เรือเหาะล่องลอยกลางนาวาแห่งความมืดมิด ตาคมทอดมองยาวไกล พบเพียงความเวิ้งว้างและหนาวเหน็บ
" ภารกิจแรกที่พระผู้สร้างให้ เป็ภารกิจแห่งความตายชัดๆ " นนท์พึมพำ
" เฮ้อ " นนท์ถอนหายใจหนัก
" เมืองวิหค์ โลกวิหค์ จักรวาลหงอี้ " นนท์พึมพำ
" ไกลจริงๆ " นนท์กางค่ายกลเร่งเวลา และวางบ่อน้ำสรรพสิ่ง แล้วหย่อนกายลงแช่ในบ่อน้ำสรรพสิ่ง
" อืม " นนท์เปิดเปลือกตาขึ้น
" พร้อมทะลวงขั้นพลังแล้ว " นนท์พึมพำ
" สามเดือนแล้วรึ " นนท์เก็บทุกสิ่ง กวาดตามองรอบด้าน
" น่าจะอีกไม่นาน " นนท์พยักหน้าเบาๆ
" ถึงแล้ว " นนท์บังคับเรือเหาะแล่นผ่านกลุ่มหมอกควันที่ปลายอุโมงค์มิติ
" โลกวิหค์ " นนท์เพ่งมองยังโลกวิหค์
" ปรานัโกลาหลเข้มข้นยิ่งนัก ทั้งมรรคาแห่งเต๋ายังชัดแจ้ง " นนท์บังคับเรือเหาะร่อนลงยังท่าเทียบเรือเหาะ
" ผู้มาเยือนจ่ายหินปรานสรรพสิ่งพันชั่ง " นนท์ยื่นหินปรานให้ทหารยามขั้นฝึกราชันย์ขั้นต้นขั้นที่ห้า
" น้องชายที่นี่มีกฎรึไม่ " นนท์เอ่ยถาม
" ห้ามสังหาร " นนท์พยักหน้าแล้วเดินเข้าเมือง ตาคมถึงกับเบิกโพลง
ภาพที่ปรากฎต่อหน้านั้นคือ รูปสลักวิหค์สีทองตัวใหญ่ั์ราวพันจั้ง ยืนสยายปีกอยู่บนแท่น
" รูปสลักวิหค์ ช่างสวยงามจริงๆ " นนท์ยืนมองตามิกระพริบ
" นี่มันอะไรกัน " นนท์เบนสายตาจากรูปสลักวิหค์ เพ่งมองยังหมอกควันจางๆที่ปกคลุมทั่วเมือง
" ไม่ใช่หมอกแต่เป็ปรานัโกลาหล " นนท์สูดหายใจเข้าลึก แล้วเร่งไปหาข้อมูล
" คุณชายท่านนี้้าที่พักหรืออาหารขอรับ " เสี่ยวเอ้อร์เอ่ย
" ข้า้าอาหาร " เสี่ยวเอ้อร์พานนท์ไปนั่งที่โต๊ะ
" เอาอาหารอย่างดีมาสามอย่างและสุราชั้นเลิศ " เสี่ยวเอ้อร์ไปยังครัว
" ภารกิจนี้หนักหนาที่สุด " นนท์สูดหายใจเข้าลึก
" คุณชายสุราและอาหารมาแล้วขอรับ " นนท์พยักหน้า
" เสี่ยวเอ้อร์เ้ารู้จักป่าลึกลับรึไม่ " นนท์เอ่ยถาม
" คุณชาย ท่านจะไปยังป่าลึกลับรึ " นนท์พยักหน้า แล้วยกจอกสุราขึ้นจิบ
" สุราดี " นนท์พยักหน้า
" คุณชาย เอ่อ " นนท์เห็นท่าทีที่อ้ำอึ้งของเสี่ยวเอ้อร์จึงโยนหินปรานให้พันชั่ง
" ขอบคุณคุณชาย " เสี่ยวเอ้อร์เก็บหินปรานอย่างรวดเร็ว
