หลังจากเอาชนะอสูรพยัคฆ์สายลมได้ อี้หลงรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงในร่างกายอย่างชัดเจน ปราณภายในตัวเขารู้สึกหนักแน่นและเข้มข้นขึ้น
ทุกครั้งที่เขาหายใจเข้าออก มันเหมือนมีพลังที่กำลังคุกรุ่นอยู่ภายใน
สายลมรอบตัวเขาเริ่มพัดอย่างแปลกประหลาด คล้ายดั่งกำลังตอบสนองต่อพลังอันลี้ลับนี้
ขณะที่อี้หลงกำลังพินิจพิเคราะห์สิ่งที่เกิดขึ้น จู่ๆ เขาได้ยินเสียงกระซิบที่แ่เบาจากผลึกอสูรสีม่วงที่เขาพกติดตัวมา
มันเหมือนกำลังเรียกหาเขา ทำให้อี้หลงนึกถึงคำบอกเล่าของอาจารย์ลู่ชุนว่า ผลึกนี้คือกุญแจที่เชื่อมต่อเขากับพลังที่แท้จริง
เมื่ออี้หลงเพ่งสมาธิลงไปในผลึกอสูรสีม่วง ภาพบางอย่างก็ปรากฏขึ้นในจิตของเขา — เป็ภาพของัที่โบยบินท่ามกลางสายฟ้าและลมพายุ
สีม่วงเจิดจ้าที่รายล้อมอยู่รอบกาย คล้ายแสงของผลึกอสูร มันคือภาพของัศักดิ์สิทธิ์
ซึ่งเป็ตำนานที่เล่าขานกันมาว่ามีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะได้รับสายเืนี้สืบทอดมา
ในตอนนี้เอง อี้หลงก็เริ่มเข้าใจว่าเขาอาจมีสายเืัศักดิ์สิทธิ์จริงๆ
และพลังที่เพิ่งปลดปล่อยออกมาในตอนต่อสู้กับอสูรพยัคฆ์สายลมนั้นอาจเป็ผลมาจากการตื่นขึ้นของสายเืั
หลังจากที่อี้หลงเข้าใจถึงพลังในตัวเอง เขาก็เร่งกลับไปที่สำนักเพื่อปรึกษากับอาจารย์ลู่ชุนทันที
เขาหวังว่าจะได้คำตอบเกี่ยวกับสายเืที่ตื่นขึ้นมาและการใช้พลังนี้อย่างเต็มที่
ที่สำนัก อาจารย์ลู่ชุนตกตะลึงเมื่อได้รู้ว่าอี้หลงสามารถปลุกพลังัได้
และเล่าถึงตำนานเกี่ยวกับ "ัศักดิ์สิทธิ์" ว่ามีเพียงหนึ่งในล้านเท่านั้นที่จะได้รับพรจากสายเืนี้
และผู้ที่ได้รับสายเืนี้จะกลายเป็ตำนานที่ผู้คนเล่าขานไปตลอดกาล อาจารย์ลู่ชุนยังเตือนว่า การมีพลังนี้จะนำมาซึ่งศัตรูที่น่ากลัวเช่นกัน
ผู้ที่้าพลังนี้หรือทำลายมันยังมีอยู่อีกมากมายในโลกนี้
แต่ถึงจะเป็เช่นนั้น อี้หลงรู้สึกว่าพลังัที่เขามีอยู่ไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อการป้องกันตัวเองเท่านั้น
แต่มันเป็พลังที่ต้องใช้เพื่อก้าวสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ในฐานะเซียนะ
ตอนท้ายของบทนี้ อี้หลงตัดสินใจที่จะฝึกฝนพลังนี้ต่อไป แม้จะยังไม่รู้ทั้งหมดเกี่ยวกับมัน
เขาเริ่มฝึกการควบคุมปราณที่เริ่มเชื่อมต่อกับพลังั ขณะที่เตรียมตัวสำหรับบททดสอบใหญ่ที่รออยู่
หลังจากอี้หลงตัดสินใจฝึกฝนพลังัศักดิ์สิทธิ์ เขาได้รับคำแนะนำจากอาจารย์ลู่ชุนให้เข้าสู่ “หุบเขาัซ่อนเร้น”
สถานที่ที่เป็ตำนานว่ามีร่องรอยและพลังแห่งัโบราณซึ่งถูกซ่อนไว้ หุบเขาแห่งนี้เคยเป็สนามทดสอบของผู้ที่มีสายเืัมาก่อน
และเชื่อกันว่ามีเพียงผู้สืบทอดสายเืัศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นที่จะผ่านบททดสอบเ่าั้ไปได้
