ในวงการธุรกิจประเภทท่องเที่ยวไม่มีใครไม่รู้จัก [ตระกูลจ้าว]โรงแรมชั้นนำหลายแห่งทั่วประเทศมักมีตระกูลจ้าวมาเกี่ยวข้องเสมอ พวกเขาเป็ทั้งเ้าของและหุ้นส่วนนอกจากนี้ยังมีธุรกิจผลไม้ที่ผลิตขึ้นมาเพื่อส่งให้โรงแรมในเครือ และโรงแรมอื่น ๆอีกจำนวนหนึ่ง หากเอ่ยถึงตระกูลเ้าไม่มีใครไม่รู้จัก
เหตุการณ์เมื่อปีก่อนทำให้พวกเขาเป็ที่รู้จักมากขึ้นเมื่อหนึ่งในทายาทได้เสียชีวิตลงด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ผู้คนต่างให้ความสนใจ จากเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้หุ้นของบริษัทตกลงชื่อของจ้าวยูร์ถูกค้นหาและนำมาตีข่าวจนทำให้ชื่อเสียงของโรงแรมเสียหายเพราะผลสรุปออกมาคือทายาทของตระกูลจ้าวขับรถขณะมึนเมาก่อให้เกิดอุบัติเหตุและเป็ภัยต่อผู้ใช้ถนนคนอื่น
ผู้นำของตระกูลจ้าวจำต้องออกมาขอโทษและบริจาคเงินจำนวนหลายสิบล้านเพื่อแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ดังกล่าวคดีถูกปิดลงอย่างรวดเร็ว ไม่มีใครพูดถึงเื่นี้อีกสุดท้ายด้วยอำนาจเงินกำลังเพียงน้อยนิดการตายของจ้าวยูร์ก็เงียบหายไปกับสายลม
จ้าวยูร์จอดรถอยู่ที่หน้าบริษัทตระกูลจ้าวเขามองเข้าไปด้านในความรู้สึกที่เขาคิดว่าลืมไปแล้วย้อนกลับมาดวงตาของเขากระตุกเมื่อเห็นคนที่กำลังเดินออกมาพร้อมกับคนอื่น ๆ
จ้าวหลงเซิ่น ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็บิดาของเขาวันนี้เขาได้คำตอบหนึ่งในใจ ครอบครัวของเขาได้ตัดลูกชายที่ชื่อจ้าวยูร์ออกไปจากชีวิตั้แ่วันที่เขาเอ่ยปากว่าชอบเพศเดียวกัน
ในคืนนั้นจ้าวยูร์เดินเข้าผับหรูที่รองรับแต่ลูกค้าระดับVIP ที่นี้มีชื่อเสียงในหมู่ของคนรวยผู้ที่พร้อมจ่ายโดยไม่เสียดายเพื่อแลกกับความหรูหรา เพียงแค่เดินเข้าไป จ้าวยูร์ได้รับการต้อนรับเป็อย่างดีผมที่เคยยาวถูกตัดเขากับใบหน้า ขับรูปหน้าของเขาให้โดดเด่น พอๆ กับความสูงของเขาที่เป็จุดสนใจของผู้หญิงหลายคน
“เวยลี่ดูนั้นสิ ผู้ชายคนนั้นโคตรหล่อเลย” เหวยเวยลี่ที่กำลังคุยอยู่กับเพื่อนสาวหันมามอง
“น่าสนใจ” เหวยเวยลี่เผยรอยยิ้มออกมา
“แค่น่าสนใจเท่านั้นเหรอแก”
“ฉันว่าน่ากินมากกว่า”อีกคนพูดขึ้นพลางส่งสายตาโลมเลียจ้าวยูร์จากด้านหลังไม่ปิดบังความ้าของตนเอง
“วันนี้ผู้ชายคนนี้ต้องเป็ของฉัน” เหวยเวยลี่ลุกขึ้นเดินเข้าไปหาอีกฝ่าย
“อุ๊ย! ขอโทษคะ คุณไม่เป็อะไรนะคะ” จ้าวยูร์ยกยิ้มเล็กน้อยยิ่งทำให้เขาดูน่ามองมากยิ่งขึ้น เหวยเวยลี่ที่เห็นเขาใกล้ๆแบบนี้ถึงกับเผลอมองจนลืมตัว
“ไม่เป็ครับ”
“ฉันเหวยเวยลี่ ยินดีที่ได้รู้จัก” อีกฝ่ายยื่นมือมาหา จ้าวยูร์ยื่นมือไปััเช่นกัน
“เฟยอวี้ครับ”
“เฟยอวี้เหรอค่ะ”
“ครับ เฟยอวี้”
