ตอนที่ 18: เขตหวงห้าม
ภาพในอดีตเมื่อปีก่อน
ฤทธาเริ่มใส่สายรัดเพิ่มน้ำหนักที่มือและเท้า เขาเดินแบบเก้ๆ กังๆ เข้าห้องฝึก โดนหุ่นสัตว์อสูรทำร้ายเพราะเคลื่อนไหวลำบาก จนเวลาผ่านไป เริ่มปรับตัวได้คล่องตัวขึ้น ต่อสู้ได้เหมือนเคลื่อนไหวปรกติ
ต่อมาเขาลองห้องแรงดึงดูดสองเท่าครั้งแรก ก้าวขาไม่ออกเคลื่อนไหวไม่ได้ โดนหุ่นฝึกทำร้ายจนหมดสติหามออกมา จนผ่านไปเป็สัปดาห์ จึงเริ่มเคลื่อนตัวได้ เริ่มต่อสู้ได้ แล้วค่อยๆ พัฒนาขึ้นตามลำดับ
ปัจจุบัน ฤทธาที่กำลังคิดถึงการฝึกที่ผ่านมาในอดีต
“ข้าฝึกมาเกือบปีในห้องแรงดึงดูด กว่าจะสู้กับปีศาจรุ่นเดียวกับข้าได้สูสี พื้นฐานพละกำลังของพวกปีศาจมันน่ากลัวจริงๆ”
เสียงลมหายใจหนักหน่วงสะท้อนอยู่ในห้องฝึกจำลองการต่อสู้ สภาพรอบด้านเต็มไปด้วยรอยฟันและรอยเล็บจากการปะทะ กลิ่นเหงื่อคละคลุ้งกลางบรรยากาศกดดัน
ฤทธายืนอยู่ในท่าพร้อมโจมตี แขนซ้ายของเขายกขึ้นตั้งรับดาบของศัตรูฝ่ายตรงข้าม มันคือปีศาจพยัคฆ์รุ่นเยาว์ที่มีรูปร่างเหมือนมนุษย์ แต่ส่วนหัวเหมือนเสือ อายุสิบสี่ปีเท่ากัน แต่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อและรัศมีพลังที่ดุดัน
ทั้งคู่ต่างอ่อนแรงถึงขีดสุด เหลือเพียงพลังเฮือกสุดท้ายที่จะใช้ตัดสินการต่อสู้ครั้งนี้!
ปีศาจพยัคฆ์คำรามต่ำก่อนกระโจนเข้ามาด้วยความเร็วสูง ดาบของมันวาดผ่านอากาศหมายจะผ่าร่างฤทธาเป็สองท่อน!
แต่ฤทธาไม่คิดจะหลบ เขาเรียกใช้เชือกรัดอสูรที่พันรอบแขนซ้ายให้แสดงออกมา แล้วยกขึ้นต้านรับแรงปะทะจากดาบหนักอึ้งที่ฟันลงมา แต่กลับหยุดชะงักอยู่บนเชือกนั้นไม่อาจตัดทะลุได้!
“ข้าใช้นี่แทนโล่แสงได้เลยแถมใช้พลังน้อยกว่าด้วย”
ในเสี้ยววินาทีนั้น ฤทธาอัดพลังเฮือกสุดท้ายไปที่หมัดขวาที่เสกเชือกรัดอสูรออกมา หมัดสายฟ้าพุ่งเข้าใส่ลำตัวของปีศาจพยัคฆ์อย่างเต็มแรง เสียงกระแทกดังสนั่น! ร่างของปีศาจพยัคฆ์กระเด็นไปไกล และหมดสภาพจะต่อสู้
ทันใดนั้นไฟในห้องฝึกก็สว่างขึ้น ฤทธาทรุดตัวลงอย่างหมดแรง ร่างกายเต็มไปด้วยาแ
หุ่นปฐมพยาบาลเข้ามาห้อมล้อมร่างของฤทธา ก่อนที่บุรุษพยาบาลจะรีบนำเขาไปยังห้องพยาบาล...
