ตอนที่ 2 เซ่นสังเวยทั้งหมู่บ้าน
เสียงนกน้อยใหญ่ขับร้องบทเพลงแห่งรุ่งอรุณ ชายชราและอาเค่อเตรียมพร้อมออกเดินทางเรียบร้อยแล้ว
"ท่านตา ข้าแวะไปทักทายท่านพ่อท่านแม่ก่อนได้หรือไม่"
"ย่อมได้ ทักทายเสร็จก็ไปเจอตาที่งานประชุมหมู่บ้าน"อาเค่อพยักหน้า เดินตามหลังชายชราไปที่หมู่บ้านอย่างว่าง่าย มันรู้สึกได้ถึงบรรยากาศตึงเครียดของชายชรา จึงไม่คิดสร้างปัญหาเพิ่มขึ้นอีก
เมื่อไปถึงหมู่บ้านทั้งสองก็แยกย้ายกันไปคนล่ะทาง อาเค่อวิ่งตรงไปยังสุสานตามที่ได้นัดหมายกับหลินหลินเอาไว้ เมื่อไปถึงก็เห็นนางกำลังรอพบมันอยู่แล้ว
"ท่านพ่อ ท่านแม่ อรุณสวัสดิ์หลังจากวันนี้ ท่านตาจะพาข้ากลับมาอยู่ใกล้ๆกับพวกท่านแล้ว"น้ำเสียงอาเค่อไม่สามารถปิดบังความดีใจไว้ได้ หลินหลินรอจนอาเค่อพูดธุระของมันเสร็จสิ้นจึงพูดธุระของนางบ้าง
"อาเค่อ นี่กิ้งก่าที่ข้าเล่าให้เ้าฟัง เ้าช่วยมันได้หรือไม่"อาเค่อล้วงหยิบเกล็ดน้ำค้างแห่งชีวิตออกมาวางไว้บนตัวกิ่งก่าสีดำสนิทในมือของหลินหลินตามที่ท่านตาได้บอกกับมันไว้ ไอเย็นแห่งชีวิตค่อยๆซึมซับเข้าไปในตัวของกิ่งก่า เกล็ดสีดำที่แข็งเป็หินค่อยๆปริแตกออกเผยให้เห็นเกล็ดที่เป็ผลึกใสราวกับแผ่นน้ำแข็งยามฤดูหนาว เ้ากิ่งก่าน้อยค่อยๆบิดตัวไปมาจนเกล็ดแข็งสีดำหลุดออกจนหมดสิ้น ดวงตาเล็กๆค่อยๆเปิดออกพลางจ้องมองหลินหลินและอาเค่อด้วยความสำนึกบุญคุณอย่างสุดชีวิต หลินหลินรีบหยิบเ้ากิ้งก่าที่ตอนนี้งดงามแตกต่างจากตอนแรกขึ้นมากอดด้วยความดีใจ
"เ้ากิ้งก่าน้อย เ้าหายดีแล้ว อ๊า...เ้าช่างน่ารัก สวยงามจริงๆ"ทั้งสองผลัดกันลูบท้องลูบหัวกิ่งก่าตัวน้อยอย่างสนุกสนาน เ้ากิ่งก่าเองก็คล้ายจะชื่นชอบััอันอ่อนโยนจากทั้งสองจึงพลิกตัวไปมาให้ทั้งสองลูบไล้ไปทั่วร่างกาย
"มันดูชอบเ้านะ"อาเค่อเอ่ยกับหลินหลินพลางมองท่าทีสำนึกบุญคุณของเ้ากิ่งก่าตัวน้อย
"งั้นข้าจะเลี้ยงมันไว้ ต่อไปนี้เ้าชื่อฮวาเอ๋อ(ดอกไม้น้อย) เราไปงานประชุมหมู่บ้านกัน"อาเค่อยิ้มอย่างเอ็นดูต่อการแสดงออกของหลินหลินและฮวาเอ๋อ
'ความรู้สึกนี้มันคืออะไรกันนะ ช่างอบอุ่น นุ่มฟู รู้สึกดีอะไรเช่นนี้'อาเค่อครุ่นคิดในใจระหว่างเดินตามหลินหลินและฮวาเอ๋อที่อยู่ในอกเสื้อไปยังลานกว้างใจกลางหมู่บ้าน
