ตอนที่ 28 ปฏิเสธคำเชิญ
ตอนที่ 28 ปฏิเสธคำเชิญณ ห้องปกครอง หลังจากที่หวังซินได้อธิบายถึงวัตถุประสงค์ของตัวเองแล้ว หัวหน้าห้องปกครองก็ไม่ได้สร้างความลำบากใจกับหวังซิน ผู้บริหารของโรงเรียนก็ทราบดีว่าพ่อของหวังซินเป็นรองผู้อำนวยการสถานีเคเบิลเมืองซีจิง แม้ว่าหวังซินจะไม่เรียนหนังสือ แต่ในอนาคตก็สามารถเข้าไปทำงานในหน่วยงานที่ดีได้ ซึ่งก็ไม่ได้สนใจพฤติกรรมของหวังซินสักเท่าไหร่ แล้วจึงรีบอนุมัติคำขอพักการเรียนของหวังซินไปหวังซินเดินออกมาจากห้องปกครอง แต่กลับไม่เห็นหยางเจียอิ่งแล้ว นี่จึงทำให้เขาถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกพูดตามความจริงแล้วในตอนนี้หวังซินก็ยังไม่พร้อมที่จะเจอกับหยางเจียอิ่ง คำชี้แนะที่หน้าประตูห้องปกครองเมื่อสักครู่นี้ ทำให้เขาไม่รู้ว่าจะต้องเผชิญหน้าอย่างไรกับหยางเจียอิ่งเมื่อเห็นว่าหยางเจียอิ่งไม่อยู่แล้ว หวังซินจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก แล้วรีบวิ่งจากห้องวิชาการไปที่หน้าประตูโรงเรียนหลังจากที่หวังซินออกจากห้องปกครองไปได้ไม่นาน สุดทางเดินของระเบียงห้องปกครอง หยางเจียอิ่งก็โผล่หัวออกมาครึ่งหนึ่ง แล้วดูทิศทางที่หวังซินออกไป พร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยอารมณ์โมโห“หวังซิน เราไม่สนว่านายจะทำอะไร ยังไงการเรียนก็ถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด” เมื่อพูดกับตัวเองจบ หยางเจียอิ่งก็รีบวิ่งไปยังทิศทางที่หวังซินหายตัวไปหวังซินไม่รู้ว่าข้างหลังยังมีคนตามมาอีกคนหนึ่ง หลังจากที่เซ็นสัญญาในตอนเช้าแล้ว หลิงชงก็บอกหวังซินว่าวันนี้จะเริ่มเปิดกล้อง《Home With Kids》อย่างเป็นทางการแล้ว จึงทำให้หวังซินในช่วงบ่ายนี้ จำเป็นต้องรีบไปดังนั้นในเวลานี้เขาจึงวิ่งไม่หยุด แล้วเรียกแท็กซี่คันหนึ่งที่หน้าประตูโรงเรียน ไปยังสถานที่ถ่ายทำเมื่อมาถึงสถานที่ถ่ายทำ ทุกอย่างก็ได้ถูกเตรียมการไว้เรียบร้อยแล้ว ทีมละคร《Home With Kids》ได้คัดเลือกคนไวมาก ไม่เหมือนกับละครโทรทัศน์เรื่องนั้นในยุคหลังที่เชิญนักแสดงที่มีชื่อเสียงมาหลังจากที่หวังซินมาถึงสถานที่ถ่ายทำแล้ว หลินชงก็มาตรงหน้าของหวังซิน มองหวังซินแล้วพูดว่า: “เธอมีความมั่นใจในการถ่ายทำครั้งนี้ไหม?” “วางใจเถอะครับ ผมจะต้องทำได้แน่นอน” ล้อเล่นน่ะ ตัวเองที่มีพื้นที่ลับซ่อนอยู่ ซึ่งหลังจากที่รู้ฉากที่ตัวเองจะต้องแสดง ก็สามารถฝึกซ้อมซ้ำไปซ้ำมาในพื้นที่ลับในความฝันได้ แม้ว่าจะทำไม่ได้อีก หลังจากได้ผ่านการฝึกซ้อมหลายครั้ง ก็สามารถชดเชยในส่วนที่ขาดไปได้เมื่อเห็นสีหน้าที่มั่นอกมั่นใจของหวังซินแล้ว