หลังจากพักฟื้นผ่านไปครึ่งชั่วโมง
ฤทธาลืมตาขึ้นพร้อมความรู้สึกปวดระบมทั่วร่าง แต่ก็อดพอใจในความก้าวหน้าของตนเองไม่ได้
การฝึกซ้อมแบบเอาชีวิตเข้าแลกของเขาเริ่มแสดงผลลัพธ์ เขาฟื้นตัวได้เร็วกว่าศิษย์คนอื่นมาก พลังปราณและพลังิญญาก็ฟื้นคืนเร็วกว่า่ที่ฝึกใหม่ๆ แต่ยังต้องใช้เวลาเกือบวันกว่าพลังทั้งหมดจะกลับมา
เมื่อร่างกายเริ่มฟื้นตัวเขากับอี้หลงก็เดินออกจากห้องพยาบาล ฤทธาก็ตัดสินใจไปพบนายสวนของสำนักเพื่อขอสมุนไพรบางชนิดไปปลูกที่หลังบ้านดำของตน
เขากับอี้หลงได้เตรียมแปลงเล็กๆ ไว้ที่ข้างๆ บ้านพัก แน่นอนว่าเขาไม่ได้บอกใครว่าจริง ๆ แล้วเขารอเวลา ที่จะขยายพันธุ์ แล้วจะนำไปปลูกในสวนสมุนไพรส่วนตัวในกำไลข้อมือ เขาจึงวางแผนจะขออย่างละต้น จากสวนสมุนไพรของสำนัก
“เ้าต้องเอาหนังสืออนุญาตจากท่านรองเ้าสำนักมาก่อน ข้าถึงจะให้เ้าเอาไปปลูกได้” ผู้าุโที่ดูแลสวนสมุนไพรบอก
ฤทธานึกถึงตอนไปขอต้นสมุนไพรครั้งแรก
“พี่อี้หลง หนังสืออนุญาตพี่เอามาแล้วใช่หรือไม่”
ฤทธาย้ำเพื่อความมั่นใจ
อี้หลงหยิบหนังสือออกมาจากอกเสื้อให้เขาดู ขณะออกจากห้องพยาบาล อี้หลง ศิษย์รับใช้ของเขาก็เอ่ยขึ้นว่า
“ศิษย์น้องฤทธา มันมีทางลัดจากศิษย์ฝ่ายในไปสวนสมุนไพรนะ ถ้าเดินไปตามทางปกติอาจใช้เวลานาน แต่มันมีทางหนึ่งที่ใกล้กว่า”
ด้วยความที่ฤทธาไม่ชอบให้เรียกนายท่านหรือนายน้อย เขาจึงบอกอี้หลงว่าถ้าอยู่สองคนให้เรียกศิษย์น้อง
ฤทธาหันมองศิษย์รับใช้ของตนเองก่อนจะถามกลับ
“มันอยู่ที่ไหนหรือ?”
อี้หลงยิ้มเจื่อนๆ ก่อนตอบเสียงเบา
“มันต้องผ่านทางใกล้กับเขตหวงห้ามของสำนัก…”
ฤทธาชะงักไปครู่หนึ่ง แต่แทนที่จะลังเลกลับรู้สึกสนใจขึ้นมาเสียอย่างนั้น!
“เราแค่ผ่านแต่ไม่ได้เข้าไปนี่ ใช่มั้ย”
ฤทธาถามย้ำเพื่อความแน่ใจ
“ก็ใช่ แต่มันน่ากลัวแปลกๆ แถมท่านจะใช้พลังไม่ได้ใน่ที่ผ่านแถวนั้น”
อี้หลงบอกอย่างกลัวๆ
เขตหวงห้ามของสำนัก เป็พื้นที่พิเศษที่ถูกกำหนดกฎเกณฑ์ห้ามใช้พลังปราณและพลังิญญา ภูมิประเทศของเขตนี้เป็ูเาสูงชัน มีหน้าผาสูง และมีป่าไผ่หนาตาเต็มไปหมด
‘ถ้าใช้ที่นี่ฝึกกำลังขาและแขน… คงเป็การฝึกที่ยอดเยี่ยมมาก’
ฤทธาคิดเล่นๆ ขณะกำลังเดินผ่านที่ตรงนั้น
เขาเริ่มคิดแผนการใหม่ขึ้นมา นั่นคือ ทุกคืนหลังจากใช้พลังปราณและพลังิญญาจนหมด เขาจะมาแอบฝึกปีนหน้าผาในเขตหวงห้าม!
