บทที่ 28 ตั๊กแตนจับจักจั่น นกขมิ้นอยู่ด้านหลัง*[1]
"ไม่มีอะไรเพคะ วันนี้ยาก็เปลี่ยนเสร็จหมดแล้ว หม่อมฉันต้องขอตัวกลับก่อน พรุ่งนี้จะมาใหม่"
เว่ยฉางอันส่ายหน้า สีหน้าดูเฉยชามาก จากนั้นก็ลุกขึ้นยืน กล่าวลาหรงหลีเซิง
"อืม ข้าจะไปส่งเ้าสักหน่อย"
เห็นนางไม่อยากพูดมาก หรงหลีเซิงก็ไม่ได้บังคับ หมุนรถเข็นไปเล็กน้อย แล้วตามนางไป
"ไม่ต้องเพคะ ไม่ต้อง หม่อมฉันเดินไปเองได้"
เว่ยฉางอันเห็นเขาจะมาส่งนางจริง ๆ ก็ใ รีบโบกมือปฏิเสธ และเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นอีกหน่อย
หรงหลีเซิงมองตามแผ่นหลังของนางที่เดินจากไป สีหน้าไม่ค่อยดีนัก ประจวบกับคนเข้ามารายงานเื่ราวพอดี จึงขมวดคิ้ว ถามนางไปว่า "ข้าน่ารังเกียจขนาดนั้นเลยหรือ ข้าน่ากลัวมากหรือ"
พ่อบ้านได้ยินคำถามของเขา แล้วก็ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองหรงหลีเซิงในตอนนี้ ริมฝีปากขยับไปมาอยู่นาน ก่อนจะพูดว่า "ชินอ๋องจะน่ารังเกียจได้อย่างไรกัน ตอนนี้ใบหน้าของท่านมีาแ ไม่อย่างนั้น..."
"พอแล้ว พอแล้ว ข้าเข้าใจแล้ว เ้าไปได้แล้ว"
พ่อบ้านยังพูดไม่ทันจบ ก็ถูกหรงหลีเซิงขัดจังหวะด้วยความไม่พอใจ พูดแล้วก็เหมือนไม่ได้พูด
ได้ยินคำพูดของเขาตอนนี้ ในใจยิ่งอัดอั้นตันใจ
"ข้า ข้าก็พูดตามความจริงนี่นา"
เห็นหรงหลีเซิงหันหลังปิดประตูห้อง เขาก็ยิ่งน้อยใจ พึมพำเบา ๆ อยู่ที่หน้าประตู
อีกด้านหนึ่ง เว่ยฉางอันที่ออกมาจากวังชินอ๋องแล้ว ในที่สุดก็ถอนหายใจยาว การช่วยหรงหลีเซิงเปลี่ยนยาเป็ประจำนั้นเป็เื่ที่ไม่มีทางเลือก พอทำเสร็จแล้ว ใครจะอยากอยู่ข้าง ๆ ก้อนน้ำแข็งใหญ่อีกล่ะ
นางยกมือขยี้ตาที่รู้สึกเมื่อยล้าเล็กน้อย ถ้าหากหรงหลีเซิงเห็นสภาพของนางตอนนี้ ต้องหัวเราะเยาะนางแน่ ๆ
หลังจากที่เว่ยฉางอันทำใจได้แล้ว นางก็กลับไปที่จวนแม่ทัพ
หลังจากยุ่งอยู่อีกสองวัน ในที่สุดเว่ยฉางอันก็ว่างบ้างแล้ว นางเพิ่งจะหยิบจานขนมจากห้องครัว เดินไปพลางกินไปพลาง ก็เห็นซู่ซินกำลังก้มหน้ายุ่งวุ่นวายอยู่ในห้อง
"ซู่ซิน เ้ากำลังทำอะไรอยู่?"
