ในระหว่างเดินทางกลับหากเทียนิได้พบกับพวกแมลงตัวเล็กๆ เขาก็จะทำการฆ่าโดยทันที่เพื่อเพิ่มค่าประสบการณ์
"ใช่แล้ว ป่าแห่งหมอก"
ตอนนี้เทียนิมีความคิดว่าเขาจะลองเข้าไปในป่าแห่งหมอกดู ซึ่งป่าแห่งหมอกนี้เป็สถานที่ๆ มีความอันตรายสูงมากด้วยความที่ป่าแห่งหมอกนั้นเป็ที่อยู่ของเหล่าสัตว์ร้ายต่างๆ ไปจนถึงสัตว์อสูรดุร้าย ซึ่งบุคคลธรรมดาล้วนไม่กล้าที่จะย่างกลายเข้าไปใกล้ยังป่าแห่งหมอก เหล่าสัตว์ดุร้ายและสัตว์อสูรนั้นไม่ใช่อันตรายเพียงอย่างเดียวของป่าแห่งหมอกนี้ ที่นั้นยังมีพวกกองโจรที่อาศัยสภาพแวดล้อมในป่าแห่งหมอกนี้เพื่อหลบซ่อน และหากมีเหยื่อเข้าไปในบริเวณนั้นเขาก็จะถูกพวกโจรซุ้มโจมตีทันที แน่นอนว่าเื่พวกนี้เทียนิก็ได้รับรู้มาแล้วเช่นกัน แต่เขาก็มั่นในว่าถ้าเป็ในบริเวณรอบนอกของป่าแห่งหมอก เขานั้นสามารถเอาตัวรอดได้แน่นอน
“เอาล่ะ โอกาสย่อมมาพร้อมกับความเสี่ยงเสมอ ข้าแทบจะอดทนรอที่จะไปแก้แค้นเ้าบัดซบเทียนชิงหงนั่นไม่ไหวแล้ว”
เมื่อตัดสินใจได้เทียนิก็เปลี่ยนเส้นทาง มุ่งหน้าไปยังที่ตั้งของป่าแห่งหมอก ด้วยความที่ป่าแห่งหมอกมีพวกสัตว์ดุร้ายมากมาก และสัตว์เ่าั้ต่างก็แข็งแกร่งมาก นั่นหมายความว่าค่าประสบการณ์ที่จะได้รับก็จะมากขึ้นด้วย หากเขาได้ทำการล่าสังหารอยู่ที่นั้น ใช้เวลาไม่นานเขาก็คงจะสามารถเพิ่มระดับไปได้หลายระดับ ระยะห่างระหว่างจุดที่เทียนิอยู่กับป่าแห่งหมอกนั้นราวๆ 30 ลี้ ยามปกติเขาคงใช้เวลาไม่กี่ชั่วยามก็คงจะถึง แต่ด้วยความที่เทียนิได้ทำการฆ่าพวกแมลงที่พบเจอไปตลอดทางทำให้การเดินทางล่าช้าไปมาก โดยเทียนินั้นคิดว่า ยุง ถึงแม้จะตัวเล็กแต่ก็ยังมีเนื้อ เขาจึงทำใจไม่ได้ที่จะเดินผ่านค่าประสบการณ์เหล่านี้ไป ด้วยความที่เส้นทางนี้ไม่ค่อยมีผู้คนสัญจรทำให้พื้นที่แถบนี้มีความอุดมสมบูรณ์มากพวกแมลงต่างๆก็มีมากมายเช่นกัน ส่งผลให้เทียนิได้รับค่าประสบการณ์มาอย่างมากมายในเวลาไม่นาน ่บ่ายเทียนิ ก็เดินมาถึงเขตุแดนของป่าแห่งหมอกแล้ว เบื้องหน้าของเทียนิก็ปรากฎป่าที่รกชัดมีหมองปกคลุมบางๆ ทำให้แสงส่องผ่านได้ไม่มากส่งผลให้บรรยากาศบริเวณนี้ช่างชวนขนลุก เทียนิที่เดินทางไกลก็รู้สึกเหนื่อยเขาจึงตัดสินใจที่จะหยุดพักบริเวณนี้เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนที่จะเข้าไปในป่าแห่งหมอก หลังจากนั้นเทียนิก็เรียกหน้าต่างสถานะขึ้นมา ด้วยความที่แมลงระหว่างทางมีจำนวนมากทำให้เขาเพิ่มระดับมาจนถึงระดับที่ 