4. กลับภูมิลำเนา
ทุกสิ้นเดือนต้นพรจะต้องกลับไปเยี่ยมแม่และน้องที่บ้านเกิดรวมทั้งของฝากแม่และน้องชาย มีสิ่งหนึ่งที่จะขาดเสียมิได้ ซึ่งถือว่าเป็อาวุธประจำกายที่ใช้ป้องกันตัวคือปืนกระบอกเล็กที่ทรงประสิทธิภาพ ได้มาอย่างถูกกฎหมาย และมีดสองคมอยู่ในฝักที่ตกแต่งสวยงามหนึ่งเล่มเนื่องจากต้องเดินทางคนเดียวบ่อย ๆ จึงต้องมีไว้เพื่อป้องกันตัว
ตีห้าของวันใหม่ต้นพรถอยรถออกจากคอนโด แล้วมุ่งตรงสู่ถนนที่เป็เส้นทางสายภาคเหนือ ใช้เวลาในการเดินทางกว่า6 – 8 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับความเร็วของรถและระยะเวลาในการพักรถ หญิงสาวไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังถูกติดตาม ขับรถด้วยความเร็วพอเหมาะพลางเปิดเพลงที่เธอชอบดังสนั่นลั่นรถเป็เพื่อน ความเร็วพอเหมาะของเธอนั้น คือ 110-130 กิโลเมตรต่อชั่วโมงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมเธอถึงใช้ความเร็วขนาดนี้แล้วถือเป็เื่ธรรมดาเพราะเธอเป็นักแข่งแรลลี่ตัวยงคนหนึ่งเลยทีเดียว มีการแข่งขันที่ไหนในประเทศไทย เธอมักจะไม่พลาดที่จะเข้าร่วมการแข่งขันและได้ลำดับต้น ๆ เสมอ แต่เธอได้ปฏิเสธในการเป็ตัวแทนของประเทศไปแข่งขันในระดับนานาชาติทุกครั้งไปไม่อย่างนั้นเธอคงมีอนาคตในการแข่งแรลลี่ที่ดีกว่านี้แน่นอน เธอให้เหตุผลว่ามันไม่ใช่จุดมุ่งหมายของเธอและกำหนดให้มันเป็เพียงแค่งานอดิเรกเท่านั้น
นักสืบที่เลขาของซื่อเทียนจ้างให้ติดตามดูพฤติกรรมของต้นพรบ่นกระปอดกระแปดพาดพึงถึงผู้ที่พวกเขากำลังทำการติดตามอยู่
"เฮ๊ย! ไอ้ก้องช่วยกันดูรถคุณต้นพรหน่อยสิโว๊ย! อย่าเผลอหลับน่ะโว๊ย! ผู้หญิงอะไรวะ! ขับรถเร็วเป็บ้า!เดี๋ยวก็ไปไม่ถึงที่หมายหรอก!"
ป๋อซึ่งเป็คนขับบ่นกับก้องเพื่อนนักสืบที่มาด้วยกัน
"เออ! จริงด้วยว่ะ!คุณเธอขับเร็วชะมัดยาด! จะรีบไปไหนกันแม่คู๊ณ!"
ป๋อก็พลอยบ่นตามไปด้วย เขากดมือถือโทรหาเลขาของซื่อเทียนทันที เพื่อรายงานความก้าวหน้าในการติดตามทันที
“คุณเหว่ยครับเธอขับรถเร็วมากเลยครับ ยังกับแข่งแรลลี่แหน่ะครับ ผมสงสัยว่าเธอจะเดินทางไปต่างจังหวัดครับ”
ก้องถือโอกาสบ่นให้ผู้ว่าจ้างฟังบ้าง
“โอเค! ยังไงก็พยายามตามให้ทันก็แล้วกัน อย่าให้คลาดสายตาล่ะ”
หลี่เหว่ยกำชับนักสืบเพื่อไม่ให้คลาดการติดตามในครั้งนี้
“ครับ เรากำลังพยายามอยู่ครับงั้นแค่นี้นะครับ”
“อืม!”