เว่ยฉางอันพยายามกลืนขนมชิ้นสุดท้ายในมือ เดินไปหานางแล้วก็เห็นว่ามีเสื้อผ้าวางเต็มเตียง นางจึงสงสัยและถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยชัดเจนนัก
ซู่ซินหันกลับมาเห็นท่าทางสบาย ๆ ของคุณหนูใหญ่ก็ชินชาไปแล้ว นางเลือกที่จะเมินไปตรง ๆ แล้ว พอซู่ซินนึกถึงเื่สำคัญของคุณหนูของนาง จึงรีบหยิบจานขนมในมือของเว่ยฉางอันวางไว้ด้านข้าง แล้วเช็ดเศษขนมที่มุมปากให้นาง
"คุณหนู พรุ่งนี้ก็ถึงงานเลี้ยงของบุตรสาวท่านเสนาบดีหวงแล้ว ข้ากำลังจัดเสื้อผ้าให้คุณหนูเ้าค่ะ ดูว่าจะใส่ชุดไหนดี ท่านมาได้จังหวะพอดี ลองใส่ดูทุกชุดก็จะรู้แล้วล่ะเ้าค่ะ"
พอซู่ซินพูดจบ เว่ยฉางอันก็เบิกตาโตขึ้นเล็กน้อยด้วยความไม่อยากเชื่อ มองเสื้อผ้าที่กองพะเนินเต็มเตียง พูดอย่างลนลานว่า "นี่ นี่มันเยอะขนาดนี้เลยหรือ ใส่อะไรก็ได้ไม่ใช่หรือ"
พูดไปนางก็หยิบจานขนมบนโต๊ะกลับมาถือไว้อีกครั้ง การกินขนมยังคงเป็สิ่งล่อใจนางมากกว่า
"คุณหนู แบบนี้ไม่ได้นะเ้าคะ นี่เป็ครั้งแรกที่ท่านออกงานหลังจากได้รับพระบรมราชโองการอภิเษกสมรสกับชินอ๋องนะเ้าคะ คุณหนูต้องไม่ประมาทเด็ดขาด"
เห็นท่าทางไม่ใส่ใจของคุณหนูใหญ่ ซู่ซินแทบอยากจะตีเหล็กตอนร้อนเลยทีเดียว
"โอ๊ย ซู่ซิน..."
"ท่านพี่ อยู่นี่นี่เอง น้องยังคิดว่าท่านไม่อยู่ที่จวนเสียอีก"
ขณะที่เว่ยฉางอันกำลังจะต่อรองกับซู่ซิน เสียงหวาน ๆ ก็ดังขึ้น เว่ยฉางอันที่หันหลังให้ประตูอยู่ก็กลอกตาขึ้น
"โอ้ น้องรองมาแล้วหรือ ซู่ซิน รีบไปชงชาเร็วเข้า"
แต่พอนางหันไปมองเว่ยเจียวอิง สีหน้าของนางก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม คนที่ไม่รู้เื่คงคิดว่าทั้งสองเป็พี่น้องที่สนิทสนมรักใคร่กันมาก
อย่างไรก็ตาม นางรู้ความหมายในคำพูดของเว่ยเจียวอิงอย่างชัดเจน ไม่ใช่ตั้งใจจะพูดว่านางไปอยู่ที่วังชินอ๋องหรอกหรือ
คิดถึงเื่นี้แล้ว เว่ยฉางอันก็หัวเราะเยาะในใจ เหอะ ใครกันที่จะไม่รู้จักการแสร้งยิ้ม ก็แค่ดูว่าใครจะเก่งกว่ากันเท่านั้นเอง
"ท่านพี่กำลังเตรียมชุดที่จะใส่ไปงานเลี้ยงในวันพรุ่งนี้อยู่หรือ"
เว่ยเจียวอิงเห็นเสื้อผ้าบนเตียงวางอยู่ไม่ไกลนัก ดวงตาปรากฏความโลภวูบหนึ่ง
แน่นอน ทุกอย่างนี้ เว่ยฉางอันมองเห็นหมด นางยิ้มมุมปากเล็กน้อย "ใช่แล้วน้องรอง ข้าบอกให้ซู่ซินหาชุดง่าย ๆ ก็พอ แต่นางกลับอยากทำเื่พวกนี้เอง"
อย่างที่คาด เมื่อนางพูดจบ ในดวงตาของเว่ยเจียวอิงก็ปรากฏความอิจฉาวูบหนึ่ง ทำไมตนเองถึงไม่มีชุดสวย ๆ บ้างเลย ในขณะที่เว่ยฉางอันกลับมี
"ท่านพี่โชคดีนัก ไม่เหมือนข้า..."
