“ชีวิตโดดเดียวอ้างว้าง~ ว้าเหว่ไร้ผู้ใดเคียงคู่~ อืม? เสียงอะไรจากไกลๆน่ะ”
ชายสุดธรรมด๊าธรรมดาคนหนึ่งที่เดินอยู่ภายในป่าเขียวขจีพร้อมร้องเพลงอย่างเพลิดเพลินพร้อมกัดกินผลไม้ป่าหวานฉ่ำอย่างสบายใจ จนสดุดเข้ากับเสียงดังเอะอะในระยะที่มองไม่เห็นได้ยินเพียงแค่เสียง
“ยอมตายซะดีๆเถอะน่า เดี๋ยวพวกข้าดูแลทรัพย์สินกับภรรยาของเ้าให้เอง”
กลางถนนเส้นหนึ่งที่ตัดผ่านป่าลึก มีกลุ่มโจรที่คอยดักปล้นจี้ผู้คน และตอนนี้ก็โชคไม่เข้าข้างเอาเสียเลย ทำให้พ่อค้าตาดำๆคนหนึ่งกับภรรยาถูกล้อมไปด้วยกลุ่มโจรที่มีกันถึง5คน ถึงแม้ว่าพ่อค้าคนนี้จะมีทักษะวรยุทย์อยู่บ้างแต่จะให้สู้กับ5คนพร้อมกันเขาก็คงรับมือไม่ไหว
“เฮ้ย! ทหารกำลังแห่กันมาแล้ว!”
สถานการณ์ที่ตึงเครียดและเงียบงันได้ถูกทลายลงในพริบตาเมื่อมีเสียงของใครบางคนดังออกมา ทำให้พวกโจรรีบหันซ้ายหันขวาแต่ก็พบเพียงความว่างเปล่า
“ฮ่าๆๆ โง่ชะมัด ทหารที่ไหนจะเดินผ่านทางนี้กันเล่า”
และเ้าของเสียงนั้นก็คือกูเอ๋อ เด็กกำพร้าที่กำลังออกเดินทางไปที่ไหนสักแห่ง และบังเอิญได้ยินเสียงจึงตรงมาทางนี้ ซึ่งตอนนี้เขาก็หัวเราะออกมาจนต้องเอามือปาดน้ำตาที่ไหนออกมา
“หนอยไอ้เด็กเวร! ฆ่ามัน! ไอ้พวกนี้จะยังไงก็ช่าง!”
หัวหน้าโจรได้ะโสั่งลูกน้องของมันให้ฆ่ากูเอ๋อทิ้ง พวกมันวิ่งเข้าใส่อย่างไม่คิดหน้าคิดหลังพร้อมกับหัวหน้าของมัน
“แค่หยอกเล่นแค่นี้กะเอากันให้ตายเลยเรอะ!”
กูเอ๋อเอ่ยออกมาก่อนที่วิ่งกลับเข้าไปภายในป่า พร้อมกับพวกโจรที่วิ่งตามเขาเข้าไป ทางด้านพ่อค้าที่ถูกดักปล้นเขาก็ยังไม่คิดที่จะหนีไปตอนนี้ เพราะสำหรับเขาแล้วบุญคุณต้องตอบแทน หากไม่ได้เด็กหนุ่มปริศนาช่วยเอาไว้ล่ะก็เขาคงแย่ไปแล้ว
“ฟังพี่ให้ดีๆนะ หากพี่ยังไม่กลับมาจนนานผิดสังเกต เ้าจงขับรถม้าหนีไปจากที่นี่เสีย”
“แต่ว่าท่านพี่!”
“ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น พวกเราติดหนี้ชีวิตเด็กคนนั้น พี่ต้องไปช่วยเขาถึงแม้พี่จะต้องตายไปด้วย แต่เ้าต้องรอดแต่ไปเพื่ออนาคตของเรา”
พ่อค้าหนุ่มได้พูดคุยกับภรรยาสาว ถึงว่าเธออยากจะห้ามไม่ให้สามีของเธอไป แต่ก็มิอาจรั้งเอาไว้ได้ เขาทั้งเป็คนที่รั้นและยึดมั่นในคติของตนเหนือสิ่งใด ก่อนที่เขาจะวิ่งตามรอยพวกโจรเมื่อครู่ไป
“นะ นี่มันเกิดอะไรขึ้น”
ไม่นานนักเขาก็ตามกลุ่มโจรและเด็กหนุ่มคนนั้นทัน แต่ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าของเขาคือโจร2คนโดนมัดติดกันห้อยหัวอยู่บนต้นไม้ อีก2คนโดนมัดมือมันเท้าติดกันนอนดิ้นอยู่บนพื้น และที่สำคัญคือเด็กหนุ่มคนนั้นกำลังยิ้มชั่วร้ายพร้อมกับเอาไม้แหย่หัวของหัวหน้ากลุ่มโจรที่โดนจับฝังดินโผล่ขึ้นมาแค่หัว
“นี่เ้าทำได้ยังไงกัน?”
พ่อค้าหนุ่มได้เอ่ยคำถามออกมาด้วยความประหลาดใจ ที่เด็กหนุ่มเพียงคนเดียวจะถนนคนถึง5คนได้โดยไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน
“พวกนี้มันก็แค่ระดับเริ่มต้นขั้นกลาง แค่มีตัวช่วยนิดหน่อยก็ไม่คณามือข้าหรอก”
กูเอ๋อลุกขึ้นมาพูดอย่างชอบใจ เขาอยู่ระดับพื้นฐานขั้นต้นก็จริง หากสู้แบบตรงไปตรงมาก็อาจจะได้รับาเ็อยู่บ้าง แต่ถ้าเล่นตุกติกนิดหน่อยมันก็สบายเลยไม่ใช่รึอย่างไร
“แล้วเ้าจะทำยังไงกับพวกมันต่อล่ะ? ปล่อยทิ้งไว้แบบนี้หรือจับไปส่งทางการ”
พ่อค้าหนุ่มได้ถามกูเอ๋อที่กำลังเอาไม้แหย่หัวหัวหน้าโจรพร้อมทำหน้าตาชั่วร้ายอย่างเมามัน
“อืม~ คงจะเอาไปส่งทางการล่ะมั้ง ว่าแต่คุณพ่อค้ากำลังเดินทางไปที่ไหนล่ะ หากปลายทางเป็ที่เดียวกันหรือทางผ่านข้าจะได้ขอไปด้วยอีกคน เดินทางคนเดียวมันเหงาเหลือเกิน~”
กูเอ๋อได้ทำหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนเขาจะตัดสินใจได้ว่าจะจับไปส่งทางการมันซะเลย หากไม่ได้เงินรางวัลนำจับก็คงไม่พ้นพวกมันถูกตัดหัวประจาน
“ข้ากำลังเดินทางไปที่เมืองการค้าหลงเทียน จะไปด้วยกันมั้ย? ส่วนนามของข้าคือเทียนจุน เลิกเรียกข้าว่าพ่อค้าเถอะ ข้าได้ยินแล้วมันรู้สึกอึดอัดนิดหน่อยน่ะ และเ้าเองก็ถือว่าเป็ผู้มีพระคุณของพวกเราทั้งสามด้วย”