หลี่เหว่ยรับคำและกดปิดมือทันทีพลางมองไปที่เ้านาย ซึ่งเขารู้ดีว่ากำลังรอฟังอย่างใจจดใจจ่อ นั่นปะไร เขายังไม่ทันอ้าปากบอกเ้านายก็รีบสวนถามมาเสียก่อน
“เหว่ยนักสืบว่าไงบ้าง”
"นักสืบบอกว่าเธอขับรถเร็วมากเลยครับ จนตามเกือบไม่ทัน และเดาว่าเธอคงเดินทางไปต่างจังหวัดครับ"
"อืม...ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะเป็คนที่ขับรถเร็ว"
ซื่อเทียนพูดออกไปอย่างไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน ทำให้เขานึกถึงต้นพรตอนที่เจอเธอในครั้งแรกกับในคืนงานเลี้ยงที่ผ่านมา ดูจากบุคลิกท่าทางของเธอแล้วไม่น่าจะเป็ไปได้ แต่พอมาคิดดูอีกทีนักสืบทั้งสองคนไม่มีเหตุผลอะไรที่จะมาโกหกเขา นี่คงเป็ความรู้ใหม่ในความเป็เธอสำหรับเขา
…………………………………
ต้นพรกดปุ่มโทรศัพท์ติดต่อกับทางบ้านหญิงสาวหลีกเลี่ยงการใช้มือถือโทรศัพท์ขณะขับรถไปด้วย เพื่อเป็การป้องกันอุบัติเหตุและเลือกใช้แฮนด์ฟรีแบบบรูทูตแทน ถือเป็การเคารพกฎจราจรซึ่งเป็หน้าที่ที่พลเมืองดีพึงกระทำอีกเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาและความยุ่งยากมากมายที่จะเกิดตามมาภายหลัง ซึ่งมันมีแต่เสียกับเสียมากกว่าได้แถมยังทำให้เสียเวลาอีกตากหาก
"ฮัลโหล! แม่หรอคะ ต้นค่ะ อีกครึ่งชั่วโมงก็ถึงแล้วค่ะ"
หญิงสาวกรอกเสียงพูดเป็ภาษาถิ่นกับแม่อย่างคุ้นเคยและเธอไม่เคยอายกับการที่จะเปิดเผยในเื่ถิ่นฐานที่อยู่และฐานะของตนเองแต่กลับรู้สึกภาคภูมิใจในถิ่นฐานบ้านเกิดของตนเองเสียด้วยซ้ำประกอบกับเธอเป็คนที่มีจิตใจดี มีน้ำใจ จริงใจ และเป็คนตรง ทำให้ไม่เคยขาดเพื่อนและยังซเป็ที่รักใคร่ของเพื่อน ๆเสมอ โดยเฉพาะถ้าเจอเพื่อนที่มาจากบ้านเดียวกันเธอมักเลือกใช้ภาษาถิ่นในการสนทนาเสมอ
"จ่ะ พวกเรารอลูกอยู่นะจ๊ะ"
สมใจจึงส่งภาษาถิ่นไปเช่นกัน และยิ้มกับโทรศัพท์ด้วยความดีใจ ทุกครั้งที่ลูกสาวมาเธอจะทำอาหารที่ลูกสาวชอบไว้คอยท่า
สมใจงามศิรีแม่ของต้นพร เป็ผู้หญิงที่ใจดี มีเมตากรุณาอารมณ์ดี และยังคงมีเค้าของความสวยอยู่ ถึงแม้ว่าอายุย่างเข้าใกล้หกสิบแล้วก็ตามแต่ยังคงมีสุขภาพที่แข็งแรง
"ค่ะ แค่นี้นะคะแม่ หวัดดีค่ะ"
ต้นพรปิดโทรศัพท์มือถือและขับรถต่อไปด้วยความรื่นรมย์
ต้นพรเลี้ยวรถเข้ามาจอดในบริเวณบ้านอันร่มรื่นของเธอเอี้ยวตัวไปหยิบของฝากสำหรับแม่และน้องชาย ถือพะรุงพะรังออกจากรถก้าวเดินขึ้นบันไดพอเข้าไปในตัวบ้านหญิงสาววางของลงกับโต๊ะกลางสำหรับใช้รับประทานอาหารตัวยาว ซึ่งทำด้วยไม้สักทองทาสีน้ำมันวาววับอย่างสวยงามยังคงมองเห็นลายเนื้อไม้ของสักทองได้ชัดเจนพื้นของโต๊ะปิดทับด้วยกระจกใสที่สั่งตัดมาพอดีกับโต๊ะ บ้านของเธอเป็บ้านไม้สักทองทั้งหลังยกใต้ถุนสูงสร้างมาได้เจ็ดปีแล้ว เนื่องจากภูมิลำเนาของเธอเป็ถิ่นที่ปลูกไม้สักทองที่ดีที่สุดในประเทศไทยจนได้รับคัดเลือกให้นำไปทำเสาชิงช้าในปัจจุบัน และต้นไม้สักทองนั้นก็อยู่ในบริเวณอำเภอเด่นชัยจังหวัดแพร่ ซึ่ง นี่เป็อีกสิ่งหนึ่งที่ เธอมีความภูมิใจในบ้านเกิดของตนเองเป็อย่างยิ่งเธอออกแบบบ้านเป็ทรงไทยล้านนาทางภาคเหนือ หลังกะทัดรัดมี 3ห้องนอน อยู่ในเนื้อที่ 5 ไร่ นอกเหนือจากบริเวณบ้านนั้นแม่ของเธอทำการเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียง ปลูกผักสวนครัวปลอดสารพิษ เลี้ยงปลา หมูไก่ เป็ด แบ่งพื้นที่ในการทำแต่ละอย่างออกเป็ส่วนๆ อย่างลงตัว และแม่ยังผลิตปุ๋ยชีวภาพขึ้นใช้เองและยังบรรจุขวดไว้ขายต่อให้เพื่อนบ้านใกล้เคียงในราคากันเองอีกด้วย แม่ได้รับความรู้ในการปลูกผักปลอดสารพิษและการทำปุ๋ยชีวภาพมาจากการอบรมของวิยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีที่อยู่ใกล้บ้านนั่นเองตอนนี้ได้กลายเป็อาชีพหลักของแม่ไปแล้ว แต่ถ้าว่างจากการทำการเกษตรแม่จะทำขนมไทยส่งขายตามร้านประจำซึ่งทำส่งอาทิตย์ละ 2 วันคือ วันอังคาร และวันศุกร์ แม่ได้จ้างเพื่อนบ้านใกล้เคียงให้มาช่วยทำและเพื่อเป็การส่งเสริมให้เพื่อนบ้านได้มีรายได้เสริมอีกทางหนึ่ง
ชีวิตครอบครัวของต้นพรถึงแม้จะขาดพ่อที่หนีไปแต่งงานใหม่ั้แ่หญิงสาวเรียนอยู่ชั้น ป.5 แต่ก็สามารถอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขมีความรักความห่วงใยให้กันอยู่เสมอ เธอกับน้องชายจึงไม่เคยรู้สึกว่าขาดพ่อ หรือมีปมด้อยเลย
ต้นพรวางของลงบนโต๊ะเวลาเดียวกับที่ต่อพงษ์น้องชายเดินออกมาจากห้องครัว พอเห็นหน้าพี่สาวเขาโผเข้ากอดพี่สาวด้วยความดีใจ
“คิดถึงพี่ต้นจังเลย” ต่อพงษ์พูดภาษาถิ่นกับพี่สาว พลางสวมกอดพี่สาวเอาไว้แน่นราวกับไม่ได้พบเจอกันมานาน ซึ่งผิดปกติวิสัยที่เคยปฏิบัติมา
ต่อพงษ์งามศิรี ชื่อเล่นว่า ‘ต่อ’ น้องชายคนเดียวของต้นพรมีรูปร่างหน้าตาดี กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6ในโรงเรียนมัธยมประจำจังหวัด เรียนดี กีฬาเด่น ส่วนอุปนิสัยไม่หนีจากพี่สาวมากนัก
ต้นพรรู้สึกแปลกใจ กับพฤติกรรมของคุณน้องชายสุดที่รักเป็อันมากและสังหรณ์ใจว่าถ้าวันไหนที่คุณน้องชายแสดงอากัปกิริยาเช่นนี้ แสดงว่าหญิงสาวจะต้องถูกขอสิ่งหนึ่งสิ่งใดจากน้องชายเป็แน่แท้เธอแกะมือน้องชายออก พลางเลื่อนมือไปเกาะไหล่ทั้งสองข้างของน้องชาย แล้วถอยออกมาหนึ่งก้าวพลางจ้องมองหน้าน้องชายด้วยแววตาที่รู้ทัน
“ ฮึ่ม! คุณน้องชายที่รักคะ มีอะไรให้คุณพี่รับใช้จ๊ะท่าทางน่าเตะเชียว”
คุณน้องชายยิ้มเหย ๆ อย่างยอมจำนนในคำกล่าวหาของพี่สาวที่รักโดยดุษฎี
“เฮ่ ๆ คือว่า ต่ออยากได้กีตาร์ครับ“
ต้นพรมองหน้าน้องชายด้วยความหมั่นไส้แล้วแสร้งถาม
“แล้วไง”
หญิงสาว ยังแกล้งทำไก๋แล้วถามต่อ
“กระผมแค่อยากจะรบกวนให้คุณพี่ไปช่วยผมดู แอนด์จ่ายให้หน่อยน่ะครับ”
ต่อเข้าไปจับแขน แล้วเอาหน้าแนบกับแขนของพี่สาวอย่างประจบประแจงพี่สาวแกล้งเฉยทำทีเป็ไม่สนใจกับอากัปกิริยานั้น
ต้นพรยังคงวางท่าเฉย ยืนกอดอกแหล่แลตาไปที่หน้าของน้องชายและถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่เรียบเย็น ทำเอาคนถูกถามใจแป้ว
“แล้วเกรดล่ะเป็ไงเทอมนี้”
“3.87 ครับ“
ต่อตอบด้วยความภาคภูมิใจในผลการเรียนของตัวเองด้วยท่าทีขึงขังของนักศึกษารักษาดินแดน(รด.)
