“ผม...” ริมฝีปากบางของฉินเยว่ขยับแต่กลับไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่ดวงตาภายใต้แว่นตากรอบทองมีความลึกล้ำที่มองไม่ออกอยู่เล็กน้อยจ้องมองเงาร่างของเจี่ยนหรานอย่างครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่จึงหันกายเดินไปที่ห้องหนังสือ
่สามปีมานี้เจี่ยนหรานเช่าอพาร์ทเมนต์อยู่ข้างนอกคนเดียวทำอาหารง่ายๆ ทั่วไปได้อย่างชำนิชำนาญมาก ชั่วประเดี๋ยวเดียวกับข้าวสองอย่างน้ำแกงและซุปอีกหนึ่งอย่างก็ถูกยกไปเสิร์ฟขึ้นที่โต๊ะ
“ฉินเยว่ ทานข้าวได้แล้ว” เจี่ยนหรานเคาะประตูห้องหนังสืออย่างระมัดระวังเมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบรับจึงผลักประตูเปิดออกเบาๆ
ฉินเยว่กำลังโทรศัพท์อยู่ในห้องหนังสือได้ยินเขาพูดว่า “มีบางเื่คุณจัดการไปตามที่เห็นสมควรไม่ต้องมารายงานผมทุกเื่หรอก”
พูดจบก็วางโทรศัพท์ทันทีเงยหน้าขึ้นประสานสายตากับเจี่ยนหรานทันทีเอ่ยถามอย่างเ็าว่า “มีอะไร?”
“ทานข้าวได้แล้ว” เจี่ยนหรานยิ้ม ไม่กล้ามองหน้าเขา
“เดี๋ยวผมไป” น้ำเสียงของเขาเฉื่อยชาเหมือนปกติ
คนทั้งสองคนนั่งลงตรงข้ามกันทานข้าวอย่างตั้งอกตั้งใจ ไม่มีใครเอ่ยปากขึ้นทำลายความเงียบงันชั่วขณะบรรยากาศราวกับจะหนักหน่วง
เจี่ยนหรานขยับริมฝีปากคิดหาหัวข้อมาสนทนาอยู่หลายครั้งหลังจากเห็นสีหน้าเรียบเฉยของฉินเยว่ก็กลืนคำพูดกลับลงไป
หลังจากทานอาหารเสร็จฉินเยว่เป็ฝ่ายเอ่ยว่าจะล้างจานเจี่ยนหรานก็ไม่ได้ปฏิเสธ เขายินยอมช่วยเธอทำงานบ้าน ทำไมเธอจะไม่ยินดีล่ะ
ดูจากท่าทางซุ่มซ่ามของฉินเยว่แล้วก็มองออกว่าเมื่อก่อนเขาจะต้องไม่เคยทำเื่พวกนี้มาก่อนแน่ๆ
แต่ว่าก็ถูกแล้วประธานของบริษัทใหญ่ขนาดนั้นจะทำเื่เล็กๆ น้อยๆ อย่างล้างจานเป็ได้ไปได้ยังไง
เพล้ง———
ได้ยินเสียงชามกระเบื้องแตกดังมาจากในห้องครัวเจี่ยนหรานรีบลุกขึ้นเดินไปหาทันที
ที่เห็นก็คือในมือของฉินเยว่ถือชามใบหนึ่งมองเศษกระเบื้องแตกบนพื้นอย่างอึ้งๆ
“ฉันทำเองดีกว่า” เจี่ยนหรานเดินไปคิดจะเอาชามในมือของฉินเยว่มา
“ไม่ต้อง ผมทำเองก็ได้” ฉินเยว่เบี่ยงหลบมือของเจี่ยนหรานที่ยื่นไปน้ำเสียงไม่เปลี่ยน
“ฉินเยว่ ที่จริง...” เจี่ยนหรานเผชิญหน้ากับสายตาแน่วนิ่งของฉินเยว่แล้วพูดต่อไปไม่ได้ได้แต่พยักหน้าถอยออกจากห้องครัวปล่อยให้เขาล้างจานต่อ
ถึงแม้ทั้งสองจะเป็สามีภรรยากันตามกฎหมายแล้วแต่สำหรับเจี่ยนหรานแล้วฉินเยว่ยังเป็แค่ผู้ชายที่ไม่รู้จักอยู่
เธออยากจะเข้าใจในตัวเขาเข้าใจเื่ทุกอย่างของเขาจึงพยายามทำหน้าที่ภรรยาที่ดีอย่างสุดความสามารถ
เพียงแต่เขามีศักดิ์ฐานะเช่นนี้ เธอจะสามารถใช้ความคิดในตอนแรกที่แต่งงานกับเขาไปเข้าใกล้เขาได้งั้นหรือ?