" คุณชายป่าลึกลับนั้น อยู่ด้านทิศเหนือห่างจากเมืองวิหค์ราวสิบล้านลี้ ที่นั่นเต็มไปด้วยภยันตราย อสูรน้อยใหญ่มากมายยิ่งนัก ข้าได้ยินมาว่าหัวหน้าของอสูรเป็ถึงราชันย์สูงสุดสมบูรณ์และหยั่งรู้อักขระเทพได้ถึงสิบตัว " นนท์พยักหน้าช้าๆ
" แข็งแกร่งขนาดนั้นเชียวรึ " เสี่ยวเอ้อร์พยักหน้า
" พี่ชาย พวกเราก็จะไปยังป่าลึกลับ หากท่านอยากจะไปก็เข้าร่วมกับพวกเราสิ " นนท์หันมองยังชายหนุ่ม ซึ่งเป็ราชันย์ขั้นปลาย
" พวกเ้าก็จะไปรึ " ชายหนุ่มพยักหน้า
" เต๋อชง อย่าได้เที่ยวชักชวนจอมยุทธขั้นต่ำ มันจะเป็ตัวถ่วงข้า " ชายหนุ่มผู้นั้นมองยังนนท์ด้วยสายตาดูิ่
" ราชันย์ขั้นปลายสูงสุด " นนท์พึมพำ
" พี่ชาย เื่เมื่อครู่ ถือว่าข้ามิได้พูดแล้วกัน " นนท์พยักหน้า กลุ่มของเต๋อชงเร่งจากไปในทันที
กลุ่มของเต๋อชงมีด้วยกันทั้งสิ้นเจ็ดคน ขั้นพลังต่ำสุดเป็ราชันย์ขั้นปลายขั้นที่สาม ส่วนสูงที่สุดในกลุ่มเป็ชายผู้นั้น จากการคาดเดาของนนท์ชายหนุ่มคนที่ขัดเต๋อชงน่าจะเป็หัวหน้ากลุ่ม
" คุณชาย อย่าได้ใส่ใจ คุณชายเติ้งก็เป็เช่นนี้ ชอบเหยียบย่ำทับถมผู้อื่น " นนท์พยักหน้า
" จากที่เ้าเล่าว่าป่าลึกลับมีราชันย์สูงสุดอยู่ กลุ่มคนเหล่านี้เข้าไปมิเท่ากับหาที่ตายหรอกรึ " นนท์เอ่ยขึ้น
" คุณชาย ป่าลึกลับมีด้วยกันสามเขต เขตนอก เขตกลาง เขตใน กลุ่มนี้น่าจะเข้าไปยังเขตกลาง ซึ่งจากระดับขั้นพลังแล้วน่าจะปลอดภัย " นนท์พยักหน้า
" คงไปหาประสบการณ์สินะ " นนท์พึมพำ
" ข้าลืมถามเ้า ไอ้หมอกควันที่ลอยอยู่ทั่วเมืองคืออันใดรึ " นนท์เอ่ยถามเสี่ยวเอ้อร์
" คุณชาย หาใช่หมอกควันอย่างที่ท่านกล่าวไม่ " นนท์แสร้งทำหน้าสงสัย
" หากมิใช่หมอกควันแล้วมันคือสิ่งใด " เสี่ยวเอ้อร์ฉีกยิ้มอย่างแสนภาคภูมิ
" คุณชาย นี่คือพลังปรานัโกลาหล ขอรับ " นนท์พยักหน้าช้าๆ
" มีมานานแล้วรึ " นนท์วาดมือััยังปรานัโกลาหล
" นานมากขอรับ แต่ก็มิมีผู้ใดล่วงรู้ว่านานเพียงใด " นนท์พยักหน้า
" นี่คือค่าอาหาร ข้าจะเที่ยวชมเมืองเสียหน่อย " นนท์จ่ายค่าอาหารแล้วเดินเที่ยวชมเมือง
" คุณชาย้าสิ่งใดรึเ้าคะ " นนท์ยกยิ้มให้กับพนักงานสาว
" ข้าขอเดินดูรอบๆก่อน " นนท์เดินชมสินแร่ต่างๆในร้านค้า
" ผลึกดาราห้วงมิตินี่ " นนท์ถึงกับยกยิ้มออกมา
" ข้า้าผลึกดาราห้วงมิติร้อยก้อน " นนท์เอ่ย