“อืม... แล้วพอที่จะสอบติดหมอหรือเปล่าล่ะ?”
เธอรับคำแล้วถามต่อ แต่ยังคงวางสีหน้าเรียบเฉยต่อไป ทำให้คนถูกถามรู้สึกว่าความหวังของตัวเองริบหรี่
ต้นพรและแม่หวังจะให้ต่อได้เรียนหมอซึ่งต่อเองก็มีความ้าเรียนหมอเหมือนกัน เพราะฉะนั้น เวลาที่น้องชายขออะไรหญิงสาวจะต้องมีเงื่อนไขแลกเปลี่ยนเสมอโดยส่วนใหญ่ คือ ให้ตั้งใจเรียน ถ้าได้เกรดเป็ที่น่าพอใจเธอและแม่ก็จะให้ของตามที่น้องชายขอซึ่งสิ่งที่ขอนั้นก็ไม่ได้เกินกำลังความสามารถที่จะหามาให้ได้
แม่ได้อบรมสั่งสอนเธอและน้องชายเสมอว่าให้รู้จักประมาณตน ทำตามกำลังความสามารถของเราที่มีอยู่ และยังปลูกฝังให้มีการออมอีกด้วยซึ่งในปัจจุบันก็สอดคล้องกับทางรัฐบาลที่กำลังรณรงค์ให้คนไทยมีดำรงชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำริของในหลวง คือให้ใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็และมีเหลือเก็บออมเพื่ออนาคตไว้ด้วย เพื่อนำมาใช้ในยามฉุกเฉินนั่นเอง
“อืม...ใช้ได้ โอเค พรุ่งนี้ค่อยไปซื้อกัน จะได้พาแม่ไปซื้อของด้วย”
ต่อได้ยินพี่สาวตอบรับก็ะโตัวลอยด้วยความดีใจเข้าไปสวมกอดพี่สาวอีกครั้ง ด้วยความรู้สึกขอบคุณและตามด้วยการหอมแก้มอีกฟอดใหญ่
“ขอบคุณครับพี่ต้น ต่อสัญญาว่าจะพยายามสอบหมอให้ติดครับ”
พี่สาวมองค้อนน้องชายด้วยความหมั่นไส้
“ย่ะ จะคอยดู”
อันที่จริงถ้าน้องสอบไม่ติดหมอเธอและแม่ก็ไม่ได้เสียใจ ขอแค่ให้ต่อเป็เด็กที่ตั้งใจเรียนและเป็คนดีก็พอใจแล้วแต่ถ้าได้จะทำให้เธอหมดห่วงในเื่อนาคตของน้องหวังจะให้น้องได้ดูแลแม่ยามเจ็บป่วย
หลังจากตกปากรับคำว่าจะทำตามคำขอของน้องชายแล้วต้นพรผละจากน้องชายเดินเข้าไปหาแม่ที่อยู่ในครัว หญิงสาวเดินย่องเข้าไปสวมกอดเอวของแม่ทางด้านหลังแถมหอมแก้มหนึ่งฟอดอย่างคุ้นเคย
“หวัดดีค่ะแม่สบายดีหรอคะ“
แม่หันมายิ้มให้ต้นพรแล้วหันไปทำอาหารต่อ
“จ้า... แม่สบายดี ต้นล่ะเป็ไงมั่ง“
“ต้นสบายดีค่ะแม่”
“มา.. มาช่วยแม่ล้างผักหน่อยเร็ววันนี้แม่ทำน้ำพริกอ่องของโปรดหนูด้วยนะ”
“ค่า...นี่ผักที่บ้านเราใช่ไหมค่ะแม่สดดีจังเลย”
เธอพูดพลางล้างผักไปด้วย
“จ่ะ...่นี้ผักกำลังงาม แม่ตัดขายทุกวัน ตอนนี้มีคนนิยมทานผักปลอดสารพิษกันมากขึ้นไม่ต้องเหนื่อยไปวางขายเองแล้ว มีพ่อค้าแม่ค้ามารับเองเลยล่ะ”
สมใจพูดถึงผักที่เธอปลูกอย่างภาคภูมิใจและทำให้เธอมีรายได้เพิ่มขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก
“ต่อมาเอากับข้าวที่เสร็จแล้วออกไปวางที่โต๊ะเลย”
แม่ะโบอกต่อ
“คร้าบ...”