หลินชงก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาแม้ว่าตอนนี้หวังซินจะผ่านบททดสอบแล้ว แต่เธอยังมีความกังวลอยู่เล็กน้อยว่าหวังซินจะทำไม่สำเร็จ เพราะการแสดงครั้งแรกของเขาที่ฝังอยู่ในใจนั้นทำให้เรียกได้ว่าเกิดความบอบช้ำในจิตใจ“หวังซิน มานี่ซิ หลังจากที่เปิดกล้องแล้ว ไม่ต้องตื่นเต้นนะ จำไว้ว่าต้องเข้าให้ถึงบทบาทของตัวเอง หาบทบาทที่เหมาะสมของตัวเองให้เจอ” ในเวลานี้รองผู้กำกับเฉินได้มาอยู่ข้าง ๆ หวังซิน และจงใจพูดกับหวังซินส่วนนักแสดงอีกคนหนึ่ง เขากลับไม่พูดอะไรเลย ซึ่งเห็นได้ชัดว่าคาดหวังในตัวหวังซินหวังซินก็ไม่ใส่ใจสิ่งพวกนี้ หลังจากนั้นจึงได้เริ่มการถ่ายทำขึ้นบทบาทตัวละคร ‘หลิวซิง’ ที่ฉลาดหลักแหลมนี้ในการแสดงของหวังซินก็สามารถดึงเอาความฉลาดหลักแหลมนั้นออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยไร้ที่ติ การถ่ายทำฉากที่หนึ่งนี้ ก็ผ่านไปอย่างราบรื่นนักแสดงที่ร่วมแสดงกับหวังซินเป็นนักแสดงสาววัยกลางคนคนหนึ่งที่อายุประมาณสามสิบห้าปี มีชื่อเสียงในประเทศนิดหน่อย ชื่อว่าซุนเยี่ยน ในละครรับบทเป็นแม่ของหวังซิน ฉากที่หนึ่งนี้ก็เป็นการแสดงของเธอและหวังซิน“เด็กน้อย ไม่เลวเลยนี่ พรสวรรค์การแสดงดีขนาดนี้ ทำไมถึงได้ยินว่าตอนที่เธอทดสอบครั้งแรกไม่ผ่านล่ะ?” หลังจากที่ถ่ายฉากที่หนึ่งเสร็จ ซุนเยี่ยนจึงยิ้มแล้วถามหวังซิน“นั้นเป็นเพราะว่าผมตื่นเต้นน่ะครับ ไม่เคยเผชิญหน้ากับคนจำนวนที่เยอะขนาดนั้นมาก่อน เลยหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะแสดงออกมาได้ไม่ดีน่ะครับ”หลังจากนั้นหวังซินก็พูดคุยกับซุนเยี่ยนอีกนิดหน่อย อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ก็ยังต้องติดต่อกันเพื่อถ่ายละครโทรทัศน์อยู่ดี เวลายังอีกยาวนาน รู้จักมากขึ้นสักหน่อย ก็ไม่ได้มีผลเสียอะไรต่อตัวเองอยู่แล้วหลังจากที่ถ่ายทำฉากที่หนึ่งตรงนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ทีมละครก็เตรียมตัวเลิกงาน หวังซินที่กลับทางเดียวกับหลินชงและผู้ช่วยของหลินชง ทั้งสามคนได้พูดไปหัวเราะไป สนุกสนานมากแต่ตอนที่พวกหวังซินเพิ่งจะเดินออกมาจากสถานที่ถ่ายทำนั้น หวังซินก็ได้ยินว่ามีคนกำลังเรียกตัวเองอยู่ จึงได้หันกลับไปมองตามที่มาของเสียง แล้วหวังซินก็ปวดหัวขึ้นมาทันทีนึกไม่ถึงเลยว่าการถ่ายทำละครโทรทัศน์ที่อยู่ในเขตเมืองนี้ ก็ยังจะเจอหยางเจียอิ่งได้อีก“เอ้ะ หัวหน้าคนเก่ง บังเอิญจังเลยนะ นึกไม่ถึงเลยว่าจะเจอเธอที่นี่”ในเมื่อถูกหยางเจียอิ่งจับได้แล้ว หวังซินก็ไม่ได้หลบอะไร แล้วจึงพุ่งเข้าไปทักทายหยางเจียอิ่งอย่างเป็นธรรมชาติ“หลางเจียอิ่ง ตอนนี้ไม่ใช่ว่าควรจะเรียนวิชาเรียนรู้ด้วยตอนเองหรอกเหรอ?