" ผลึกดาราห้วงมิติราคาก้อนละสองพันผลึกปรานสรรพสิ่งเ้าค่ะ " นนท์พยักหน้าแล้ววาดมือเรียกผลึกปรานออกมา
" คุณชายรอสักครู่ ข้าจะเร่งไปนำมาให้ท่าน " นนท์พยักหน้า
" ของดีเยอะมาก " นนท์พึมพำ
นนท์ได้กว้านซื้อสินแร่มากมาย ทำเอาผู้ดูแลร้านแทบจะคุกเข่ารับใช้เลยทีเดียว
" หอโอสถรึ " นนท์เดินเข้ามาในหอโอสถ
" หญ้าดวงจิตพิสุทธิ์ " นนท์จับจ้องยังหญ้าดวงจิตพิสุทธิ์
" ในตำราโอสถบอกไว้ หญ้าดวงจิตพิสุทธิ์จะช่วยขัดเกลาดวงจิตเทวะให้สมยูรณ์มากขึ้น ยิ่งดวงจิตเทวะสมยูรณ์มากเท่าใดก็ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น " นนท์พึมพำ
" น้องชาย หญ้าดวงจิตพิสุทธิ์นี้เ้าขายเช่นใด " นนท์เอ่ยถาม
" คุณชายหญ้าดวงจิตพิสุทธิ์ต้นนี้ มีผู้จองไว้แล้วขอรับ " นนท์พยักหน้า
" น่าเสียดาย ทางหอโอสถขายเท่าไรรึ " นนท์เอ่ยถาม
" หญ้าดวงจิตพิสุทธิ์ต้นนี้หอโอสถขายในราคาสองแสนผลึกปรานสรรพสิ่ง " นนท์พยักหน้า
" น่าเสียดายที่มีเ้าของแล้ว " นนท์ส่ายหน้า
" หากท่าน้าจริงๆ ทางหอโอสถยังมีหญ้าดวงจิตพิสุทธิ์อีกหนึ่งต้น แต่อายุยังมิถึง " นนท์พยักหน้า
" เอาให้ข้าดู " พนักงานชายเร่งไปอย่างรวดเร็ว
" คุณชายนี่ขอรับ " นนท์รับหญ้าดวงจิตพิสุทธิ์ต้นอ่อนมาดู
" เ้าขายเท่าใด " นนท์เอ่ยถาม
" ห้าหมื่นผลึกปรานสรรพสิ่งขอรับ " นนท์พยักหน้า ยื่นผลึกปรานให้
" ขอบคุณคุณชาย " นนท์ยกยิ้มแล้วเดินดูรอบหอโอสถ นนท์มองยังเตาหลอมโอสถ
" จริงสิยังมิได้ออกหาเตาสรรพสิ่งเลย ทั้งโลกเล็กของราชันย์หลงเฟย และผลึกิญญาอีก " นนท์ครุ่นคิดในใจ
" เสร็จจากภารกิจของพระผู้สร้างแล้วค่อยออกหา " นนท์พึมพำ
" น้องชาย หญ้าแห้งแสงเทพนี่เ้าขายเท่าใด " นนท์มองยังหญ้าแสงเทพที่แห้งเหี่ยว
" ตำราหลอมโอสถบอกว่า หากดูดซับปรานจากหญ้าแสงเทพอายุหมื่นปี จะช่วยให้หยั่งรู้อักขระเทพได้เร็วขึ้น " นนท์ครุ่นคิดในใจ
" หญ้าต้นนี้มีผู้จองแล้วขอรับ " นนท์ส่ายหน้า
" ข้าอยากรู้จริงผู้ใดจองเอาไว้ " นนท์เอ่ยขึ้น
" เป็ข้าที่จองไว้ " นนท์ผินกายมองยังต้นเสียง นนท์มองยังร่างชราที่ยังดูแข็งแรงเดินเข้ามา
" คารวะอาจารยี่ " พนักงานชายประสานสองมือ นนท์มองดูชายชราจ่ายผลึกซื้อหญ้าแห้งแสงเทพ
" ผู้าุโ หากข้าจะขอแลกหญ้าแห้งแสงเทพกับ หญ้าห้าเถาอายุหมื่นปีหนึ่งต้น ท่านจะว่าเช่นไร " นนท์เรียกหญ้าห้าเถาออกมาหนึ่งต้น