“ฉันไม่เห็นเพื่อนคุณเลย ไม่อยู่เหรอค่ะ” เหวยเวยลี่แกล้งมองไปรอบๆ เพื่อยืนยันบางอย่างทั้งที่รู้ว่าเขามาคนเดียว
“ผมมาคนเดียวครับ”
“เป็ไปได้ยังไงกัน คุณเนี่ยนะมาคนเดียว” จ้าวยูร์มองท่าทางใอย่างเสแสร้างของอีกฝ่ายด้วยความรังเกียจแต่ใบหน้าของเขากับเผยรอยยิ้มออกมา
“ผมต้องมากับใครละครับ ในเมื่อผมยังโสดอยู่” เหวยเวยลี่เห็นรอยยิ้มกว้างของอีกฝ่ายยิ่งทำให้เธอคิดว่าผู้ชายตรงหน้าหลงเสน่ห์ของเธอเข้าแล้ว
“สนใจไปนั่งโต๊ะด้วยกันไหมค่ะ” เธอชี้ไปยังโต๊ะที่เพื่อนๆ ของเธอนั่งอยู่ พอหันไปพวกเขาต่างโบกมือให้
“ไม่เป็ไรดีกว่าครับ เดี๋ยวคุณดูไม่ดีเอา”
“ไปเถอะคะเพื่อนฉันอยากรู้จักคุณด้วย” เหวยเวยลี่ถือวิสาสะคล้องแขนอีกฝ่ายเอาไว้จ้าวยูร์ไม่ได้ปัดออกทั้งที่รู้สึกรังเกียจ
“คุณไม่กลัวผมทำอะไรคุณเหรอครับ”เธอเงยหน้าขึ้นมอง สายตาของเขาทำให้เหวยเวยลี่คิดไปไกลซึ่งมันต่างจากสิ่งที่จ้าวยูร์คิดเป็อย่างมากเธอชะโงกหน้าเข้ามาใกล้ ยื่นมือวางบนอกของเขาด้วยความจงใจ
“ฉันกลัวว่าคุณไม่ทำมากกว่า” จ้าวยูร์ยิ้มทันทีที่ได้ยินคำพูดของเธอ
จ้าวยูร์ตามเธอไปนั่งร่วมโต๊ะกับเพื่อนอีกสามคนของเหวยเวยลี่เขาเป็ผู้ฟังที่ดี พร้อมกับตอบคำถามของพวกเธอไปพร้อม ๆ กัน
“ผมขอตัวสักครู่นะครับผมจำเป็ต้องรับโทรศัพท์นี้” จ้าวยูร์กระซิบข้างหูของเหวยเวยลี่ เธอพยักหน้ารับรู้จ้าวยูร์ลุกออกไปข้างนอก
“เวยลี่ ผู้ชายคนนี้โคตรดูดีเลยแก ยิ่งดูใกล้ๆยิ่งหล่อ”
“ดูท่าทางแล้วคงแซ่บน่าดู ให้ฉันลองก่อนได้ไหม”
“ให้มันน้อย ๆ หน่อยคนนี้ฉันจอง”
“ฉันไม่น่าบอกแกเลย ฉันน่าจะเก็บเอาไว้เอง”
“ช่วยไม่ได้คนมันสวย” จ้าวยูร์เดินกลับเข้ามาสีหน้าเขาดูไม่ดีนัก
“มีอะไรหรือเปล่าค่ะ” เหวยเวยลี่แสดงท่าทางห่วงใยอย่างเห็นได้ชัด
“พอดีมีปัญหาเื่งานครับ ผมต้องรีบกลับไปแก้ไข”
“ตายจริง ดึกขนาดนี้คุณยังต้องทำงานอีกเหรอค่ะ”เพื่อนคนหนึ่งพูดขึ้น
“ผมต้องรีบกลับไปจัดการให้เรียบร้อยนะครับคงไม่ว่าผมเสียมารยาทใช่ไหมครับเพื่อเป็การขอโทษผมขอเป็เ้ามือเลี้ยงพวกคุณนะครับ”
“ตายจริงไม่ต้องทำแบบนั้นก็ได้คะพวกเราเพิ่งเจอกันให้คุณเลี้ยงเสียมายาทแย่”
“ไม่เป็ไรครับผมไม่ถือ” จ้าวยูร์หันไปเรียกพนักงานที่อยู่ใกล้ๆเขายื่นบัตรให้กับพนักงาน
“เดี๋ยวฉันออกไปส่งคุณนะคะ” จ้าวยูร์พยักหน้าผ่านไปครู่ใหญ่เธอจึงเดินกลับเข้ามา
“เป็ไงบ้าง” เหวยเวยลี่โบกโทรศัพท์ในมือ
“ฉันได้เบอร์โทรเขามาแล้วเรียบร้อย”
“ไวจริงนะแก”
“เสียดายที่วันนี้เขาต้องกลับไปทำงานไม่เป็ไรได้เบอร์ติดต่อแล้วเอาไว้นัดวันหลังก็ได้”
“อย่าลืมมาเล่าให้พวกเราฟังด้วยนะ”เสียงหัวเราะดังเข้าหูคนที่อยู่ในมุมมืดอย่างชัดเจน ดวงตาของเขาแดงกล่ำทุกการกระทำของเธอเขาเห็นมันอย่างชัดเจน
‘ข้าต้องรู้ว่านางเป็ใครก่อนพระอาทิตย์ขึ้น!’