ต่อเดินมาใบหน้าเจือไปด้วยรอยยิ้มที่ยังหุบไม่ลง
“ทำยิ้มเข้ามาเชียว ได้ของถูกใจล่ะสิท่า”
แม่แซวต่ออย่างรู้ทัน
“นิดหน่อยครับแม่”
ต่อตอบรับอย่างหน้าชื่นตาบานพลางทำยักคิ้วหลิ่วตาให้พี่สาว
ทั้งสามคนทานข้าวด้วยกันอย่างความสุข พูดคุยกันอย่างออกรส เวลานี้ถ้ามีใครเดินผ่านมาแถวบ้านหลังนี้คงพากันอิจฉาในความสุขของครอบครัวเป็ทิวแถว
ป๋อจอดรถอยู่บริเวณเยื้องหน้าบ้านของต้นพรเพื่อไม่ให้เป็ที่น่าสังเกต ก้องโทรศัพท์เข้าหาหลี่เหว่ย
“ผมตามเธอมาร่วม 7 ชั่วโมงได้ เธอกลับมาบ้านครับ แต่ผมไม่รู้ว่าเธอจะกลับเมื่อไหร่เอาไงต่อครับ“
“หาที่พักใกล้ ๆ คอยติดตามจนกว่าเธอจะกลับ”
หลี่เหว่ยยังคงให้นักสืบอยู่ดูพฤติกรรมความเคลื่อนไหวของต้นพรต่อไม่ให้คลาดสายตา
“ครับ“
ก้องรับคำสั่งเขาหันมาพูดกับป๋อ
“ตามต่อ จนกว่าเธอจะกลับ ไปหาที่พักกัน พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่แล้วกัน”
ก้องบอกกับป๋อซึ่งตอนนี้เขาและป๋อก็เหนื่อยล้าเต็มที กับการติดตามด้วยเวลาอันยาวนาน ป๋อเคลื่อนรถออกจากบริเวณนั้นไปหาที่พักทันที
ต้นพรตื่นแต่เช้าลงไปช่วยแม่เก็บผักปลอดสารพิษเพื่อเตรียมส่งให้พ่อค้าแม่ค้า ที่จะมารับตอนตีห้า หลังจากนั้น หญิงสาวให้ไก่ เป็ดห่าน และหมู เธอทำอย่างมีความสุข ตบท้ายด้วยการเก็บไข่ไก่เข้าบ้าน นำมาล้างเก็บตู้เย็นถ้าเก็บได้มากก็จะบรรจุใส่ถุงไว้ขายด้วย เธอลงมือทำอาหารเช้าแทนแม่ ให้แม่ของเธอนั้นก็รอส่งผักอยู่หน้าบ้าน
ส่วนต่อตื่นแต่เข้าเหมือนกันแม่ไม่ได้ให้ลงมาช่วยงาน เพื่อเอื้อเวลาให้ต่อมีเวลาอ่านหนังสือได้อย่างเต็มที่เพราะใกล้จะสอบเอนทรานต์แล้ว แต่ถ้าว่างตอนวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ต่อจะมาช่วยแม่ขึ้นแปลงผักและเตรียมดินอยู่เสมอ
หลังจากที่ทุกคนรับประทานอาหารเช้าเสร็จแล้ว ต่างแยกย้ายไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อเตรียมพร้อมที่จะเข้าเมือง เมื่อทุกคนมาพร้อมกันที่รถ ต้นพรถอยรถออกจากบ้าน ขับมุ่งตรงเข้าไปในเมืองทันที
ก้องและป๋อจึงออกรถติดตามเป้าหมายทันทีต้นพรแวะที่ร้านขายเครื่องดนตรีเป็จุดแรก เธอเดินกอดคอน้องชายพลางเอ่ยขึ้น
“พี่มีงบประมาณให้สามพันบาทนะจ๊ะเลือกเอาตามสบาย”
มารดาได้ยินตัวเงินจึงอดปรามลูกสาวไม่ได้
“มากไปรึเปล่าต้น”
ต้นหันมายิ้มกับแม่
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะแม่ต้นพอมี และถือว่าเป็การให้รางวัลแก่น้องที่ตั้งใจเรียนค่ะ”