พ่อค้าหนุ่มนายเทียนจุนได้กล่าวถึงสถานที่จุดหมายของเขาให้กับกูเอ๋อได้รับทราบ ก่อนจะบอกนามของตนให้อีกฝ่ายได้รู้ เพราะมันรู้สึกอึดอัดที่ผู้ที่ช่วยชีวิตพวกเขาไว้เรียกเขาแต่พ่อค้าๆ
“โอ้~ ข้ามีนามว่ากูเอ๋อ อย่างน้อยคนในหมู่บ้านเขาก็เรียกกันอย่างนั้นล่ะนะ และแน่นอน จุดหมายข้าในตอนนี้ก็คือที่หลงเทียนเช่นกัน ข้าขอไปด้วยคน”
หลังจากที่ทั้งสองได้สนทนากันเสร็จเรียบร้อย ก่อนทั้งคู่จะช่วยกันเคาะหัวพวกโจรทั้ง5ให้สลบแล้วมัดรวมกันเพื่อเอาไปมัดไว้ให้รถม้าลากอีกที
และในระหว่างเดินทางไปยังเมืองการค้าหลงเทียนพวกเขาก็ได้พูกคุยแลกเปลี่ยนเื่ราวที่ต่างฝ่ายได้เจอะเจอให้อีกฝ่ายฟัง จึงทำให้กูเอ๋อได้รู้ว่าสมาชิกคนที่สามก็คือเด็กภายในท้องภรรยาของเทียนจุน และทั้งสองสามีภรรยาก็ได้รู้เื่ราวที่ผ่านมาของกูเอ๋อว่าเด็กกำพร้าคนนึงเอาตัวรอดได้อย่างไรจนได้เป็ถึงผู้ฝึกตนขั้นพื้นฐานได้ดั่งที่เห็น ถึงมันจะมีความลับที่กูเอ๋อไม่ได้บอกด้วยก็เถอะ บางทีให้รู้มากไปมันก็ไม่ดีต่อตัวเขาเอง
“โฮ้ว~ นี่เ้าจะเข้าสถาบันลู่เหว่ยต้าเลยอย่างอย่างงั้นเรอะ ที่นั่นน่ะ หากไม่ได้เป็เชื้อสายตระกูลใหญ่หรืออัจฉริยะก็ไม่ใช่เื่ง่ายเลยล่ะ ข้าไม่ได้ตั้งใจที่จะดูถูกเ้าเลยนะ”
เทียนจุนได้เอ่ยออกมาด้วยท่าทางประหลาดใจในตอนแรกที่รู้ว่ากูเอ๋อจะสมัครเข้าเรียนที่สถาบันลู่เหว่ยต้า ก่อนที่เขาจะแสดงสีหน้ารู้สึกผิดออกมาหลังจากที่เอ่ยออกมาอย่างมัน เพราะมันอาจบั่นทอนกำลังใจของกูเอ๋อก็เป็ได้
“อย่าทำหน้าตาอย่างนั้นสิ่ ข้าไม่ได้รู้สึกแย่เพราะคำพูดไม่กี่คำของเ้าหรอก ผู้อ่อนแอก็มีวิถีทางของผู้อ่อนแอ ผู้แข็งแกร่งก็ย่อมมีวิถีทางของพวกเขาเอง ส่วนข้าก็เป็ผู้อ่อนแอล่ะนะ ฮ่าๆๆ”
กูเอ๋อได้เอ่ยออกมาด้วยสีหน้าที่ไม่ได้โกรธเคืองเทียนจุนที่เอ่ยออกมาดังนั้น กลับกัน เขากับแสดงสีหน้าที่ดูร่าเริงออกมา เพราะสิ่งที่เทียนจุนเอ่ยออกมานั้นล้วนเป็เื่จริง และเขาเองก็รู้ดีว่าโลกใบนี้ไม่ได้สวยงามไปซะทุกอย่าง บางเื่ก็ไม่สามารถใช้เพียงแค่ความพยายามอย่างเดียวเพื่อให้มันสำเร็จ อาจจะต้องมีกลโกงเล็กน้อยเพื่อให้สำเร็จก็ได้ล่ะมั้ง?
และพวกเขาก็เดินทางกันไปยังเมืองการค้าหลงเทียนพร้อมกับพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน โดยหารู้ไม่ว่าทางหนข้างหน้าจะต้องเจอกับอะไร แน่นอนว่าไม่มี