บทที่ 7 ใครทำร้าย
ณ บ้านผู้นำหมู่บ้าน ในหมู่บ้านไป่เซแสงตะวันเริ่มลับขอบฟ้า แต่ไร้เงาของผู้ใหญ่บ้านหยางเค่อกลับบ้านหลังจากไปประชุมที่อำเภอ หยางซูเม่ย ฮูหยินใหญ่แห่งบ้านหยางเริ่มใจคอไม่ดีด้วยความเป็ห่วงสามี
“เกิดอะไรขึ้นท่านพี่เข้าเมืองั้แ่ตอนเช้า ป่านนี้ยังไม่เห็นกลับเข้าบ้านหรือว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเขา หรือว่าไปติดผู้หญิงที่ไหนอีก อย่าให้ข้ารู้เชียวได้ตายแน่”
เสียงบ่นพ่นออกจากปากของซูเม่ยเพราะรู้จักนิสัยสามีของตนดี เพราะหากนางไม่ใช่ลูกสาวนอกจวนของเ้าเมือง ป่านนี้สามีก็คงมีอนุเต็มบ้าน
หลังจากรออยู่ครูใหญ่ก็ไม่มีวี่แววว่าสามีจะกลับนางจึงเรียกคนของตนออกตามหาผู้ใหญ่บ้านหยางเค่อจนทั่วหมู่บ้าน
“พวกเ้าแยกย้ายกันไปตามหา เ้าไปดูที่ทำการอำเภอในเมืองหนานส่วนเ้าไปดูบ้านเพื่อน ๆ ของเขา และพวกเ้าที่เหลือไปดูทุกที่ที่ผู้ใหญ่บ้านชอบไป”
นางสั่งเสียงดังในใจเต็มไปด้วยความกังวล
ลูกน้องทั้งหลายรับคำสั่งอย่างรวดเร็วแล้วต่างพากันแยกย้ายไปตามหาผู้เป็นาย ส่วนซูเม่ยยืนรออย่างกระสับกระส่ายด้วยความเป็ห่วงสามี
เวลาผ่านไปนานแสนนานแสงจันทร์เริ่มสาดส่อง ฮูหยินหยางทนรอไม่ไหวตัดสินใจนำลูกน้องที่เหลือออกตามหาด้วยตนเอง
“ไปดูที่ทุ่งนา ข้าจำได้ว่าเมื่อเช้าผู้ใหญ่บ้านบอกว่าจะไปตรวจความเรียบร้อยที่นั่น”
นางสั่งเสียงดัง
กลุ่มคนของฮูหยินหยางมุ่งหน้าไปยังทุ่งนาเดินลัดเลาะไปตามคันนาที่มืดมิด หัวใจของนางเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่น
ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงปลายนาที่ติดกับเชิงเขา ภาพที่ปรากฏตรงหน้า ทำเอาซูเม่ยแทบทรุด
ร่างของผู้ใหญ่บ้านหยางเค่อนอนจมกองเือยู่ตรงผืนนา ใบหน้าบวมปูดเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ เสื้อผ้าขาดวิ่นร่างกายสั่นเทาด้วยความเ็ป
“ท่านพี่ ท่านพี่เกิดอะไรขึ้นพวกเ้ามาช่วยเร็ว ๆ เข้า”
ฮูหยินใหญ่ร้องเสียงหลงรีบวิ่งเข้าไปประคองร่างสามีด้วยความใ
“ใคร.. ใครมันทำกับท่านได้ถึงขนาดนี้”
นางถามเสียงสั่นเครือน้ำตาไหลอาบแก้ม
ผู้ใหญ่บ้านหยางเค่อพยายามลืมตาขึ้นมองภรรยาแววตาเต็มไปด้วยความเ็ปและความโกรธแค้น
“เหยี่ยน...”