" ผู้าุโ นี่คือหญ้าห้าเถาอายุหมื่นปี และราคาของมันมากกว่าหญ้าแห้งเหี่ยวต้นนี้ถึงพันเท่า ท่านสนใจจะแลกรึไม่ " ชายชราตาโตราวไข่ห่าน
" ข้ารู้โอสถที่ท่านจะหลอมนั้นต้องใช้หญ้าแห้งแสงเทพ แต่หากมิมีหญ้าแห้งแสงเทพ ก็ใช่ว่าจะหลอมโอสถมิได้ " ชายชราถึงกับหัวคิ้วชนกัน
" ท่านสามารถใช้ หญ้าแปดใบอายุพันปี หญ้าหยาดน้ำค้าง ผลสุกของพุทราทิพย์ สามสิ่งนี้สามารถใช้แทนหญ้าแห้งแสงเทพได้ " ชายชราถึงกับตื่นตะลึง
" พ่อหนุ่มเ้าเป็อาจารย์หลอมโอสถเช่นกันรึ " นนท์พยักหน้า
" ใช่ " ชายชราครุ่นคิด
" ท่านลองดูสิ นี่คือหญ้าห้าเถาหมื่นปี ข้าเชื่อว่าโลกวิหค์หาได้ยากยิ่ง " นนท์ยกยิ้ม
" ได้ ข้าจะแลก " ชายชรายื่นหญ้าแห้งแสงเทพให้นนท์
" ขอบคุณผู้าุโ " นนท์รับหญ้าแห้งแสงเทพและยื่นหญ้าห้าเถาให้กับชายชรา
" หมดธุระของข้าที่นี่แล้ว ข้าขอลา " นนท์ประสานสองมือให้ชายชราแล้วเร่งจากไปยังป่าลึกลับ
" ต้องโง่ขนาดไหนถึงยอมแลกหญ้าห้าเถาล้ำค่าเช่นนี้ " ชายชราครุ่นคิด
" มันจะมีโอสถใดบ้างที่ใช้หญ้าแห้งแสงเทพหลอม " ชายชรามองยังประตูทางออก
" รึว่า " ชายชราเร่งตามนนท์ไปด้วยท่าทีที่ร้อนรน
นนท์ส่งหญ้าแห้งแสงเทพให้อาชาเพลิงแบ่งรากแล้วปลูกลงแปลงสมุนไพร
" ถึงแล้ว " นนท์กวาดตามองยังป่าลึกลับ
เป็แนวเขาที่ใหญ่มาก " นนท์กวาดตามองยังแนวเขาที่กว้างใหญ่กินพื้นที่ราวร้อยล้านลี้
" ไป " นนท์เดินเข้าไปข้างในอย่างเชื่องช้า นนท์ใช้เวลาเดินราวหนึ่งวันจึงพ้นจากเขตนอกเข้าสู่เขตกลางของป่าลึกลับ
" จิตสังหารมากมายจริงๆ " นนท์พึมพำ เดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ
" ไอ้อสูรชั่วช้า " นนท์ลอยตัวขึ้นต้นไม้ใหญ่ในทันที กวาดตามองหาต้นเสียง
" เต๋อชงนี่ " นนท์มองดูเหล่ายอดยุทธทั้งเจ็ดที่ประมือกับอสูร
" ช่างอ่อนแอยิ่งนัก อสูรราชันย์ขั้นปลายสี่ตัวยังสู้มิได้ " นนท์ส่ายหน้า
" รีบไปดีกว่า " นนท์แทรกตัวเข้าห้วงมิติแล้วทะยานร่างจากไปอย่างรวดเร็ว
" เขตในแล้ว " นนท์ออกจากห้วงมิติเดินเข้าไปยังเขตในอย่างระมัดระวัง
" ทำไมจึงมีไอมาร " นนท์ก้าวเท้าเข้าไปในเขตกลางอย่างเชื่องช้า ทั้งยังกวาดตามองรอบด้านอย่างระแวดระวัง