เจี่ยนหรานนั่งลงที่ห้องรับแขกหยิบรีโมทขึ้นกดเปิดโทรทัศน์เลือกช่องข่าวตามใจชอบ
ตอนดูโทรทัศน์บางครั้งก็หันศีรษะมองไปทางห้องครัวมองผ่านประตูกระจกไปเห็นฉินเยว่กำลังล้างชามกับตะเกียบอย่างตั้งอกตั้งใจ
เธอถอนหายใจเงียบๆในใจ ที่แท้ตอนผู้ชายคนนี้ล้างชามก็น่ามองขนาดนี้
บางทีสายตาของเจี่ยนหรานคงจะร้อนแรงเกินไปฉินเยว่เลยหันกลับมามองทันทีสายตาสองคู่สบประสาน เจี่ยนหรานเห็นความเ็านิดๆ ในดวงตาของฉินเยว่ จากนั้นเขาจึงยิ้มสุภาพอย่างสมบูรณ์แบบให้
แอบมองแล้วถูกจับได้ใบหน้าของเจี่ยนหรานจึงแดงขึ้นเล็กน้อยเธอยิ้มบางๆ กลับไปอย่างมีมารยาททันที
เจี่ยนหรานเลื่อนสายตาไปยังจอโทรทัศน์อีกครั้งแต่เื่ที่คิดในสมองทั้งหมดกลับเป็ฉินเยว่
ท่าทางตอนทำงานของผู้ชายคนนี้ขนาดล้างชามยังล้างได้น่ามองแบบนี้เมื่อไหร่ถึงจะได้เห็นด้านที่น่าอายของเขานะ?
เมื่อจัดห้องครัวให้เป็ระเบียบเรียบร้อยแล้วฉินเยว่ก็กลับมาที่ห้องนั่งเล่นเห็นเจี่ยนหรานกำลังเหม่อลอย เขาจ้องมองใบหน้าที่ประณีตงดงามผ่านไปชั่วขณะถึงได้ส่งเสียงว่า“เจี่ยนหราน”
“อา...” เสียงน่าฟังของฉินเยว่เรียกชื่อของเธอ เจี่ยนหรานรู้สึกว่าน่าฟังอย่างประหลาดคิดไม่ถึงว่าใบหน้าจะร้อนซู่ขึ้นมา
ฉินเยว่นั่งลงบนโซฟาอีกด้านหนึ่ง“มีบางเื่ ผมอยากพูดกับคุณให้เข้าใจ”
“ค่ะ” เจี่ยนหรานตอบรับ เธอกำลังคิดจะคุยกับเขาอยู่พอดี ถือโอกาสนี้พูดให้ชัดเจนเลยแล้วกัน
สายตาลึกล้ำของฉินเยว่กวาดมองเจี่ยนหรานขึ้นลงแล้วถึงได้เอ่ยปากพูดช้าๆ “เจี่ยนหราน วันนี้ที่บริษัท...”
“แยกแยะเื่ส่วนตัวกับเื่ส่วนรวมให้ชัดเจนเื่นี้ฉันเข้าใจ ที่จริงฉันก็ไม่อยากจะให้คนในบริษัทมาพูดนินทาความสัมพันธ์ส่วนตัวของพวกเราลับหลัง” ฉินเยว่ยังพูดไม่จบ เจี่ยนหรานก็ตัดบทเขา
เธอทำงานด้วยความอุตสาหะในบริษัทนี้มาสามปีจึงมีความสำเร็จเช่นทุกวันนี้และเธอคิดจะพึ่งพาความพยายามของตนเองไต่เต้าขึ้นไปต่อไม่คิดจะเปลี่ยนความตั้งใจเพราะฉินเยว่
ฉินเยว่สีหน้าเรียบเฉยเพียงแต่ดวงตาภายใต้แว่นตากรอบทองมีประกายรับรู้วาบผ่าน“เื่ฐานะประธานของ่ซินเค่อจี้คนใหม่นี้ผมไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังคุณ วันนี้เจอคุณในสถานการณ์แบบนั้น ผมไม่รู้ว่าความคิดในใจของคุณ ดังนั้นเลยไม่ได้ประกาศออกไป แต่ไม่ได้หมายความว่าผมคิดจะปิดบังเื่นี้”
“ฉันรู้” เจี่ยนหรานพยักหน้า พูดอีกว่า “การทำงานและการใช้ชีวิตสำหรับฉันแล้วแบ่งแยกกันอย่างชัดเจน ฉันไม่อยากเอาชีวิตส่วนตัวไปไว้ในที่ทำงาน”
เธอจดทะเบียนสมรสกับฉินเยว่เป็เื่ของพวกเขาสองคน เจี่ยนหรานคิดว่าไม่จำเป็ต้องไปป่าวประกาศกับคนในบริษัท
ข้อหนึ่งเธอไม่อยากให้หน้าที่การงานของตนเองได้รับผลกระทบข้อสอง เธอยังไม่แน่ใจว่าการแต่งงานกับฉินเยว่จะยาวนานขนาดไหน
มองสีหน้าหนักแน่นของเจี่ยนหรานหยุดเล็กน้อย ฉินเยว่ยังพูดอีกว่า “เื่ที่พวกเราแต่งงานกันคุณได้บอกคนที่บ้านหรือเปล่า?”
เจี่ยนหรานสั่นศีรษะไม่อยากพูดถึงคนที่บ้านมากนัก
“ผมเพิ่งรับ่่ซินเค่อจี้ ในมือมีเื่บางอย่างต้องไปจัดการด้วยตนเองถ้าคุณไม่รังเกียจ เสร็จงานแล้วผมอยากไปเยี่ยมพ่อตาแม่ยายกับคุณสักระยะ” เขาพูด น้ำเสียงและสีหน้าสงบนิ่งจนเหมือนทายออกแต่แรกแล้วว่าเจี่ยนหรานยังไม่ได้เอ่ยถึงเื่นี้กับคนที่บ้าน
“ไม่ต้องหรอก” เจี่ยนหรานปฏิเสธตรงๆ แต่ก็รู้สึกว่าคำพูดนี้ไม่เหมาะสมเลยรีบอธิบาย “ฉันกับคนที่บ้านเกิดมีเื่บางอย่างขึ้นกัน ไม่ได้ติดต่อกันนานมากแล้ว เื่นี้วันหลังค่อยพูดเถอะเล่าให้ฟัง”
บ้าน?
ทุกครั้งที่คิดถึงคำนี้หัวใจของเจี่ยนหรานจะเ็ปนิดๆทำให้เธอหายใจไม่ออกอยู่บ้าง
ั้แ่เมื่อสามปีก่อนบ้านนั้นก็ไม่ใช่บ้านของเธออีกเธอกลับไปไม่ได้แล้ว
“เจี่ยนหราน” ฉินเยว่เรียกชื่อของเธอเสียงเข้ม พูดอีกว่า “ต่อไปคุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวอีกแล้วคุณมีผม”
น้ำเสียงของฉินเยว่เฉยเมยนิ่งเรียบแต่เป็เพราะตัวเสียงก็น่าฟังทำให้ได้ความรู้สึกที่แตกต่างกันอย่างมาก
แม้ประโยคนี้ไม่ใช่คำพูดบอกรักชัดๆตรงๆ แต่ก็ทำให้ในใจของเจี่ยนหรานรู้สึกอะไรบางอย่างขึ้นมาบอกไม่ถูกขึ้นมา
ถึงแม้หลายปีมานี้เธอกัดฟันเดินหน้าต่อไปข้างหน้าแต่ยามพอตกกลางคืนดึกสงัดพอก็มักพาลคิดถึงนึกถึงเื่นั้นขึ้นมาก็ยังคงจนเ็ปเสียใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่ดีเนืองๆ
“เจี่ยนหราน” เงียบไปครู่หนึ่ง ฉินเยว่ถึงเอ่ยปากขึ้นอีกครั้ง “พวกเราเป็สามีภรรยากันแล้ว ผมอยากจะพร้อมจะอยู่กับคุณไปชั่วชีวิตอย่างจริงใจนะ”
คิดไม่ถึงว่าจู่ๆฉินเยว่จะพูดเช่นนี้ เจี่ยนหรานอึ้งไปอีกครั้ง เงยหน้าขึ้นมองเขา สบสายตาที่จริงใจอย่างมากฉายฉานออกมาเธอก็เลยพูดตอบไปว่า “ฉันก็ตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะอยู่กับคุณไปชั่วชีวิต”
ฉินเยว่จ้องมองใบหน้าอันงดงามของเธอหยุดนิ่งไปหลายวินาที แล้วพูดว่า “งั้นเจี่ยนหราน งั้นคุณรับปากผมได้หรือไม่ ไม่ว่าจะเกิดเื่อะไรขึ้นก็อย่าเอ่ยถึงเื่เลิกกันออกมาง่ายๆ?”
“อืม!” เจี่ยนหรานพยักหน้าซ้ำๆ “ฉันจะพยายามเป็ภรรยาที่ดี”
อย่าเอ่ยถึงเื่เลิกกันออกมาง่ายๆง่ายๆ...ก็เป็สิ่งที่เจี่ยนหรานคิดย้ำอยู่ในใจยามคำนี้จากปากฉินเยว่พูดออกมาจากปากเองทำให้เธอรู้สึกวางอบอุ่นใจมาก
........