นี่เป็เพียงแผนการฝึกฝนที่ไม่เหมือนใครของฤทธา…
เมื่อทั้งคู่เดินมาถึงสวน ฤทธาก็ขอหนังสือจากอี้หลง นำไปให้นายสวน นายสวนให้คนงานช่วยนำไปส่งที่บ้านพักฝ่ายใน
ฤทธาสั่งให้อี้หลงพาคนงานไปลงแปลงให้เรียบร้อย ครั้งนี้ได้สมุนไพรไปสามสิบกว่าชนิด ฤทธาพอใจมาก เขากลับมาห้องพัก แล้วเข้าไปในกำไลเพื่อเตรียมแปลงสมุนไพร
ฤทธาเดินเข้าไปในกำไลมิติ เขาเคยเข้ามาแล้วตอน่ปิดเทอม แต่ยังไม่ได้สำรวจจริงจัง คราวนี้เขาจะมาบูรณะ จึงต้องเขามาสำรวจดูอีกที
พื้นที่รอบตัวกว้างใหญ่ราวหนึ่งตารางกิโลเมตร มีบ้านไม้หลังเล็กตั้งอยู่ใกล้สระน้ำ และโรงสร้างอุปกรณ์ค่ายกลที่ทรุดโทรมไปตามกาลเวลา
รอบบริเวณเคยเป็สวนดอกไม้ที่ถูกปล่อยร้างจนเต็มไปด้วยวัชพืช และยังมีลานกว้าง
ชีต้าร์เดินนำหน้า ก่อนจะหันมาบอกกับฤทธาว่า
"เ้านายเก่าของข้าส่วนใหญ่ใช้ชีวิตอยู่บนเรือกลางทะเล ที่นี่เป็ที่เดียวที่เขาสร้างไว้เพื่อให้รู้สึกเหมือนอยู่บนแผ่นดิน แต่ตอนนี้ไม่มีใครดูแล ทุกอย่างเลยทรุดโทรมลง"
ฤทธามองไปรอบๆ อย่างครุ่นคิด เขา้าฟื้นฟูที่แห่งนี้ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง แต่เพียงคนเดียวลำพังเขาคงทำไม่ไหว
"เ้าควรฟื้นฟูหุ่นเชิดที่นายเก่าข้าสร้างไว้ก่อน มันจะช่วยได้มาก" ชีต้าร์แนะนำ
ฤทธาพยักหน้า เดินไปยังโรงสร้างอุปกรณ์ ที่มุมหนึ่งของห้องมีหุ่นเชิดตัวหนึ่งยืนนิ่งสนิท มันมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ขนาดเด็กอายุสิบขวบ ตัวทำจากโลหะพิเศษ แต่แน่นิ่งหมดทุกส่วน
"มันยังใช้ได้อยู่หรือ?" ฤทธามองดูสภาพมันแบบสงสัย
"ต้องใส่ศิลาิญญาที่แกนพลังงาน พลังงานมันหมดไปนานแล้ว" ชีต้าร์อธิบาย
ฤทธาหยิบศิลาิญญาจากแหวนมิติ ใส่ลงไปในช่องพลังงานกลางหลังของหุ่นเชิด ทันใดนั้น ดวงตาของหุ่นก็สว่างวาบขึ้น ก่อนจะขยับตัวและโค้งให้เขา
"ข้าน้อยคือหุ่นพ่อบ้านของสถานที่นี้ ขอรับเ้านาย"
เสียงของหุ่นฟังดูคล้ายเสียงของนกที่พูดได้
ฤทธารู้สึกแปลกใจ เขาไม่เคยคิดว่าหุ่นเชิดจะพูดได้และมีความสามารถเช่นนี้