" โฮก " ร่างสีม่วงกระโจนเข้าหานนท์อย่างรวดเร็ว
" พยัคฆ์อัสนีรึ ยอดเยี่ยมยิ่งนัก " นนท์ยกยิ้ม
" เสือน้อยเ้าสู้ข้ามิได้ดอก เ้าไปเสียเถิด " นนท์เอ่ยขึ้น พยัคฆ์อัสนีหยุดนิ่ง แล้วผินกายวิ่งจากไป
" ดี " นนท์พึมพำแล้วเดินก้าวเดินต่อไป
" เปรี้ยง " ปรานสังหารพุ่งเข้าใส่นนท์ชนิดที่มิได้ตั้งตัว
" ตูม " ร่างของนนท์เหยียดถอยหลัง จับจ้องยังร่างกระทิงเหล็กราชันย์สูงสุดขั้นที่หก
" ไอ้วัวบ้า เข้ามา " นนท์กวักมือเรียกกระทิงเหล็ก
" เปรี้ยง " ผ่ามือของรางแปลงมนุษย์ของกระทิงเหล็กฟาดใส่นนท์อีกครั้ง นนท์ฟาดฝ่ามือสวนกลับทันที
" ตูม " ร่างของนนท์เหยียดถอยหลัง พลางยกยิ้ม
" เปรี้ยง " นนท์เหวี่ยงหมัดถูผาเข้าใส่กระทิงเหล็ก
" ตูม " ร่างของกระทิงเหล็กปลิวไปไกล นนท์ถึงกับหัวคิ้วชนกัน มองดูยังหมัดของตน
" เหตุใตจึงสู้กับราชันย์ขั้นหกได้ " นนท์พึมพำ
กระทิงเหล็กหยัดกายลุกยืน หอบหายใจหนัก เร่งทะยานร่างหนีไปอย่างรวดเร็ว นนท์พยักหน้า
นนท์เดินทางเข้ามาถึงจุดที่มีไอมาร " น่าจะเป็ที่นี่ " นนท์พึมพำ
" ค่ายกลกักมาร " นนท์เดินผ่านค่ายกลเข้าไปภายใน แล้วแฝงตัวในห้วงมิติ
" นี่มันต้นไม้แห่งชีวิตนี่ ทำไมถึงเป็เช่นนี้ " นนท์จับจ้องยังต้นไม้ใหญ่ราวพันคนโอบ ทั่วทั้งต้นไม้กลับกลายเป็สีดำ
" ปรานมารน่าจะแทรกซึมเข้าทั่วทั้งต้นแล้ว จึงได้ปลดปล่อยปรานมารออกมาแทนปรานแห่งชีวิต " นนท์เอ่ยขึ้น
นนท์เพ่งมองผ่านเนตรั
" เศษแก่นจักรวาล ทั้งยังมีเศษกระดูกสีดำ " นนท์พึมพำ จ้องมองยังเศษแก่นจักรวาลสีขาวเรื่อเรือง
" เหมือนเศษกระดูกสีดำ จะดูดกลืนพลังจากเศษแก่นจักรวาลเข้าไป " นนท์ถึงกับหัวคิ้วชนกัน
ในใจของนนท์ครุ่นคิด นี่มิใช่เื่ที่ดี หากเศษกระดูกสีดำดูดซับพลังของเศษแก่นจักรวาลจนหมด แล้วมีอสูรทรงพลังกลืนเข้าไปอสูรตนนั้นจะทรงพลังมากเพียงใด
หรือหากเลวร้ายขั้นสุด หากเศษกระดูกสีดำอยู่มานานจนเกิดจิติญญา และสร้างร่างของตนได้ นั่นคงเป็หายนะโดยแท้จริง
" ภารกิจที่พระผู้สร้างให้ไว้ คือการเก็บเศษแก่นจักรวาลหรอกรึ " นนท์พึมพำ
" กรร " นนท์สะดุ้งสุดตัว แม้นอยู่ในห้วงมิติของตน ยังรับรู้ได้ถึงจิตสังหารที่ท่วมฟ้า
" หมาป่าหลังเหล็กราชันย์สูงสุดสมบูรณ์ " นนท์ถอนหายใจอย่างหนัก