หลังจากอาเค่อจากไปชายชราก็ตรงไปที่บ้านกว้างใจกลางหมู่บ้าน ยามเช้าก่อนที่ชายชราจะมาถึง สมาชิกทั้งหมดในหมู่บ้านต่างถูกท่านผู้เฒ่าคนปัจจุบันเรียกมาที่ลานกว้างใจกลางหมู่บ้านเพราะ้าแจ้งข่าวสารสำคัญให้ทราบโดยทั่วกัน
"วันนี้ที่นัดหมายสมาชิกในหมู่บ้านทุกคนมาประชุม เพราะข้าและท่านผู้เฒ่าคนก่อนมีเื่สำคัญจะประกาศให้ทุกคนรับรู้"สมาชิกทุกคนในหมู่บ้านต่างคาดเดาไปต่างๆนาๆ เพียงไม่นานนักชายชราก็มาถึง
"ท่านลุงอรุณสวัสดิ์ ในเมื่อท่านลุงมาแล้ว ท่านมีอะไรจะประกาศก็เชิญพูดกับสมาชิกหมู่บ้านทุกคนได้เต็มที่"ชายชราจ้องมอง ผู้เฒ่าคนปัจุบันที่เป็หลานแท้ๆของมันด้วยความรังเกียจ ในครั้งอดีตมันและน้องชายเติบโตมาด้วยกันภายในหมู่บ้านอย่างสงบสุข ด้วยฝีมืออันแข็งแกร่งของบิดาและความสมารถในด้านการเสาะหาและใช้สมุนไพรของมารดา สมาชิกในหมู่บ้านจึงเคารพและยกย่องครอบครัวของพวกมันขึ้นเป็ผู้เฒ่าประจำหมู่บ้าน แต่มันกับน้องชายมีความรักชอบต่างกัน ทุกวันที่มันเล่าเรียนวิชาต่างๆที่บิดาและมารดาพร่ำสอน น้องชายของมันกลับออกไปตระเวณเที่ยวเตร่ล่าสัตว์ คบหาเพื่อนพ้องมิจฉาชีพต่างหมู่บ้านในป่าเขา วันหนึ่งพวกกองโจรได้บุกเข้าปล้นหมู่บ้าน ผู้คนล้มตายไปจำนวนหนึ่ง หนึ่งในนั้นคือมารดาของมันทั้งสองเอง เมื่อเหตุการณ์สงบลง หลังจากสอบสวนเื่ราวจนทราบแน่ชัด ปรากฏว่าพวกโจรที่เข้าปล้นหมู่บ้านเป็สหายของน้องชายมัน บิดามันด้วยความเศร้าโศกและโทสะ จึงขับไล่น้องชายมันออกจากหมู่บ้าน หลังจากผ่านไปนานหลายสิบปีจนมันผมหงอกขาว หลานผู้นี้ก็กลับมาที่หมู่บ้านอีกครั้ง ทั้งยังมาใน่วิกฤตที่มีมันเป็ต้นเหตุ ปลุกปั่นชาวบ้านให้เคียดแค้นมันและหลานชายจนถูกขับออกจากหมู่บ้าน ใช้คณะคุ้มกันภัยเป็ข้ออ้างในการขูดรีดสมาชิกเพื่อแลกกับการรับรองความปลอดภัย แต่ในวันนี้ทุกอย่างจะจบลง เมื่อมันพบเหล็ดน้ำค้างแห่งชีวิตหมู่บ้านจะได้รับการปกป้องอีกครั้ง ชายชราครุ่นคิดด้วยความพลุ่งพล่านใจ