"เ้ามีข้อมูลเกี่ยวกับที่นี่ไหม?" ฤทธาถาม
"ข้ามีข้อมูลเกี่ยวกับสวน ระบบค่ายกล และการดูแลสถานที่ ข้าแนะนำให้ปลุกหุ่นผู้ช่วยอีกสองตัว พวกมันยังพอใช้งานได้" หุ่นพ่อบ้านกล่าว
ฤทธาทำตามคำแนะนำ ใช้ศิลาิญญาปลุกหุ่นผู้ช่วยขึ้นมาอีกสองตัว ทั้งคู่มีรูปร่างคล้ายกันแต่มีหน้าที่ต่างกัน ตัวหนึ่งช่วยเื่เกษตร ส่วนอีกตัวช่วยเื่ซ่อมแซมสิ่งก่อสร้าง
จากนั้น ฤทธาก็เริ่มแผนแรกของเขาสร้างสวนสมุนไพร
"ต้นแรกที่ข้าจะปลูกคือต้นหญ้าเืเซียน"
ฤทธากล่าวพร้อมกับหยิบกิ่งอ่อนที่แยกออกมาจากต้นแม่
เขาใช้ปราณธาตุแสงเร่งรากให้งอกเงยมากขึ้น แล้วนำไปปักลงดิน
“สระน้ำนั้น คือตาน้ำบริสุทธิ์ ใช้กิน ใช้อาบหรือรดน้ำได้ขอรับ มีพลังิญญาอยู่ด้วย”
หุ่นพ่อบ้านบอกฤทธา
หุ่นผู้ช่วยที่ดูแลสวนก็ช่วยกันจัดการพื้นที่ให้เหมาะสมกับการปลูกสมุนไพร หุ่นพ่อบ้านคอยแนะนำเทคนิคต่างๆ ที่เ้านายเก่าเคยใช้
เมื่อเสร็จภารกิจเบื้องต้น ฤทธาก็มองไปรอบๆ ด้วยความพอใจ แม้มันจะยังไม่สมบูรณ์ แต่ที่นี่ก็เริ่มมีชีวิตชีวาขึ้นมาแล้ว
หลังจากจัดการเื่สวนเสร็จ ฤทธาตัดสินใจใช้เวลาที่เหลือสำรวจสิ่งต่างๆ ที่อยู่ในโรงสร้างอุปกรณ์
เขาสนใจทั้งตำราค่ายกลเวทและการสร้างหุ่นเชิด ฤทธาสังเกตข้างโต๊ะที่สร้างอุปกรณ์ มีลังอยู่สามใบ
ในลังมีแกนพลังงานที่ชีต้าร์เคยให้เขาเอาไปประมูล วางอยู่สามลัง แต่ละลังมีแกนพลังงานอยู่ยี่สิบอันที่คนเก่าสร้างทิ้งไว้ เขารู้เลยว่าอุปกรณ์นี้มีความสำคัญมาก
“ถ้าข้ายังไม่รู้ถึงประโยชน์ที่แท้จริงของมัน หรือยังสร้างเ้านี่เองไม่ได้ข้าจะไม่ขายมัน”
ฤทธาตั้งปณิธานในใจ
ทันใดนั้นตาข้างขวาของเขา ก็มองทะลุแกนพลังงานและเห็นฟันเฟืองต่างๆ ข้างใน
“ชีต้าร์ทำไมจู่ๆ ข้าก็มองเห็นส่วนประกอบต่างๆ ของมัน และรู้ว่ามันใช้ทำอะไรได้บ้าง ทำไมจู่ๆ ข้อมูลต่างๆ ก็ผุดเข้ามาในหัวของข้า”
ฤทธาถามชีต้าร์อย่างใ กับสิ่งที่เกิดขึ้น
“เ้าคงได้ความสามารถดวงตาแห่งการประเมินไปสินะ” ชีต้าร์เอ่ยขึ้นมา
