนว่าถ้าเขาเจอตัวอะไรเขาจัดการเชือดมันให้หมด
ประสาทััถูกเปิดใช้อย่างเต็มที่เขาไม่กล้าใช้เคลื่อนไหวในอากาศ เพราะถึงจะเคลื่อนไหวได้เร็วและสะดวกแต่สำหรับเขาตอนนี้ที่ขาดแคลนเกจสีแดง ย่อมไม่อาจทำแบบนั้นได้
ทางเดินนี้ก็กว้างขวางพอสมควรและมันเริ่มกว้างขึ้นเมื่อเขาเดินไปไกลขึ้นแถวนี้ค่อนข้างเงียบและเขาก็เจอศัตรูตัวแรก เป็เ้างูสองตัวที่กำลังออกหาเหยื่อคู่ต่อสู้ของมันเป็เ้าตั๊กแตนสามตัว พวกมันกำลังเข้าต่อสู้กันอยู่
“ขอข้าร่วมวงด้วยคนสิ”
ราดิชพุ่งเข้าใส่พวกมันพร้อมโจมตีด้วยเวทแสงเลเวลเจ็ด มันมีชื่อว่าลำแสงทำลายล้างเป็การยิงลำแสงออกไปเป็เส้นตรง แม้พลังทำลายจะรุนแรงแต่ด้วยความที่มันพุ่งเป็ตรงทำให้หลบได้ไม่ยาก แต่เ้าพวกนี้กำลังต่อสู้กันอยู่กว่าจะรู้ตัวการโจมตีก็ไปถึงตัวแล้ว
ซูม!!!
ราดิชตวัดดาบปล่อยลำแสงออกไปสุดกำลังลำแสงพุ่งวาบกลืนกินเ้าตั๊กแตนตัวหนึ่งเข้าไปพร้อมกับเ้างูอีกตัวที่อยู่ในวิถีโจมตีหลังลำแสนผ่านร่างพวกมันไปเ้าสองตัวนี้ก็ถูกเผาจนเกรียมแม้จะยังไม่ตายแต่ก็ใกล้แล้ว ร่างของมันลงไปกองกับพื้นแทบจะขยับตัวไม่ได้
การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของเขาทำให้การต่อสู้หยุดชะงักและยิ่งมีสองตัวที่โดนลอบโจมตีจนเกือบตาย คราวนี้พวกมันไม่สู้กันเองแต่เปลี่ยนเป้าหมายมาที่ราดิชแทน
ราดิชเปิดใช้สกิลเสริมพลังและพุ่งเข้าปะทะกับตั๊กแตนตัวแรกเขาฟันปะทะเคียวของมันอย่างแรงขณะหลบการโจมตีด้วยกรดของงูั์ไปด้วยเขาคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นและคำนวณหาวิธีตอบโต้ไปด้วยขณะเดียวกัน
เขาผละออกพร้อมหลบเคียวอีกเล่มที่ฟันผ่าอากาศผ่านร่างเขาไปตอนนี้พวกมันสามตัวกลับโจมตีประสานงานกันได้ดีเสียอย่างนั้น
‘ลองโดนกรดกับพิษของเ้างูเอาค่าความเชี่ยวชาญหน่อยดีกว่า’
เมื่อคิดได้แบบนั้นราดิชก็ไม่หลบการโจมตีจากเ้างูอีกเขาโดนทั้งกรดทั้งพิษของมันเข้าไปเต็มที่ จนสูดปากเพราะความแสบร้อนจากกรดส่วนพิษก็ทำให้พลังชีวิตของเขาลดลงและเคลื่อนไหวช้าลงเล็กน้อยแต่ก็ไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด เมื่อเปิดใช้สกิลเสริมพลังสกิลอื่นเพิ่ม
ราดิชปะดาบกับเ้าตั๊กแตนตัวแรกพร้อมยิงลูกไฟศักดิ์สิทธิ์สองลูกใส่เ้าสองตัวที่โดนลำแสงไปก่อนหน้านี้แน่นอนว่าสังหารทั้งคู่ได้ทันที ขณะที่เขาหลบคมเคียวจากเ้าตั๊กแตนตัวที่สอง
-ค่าประสบการณ์ถึงระดับLV 21 เพิ่มเป็ LV 22
-เพิ่มค่าพลังพื้นฐานทั้งหมด
-ได้รับโบนัสค่าความเชี่ยวชาญเพิ่มขึ้น
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับสกิล ต้านกรด LV 5 เพิ่มเป็ LV 6
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิล เวทแสง LV 7 เพิ่มเป็LV 8
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลคาดการณ์ LV 5 เพิ่มเป็ LV 6
-ได้รับสกิลพ๊อยท์
สังหารพวกมันไปสองตัวก็เลเวลขึ้นพอดีเขาหันไปจัดการพวกที่เหลือต่อ เขายิงะุน้ำใส่เ้างูที่ถึกกว่าเ้าตั๊กแตน
ะุน้ำพุ่งเข้าปะทะร่างเ้างูถี่ยิบจนมันผงะด้วยจำนวนกี่กระหน่ำใส่แบบนี้ทำให้มันต้องถอยออกจากวงต่อสู้แม้ดาเมจจะไม่แรงแต่แรงปะทะทำให้มันเ็ปการโจมตีของเขาไม่ได้หวังให้มันตายแต่แค่ให้มันถอยออกไป
ราดิชบิดตัวพุ่งเข้าปะทะเ้าตั๊กแตนหมายเลขสองที่อยู่ใกล้ดาบในมือที่อัดแน่นด้วยพลังฟันจนเคียวของมันขาดกระเด็น มันร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนาราดิชไม่ได้ปลิดชีพมัน แต่ขยับดาบฟันตัดเคียวของมันทิ้งจนหมดแถมยังตัดขามันทิ้งด้วย
กีซ!!!