"ข้ารู้ว่าสมาชิกในหมู่บ้านทุกคนเคียดแค้นข้าและหลานชาย วันเวลาที่ข้าถูกขับออกจากหมู่บ้านข้าไม่เคยหลงลืมความรู้สึกผิดเลยแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว"ชายชราจ้องมองสมาชิกพูดด้วยความรู้สึกสำนึกผิดอย่างแท้จริง
"ข้าใช้เวลากว่าเจ็ดปีเพื่อหาทางชดเชยความผิดที่ข้าก่อ เพื่อให้หมู่บ้านกลับมาสงบสุขอีกครั้ง ในวันที่ข้าถูกขับออกจากหมู่บ้าน ข้ากับผู้เฒ่าคนปัจุบันได้ทำข้อตกลงกันไว้ข้อหนึ่ง หากข้าสามารถนำความสงบสุขกลับคืนสู่หมู่บ้านได้และสมาชิกในหมู่บ้านลงความเห็นว่าคณะคุ้มกันภัยไม่มีความจำเป็อีกต่อไป มันและคณะคุ้มกันภัยของมันจะจากไป วันนี้ข้าและหลานชายได้พบหนทางนั้นและนำกลับมาปกป้องหมู่บ้านแห่งนี้แล้ว"สิ้นเสียงประกาศของชายชรา สมาชิกในหมู่บ้านต่างพูดคุยกระซิบกระทราบกันจนได้ตัวแทนผู้หนึ่ง
"ท่านอดีตผุ้เฒ่าพบเกล็ดน้ำค้างแห่งชีวิตแล้ว"ชายชราพยักหน้าแทนคำตอบ
"เมื่อมีเกล็ดน้ำค้างแห่งชีวิต หมู่บ้านของพวกเราก็จะกลับมาปลอดภัยอีกครั้ง ไม่มีความจำเป็ต้องจ้างวานคณะคุ้มกันภัยให้หมู่บ้านแห่งนี้อีก"สมาชิกทุกคนต่างมีความเห็นเป็เสียงเดียวกัน กว่าเจ็ดปีที่ผ่านมาพวกมันต้องจ่ายค่าคุ้มครองความปลอดภัยให้ผู้เฒ่าคนปัจุบัน ทั้งยังโดนคณะคุ้มกันภัยเอารัดเอาเปรียบพบเจอความเดือดร้อนมาไม่น้อย
"เป็เช่นนี้เงื่อนไขก็ครบตามที่ตกลงกันแล้ว เ้ารับปากจะทำตามสัญญา"ชายชราเอ่ยถาม ผู้เฒ่าคนปัจุบันกล่าวตอบด้วยรอยยิ้มแฝงด้วยเจตนาชั่วร้าย
"นั่นย่อมแน่นอน ข้าย่อมจากไปเมื่อข้าได้ทุกสิ่งที่้าแล้ว"ก่อนคำพูดจะสิ้นสุดลง ผู้เฒ่าคนปัจุบันได้หยิบตะเกียงแปลกประหลาดที่ซ่อนอยู่ในอกเสื้อออกมา ตะเกียงสีเงินลวดลายแปลกตา ความรู้สึกชั่วร้ายและอันตรายแผ่ออกมาจากเปลวเพลิงสีดำสนิทใจกลางตะเกียงดวงนั้น
"หุ่นเชิดชิงิญญา"ทันใดนั้นเอง กลุ่มหมอกสีดำได้ล่องลอยออกมาจากตระเกียงอย่างน่าขนลุก อักขระในวงเวทที่คณะคุ้มกันภัยถูกหลอกให้สร้างขึ้นเปร่งแสงสอดรับกับกลุ่มหมอกสีดำ เพียงพริบตาเดียว คณะคุ้มกันภัยต่างตาเหลือกค้าง ร่างกายชชักกระตุกบิดงอ สุดท้ายดวงิญญาของมันกลับถูกดูดเข้าเปลวไฟในตะเกียงประหลาดดวงนั้น หลงเหลือเพียงซากศพภายใต้การควบคุมของผู้เฒ่าคนปัจจุบัน