8 เขาก็ได้รับแต้มสถานะคงเหลือ 8 แต้ม ด้วยความที่เขาไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเขาจะต้องเจอกับอันตรายอะไรในป่าแห่งหมอก เขาจึงตัดสินใจนำแต้มทั้งหมดไปลงกับค่าความทนทาน จนตอนนี้เขามีค่าความทนทานอยู่ที่ 11 แต้ม และมีพลังชีวิตอยู่ที่ 84 ด้วยพลังชีวิตที่เพิ่มขึ้นมานี้ก็ทำให้เขารู้สึกอุ่นใจขึ้นมา
“ข้ามั่นใจว่าในบริเวณรอบนอกของป่าแห่งหมอกนี้ จะไม่มีสัตว์ร้ายตัวใดสามารถสังหารข้าได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวแน่นอน”
ด้วยความที่เขาเป็ทายาทสายตรงของผู้นำตระกูลใหญ่แห่งเมืองเมฆาล่อง เขาย่อมเคยรับรู้เื่ราวของป่าแห่งหมอกมาอยู่บ้าง เขาเคยได้ยินพวกคนในตระกูลสนทากันถึงเื่เกียวกับป่าแห่งหมอกนี้ ในป่าแห่งหมอกนี้ บริเวณรอบนอกนั้นจะมีเพียงแค่สัตว์ร้ายระดับที่เทียบเท่ากับจอมยุทธ์ ขั้นเสริมแกร่งระดับต่ำๆเท่านั้น หาก้าพบสัตว์ร้ายที่มีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับจอมยุทธ์ขั้นเสริมแกร่งระดับกลางก็ต้องเดินลึกเขาไปในป่าอีกมากถึงจะเจอสักตัว ด้วยเหตุนี้เขาจึงมีความมั่นใจอย่างมากว่าจะสามารถอยู่รอดในป่าแห่งหมอกนี้ได้ หลังจากที่เทียนิได้พักผ่อนและเตรียมความพร้อมเสร็จเขาก็ลูกขึ้นยืนแล้วมุ่งหน้าเข้าไปในม่านหมอกของป่าแห่งหมอกทันที เพียงไม่นานเทียนิก็หายเข้าไปในม่านหมอกอย่างสิ้นเชิง เมื่อเดินลึกเขามาเทียนิก็รู้สึกถึงความเย็นที่ชำแรกแทรกซึมเขามาในร่างให้ความรู้สึกวังเวงไม่น้อย
“หวังว่าในป่าแห่งนี้คงจะไม่มีผีหรอกนะ”
เทียนิที่ขนลุกซู่เนื่องมาจากอุณหภูมิที่ลดต่ำลงกล่าวออกมา ทำไงได้ล่ะก็เขาเป็คนกลัวผีนี่นา เทียนิฝืนข่มความกลัวผีลง แล้วมุ่งหน้าเดินเข้าไปลึกขึ้น แกร็บ.. แกร็บ... เสียงเหยียบย่ำใบไม้แห้งดังเข้ามาในหูของเทียนิ บ่งบอกว่าในบริเวณนี้นั้นมีสัตว์ร้ายหรืออะไรบางอย่างกำลังจะเดินมาทางเขา เทียนิรีบหันหน้าไปทางตำแหน่งที่เสียงได้ถูกส่งออกมา เทียนิภาวนาในใจว่าอะไรจะโผล่ออกมาก็มาเถอะ ขออย่างเดียวอย่าเป็ผีละกัน แกร็บ ๆ .. .แกร็บ เสียงนั้นดังขึ้นมาเรื่อยๆ หัวใจเทียนิก็เต้นดังขึ้นเรื่อยๆด้วยเช่นกัน จนในที่สุดม่านหมอกขาวโพลนที่บดบังทัศนวิสัยของเทียนิก็เริ่มปรากฏเงาร่างขนาดใหญ่ขึ้นมา เทียนิที่เห็นดังนั้นก็ถอนหายใจออกมา
“เฮ่อ..... ไม่ใช่ผีจริงๆ หายใจหมดเลย มาเถอะจะเป็ตัวอะไรก็เข้ามา!!! ”