ทำไมเธอถึงไม่เข้าเรียนวิชาเรียนรู้ด้วยตนเอง แต่กลับมาที่นี่กันล่ะ”ในใจหวังซินดีรู้สึกใจมาก นี่ถือว่าได้หลักฐานในการข่มขู่หัวหน้าห้องคนสวยที่เป็นเพื่อนที่นั่งข้าง ๆ แล้ว ถ้าเธอพูดภายหลังอีกว่าตัวเองไม่ตั้งใจเรียน ชอบโดดเรียน ตัวเขาเองก็จะหยิบเอาเรื่องนี้มาพูด“นายสนใจเรางั้นเหรอ?เรามาหานาย ครั้งนี้ถูกเราจับได้แล้ว ดูสิว่านายจะหนีไปทางไหน ไป รีบกลับไปเรียนกับเราเลย” คำพูดของหยางเจียอิ่งทำให้ความดีใจของหวังซินหายลับไปกับตา ถ้าในเวลานี้ยังคิดไม่ได้ว่าหยางเจียอิ่งมาหาตัวเองโดยเฉพาะแล้ว งั้นตัวเขาเองก็คงจะเป็นไอ้ทึ่มจริง ๆ แล้วล่ะหยางเจียอิ่งไม่ได้รอให้หวังซินพูดอะไรอีก ก็มาอยู่ตรงหน้าของหวังซิน แล้วลากแขนของหวังซินเดินไปที่ป้ายรถประจำทางพระเจ้าช่วย ให้ตัวเองไปเรียนวิชาเรียนรู้ด้วยตัวเองในตอนนี้เนี่ยนะ?เข้าใจอะไรผิดรึเปล่า ตัวเขาเองก็พักการเรียนไปเรียบร้อยแล้วนี่นา!“หัวหน้าห้อง วันนี้ก็พอแค่นี้เถอะ เราพึ่งจะทำเรื่องพักการเรียนที่ห้องปกครองมาเมื่อสักครู่เอง ช่วงนี้คงไม่ไปโรงเรียนแล้ว” แขนได้ถูกหยางเจียอิ่งกอดไว้ ซึ่งมองดูท่าทีที่หยางเจียอิ่งเป็นห่วงการเรียนของเขา ในใจของหวังซินก็รู้สึกซาบซึ้งใจมาก แต่เขาก็ไม่สามารถที่จะกลับไปโรงเรียนพร้อมกับหยางเจียอิ่งได้เมื่อหยางเจียอิ่งได้ยินคำตอบของหวังซิน ในใจก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อยหรือว่าจนถึงตอนนี้แล้วเขายังไม่รับรู้ถึงความสำคัญของการเรียนที่มีต่อตัวเองงั้นเหรอ?ในยุคนี้การเรียนหนังสือนับว่าเป็นทางออกเดียวเท่านั้น ยิ่งการศึกษาสูง อนาคตก็ยิ่งสูง ทำไมหวังซินถึงไม่เข้าใจเหตุผลข้อนี้กันนะ?“หวังซิน ผลการเรียนวิทยาศาสตร์ของนายดีขนาดนั้น ทำไมถึงได้ทิ้งการเรียนพวกนั้นด้วยล่ะ?นายเป็นนักเรียนซ้ำชั้น ก็ควรจะใส่ใจการเรียนมากกว่าพวกเราสิ ไม่อย่างงั้นนายคงไม่ได้ซ้ำชั้น แต่ว่าในตอนนี้ทำไมนายถึงทิ้งการเรียนอีกล่ะ?” ใบหน้าของหยางเจียอิ่งตำหนิหวังซินด้วยสีหน้าที่ไร้อารมณ์หวังซินได้เห็นถึงความผิดหวังที่ลึกลงไปในแววตาของหยางเจียอิ่งหลินชงและผู้ช่วยของหลินชงทั้งสองคนมองดูอย่างสนใจอยู่ข้าง ๆ หัวหน้าห้องคนหนึ่งที่ใฝ่เรียนได้มาตามหวังซินไปเรียนโดยเฉพาะ อีกคนหนึ่งเป็นตายร้ายดียังไงก็ไม่ยอมไปเรียน ทั้งสองคนที่อยู่ที่นี่ก็ต่างลากกันไปลากกันมาโดยไม่มีใครยอมใครในความจริงแล้วตั้งแต่ตอนที่หยางเจียอิ่งปรากฏตัวต่อหน้าหลินชง หลินชงก็ได้สังเกตหยางเจียอิ่งมาตลอดตอนนี้บทบาท ‘เสี่ยวเส่ว์’ ในทีมละครก็ยังไม่ได้ยืนยันออกมา แต่ว่าจากการแสดงออกของหยางเจียอิ่งในตอนนี้ กับตัวละคร ‘เสี่ยวเส่ว์’ ในละครก็เหมือนกันมาก พอถึงเวลาที่แสดงออกมาในละครโทรทัศน์ ก็แสดงเป็นตัวเองก็ได้แล้วอีกทั้งหยางเจียอิ่งก็สวยมาก การให้เธอมารับบทเป็น ‘เสี่ยวเส่ว์’ ก็เหมาะสมพอดีเด็กสาวคนนี้ไม่เลวเลย!