"ไม่เอาครับ จริง ๆ โรงแยกที่ซอยสองให้ผม 45 บาทแต่เถ้าแก่แกปากไม่ดีผมเลยไม่อยากไปยุ่งด้วย นี่มาขายเฮียเห็นว่าคนกันเองผมเลยเรียกแค่สี่สิบถ้าเฮียจ่ายให้ไม่ไหวผมยอมไปทนกับความปากไม่ดีของซอยสองก็ได้"
ไตเติ้ลแต่งเื่โก่งราคาไปเรื่อยแอบกระแทกถึงความปากไม่ดีของเ้าของโรงแยกให้เฮียเพ้งไม่กล้าท่ามากอีกคนเราพอไม่ได้บวชแล้วมันก็ดีอย่างนี้นี่เองแต่งเื่หลอกด่าคนได้เป็วรรคเป็เวรโดยไม่ต้องกลัวผิดศีล
"อายหนุ่มนี่ ขายขงไม่ตื้อลูกค้าเลยนา อย่าหาว่าอั๊วสอนนาแต่ลื้อเลือกคงซื้อเลือกนู่นเลือกนี่ โตไปทำธุรกิจอาไลก็ลำบากนา" เฮียเพ้งกัดฟันกรอด
อะลูมิเนียมเพลทเป็อะไรที่ได้มาปุ๊บย่อยสลายได้เลยไม่ต้องมานั่งคัดแยกตัดพลาสติกอีกให้วุ่นวายอันที่จริงได้มาในราคาสี่สิบบาทก็ถือว่ากำไรแล้วแต่ก็อดเจ็บใจไม่ได้ที่จะต้องให้ไอ้หนุ่มนี่ในราคานี้จริง ๆ
หน้าตาก็ยังดูเป็เด็ก น่าจะเพิ่งเริ่มทำงานอีท่าไหนมันถึงได้เขี้ยวลากดินดูแก่วัดแก่วาได้อย่างนี้วะ
"คนทำธุรกิจมันก็ต้องเลือกคนซื้อนะเฮียไปเจอคนซื้อแย่ ๆ เห็นแก่ตัวหนัก ๆ มันไม่คิดหรอกว่าเราจะเหนื่อยแค่ไหนลงทุนแค่ไหนถึงจะได้สินค้ามา มันคิดแต่จะเอาถูก ๆ กดราคาเราท่าเดียว"
ไตเติ้ลฉวยโอกาสเนียนด่ากลับ
'ไอ๋หยา! มันหัวไวทำเป็ด่ากลับได้อย่างสุภาพอีกวุ้ยนี่แหละ ถึงไม่ควรค้าขายกับพวกมีการศึกษา เอารัดเอาเปรียบยากฉิบเป๋ง'
เฮียเพ้งคิดด่าอยู่ในใจ
เพราะจำไม่ได้ว่าภานุวัฒน์เป็คนเดียวกับไอ้ขี้เมาเดชาทั้งยังการแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่ที่ดูสะอาดสะอ้านกิริยาการพูดคุยวางท่าไม่เหมือนกับคนที่เก็บของเก่าตามถังขยะมาขายเ้าของโรงแยกจึงเข้าใจไปว่าภานุวัฒน์น่าจะเป็คนของโรงพิมพ์ที่นำเพลทมาขายด้วยตัวเองมากมายขนาดนี้
"เอ้า! สี่สิบก็สี่สิบ มีเท่าไหร่ก็เอามาให้หมด อั๊วซื้อทั้งหมดนั่นแหละต่อไปลื้อมีเพลทแบบนี้อีกก็เอามาขายที่โรงแยกอั๊วนี่แหละไม่ต้องไปที่ไหนแล้ว อั๊วจะให้ราคานี้แหละเฉพาะลื้อคงเดียวเลย นี่เห็นว่าเป็เด็กหนุ่ม ๆ ขยังทำงานนะ คงอื่นมาอั๊วไม่ให้แบบนี้หรอกคงอื่นเอาไปโลละยี่สิบพอ"
'ก็แน่สิครับเฮีย คนอื่นเค้าไม่รู้ทันเฮียขนาดผมนี่ก็ต้องโดนเฮียฟันหัวแบะอยู่แล้ว'
ไตเติ้ลลอบคิดเถียงอยู่ในใจ
"ถ้าราคานี้ก็คุยกันได้ครับ จริง ๆผมยังมีอีกเยอะ ขนอีกสักสองรอบให้เต็มกระบะพ่วงก็คงจะหมด"
"ไอ้หยา! มีเยอะขนาดนั้นเลย ลี ๆ มีเท่าไหล่เอามาให้หมกอั๊วชอบ ของพวกนี้แยกง่าย หลอมง่าย ขายก็ง่ายราคาดี"
เฮียเพ้งพอรู้ว่าอีกฝ่ายยังมีเพลทอยู่อีกสองคันรถก็ยิ้มหน้าบานทำเอาไตเติ้ลถึงกับเส้นเืกระตุกอยู่ในใจว่านี่ขนาดบอกว่าขายง่ายราคาดีทีแรกยังคิดจะให้แค่โลละยี่สิบหน้าเืได้สุดยอดจริง ๆเฮียเพ้งคนนี้
เพลทคันรถแรกไตเติ้ลขายได้แปดพันกว่าบาทก็รู้สึกเหมือนกับว่ามีดอกไม้บานฟูอยู่ในหัวใจเต็มไปหมดจริง ๆ แล้วขนครั้งแรกเขายังไม่กล้าขนมาเยอะ ก็ยังได้มาถึงแปดพันกว่าบาท อีกสองคันรถจะมีมากกว่านี้….