"ฮ่าๆๆ เข้าจะจากไปหลังจาก่ชิงิญญาของทุกคนจนหมดสิ้น ฆ่ามันทุกคนให้แก่ข้า"คณะคุ้มกันภัยที่กลายเป็ซากศพชักดาบโหมเข้าฟาดฟันเหล่าสมาชิกในหมู่บ้านดุจพยัฆร้ายหิวโหยท่าทามกลางฝูงแพะแกะไร้ทางสู้
ชายชราตาเบิกค้างไม่เชื่อว่าหลานชายผู้น่ารังเกียจของตนเองจะเลวร้ายยิ่งกว่าเศษเดนมนุษย์เช่นนี้ ท่ามกลางการสังหารหมู่อันโหดร้าย เสียงกรีดร้อง เืเนื้อ และซากศพกระจัดกระจายไปทั่วจนยากจะจำแนกทิศทาง ดวงิญญาที่เคียดแค้น เ็ปแต่ไร้ซึ่งเสียงร้องใดๆถูกดูดข้าสู่เปลวเพลิงสีดำในตะเกียงประหลาดดวงนั้น แต่สิ่งเดียวที่ชายชรากังวลสนใจมีเพียงความปลอดภัยของหลานชายตนเองเท่านั้น
อาเค่อกับหลินหลินเมื่อพบเห็นหมอกประหลาดสีดำกำลังปกคลุมหมู่บ้าน ด้วยความตื่นตระหนกจึงรีบจับจูงมือกันวิ่งตรงไปใจกลางหมู่บ้านเพื่อขอความช่วยเหลือ หากแต่สิ่งที่ทั้งสองพบเจอกลับกลายเป็นรกขุมหนึ่ง
"ท่านพ่อ ท่านแม่!"หลินหลินกรีดร้องสุดเสียง สลัดหลุดจากการจับจูงของอาเค่อ วิ่งผ่าเศษซากศพ เข้าไปหาครอบครัวของตนเองที่นอนทอดร่างกลายเป็ซากศพ อาเค่อพยายามจะวิ่งตามไปแต่กลับรู้สึกเ็ปราวถูกฟ้าผ่าเข้าที่กลางอก คมดาบแวววาบเปื้อนเืแทงทุร่างกายมันจากด้านหลัง
"ไม่..ไม่ ม่ายยยยย"ชายชราที่พบเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดั้แ่ต้น ร้องกะโกนดุจคนเสียสติ มันวิ่งหลบเลี่ยงคมดาบที่ฝาดฟันผ่านร่างอย่างปราดเปรียว ไม่หลงเหลือเค้าลางแห่งความชราแม้แต่น้อย มันโอบกอดร่างที่เหลือเพียงลมหายใจรวยรินของอาเค่อ ดวงตาพร่าเลือนด้วยน้ำตาที่ไหลออกมาไม่ขาดสาย
"หลานรักเ้าต้องไม่ตาย ตาไม่มีวันให้เ้าตกตายก่อนตาอย่างเด็ดขาด"ชายชราลูบคลำค้นหาไปทั่วร่างกายของอาเค่อจนพบกับเกล็ดน้ำค้างแห่งชีวิต ชายชรายัดมันเข้าไปในาแกลางอกของอาเค่อ รอคอยด้วยความหวังอันริบหรี่ แต่ตอนนั้นเวลาของมันได้หมดลงแล้ว
ในสติอันเลือนลาง ทุกสรรพสิ่งกลายเป็สีขาวสว่างจ้าจนอาเค่อรู้สึกอยากหลับตาลง แต่ก่อนที่ความมืดมิดจะกลืนกิน เสียงอันคุ้นเคยทำให้มันค่อยๆลืมตาขึ้นอีกครั้งอย่างเหนื่อยล้า อาเค่อพยายามยกมือขึ้นปาดเช็ดน้ำตาบนใบหน้าชราอันคุ้นเคย ใบหน้าที่มอบแต่รอยยิ้ม ความรัก ความเอ็นดูให้มันมาตลอดชีวิต แต่น่าเสียดายที่มันไม่หลงเหลือเรี่ยวแรงแม้แต่น้อย