“เ้าจำได้หรือไม่ที่ข้าเคยบอก ว่าเ้าจะได้ความสามารถอย่างใดอย่างหนึ่งเหมือนข้า ตาข้าสามารถประเมินได้ว่าอุปกรณ์ต่างๆ มีความสามารถทำอะไรได้บ้าง”
ชีต้าร์บอกกับฤทธา
“เช่นนั้นรึ นอกจากสิ่งของแล้วทำอย่างอื่นได้อีกหรือไม่”
ฤทธาเริ่มอยากรู้ถึงความสามารถใหม่ของตัวเอง
“ถ้าเ้าถึงระดับหก ก็จะประเมินสิ่งมีชีวิตได้ รู้ความสามารถและระดับพลังของคนที่เ้าอยากรู้ แต่ไม่สามารถรู้คนที่ระดับสูงกว่าเ้าได้”
ชีต้าร์อธิบาย
“งั้นตอนนี้ทำได้แค่ดูของต่างๆ สินะ” ฤทธาพอเข้าใจเบื้องต้นแล้ว
“เ้าลองคิดดู ถ้าศัตรูเ้าหายตัวหรือซ่อนตัวอยู่ แต่เ้ามองเห็นอุปกรณ์ เ้าก็จะรู้ตำแหน่งของมัน ใช่หรือไม่”
ชีต้าร์อธิบายถึงประโยชน์ถ้าใช้ในการต่อสู้
“โอ้ว…จริงด้วยสินะ ข้าไม่ได้คิดถึงมุมนี้เลย แถมข้ายังรู้ด้วยว่าอุปกรณ์ที่เขามีใช้ทำอะไรได้บ้าง ข้าก็จะเตรียมรับมือได้”
ฤทธาเริ่มตื่นเต้นกับความสามารถนี้
“แล้วรัศมีการมองใช้ได้ไกลแค่ไหน”
ฤทธาอยากรู้ข้อมูลเพิ่ม
“ตอนนี้น่าจะห้าถึงสิบเมตรมั้ง เ้าต้องลองดูเอง แต่ถ้าเ้าเพิ่มระดับ ระยะการเห็นก็จะเพิ่มขึ้นตาม”
ชีต้าร์แนะให้ฤทธาลองทดลองดูด้วยตัวเอง ฤทธาจึงลองสังเกตดู
“ได้ประมาณห้าถึงหกเมตรสินะ” ก็ยังดีเขาคิด
“แล้วตอนนี้ข้าก็รู้แล้วว่าแกนพลังงานอันนี้ เป็แกนหลักที่ต้องให้กับสิ่งประดิษฐ์ขั้นสูงแทบทุกอย่างบนโลกนี้”
แต่คืนนี้เขามีแผนอีกอย่างหนึ่ง การฝึกปีนเขาในเขตหวงห้าม
เขาให้หุ่นพ่อบ้านช่วยจัดการซ่อมแซมและทำความสะอาดสวน บ้านพัก โรงสร้างอุปกรณ์ให้เรียบร้อย
เมื่อค่ำคืนมาถึง ฤทธาออกจากกำไลมิติและแอบมุ่งหน้าไปยังเขตหวงห้าม
เขาเริ่มปีนขึ้นไปตามหน้าผาสูงชันโดยไม่ใช้พลังปราณ เน้นใช้แรงกายล้วนๆ เพื่อฝึกกำลังแขนและขา
แต่แล้ว...ขณะที่เขากำลังปีนขึ้นไปได้สูงประมาณไผ่สูงสองต้นต่อกัน
จู่ๆ หินที่ยึดจับอยู่ก็แตกออก!
ร่างของเขาร่วงลงมากระแทกพื้นด้านล่างอย่างรุนแรง แม้จะใช้ปราณเพื่อลดแรงกระแทก แต่จากความสูงระดับนี้ ทุกอย่างดับวูบลงในทันที
จบตอน18.