โอ๊ยยยย วันเดียวจะได้เงินถึงสองหมื่น!ต้องรีบไปเปิดบัญชีธนาคารเอาไว้แล้วแบบนี้!
ไตเติ้ลหน้าบานขี่รถกลับมาถึงโรงพิมพ์ของเฮียฮั้วอย่างเร็วไวพอกลับมาถึงก่อนจะได้ไปขนเพลทรอบที่สองก็เจอเฮียฮั้วดักสอบถามข่าวคราวด้วยท่าทางตื่นเต้นลุ้นระทึกเหมือนเป็คนขนเพลทไปขายเสียเองภานุวัฒน์จึงเล่าให้ฟังตามจริงว่าเพลทคันรถแรกขายได้ในราคาแปดพันบาท
เฮียฮั้วรู้เข้าก็แทบจะเป็ลมเขารู้ว่าเพลทราคาดีแต่ไม่รู้ว่าทิดวัฒน์จะขายได้ราคามากถึงขนาดนี้แต่ก่อนตอนที่มีเพลทเยอะจนรกมากเกินไปเฮียฮั้วก็มีให้พวกคนงานเอาไปขายบ้างยังได้มาแค่สี่ห้าพันแล้วทิดวัฒน์ขายยังไงรายได้จึงเฉียดหมื่นในคันรถแรกซะขนาดนี้เนี่ย
"ก็ผมรู้ว่าเฮียเพ้งแกมีนิสัยชอบกดราคาครับเลยต้องเคี่ยวกับแก ต่อรองให้หนักหน่อยขนาดนี้แกยังดีใจว่าแกได้กำไรไม่ขาดทุนเลยครับ" ภานุวัฒน์เล่าแล้วก็พูดต่อ
"แต่ผมขายได้ราคาขนาดนี้ผมสามารถรับซื้อเฮียได้โลละสิบห้ายี่สิบเลยนะครับขายเสร็จแล้ววันนี้เดี๋ยวผมจะมาจ่ายส่วนต่างเป็ค่าต้นทุนให้นะครับ"
"ไม่เอา ๆ เฮียให้ก็คือให้ มันขยะทั้งนั้นถ้าเอาเงินมาคืนให้เฮียจะโกรธทิดจริง ๆ ด้วย" เฮียฮั้วทำหน้าดุ
ไม่น่าเชื่อว่าคนซื่อตรงขนาดนี้จะเคี่ยวจนเถียงชนะเฮียเพ้งที่หน้าเืขนาดนั้นได้จริงคงจะต้องเป็เพราะบุญบารมีเดิมของทิดวัฒน์แผ่รัศมีออกมาแน่ ๆทำให้ถึงขนาดที่เฮียเพ้งหน้าเืก็ยังไม่สามารถเอาเปรียบท่านผู้มีบุญได้เลย
เมื่อเฮียฮั้วยืนกรานหนักแน่นอย่างนั้นไตเติ้ลก็ได้แต่ยกมือไหว้ขอบคุณในความหวังดีเฮียฮั้วยังเตือนทิดวัฒน์มาอีกด้วยว่าหากไปขอซื้อเพลทที่โรงพิมพ์อื่นแล้วให้เสนอราคาเพียงแค่ไม่เกินกิโลละสิบสองบาทก็พอ เพราะซาเล้งเ้าอื่น ๆที่เคยมาขอซื้อเพลทจากโรงพิมพ์เฮียฮั้วนั้นให้ราคาเพียงแค่กิโลละ 8-10 บาทเท่านั้นเราสามารถเสนอราคาที่สูงกว่าเ้าอื่นเพื่อจูงใจให้เขาขายให้กับเราได้แต่ก็ไม่ควรมากเกินไปจนเ้าอื่นรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าตัดราคาจะเป็การสร้างความบาดหมางในเส้นทางการทำมาหากินเสียเปล่า ๆ
ไตเติ้ลยกมือไหว้ขอบคุณในคำแนะนำสั่งสอนจากเถ้าแก่เ้าของกิจการอันที่จริงแล้วเขารู้ตัวดีว่าตนเองไม่ใช่คนเก่งกาจมากเล่ห์อะไรนักหรอกเพียงแค่ในร่างชายหนุ่มอายุยี่สิบเจ็ดคนนี้จริง ๆ แล้วเป็ชายอายุสี่สิบเจ็ดที่ย่างวัยกลางคนเข้าไปแล้ว
หึ! อายุจริง ๆก็มากกว่าเฮียเพ้งในตอนนี้เสียด้วยซ้ำ ผ่านร้อน ผ่านหนาว ผ่านโลกมาเยอะเฮียเพ้งคิดอะไรอยู่แววตายังปิดไม่มิดก็อย่าคิดว่าจะมาหลอกเอาเปรียบกันได้เพราะภานุวัฒน์หน้าตาดูว่าอายุเด็กกว่าตัวเองเลย
เพลทคันรถที่สองและสามขายได้มากกว่าคันรถแรกดังที่คาดไว้จริงๆ คันรถที่สองไตเติ้ลขายได้หมื่นสองพันบาท และคันที่สามได้หมื่นบาทถ้วนรวมกับราคากระดาษตัดขอบแบบไม่แยกสีอีกสี่พันบาท…
อื้อหืออออ ขยะจากแค่โรงพิมพ์เดียวได้เงินมาถึงสามหมื่นสี่ขี่มอไซต์พ่วงข้างขนไปมาใช้เวลายังไม่ถึงหนึ่งวันดีด้วยซ้ำ
โอ้! มายก๊อด!!!