‘รับบัญชาขอรับ’จอมมารหายไปทันที ทิ้งให้แม่ทัพเงาอยู่เพียงลำพังในผับแห่งนั้น
จ้าวยูร์เลี้ยวรถเข้าบ้าน คิดถึงแผนการขั้นต่อไปอีกไม่ช้าพวกเขาควรได้รับรู้ความเ็ปที่เขาเคยได้รับ เขาไม่ใช่ผู้ชายที่อ่อนแอคนนั้นอีกแล้ว
ร่างของจ้าวยูร์ปลิวกระแทกเข้ากับพนังห้องก่อนที่เข้าจะได้เปิดประตูห้องด้วยซ้ำความรู้สึกหนักอึ้งที่กดทับเขาเอาไว้กับพนังทำให้เขาชะงัก ความรู้สึกกดดันนี้.....
“จอมมาร!”
“ผู้หญิงคนเมื่อกี้เป็อะไรกับเ้า!”จอมมาระโถาม จ้าวยูร์มึนงงไม่ทันได้เตรียมใจเพื่อเจออีกฝ่าย
“ท่านมาที่นี้ได้ยังไง...”
“ตอบข้ามา!เ้าเป็อะไรกับนาง!” จอมมารไม่ได้สนใจในสิ่งที่จ้าวยูร์กำลังถามเขากำลังโมโหกับสิ่งที่เห็น
“ปล่อยข้า!”
“ข้าไม่ปล่อย หากเ้าไม่ตอบคำถามของข้าเ้าอย่าได้คิดหนีไปอีก!”
“ข้าไม่ได้หนี!”
“เ้าหนี! ข้าบอกให้เ้ารอข้า แต่เ้าไม่รอ!”
“ท่านบอกข้าเมื่อไหร่ว่าให้รอ! ส่วนท่าน...เป็ท่านที่เป็คนหลบหน้าข้าั้แ่แรกแล้วท่านตามข้ามาทำไม หากอยากหลบนักทำไมไม่หลบให้ได้ตลอด!”
“ข้าไม่ได้หลบหน้าเ้า!”
“ไม่ได้หลบ...แล้วไอ้ที่ไม่ยอมมาพบข้ามันหมายความว่ายังไง!”
“ข้ามาหาเ้าแล้วนี่ไง..ตอบข้ามาผู้หญิงคนเมื่อกี้นางเป็ใคร!
“ไม่ใช่เื่ของท่าน!”
“จ้าวยูร์!”
“ไม่ต้องะโข้าก็ได้ยิน!ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!” จ้าวยูร์พยายามดิ้นรนหนีจากการกักขังของอีกฝ่ายแม้รู้ว่าต่อให้พยายามแค่ไหนมันเหมือนเอาไม้ซี่งัดไม่ซุงในเมื่ออีกคนไม่ยอมขยับตัวเลยสักนิด
“อื้ออ..”
จอมมารไม่สนใจการกระทำของจ้าวยูร์เขาริมฝีปากที่เอาแต่เถียงเขาไม่ยอมตอบคำถาม ลิ้นของเขาสอดเข้ามาในโพรงปากดูดกลืนอย่างหิวกระหาย เบียดร่างเข้าหากลิ่นหอม มือของจ้าวยูร์ถูกรวบเอาไว้หนือศีรษะอีกมือหนึ่งกำลังััแก่นกายของเขาอย่างบ้าคลั่งไร้ความปราณี จ้าวยูร์พยายามดิ้นให้หลุดจากอีกฝ่ายแม้มันยากแค่ไหนก็ตาม
....ไม่ใช่...มันต้องไม่ใช่แบบนี้...