จิตใจก็ดี รูปร่างก็สวยงาม ประจวบกับตอนนี้ที่กำลังสนทนากับหวังซินจึงทำให้หลินชงมองแวบแรกก็ถูกใจหยางเจียอิ่งแล้ว“หัวหน้าคนเก่ง เราก็รู้ว่าต้องเรียนหนังสือถึงจะมีอนาคต แต่การเรียนหนังสือก็ไม่ได้เป็นทางออกเดียว อีกทั้งฉันก็ไม่ได้จะละทิ้งการเรียนของตัวเอง ทำไมเธอถึงไม่เชื่อฉันล่ะ” ตอนนี้สีหน้าของหวังซินเต็มไปด้วยความจนใจ ที่ถูกหยางเจียอิ่งดึงแขนไว้ แต่ก็ไม่รู้ว่าควรจะอธิบายยังไงแล้ว“เหอะเหอะ หวังซิน แฟนสาวตัวน้อยของเธอเป็นห่วงเธอมากนะ ทำไมถึงไม่ฟังคำพูดของแฟนสาวตัวน้อยของเธอล่ะ” หลินชงที่อยู่ข้าง ๆ ได้พูดแก้สถานการณ์ให้หวังซินแค่คำพูดนี้ของหลินชงก็ทำให้หวังซินพูดอะไรไม่ออก หลังจากที่หยางเจียอิ่งได้ยินที่หลินชงพูด สีหน้าก็ ‘เปลี่ยน’ เป็นสีแดงขึ้นมา จึงรีบปล่อยมือจากแขนของหวังซิน แล้วอธิบายว่า: “คุณเข้าใจผิดแล้วค่ะ หนูไม่ใช่แฟนของหวังซิน หนูเป็นแค่เพื่อนร่วมห้องของเขาค่ะ”“เหอเหอ สาวน้อยคนนี้น่ารักมาก”“ขอบคุณพี่สาวที่ชมนะคะ” เมื่อได้ยินที่หลินชงพูดชมตัวเอง ใบหน้าของหยางเจียอิ่งก็ยิ่งแดงขึ้นเมื่อมองดูหยางเจียอิ่งที่เขินอายเล็กน้อย หลินชงจึงพูดอีกว่า: “ฉันคือหลินชงผู้กำกับทีมละคร Home With Kids ปัจจุบันหวังซินก็กำลังถ่ายละครกับทีมพวกเราอยู่ เกรงว่าจะไม่มีเวลาไปโรงเรียนแล้ว”เดิมทีหยางเจียอิ่งคิดแค่ว่าหวังซินมัวแต่เล่น นึกไม่ถึงว่าเขาจะหางานได้จริง อีกทั้งยังเป็นนักแสดงอีกด้วย นี่จึงทำให้หยางเจียอิ่งรู้สึกเกินความคาดหมายนักเรียนคนหนึ่งที่รู้จักแค่การโดดเรียน ทำไมถึงได้ไปถ่ายละครกันนะ? “หวังซิน ตอนนี้นายถ่ายละครโทรทัศน์จริงเหรอ?” ไม่ได้สนใจที่หลินชง แล้วหยางเจียอิ่งกลับถามที่หวังซินหวังซินพยักหน้า เมื่อเห็นหวังซินตอบอย่างแน่ใจ หยางเจียอิ่งก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร คาดไม่ถึงว่าจะมีความรู้สึกหดหู่บางอย่างซ่อนอยู่“แบบนี้นายก็ไม่มีเวลากลับไปเรียนหนังสือจริง ๆ แล้วล่ะสิ?” เมื่อหยางเจียอิ่งถามหวังซิน ก็รับรู้ได้ถึงอารมณ์ที่หดหู่เล็กน้อยของหยางเจียอิ่ง หวังซินจึงพยักหน้าอย่างจนใจ แล้วพูดว่า : “ตอนนี้ไม่มีเวลาชั่วคราว แต่ว่าเรื่องเรียน ฉันจะไม่ทิ้งแน่นอน”“เอาเถอะ งั้นฉันกลับไปเรียนแล้วนะ” เมื่อหยางเจียอิ่งพูดจบ ก็หันหลังกลับเตรียมที่จะออกไปแต่ในเวลานี้หลินชงก็ได้เรียกหยางเจียอิ่ง แล้วพูดว่า: “สาวน้อย ปัจจุบันนักแสดงนำหญิงของทีมละครเรายังเลือกคนไม่ได้ ฉันเห็นว่าเธอเหมาะสมมาก ไม่รู้ว่าเธอจะสนใจมาแสดงละครโทรทัศน์ของพวกเราไหม?” เมื่อได้ยินคำพูดของหลิงชงแล้ว ฝีเท้าของหยางเจียอิ่งก็หยุดลง หันกลับไปมองที่หวังซิน แล้วจึงมองไปที่หลินชง คิดแล้วคิดอีก จึงพูดว่า: “ขอบคุณที่พี่สาวให้ความสนใจนะคะ แต่ฉันไม่มีพรสวรรค์อะไรในการแสดงเลย ถ้าได้เข้าร่วมทีมละครจะต้องทำให้การแสดงพังแน่นอนค่ะ”เมื่อได้ยินหยางเจียอิ่งปฏิเสธ หลินชงก็ไม่ได้สนใจ อย่างไรก็ตามจากบทสนทนาที่เธอคุยกับหวังซินก่อนหน้านี้ก็เข้าใจได้ว่า เธอยังให้ความสำคัญกับเรื่องเรียนของตัวเธอเองมากแล้วจึงรีบพยักหน้า พร้อมพูดว่า: “งั้นก็ไม่เป็นไร แต่ว่าการคัดเลือกนักแสดงนำหญิงก็ไม่น่าจะได้คนเร็วขนาดนั้น เธอลองไปพิจารณาดูนะ ถ้าตกลงก็โทรศัพท์หาฉันก็พอ”เมื่อหลินชงพูดจบ ผู้ช่วยของเธอก็ไปข้าง ๆ หยางเจียอิ่ง แล้วเอานามบัตรของหลินชงให้กับหยางเจียอิ่งใบหนึ่งเมื่อรับนามบัตรของหลินชงแล้ว หยางเจียอิ่งก็บอกลากับทั้งสามคน แล้วจึงออกจากสถานที่ถ่ายทำไปเมื่อหยางเจียอิ่งเพิ่งจะไป ในเวลานี้หลินชงก็พูดกับหวังซินว่า: “สาวน้อยคนนี้ไม่เลวเลยจริง ๆ นักแสดงหญิงของทีมละครฉันยังไม่ได้เลือกคน เธอเหมาะสมมาก นายช่วยฉันจัดการหน่อยนะ”“ห้ะ?” เมื่อได้ยินคำพูดของหลินชง หวังซินจึงตกตะลึงตัวเองจะจัดการกับหัวหน้าห้องคนเก่งได้ยังไงกันล่ะ? หัวหน้าห้องคนเก่งมีความคิดชัดเจนแล้วว่าไม่อยากถ่ายละครโทรทัศน์ ทำไมหลินชงถึงยังให้ตัวเองจัดการอีกล่ะ? “ห้ะอะไรกัน เด็กน้อย นายมีลูกเล่นเยอะออก จัดการเธอซะ ให้เธอมาร่วมทีมละคร แล้วก็ได้ดูแลเรื่องเรียนของนายด้วย เป็นผลดีต่อนายนะ” เมื่อได้ยินคำพูดนี้ของหลินชง ใบหน้าของหวังซินก็เต็มไปด้วยความทุกข์ใจต้องไปจัดการหยางเจียอิ่ง ให้เธอมาเข้าร่วมทีมละครเนี่ยนะ? ตอนนี้หยางเจียอิ่งออกไปแล้วคุณเพิ่งจะมาพูดกับผม ผมจะไปหายังไงกันล่ะเฮ้อ ไม่มีวิธี ดูทรงแล้วก็จะมีแค่ไปหาที่บ้านเท่านั้นแหละ“งั้นตอนนี้ผมลองไปพูดกับเธอดู” เมื่อหวังซินพูดจบ จึงรีบตามไปยังทิศทางที่หยางเจียอิ่งหายลับไป“เด็กคนนี้เป็นคนอัจฉริยะคนหนึ่ง ไม่ควรจะปล่อยให้การเรียนเสียไปแบบนี้” มองไปยังทิศทางที่หวังซินจากไป แล้วหลินชงก็ถอนหายใจออกมาหนึ่งเฮือก“อัจฉริยะงั้นเหรอ?” ผู้ช่วยของหลินชงพูดไม่ออกเล็กน้อย นอกจากคนเขียนบทละครจะอายุสิบแปดแล้ว เธอก็มองไม่ออกสักนิดเลยว่าหวังซินจะมีพรสวรรค์ในด้านไหน...