"ไม่รู้ว่าน้องรอง วันนี้มาหาข้ามีเื่ใดหรือ"
เว่ยฉางอันทำท่าเฉยเมย ไม่สนใจเล่นนิ้วมือตัวเอง ตัดบทสนทนาของนางไปตรง ๆ จริๆ แล้วไม่มีอารมณ์มาละเล่นกับนางที่นี่หรอก
"ก็ไม่มีอะไรมากเ้าค่ะ แค่อยากจะบอกว่างานเลี้ยงในวันพรุ่งนี้ ท่านพี่ไปพร้อมข้าเถอะ"
เว่ยเจียวอิงถูกนางขัดคำพูด ก็โกรธจนแทบจะลุกขึ้นยืน แต่พอนึกถึงแผนการของตน ก็ได้แต่กำผ้าเช็ดหน้าในมือแน่น ยิ้มแหย ๆ พูดขึ้นมา
แต่ในใจนางกลับรู้สึกเกลียดชัง ‘ตอนนี้ข้าจะให้เ้าได้เปรียบไปก่อน ฮึ่ม รอถึงวันงานเลี้ยง ข้าจะทำให้เ้าตายอย่างไม่มีที่ฝังร่าง’
เว่ยฉางอันที่แต่เดิมคิดว่านางจะโมโหกลับรู้สึกประหลาดใจ เห็นนางอดทนแบบนี้ ดวงตาพลันเย็นวาบในทันที
เื่ผิดปกติย่อมมีเหตุ!
เว่ยฉางอันคิดขึ้นมาได้ นึกถึงรายงานที่อิ๋งให้นางก่อนหน้านี้ มุมปากเผยรอยยิ้มเ็าออกมาทันที
แต่ถูกปิดบังไว้ได้ดี เว่ยเจียวอิงไม่ได้สังเกตเห็นแม้แต่น้อย
เพราะในตอนนี้ นางถูกดึงดูดความสนใจไปที่เสื้อผ้าอันหรูหราบนเตียงอย่างสิ้นเชิงแล้ว
"หากน้องรองชอบ ก็เลือกเสื้อผ้าไปสักสองสามชุดเถิด พอดีข้าใส่ไม่ได้พอดี"
เว่ยฉางอันคิดในใจ ยิ้มพลางชี้ไปที่เสื้อผ้าบนเตียง พูดกับนาง
ซู่ซินที่กำลังยกน้ำชาเข้ามาพอดี ได้ยินดังนั้น ก็รู้สึกเจ็บแปลบอีกครั้ง คุณหนูนี่ไม่ใช่เพิ่งเห็นนิสัยที่แท้จริงของคุณหนูรองหรอกหรือ เหตุใดถึงยังจะมอบของดี ๆ ให้นางเหมือนแต่ก่อนอีกเล่า
สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็ของที่นางเตรียมมาอย่างพิถีพิถัน คิดไปถึงตรงนั้น ซู่ซินก็ร้อนรน รีบอ้าปากจะเตือนเว่ยฉางอัน
แต่นางเพิ่งจะอ้าปาก ก็เห็นเว่ยฉางอันส่ายหน้าใส่นาง
คำพูดของนางจึงถูกกลืนกลับลงคอไป มองท่าทางของคุณหนูใหญ่ตอนนี้ ดูเหมือนจะไม่เหมือนกับแต่ก่อนเลย ซู่ซินจึงรู้สึกงุนงงอยู่บ้าง
ส่วนเว่ยเจียวอิงนั้นกำลังเลือกเสื้อผ้าอย่างดีใจ คิดว่าตนเองจะได้ส่องประกายในงานเลี้ยง ในขณะที่เว่ยฉางอันจะถูกผู้คนดูถูกเหยียดหยาม...
คิดถึงวันพรุ่งนี้ ในใจนางก็ยิ่งรู้สึกยินดี แต่เดิมยังคิดว่าเว่ยฉางอันฉลาดขึ้น ที่ไหนได้ ยังคงโง่เขลาเบาปัญญาเช่นเดิม ถูกนางหลอกจนหัวหมุน
แต่นางกลับไม่ทันสังเกตว่า ด้านหลังของนาง เว่ยฉางอันกำลังมองนางด้วยสีหน้าเ็าและเยาะหยัน…
[1] ตั๊กแตนจับจิ้งหรีด นกกระจอกซุ่มด้านหลัง (螳螂扑蝉,黄雀在后) อุปมาว่าเป็ผู้ที่ไร้วิสัยทัศน์ เล็งผลระยะสั้น หรือผู้ที่เอาแต่จ้องจะเล่นงานผู้อื่น