การเตรียมตัวก่อนเดินทางอี้หลงเตรียมพร้อมก่อนออกเดินทาง เขารู้ดีว่าหุบเขานั้นเต็มไปด้วยอันตราย รวมถึงเหล่าอสูรดุร้ายและกับดักที่ไม่มีใครสามารถคาดการณ์ได้ อาจารย์ลู่ชุนมอบ ยันต์ป้องกันธาตุ ให้กับอี้หลง ซึ่งจะช่วยให้เขาต้านทานพลังอันแกร่งกล้าของอสูรธาตุในหุบเขาเมื่ออี้หลงก้าวเข้าสู่หุบเขาัซ่อนเร้น บรรยากาศรอบตัวของเขาก็เริ่มเปลี่ยนไป แสงแดดหายไปอย่างรวดเร็ว พื้นดินเต็มไปด้วยหมอกหนา
และเงาของูเาสูงเสียดฟ้าให้ความรู้สึกเหมือนมองลงมาเขาอยู่ตลอดเวลา ขณะที่เขาก้าวเข้าไปลึกขึ้น
เสียงคำรามของัก็ดังกึกก้องไปทั่วท้องฟ้า คล้ายดั่งเสียงเรียกของสิ่งมีชีวิตโบราณที่ยังคงซ่อนตัวอยู่ในสถานที่นี้
บททดสอบแรก: ประตูแห่งสายลมและสายฟ้าทันใดนั้น อี้หลงก็เจอเข้ากับ ประตูแห่งสายลมและสายฟ้า ซึ่งเป็นประตูหินขนาดมหึมาที่มีรูปมังกรสลักอยู่บนผิว เมื่อเขาเข้าใกล้ ประตูจะเปล่งแสงสีน้ำเงินและม่วงออกมา และปรากฏคำท้าทายขึ้นว่า “ผู้มีสายเลือดมังกร หากเจ้าอยากผ่านเข้าไป จงแสดงพลังปราณของเจ้าและเอาชนะกระแสลมและสายฟ้าให้ได้!”อี้หลงตั้งสมาธิและค่อยๆ ดึงพลังจากสายเืัที่ซ่อนอยู่ในร่างกายออกมา
เขาเริ่มใช้พลังปราณเชื่อมต่อกับสายลมรอบตัว แสงสลัวๆ สีทองเปล่งประกายออกจากร่างกายของเขา และเมื่อพลังัตื่นขึ้น
ลมที่พัดรุนแรงรอบตัวก็เริ่มสงบลง
ทันใดนั้นเอง สายฟ้าฟาดลงมาใส่ร่างของอี้หลงหลายครั้ง ทดสอบความทนทานและการควบคุมพลังของเขา
เขาใช้พลังัในตัวเองสร้างเกราะพลังปราณัเพื่อรับมือกับสายฟ้าที่ฟาดใส่ เมื่อเขาสามารถต้านทานการโจมตีทั้งหมดได้
ประตูแห่งสายลมและสายฟ้าก็เปิดออก เปิดทางให้เขาเดินผ่านเข้าไปในส่วนลึกของหุบเขาต่อไป
บททดสอบที่สอง: อสูรมังกรเพลิงภายในหุบเขา อี้หลงได้เผชิญหน้ากับ อสูรมังกรเพลิง ซึ่งเป็นสัตว์อสูรโบราณที่คุ้มกันอยู่ในหุบเขา มันมีร่างกายขนาดมหึมา ลำตัวเต็มไปด้วยเกล็ดสีแดงราวกับเปลวไฟ และดวงตาเต็มไปด้วยความดุดัน เมื่อเห็นอี้หลง อสูรมังกรเพลิงก็คำรามก้อง ราวกับจะเตือนให้เขารู้ว่าที่นี่เป็นอาณาเขตของมันอี้หลงไม่มีทางเลือก เขาต้องเอาชนะอสูรตัวนี้เพื่อพิสูจน์ความแข็งแกร่งของตนเอง เขาจึงดึงพลังปราณัออกมาเต็มที่
ทั้งร่างของเขาเปล่งแสงสีทองอันน่าหวาดกลัว และก้าวเข้าสู่การต่อสู้อย่างไม่ลังเล
การต่อสู้สุดดุเดือดการต่อสู้ครั้งนี้ไม่ง่ายดาย อี้หลงต้องใช้ทั้งทักษะการเคลื่อนไหวและความแข็งแกร่งของพลังมังกรในตัวเองเพื่อเอาชนะ อสูรมังกรเพลิงพ่นไฟรุนแรงที่เผาผลาญทุกอย่างที่ขวางหน้า แต่ด้วยความสามารถในการควบคุมพลังธาตุ อี้หลงสามารถสร้างกระแสลมรุนแรงเพื่อต้านเปลวไฟ ทำให้เขาไม่ถูกเผาไหม้โดยง่ายในที่สุด อี้หลงก็สามารถเข้าถึงจุดอ่อนของอสูรัเพลิง
เขาใช้พลังปราณัรวมกันเป็หมัดที่ทรงพลัง ฟาดลงไปที่จุดสำคัญของอสูรจนมันคำรามออกมาครั้งสุดท้ายก่อนจะล้มลง
อี้หลงสามารถพิชิตบททดสอบนี้ได้สำเร็จ และได้รับพลังปราณที่แฝงอยู่ในหุบเขาัเข้าสู่ร่างกายของเขา ช่วยยกระดับพลังของเขาขึ้นไปอีกขั้น