เทียนิะโปลุกขวัญตัวเองแล้วตั้งท่าเตรียมพร้อมต่อสู้ เงาร่างขนาดใหญ่เริ่มปรากฏเป็ภาพชัดเจนขึ้นมา สิ่งมีชีวิตตัวนี้ก็คือหมีสีขาวขนาดใหญ่ตัวหนึ่ง ฮว๊า.....เสียงคำรามของหมีขาวดังออกมาก่อนที่อุ้งเท้าหน้าทั้งสองข้างของมันจะตะปบไปที่พื้นอย่างแรงจนพื้นเป็หลุมลึก จากนั้นมันก็พุ่งกระโจนเข้าหาเทียนิอย่างรวดเร็ว
“ร...เร็ว มาก”
เทียนิที่ไม่ค่อยมีประสบการณ์ต่อสู้เมื่อพบกับการเปิดฉากจู่โจมที่รวดเร็วรุนแรงของหมีขาวตัวใหญ่ เทียนิก็ตอบสนองไม่ทัน และไม่ทราบว่าควรจะตอบโต้อย่างไรดี หมีขาวที่กำลังพุ่งเข้าหาเทียนิก็ร่นระยะเข้ามาหาเทียนิเรื่อยๆ ก่อนที่จะกางแขนและกรงเล็บออกหวังจะตะปบเทียนิไม่ให้หลบหนีไปไหนได้ เทียนิเห็นดังนั้นก็นึกถึงวิชาเชิงมวยขึ้นมา หลังจากวิชาเชิงมวยได้หลอมรวมเข้ากับความทรงจำของเขาแล้วเทียนิก็มีความเข้าใจในกระบวนท่าต่างๆอย่างลึกซึ้ง เขายกขาซ้ายงอเข่าขึ้นมาตั้งฉากแล้วจึงเหยียดออกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วจนปลายเท้าที่เหยียดออกจนสุดได้ไปจิ้มเข้าที่บริเวณหน้าอกของหมีขาวที่ตอนนี้ได้กางแขนออกจนสุดหวังที่จะตะปบร่างของเทียนิให้แหลกเละ และนี่ก็คือหนึ่งในทักษะจู่โจมของวิชาเชิงมวย “ลูกถีบ” นั่นเอง เขาได้ถีบออกไปอย่างรวดเร็วด้วยพละกำลัง 15 หน่วยของเขาจึงทำให้ปลายเข้าของเขาทิ่งลึกเข้าไปที่บริเวณหน้าออกของหมีขาวก่อนที่มันจะปลิวกระเด็นไป
อธิบายมายืดยาวแต่ทังหมดนี้ได้เกิดขึ้นในเวลาไม่กี่ลมหายหายั้แ่ที่หมีขาวได้พุ่งเข้าใส่เทียนิจนหมีขาวถูกถีบจนลอยกระเด็นไปหลายหมี่ โฮ๊กกก !!!!! ...... เสียงของหมีขาวที่คำรามออกมาด้วยความเ็ปก่อนที่จะแน่นิ่งไป ปิ๊ง !!!
“ท่านได้ทำการสังหาร หมีขาว ค่าประสบการ +1000”
“ระดับของท่านเพิ่มขึ้น”
“ความชำนานวิชาเชิงมวย +10”
เทียนิที่กำลังยืนค้างด้วยท่าถีบ เพราะตกตะลึงกับอานุภาพของลูกถีบของเขามันรุนแรงถึงขนาดที่ถีบหมีขาวตัวใหญ่โตกระเด็นหงายหลังล้มลงตาเหลือกลิ้นห้อยตายเลยหรือ เสียงของระบบดังขึ้นมาเป็ชุดดึงเทียนิอออกจากภวังค์
“โห ... แค่ตัวเดียวข้าก็ได้ค่าประสบการณ์เป็ 1000 เลยหรือ แล้วถ้าหากข้าอยู่ที่นี่สักปีกวาดล้างป่านี้ให้เหี้ยน ข้าจะไม่กลายเป็จ้าวโลกเลยหรือ”
เทียนิมีความคิดว่าจะอยู่เก็บค่าประสบการณ์ที่นี่สักปี แต่เทียนิหารู้ไม่ว่ามันไม่ได้เพิ่มระดับง่ายดายขนาดนั้น เพราะทุกๆสิบขั้นนั้นระบบจะมีการเปลี่ยนแปลง