“หยุดดิ้น หากเ้าไม่อยากเจ็บตัวไปมากกว่านี้”จอมมารมองไม่เห็นสายตาของจ้าวยูร์ ตอนนี้เขากำลังโกรธจนไม่ได้สนใจว่าจ้าวยูร์รู้สึกยังไงปากของเขายังถูกไม่ยอมปล่อย เสื้อผ้าของเขาหลุดรุ่ยแทบมองสภาพเดิมไม่ออก จ้าวยูร์หลับตาลงไม่ยอมมองการกระทำของจอมมารอีกปล่อยให้เขาทำตามใจอย่างที่เขา้าโดยไม่ขัดขื่น เพราะมันช่างไร้ประโยชน์สิ้นดี
จ้าวยูร์ถูกจับให้หันหน้าเข้าพนังขาของเขาถูกแยกออก ร่างกายสั่นระริกต่อให้ไม่ยินยอมเมื่อถูกอีกฝ่ายปลุกเร้าด้วยััที่เร่าร้อนย่อมไม่อาจต้านทานแรงอารมณ์ได้จ้าวยูร์กัดริมฝีปากแน่นไม่ยอมเปล่งเสียงออกมา
“ยูร์...” เสียงกระเส่าด้วยแรงความ้าของจอมมารดังอยู่ข้างหูเขากำลังจับเ้าแท่งเนื้อที่แข็งเป็หินถูไถด้านหลัง จ้าวยูร์เกร็งตัวเมื่อรับรู้ได้ว่ามันกำลังแทรกเข้ามาในร่างกายทีละน้อย
“อ่า...ยูร์ของข้า...” จ้าวยูร์กัดริมปีปากแน่นข้อมือทั้งสองถูกกุมเอาไว้ไม่ยอมปล่อย
ตับ!
จอมมารกระแทกเข้ามาอย่างแรงจนสุดโคนแท่งเนื้อในครั้งเดียวความเ็ปแล่นเข้าสู่ร่างกายไร้ซึ่งความอ่อนโยน น้ำตาของเขาเอ่อคลอ....
“อ๊า!”
“ในที่สุดเ้าก็ส่งเสียงให้ข้าได้ยิน...”จอมมารจูบหัวไหล่ของจ้าวยูร์ ส่วนเ้าตัวกลับกลืนน้ำตากลับเข้าไปด้านในไม่ยอมให้จอมมารเห็น
จอมมารขยับกายเข้าออกโดยไม่ได้คำนึงถึงความเจ็บที่จ้าวยูร์ได้รับเขากระแทกเข้าออกอย่างรุนแรงบ้าคลั่งรุนแรงด้วยความรู้สึกหลากหลายที่ไม่เคยเข้าใจมาก่อน
“อร๊า..เ้าเป็ของข้าเท่านั้น!”เอวสอบขยับเป็จังหวะ เสียงเนื้อกระทบกันดังไม่หยุดทางรักที่คับแน่นสร้างความเสียวซ่านให้จอมมารจนเขาส่งเสียงครางออกมา
“ด้านในของเ้าช่างอุ่น...รัดข้าดีเหลือเกิน...อ่า”ความอดกลั้นไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไป ริมฝีปากที่ถูกกัดจนเลือกซึมออกมาน้ำตาเขาไหลออกมาเงียบ ๆ
“ยูร์....อ่า..” เสียงกระเส่าเร่งเร้าด้วยอารมณ์รักอย่างขาดสติไม่ได้ทำให้จอมมารสังเกตุเห็นถึงความผิดปกติของจ้าวยูร์สักนิด
“อ๊า!!!” ร่างของเขากระตุกสั่น น้ำรักอุ่น ๆฉีดเข้าร่างกายของจ้าวยูร์จนเอ่อล้นไหลออกมาจากช่องทางรัก จอมมารปล่อยมือที่จับเอาไว้เขากอดอีกฝ่ายเอาไว้แน่นนานอยู่ครู่ใหญ่ กลิ่นเืลอยเข้าจมูกจอมมารตื่นตะลึงใเหมือนได้สติกลับมา เขาถอดแก่นกายออก จับใบหน้าหวานให้หันกลับมาพอเห็นใบหน้าของจ้าวยูร์เขานิ่งงันไปทำอะไรไม่ถูก