ต้นหันไปทางต่อพลางเอามือตบไหล่เบาๆ
“ต่อไปเลือกเองตามสบายพี่กับแม่จะนั่งรออยู่ตรงนี้นะ”
ต้นพรอยากให้น้อง มีอิสระเลือกอย่างเต็มที่
“ครับ”
ต่อตอบพี่สาวแต่ตาของเขาไปอยู่ที่กีตาร์ตั้งนานแล้ว ขณะเดียวกันได้มีชายหนุ่มกับเด็กหนุ่มรุ่นเดียวกับต่อเดินเข้ามาในร้านเขาหันไปมองหน้าผู้ที่เข้ามาใหม่ พลางยิ้มออกมาด้วยความดีใจ สาวเท้าเดินเข้าไปหาผู้ที่มาใหม่ทันที
“เฮ้! กบแกก็มาซื้อกีตาร์เหมือนกันหรอ”
กบยิ้มให้ต่อแล้วเข้าไปกอดคอต่อเพื่อนรัก
กบหรือกิติโชติ รังสีพล เป็เพื่อนสนิทที่สุดเรียนในห้องเดียวกัน
“ใช่! แกมากับใครล่ะ”
กบพูดพลางสอดส่ายสายตามองหาคนที่มากับต่อ
“เรามากับแม่และพี่สาวน่ะ”
ต่อยกมือไหว้พี่ชายของกบ
“สวัสดีครับพี่กั้ง”
กั้งรับไหว้แล้วยิ้มให้กับต่อด้วยความรู้สึกที่เป็กันเอง
กั้งพี่ชายของกบหรือ กิตติชัย รังสีพล เรียนจบปริญญาโทสาขาวิศวะกรรมคอมพิวเตอร์จากประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อปีที่แล้วปัจจุบันดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์อยู่ในตัวจังหวัดและช่วยทางบ้านดูแลกิจการโรงแรมชื่อดังในจังหวัดไปด้วย
“มาซื้อกีตาร์เหมือนกันหรือเรา”
“ครับ พอดีพี่ต้นมาเยี่ยมบ้าน ผมก็เลยให้พามา และให้ช่วยจ่ายตังค์ให้ด้วยน่ะครับ”
“กบไปเลือกกับต่อเองนะ พี่ขอไปนั่งรอที่โต๊ะละกัน”
“ครับ! ป่ะต่อเราไปเลือกกันเถอะ“
กิตติชัยเดินมานั่งรอน้องชายที่โซฟารับแขกของร้านชายหนุ่มนั่งลงพลางมองตรงไปยังคนที่นั่งอยู่ตรงกันข้าม เขารู้สึกสะดุดตาสะดุดใจกับผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเขาเหลือเกินรู้สึกถูกชะตา จัดได้ว่าเป็คนสวยคนหนึ่ง แม้จะไม่แต่งหน้า เพียงแค่ทาแป้งฝุ่นบางๆ และทาลิปมันเท่านั้น แลดูเป็ธรรมชาติ ยิ่งพิศยิ่งงาม เขารู้สึกพึงใจผู้หญิงสาวตรงหน้าอย่างที่ไม่เคยมีรู้สึกกับใครมาก่อน
ต้นพรรู้สึกว่าถูกจ้องมองอยู่จึงเงยหน้าขึ้นจากนิตยสารสตรีในมือ พลันสบสายตากับชายหนุ่มตรงหน้าพอดี เขารีบส่งยิ้มมาให้เธออย่างสุภาพและเป็มิตรพร้อมกับก้มหัวให้เธอเพื่อเป็การทักทาย หญิงสาวจึงยิ้มตอบไมตรีนั้น อย่างคนมีมารยาทแล้วเธอก็ก้มลงอ่านนิตยสารต่อโดยไม่ได้สนใจเขาอีก ส่วนเขาจึงได้แต่แอบมองดูเธอเงียบๆ
ต่อและกบต่างเดินถือกีตาร์ที่ถูกใจเข้ามาหาผู้ที่มีหน้าที่จ่ายเงินให้พวกเขา
“พี่ต้นต่อเอาตัวนี้ครับสองพันเก้าร้อยห้าสิบบาทครับผม”
ต้นบอกพลางชูกีตาร์ตัวโปรดให้พี่สาวดู
“จ้า...”