เ้าตั๊กแตนที่ไร้แขนขาล้มลงบิดตัวไปมาราดิชพุ่งต่อไปและจัดการเ้าหมายเลขหนึ่งแบบเดียวกัน เขาแค่ฟันแขนขามันจนหมดตอนนี้เหลือเ้างูอีกตัวที่เมื่อเห็นเ้าตั๊กแตนเป็แบบนั้นมันที่อยู่นอกวงต่อสู้ก็คิดหนี
แต่มีหรือราดิชจะปล่อยให้มันหนีไปได้เขาะโเหยียบอากาศด้วยความเร็วสูงไปเหนือร่างมัน เขาเรียกดาบสั้นออกมาและอัดพลังเวทเข้าไปในเต็มพิกัดก่อนที่เขาจะทิ้งดิ่งลงใช้ดาบสั้นนั้นเสียบทะลุร่างมันสุดแรง
ตูม!!
ฟ่อ!!
เ้างูส่งเสียงร้องออกมาเมื่อดาบปักทะลุร่างตรึงมันไว้กับพื้นมันไม่สามารถเลื้อยหนีไปได้ ทันใดนั้นมันก็รู้สึกสบายเพราะราดิชร่ายเวทรักษาให้มันแน่นอนว่าเขาทำแบบเดียวกับเ้าตั๊กแตนด้วย ราดิชใช้ดาบสั้นตรึงร่างเ้าตั๊กแตนหมายเลขหนึ่งและสองไว้พร้อมร่ายเวทรักษาพวกมัน พวกมันสามตัวไม่เข้าใจสิ่งที่ราดิชทำแม้แต่น้อย
“คงต้องขอให้พวกแกมาช่วยฝึกให้ข้าหน่อย”
ราดิชกล่าวด้วยน้ำเสียงชวนน่าขนลุกพวกมันสามตัวััได้ถึงความน่ากลัวจากมนุษย์ตรงหน้า แต่มันก็ไม่อาจหนีไปได้พวกมันได้แต่ส่งเสียงร้องด้วยความสิ้นหวัง
กีซ!!
ฟู่..!!
สิ่งที่ราดิช้าคือให้พวกมันรับการโจมตีจากเขาจนมานาหมด เพื่อให้สกิลฟื้นฟู MP ทำงานอย่างหนักเพื่อเอาค่าความเชี่ยวชาญ ราดิชยิงเวทใส่มันจนเกือบตายก่อนจะร่ายเวทรักษาให้เขาทำแบบนี้วนไป พอมานาหมดก็หยุด มานาฟื้นก็ยิงเวทใส่พวกมันเสียงร้องด้วยความโหยหวนรันทดของมันดังก้องไปทั่ว
กีซซซซซ!!
ฟ่ออออออออ!!
ราดิชใช้พวกมันอย่างคุ้มค่าจนนาทีสุดท้ายร่างกายของพวกมันสะบักสะบอมจนแทบจะจำเค้าเดิมไม่ได้ด้วยซ้ำเขาจึงลงมือปลีดชีพพวกมันพวกมันร้องอย่างดีใจที่จะได้หลุดพ้นจากความทรมานนี้เสียที
-ค่าประสบการณ์ถึงระดับ LV 22 เพิ่มเป็ LV 23
-เพิ่มค่าพลังพื้นฐานทั้งหมด
-ได้รับโบนัสค่าความเชี่ยวชาญเพิ่มขึ้น
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับสกิล เวทน้ำ LV 5 เพิ่มเป็ LV 8
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลเวทความมืด LV 3 เพิ่มเป็ LV 4
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิล เวทไฟ LV 3 เพิ่มเป็ LV 4
-ได้รับสกิลพ๊อยท์
“จะว่าไปพวกนี้เลเวลมันไม่เยอะเลยได้มาแค่สองเลเวลเอง”
ซึ่งเ้าห้าตัวนี้เลเวลแค่สี่หรือห้าเท่านั้นเทียบไม่ได้เลยกับพวกตัวเลเวลแปดหรือเก้า ซึ่งถ้าเป็ตัวพวกนั้นเวลาเขาสังหารได้น่าจะขึ้นหนึ่งเลเวลต่อตัวเลย แต่ทำไงได้ตัวเลเวลเยอะแบบนั้นไม่ได้พบเจอกันบ่อยอยู่แล้วเว้นแต่จะดวงไม่ดีแบบเขาที่เจอพวกมันติดกัน
หลังจัดการย่างพวกมันและกินฟื้นฟูพลังงานจนเต็มเขาก็ออกสำรวจต่อโดยมีเป้าหมายคือชั้นสองซึ่งกว่าจะไปถึงที่นั่นคงใช้เวลาอีกนานเหมือนกันก็ใครใช้ให้เขาเดินหลงไปคนละทางแบบนั้นกัน