เขาพึมพำด้วยเสียงแ่เบาก่อนจะหมดสติไปในอ้อมแขนของภรรยา
ฮูหยินใหญ่โกรธจนสั่นไปทั้งตัวนางกัดฟันกรอด ดวงตาแดงก่ำด้วยความแค้น
“ใครที่มันกล้าทำกับสามีข้าถึงเพียงนี้ จะต้องชดใช้”
นางคำรามลั่นทุ่งนาเสียงก้องกังวานไปทั่วหมู่บ้าน
แสงแดดยามเช้าสาดส่องลอดหน้าต่างเข้ามาในห้องนอนภายในบ้านหลังใหญ่ภายในหมู่บ้านไป่เซ
ผู้ใหญ่บ้านหยางเค่อค่อยๆลืมตาขึ้น ความเ็ปรวดร้าวแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายภาพเหตุการณ์เมื่อวานหวนกลับมาในความทรงจำ เหยี่ยนอี้...เด็กสาวที่เขาเคยคิดจะ กลับกลายเป็คนที่กล้าทำร้ายเขาจนแทบปางตาย
หยางเค่อพยายามลุกขึ้นนั่งแต่ก็ต้องร้องออกมาด้วยความเ็ป ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและาแ
“เวรเอ๊ย นังเด็กบ้านั่น มันทำข้าเจ็บขนาดนี้ได้ยังไง”
เขาพึมพำกับตัวเองด้วยความสงสัย
เสียงเปิดประตูทำให้หยางเค่อสะดุ้งโหยงภรรยาของเขาเดินเข้ามาพร้อมกับถ้วยข้าวต้มในมือดวงตาของนางยังคงแดงก่ำจากการร้องไห้เมื่อคืน
“ท่านพี่ฟื้นแล้วหรือ เป็อย่างไรบ้าง เจ็บตรงไหนหรือไม่”
นางถามด้วยน้ำเสียงเป็ห่วง
หยางเค่อฝืนยิ้ม
“ข้าไม่เป็ไรมากหรอกแค่ซุ่มซ่ามไปหน่อย”
“ซุ่มซ่าม?”
ซูเม่ยขมวดคิ้วเพราะคิดว่าตนเองหูฝาดก่อนจะถามซ้ำ
“ซุ่มซ่ามอย่างนั้นหรือ เกิดอะไรขึ้นกันแน่ท่านบอกข้ามาตามตรงเถอะ”
ภรรยาจ้องหน้าเขาเขม็ง ก่อนจะหลอกล่อถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
หยางเค่อกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเขาไม่กล้าบอกความจริงว่าถูกเหยี่ยนอี้ทำร้ายเพราะรู้ดีว่าภรรยาของตนนั้นโเี้เพียงใด หากนางรู้ว่าเขาพยายามจะข่มขืนเด็กสาวคนหนึ่งจนถูกทำร้ายจนสาหัสนางคงไม่ปล่อยเื่นี้ไปง่าย ๆ และอาจจะลงมือทำร้ายเขาซ้ำอีกก็เป็ได้
“คือ...เมื่อวานข้ากลับจากเมือง เลยนึกอยากขึ้นไปล่าสัตว์บนูเา แต่แล้วเกิดพลาดท่าตกลงมา”
หยางเค่อโกหกอย่างเนียบเนียน
“โชคดีที่ตกลงมาไม่สูงมากไม่อย่างนั้นข้าคงไม่ได้กลับมาให้เ้าเห็นหน้าแล้ว”
ฮูหยินของเขามองเขาอย่างไม่เชื่อใจ
“ท่านแน่ใจนะว่าไม่มีใครทำร้ายท่าน”
หยางเค่อพยักหน้ารับพร้อมกับทำตาปริบ ๆอย่างน่าสงสาร
“ข้าสาบานได้ข้าแค่ซุ่มซ่ามเองจริง ๆ”
หยางเค่อรีบตอบด้วยเสียงออดอ้อน
ภรรยาของเขายังคงมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยแต่สุดท้ายเมื่อเห็นว่าถามไปสามีก็คงไม่บอกความจริง นางจึงไม่ได้เซ้าซี้ต่อ
“ถ้าอย่างนั้นก็แล้วไปท่านนอนพักผ่อนเถอะ ข้าจะไปเอายามาให้”
หลังจากภรรยาเดินออกไปหยางเค่อก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“เฮ้อ...รอดไปได้หวุดหวิด”