ต้นพรพูดพลางรับกีตาร์มาจากต่อและลองทดสอบเสียงดู อย่างคนที่เล่นเป็ หญิงสาวสร้างความแปลกใจแก่กิตติชัยเป็อย่างมากเพราะเขาไม่นึกว่า ผู้หญิงหน้าหวานเช่นเธอจะเล่นกีต้าร์เป็เขามองด้วยสายตาที่ชื่นชมอย่างเปิดเผยและกิริยานี้ของเขาหาได้หลุดพ้นจากสายตาของน้องชายตัวแสบไปได้
“โอเค...เสียงใช้ได้แล้ว”
พอจ่ายเงินเสร็จทั้งหมดจึงออกจากร้านมาพร้อมกันพอดี
“ต่อจะกลับเลยหรือเปล่า” กบถามเพื่อนรัก
“ยังหรอกพาแม่ไปซื้อของต่อ”
“กบนี่พี่ต้นพี่สาวเราเอง“ กบกับพี่ชายยกมือไหว้แม่ของต่อ ส่วนต้นพรยกมือไหว้พี่ชายของกั้งเพราะดูแล้วน่าจะอายุมากกว่าเธอกั้งแอบดีใจอยู่ลึก ๆ ที่รู้ว่าหญิงสาวคนที่เขาจ้องมองนั้นเป็พี่สาวของเพื่อนรักน้องชายตัวเองที่ผ่านมาเขาได้ไปส่งน้องชายไปหาต่อที่บ้านอยู่หลายครั้ง แต่ไม่เคยได้เจอพี่สาวของต่อเลยสักครั้งแต่รู้ว่าต่อมีพี่สาวชื่อต้น ทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ
“นี่ก็เที่ยงแล้วถ้าไม่รีบไปไหน ผมอยากจะเชิญไปรับประทานอาหารด้วยกันครับ “
กั้งเอ่ยชวนทุกคนด้วยรอยยิ้มอย่างมีไมตรีฝ่ายถูกชวนต่างมองหน้ากันเชิงปรึกษาหารือ
“ไปเถอะแม่ พี่ต้นต่อหิวข้าวแล้วครับ”
ในที่สุดแม่ก็เป็ฝ่ายพยักหน้าตกลงต่อยิ้มอย่างสมใจเมื่ออ้อนได้สำเร็จ และอีกคนที่แอบลุ้นยิ้มอย่างพึงพอใจเหมือนได้ของถูกใจ
“ขับรถตามผมมาเลยนะครับ“
กิตติพงษ์หันไปพูดกับต้นพร
“ค่ะ“
หญิงสาวรับคำ พลางทุกคนต่างเดินตรงไปขึ้นรถของตัวเอง
เธอขับรถตามมาจอดที่โรงแรมชื่อดังในจังหวัดเดินตามเ้าภาพเข้าห้องอาหาร ขณะที่รับประทานอาหารไปต่างคนต่างทำความรู้จักกัน
“คุณต้นเข้าเมืองบ่อยไหมครับ?“
กั้งเริ่มชวนสนทนาก่อน
“ไม่บ่อยหรอกค่ะ เดือนละหนึ่งครั้ง ตอนกลับมาเยี่ยมบ้านน่ะค่ะ”
“แล้วคุณต้นทำงานอยู่ที่ไหนครับ”
“พี่ต้นทำงานที่กรุงเทพฯ ครับ“
ต่อรีบชิงตอบแทนพี่สาว
“แล้วคุณต้นทำงานเกี่ยวกับอะไรครับ”
กั้งชวนสนทนาต่อ
“คอมพิวเตอร์กราฟฟิกค่ะ”
เขาอดทึ่งอยู่ในใจไม่ได้เพราะมีผู้หญิงน้อยคนนักที่จะทำงานด้านนี้ แสดงว่าเธอเป็คนมีความสามารถคนหนึ่งเลยทีเดียวจากการวิเคราะห์ด้วยประสบการณ์ ในการทำงานของตนเอง ซึ่งเขาจบวิศวะคอมพิวเตอร์และกำลังดำเนินธุรกิจด้านนี้อยู่
“ผมก็ทำงานด้านคอมพิวเตอร์เหมือนกันครับ“
“พี่กั้งจบวิศวะคอมพิวเตอร์จากสหรัฐมาครับ เพิ่งมาอยู่บ้านได้ปีเดียวเองครับ”
กบได้โอกาสรีบโฆษณางพี่ชายอย่างชื่นชมแกมอวดเล็กน้อย
“หรือคะ ดีจังเลย โอกาสหน้ารบกวนขอคำแนะนำบ้างแล้วล่ะค่ะเพราะดิฉันอยากจะศึกษาทางด้านฮาร์ดแวร์บ้างค่ะ”
ต้นพรพูดกับกั้งยิ้มให้อย่างรู้สึกเป็กันเอง ด้วยท่าทีที่เป็มิตร ทำให้หญิงสาวคุยด้วยอย่างสบายใจ
“ด้วยความยินดีครับ ส่วนทางด้านกราฟฟิก ผมคงต้องรบกวนขอคำแนะนำจากคุณบ้างเหมือนกันครับ”
“ยินดีเช่นกันค่ะ “
ต้นพรพูดด้วยความจริงใจวันนี้จึงเป็อีกวันหนึ่งที่กั้งมีความสุขมาก ที่ได้คุยกับผู้หญิงที่เขาพึงใจไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยคบเพศตรงข้าม เขาผ่านมามากมายแต่ไม่เคยมีใครที่ทำให้เขารู้สึกพิเศษเท่าหญิงสาวคนนี้เลยสักคนเอ...อย่างนี้เขาจะเรียกว่าเป็ ‘รักแรกพบ’ ได้หรือเปล่านะ เขาถามตัวเองอยู่ในใจ
หลังจากรับประทานอาหารกลางวันเสร็จแล้วต้นพรขอตัวกลับพาแม่ไปซื้อของต่อ
“ขอบคุณสำหรับอาหารกลางวันค่ะ“
หญิงสาวยกมือไหว้กล่าวขอบคุณกั้ง
“ไม่เป็ไรครับ คุณต้นจะกลับวันไหนครับ”
“อีกสองวันค่ะ”
“คราวหน้าคงได้เจอกันอีกนะครับ”
“ค่ะ สวัสดีค่ะ”
ต้นพรกล่าวลา ทั้งสามคนเดินออกจากโรงแรมเดินตรงไปขึ้นรถกั้งมองทุกย่างก้าวของหญิงสาวจนกระทั่งรถแล่นออกไปจนลับตา แถมยังมีอาการชะเง้อตามอีกเล็กน้อยโดยหารู้ไม่ว่ากิริยาอาการของเขาอยู่ในสายตาของน้องชายมาโดยตลอด
กบเอียงคอแหล่มองพี่ชายอย่างล้อเลียน
“นั่นแน่...พี่กั้งมองจนลับตาเลยนะคร้าบ...”