'ท่านตาเป็อะไร ทำไมถึงได้ร้องไห้ขนาดนี้ ได้โปรดอย่าร้องไห้เลย'อาเค่อแม้แต่ขยับปากพูดยังทำไม่ได้ มันได้แต่มองชายชราด้วยความปวดร้าวจนปัญญา พริบตานั้นเสียงร้องไห้ของชายชราพลันขาดหายไป ใบดาบคมกริบแทงทะลุหัวใจชายชราจากทางด้านหลัง มันกระอักโลหิตสาดกระเซ็นทั่วใบหน้าของอาเค่อ ประแสงในดวงตามอดดับลงชีวิตถูก่ชิงไปภายใต้เงื้อมมือของผุ้เฒ่าคนปัจจุบัน
"ฮ่าๆๆ ท่านพ่อความแค้นที่ท่านฝากฝังไว้ข้าทำมันได้สำเร็จแล้ว ทุกชีวิตที่ขับไล่ท่านออกจากหมู่บ้านถูกฆ่าตายจนหมดสิ้น แม้ดวงิญญาของพวกมันก็ถูกข้ากักขังอยู่ในตะเกียงิญญา เป็พลังิญญาให้ข้าไปจนแตกสลาย ไม่มีวันได้เวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไป ฮ่าๆๆ"ทุกการกระทำ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นใน่เวลานั้นคล้ายเชื่องช้ากว่าปกติ หัวใจอาเค่อคล้ายถูกค้อนทุบจนแหลกสลายเป็เศษฝุ่น
“เ้าแมลงสาปนี่ยังไม่ยอมตายอีก ข้าจะเมตตาสงเคราะห์แก่เ้าเอง”ผู้ฒ่าชั่วร้ายเงื้ดาบในมือขึ้น หวังปิดชีวิตอาเค่อในดาบเดียว ขณะเดียวกันหลินหลินที่ตามหาครอบครัวของนางไม่พบ นางจึงวกกลับมาพบอาเค่อ ใน่เวลาเป็ตาย นางได้แต่เคลื่อนที่ไปตามที่สัญชาตญาณสั่งการ
“อย่าน๊า”หลินหลินโถมเข้ามาบดบังดาบนี้ให้แก่อาเค่อ ร่างกายของนางแยกอกเป็สองส่วน แต่บนใบหน้าของนางกลับมีเพียงรอยยิ้มแห่งวความโล่งใจ อย่างน้อยๆนางก็ไม่ต้องเห็นคนที่นางรักตกตายอีกต่อไป การสูญเสียอย่างต่อเนื่อง ความเ็ปทั้งทางร่างกายและจิตใจ ความสับสน ไม่เข้าใจ ความเกียจชังเคียดแค้นถาโถมเข้าสู่จิตใจของอาเค่อ จนมันได้แต่เปร่งเสียงร้องออกมาดุจสัตว์ป่ายามคลุ้มคลั่ง
“อ๊ากกกก”ท่ามกลางสติอันเลืนลาง เสียงบางสิ่งบางอย่างที่เก่าแก่โบราณ นิ่งสงบแต่ทรงพลังอำนาจก้องกังวาลอยู่ภายในจิตใจของมัน
‘เ้า้าฆ่าคนตรงหน้าหรือไม่’
‘ข้าจะฆ่ามัน’อาเค่อตอบโดยไม่ลังเล
‘ไม่ว่าจะต้งแลกด้วยสิ่งใด’
‘ข้ายอมสละได้ทุกสิ่ง’