แต่ถึงกระนั้นความแค้นในใจของเขาก็ยังคงคุกรุ่นอยู่ เขาจะไม่ปล่อยให้เหยี่ยนอี้ลอยนวลไปง่าย ๆแน่นอน เขาจะต้องหาทางเอาคืนให้สาสม แต่ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการรักษาตัวให้หายดี และหาทางปกปิดเื่นี้ต่อไปเขาไม่อยากให้ใครรู้ว่าผู้ใหญ่บ้านอย่างเขา คิดจะข่มเหงลูกบ้านของตนเพราะนอกจากอาจจะถูกลงโทษจากทางการแล้วฮูหยินของเขาซึ่งเป็ลูกสาวนอกจวนของเ้าเมืองอาจจะให้น้องชายของนางมาจัดการเขาก็เป็ได้
หยางเค่อทอดกายลงบนเตียง หลังจากดื่มยาที่ ฮูหยินยกมาให้ ความเ็ปตามร่างกายแม้จะเริ่มทุเลาลงบ้างแล้วแต่ความสงสัยกลับยิ่งทวีคูณในใจ
“เป็ไปได้ยังไง เด็กสาวตัวเล็ก ๆ อย่างเหยี่ยนอี้ ถึงมีกำลังมาทำร้ายข้าได้สาหัสขนาดนี้”
เขาพึมพำกับตัวเอง
หยางเค่อเป็ชายฉกรรจ์รูปร่างกำยำแข็งแรง ผ่านการต่อสู้มานักต่อนักแต่กลับต้องมาพ่ายแพ้ให้กับเด็กสาวที่ดูบอบบางอย่างเหยี่ยนอี้มันช่างน่าเหลือเชื่อ
เขานึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อวานเด็กสาวที่เขาเคยคิดว่าจะสามารถควบคุมได้ กลับกลายเป็ปีศาจร้ายที่วิ่งเข้ามาทำร้ายเขาอย่างบ้าคลั่งดวงตาของนางแดงก่ำ มือไม้สั่นเทา แต่กลับมีพละกำลังมหาศาล
และที่น่าขนลุกที่สุดคือเสียงหัวเราะของนางเสียงหัวเราะที่ดังเสียดแก้วหู เสียงหัวเราะที่ไร้ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเสียงหัวเราะของคนบ้า
“ใช่แล้ว นางต้องเป็บ้าไปแล้วแน่ ๆหรือไม่ก็อาจจะถูกผีเข้าสิง”
หยางเค่อรำพึงรำพัน
“ไม่มีทางที่คนปกติจะทำร้ายคนอื่นได้ถึงขนาดนี้หรอก”
ภาพใบหน้าของเหยี่ยนอี้ในตอนนั้นยังคงติดตาเขาอยู่ ดวงตาที่ว่างเปล่า รอยยิ้มที่บิดเบี้ยว และเสียงหัวเราะที่ก้องกังวานมันทำให้หยางเค่อรู้สึกหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
“ข้าไม่เคยกลัวอะไรมาก่อนแต่เด็กคนนั้น... นางทำให้ข้ารู้สึกกลัวจริงๆ”
หยางเค่อสั่นศีรษะ
เขาพยายามที่จะลืมภาพเ่าั้แต่ยิ่งพยายามลืม มันกลับยิ่งชัดเจนขึ้นในความทรงจำ
“ไม่มีทางข้าจะไม่ยอมให้เด็กบ้าคนนั้นมาทำให้ข้าต้องหวาดกลัว”
หยางเค่อกัดฟันกรอด
“ข้าจะต้องหาทางจัดการนางให้ได้”
ถึงจะเอาความโกรธเข้ามาข่มแต่ถึงกระนั้นความหวาดกลัวก็ยังคงกัดกินจิตใจของเขาอยู่ลึกๆ เขารู้ดีว่า เหยี่ยนอี้ไม่ใช่เด็กสาวธรรมดาอีกต่อไป นางกลายเป็ปีศาจร้ายไปแล้วเพียงแต่เขาไม่สามารถบอกใครได้
“หากข้าไม่มีความสามารถจะต่อกรกับปีศาจอย่างเ้าข้าก็ยังคงมีคนอื่นที่ใช้เป็เครื่องมือได้อยู่ขอเพียงข้ามั่นใจว่าเ้าคือปีศาจในวันนั้นจริง ๆ แต่หากเ้าเป็เพียงเด็กสาวบอบบางงดงามเช่นที่เคยพบข้าก็มีบทเรียนที่จะมอบให้สำหรับคนที่กล้าทำร้ายข้าอย่างสาสม รอก่อนเถอะเด็กน้อย”