กั้งหันมามองน้องชายออกอาการเขิน แล้วแถมกำปั้นแก้เขิน ตรงกลางหน้าผากของน้องชายอีกหนึ่งโป๊ก! กบทำหน้ามุ่ย พลางคลำหน้าผากตัวเองป้อย ๆ
“อย่างงี้สงสัย ผมคงจะได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เป็คิวปิดแน่ ๆ เลยใช่ไหม๊คร้าบคุณพี่”
กบถามพี่ชายอย่างล้อเลียนต่อ
“เออ... รู้ตัวก็ดีแล้ว ขอบัญชาการให้ปฏิบัติการทันทีเลยนะ เข้าใจ๋“
กั้งว่าพลางใช้แขนไปเกี่ยวเอาไหล่ของน้องชายมากอดไว้แรงๆ เป็การย้ำคำพูดของเขา
“น้อมรับครับกระผม อย่าลืมค่าปฏิบัติการด้วยนะคร้าบ“
กบตกปากรับคำและถือโอกาสขอค่าดำเนินการอีกด้วย
“ดูมัน นี่พี่สุดที่รักของแกนะโว๊ย!”
พูดพลางแจกมะเหงกไปอีกหนึ่งโป๊กด้วยความหมั่นไส้คุณน้องชายเหลือทน กอดคอน้องชายกันหลังกลับเดินเข้าโรงแรม
ส่วนก้องและป๋อนั้นเฝ้ามองพฤติกรรมของต้นพรมาตลอดอดนินทาหญิงสาวไม่ได้
“โอ้โห... คุณต้นพรเนี่ย เสน่ห์แรงไม่เบาเลยนะ กลับมาบ้านก็มาเจอหนุ่ม ๆให้ความสนใจเหมือนกัน ท่าทางดูดีมีฐานะซะด้วย อย่างนี้คุณซื่อเทียนก็มีคู่แข่งสิวะ“
“เฮ่ย! แกอย่าลืมสิ คุณซื่อเทียนมีสาวสวยคอยล้อมหน้าล้อมหลังเดี๋ยวกลับไปก็ลืมเชื่อสิวะ”
ป๋อพูด ตามที่ได้รู้เื่ราวของผู้ว่าจ้างมาบ้าง
“แต่... เท่าที่ข้ารู้มามีแต่ผู้หญิงที่วิ่งตามเค้า ยังไม่เคยได้ยินว่าแกตามผู้หญิงแบบนี้นะเว๊ย!รายนี้ ดูจะเป็คนแรกที่สั่งให้ตามเป็พิเศษว่ะ”
ข้อมูลนี้ก้องได้ยินมาจากเลขาของซื่อเทียนอีกที
“ไม่น่าเชื่อเลยว่ะ ว่าคุณซื่อเทียนจะมาสนใจผู้หญิงธรรมดา ๆ คนนี้จริง ๆหรือว่าจะเป็งานอดิเรกของพวกคนมีเงินมีอำนาจ“
ป๋อยังไม่ปักเชื่อในสิ่งที่เขาได้ยิน
“เท่าที่ดูพฤติกรรมของคุณต้นพรก็เห็นเธอเฉย ๆ กับผู้ชายทุกคนนะแกว่าไหมก็มีแต่ฝ่ายชายรวมทั้งคุณซื่อเทียนด้วย ที่รู้สึกสนใจเธอเป็พิเศษ“
“เออเห็นด้วยว่ะหรือว่า... คุณต้นพรชอบไม้ป่าเดียวกันวะ”
“ไม่รู้โว๊ย”
แต่... ภายในใจของเขาชักเริ่มจะเอนเอียงคิดเหมือนที่ก้องพูด