
สามวันต่อมา...
หลังจากพายุทางการเมืองพัดผ่านไป ท้องฟ้าเหนือเฉวียนโจวก็กลับมาสดใสอีกครั้ง กรมคลังเสบียงถูกกวาดล้างครั้งใหญ่ ขุนนางน้ำดี (ที่เป็หุ่นเชิดของเฉินมู่) ถูกดันขึ้นมารักษาการแทน ทำให้การค้าขายในเมืองท่าแห่งนี้ลื่นไหลราวกับติดปีก
ณ เรือนรับรองริมทะเลของตระกูลเฉิน
สายลมยามค่ำพัดเอากลิ่นหอมของดอกราตรีและเกลือสมุทรเข้ามาทางหน้าต่างบานใหญ่ จางเหว่ย นั่งขัดสมาธิอยู่บนระเบียงไม้ กำลังตั้งใจขัดเงา
"มีดปังตอ" คู่ใจใต้แสงจันทร์
"แฮ่ม!"
เสียงกระแอมเบาๆ ดังขึ้นจากเงามืดของพุ่มไม้ จางเหว่ยเงยหน้าขึ้นอย่างไม่ใ (เพราะได้กลิ่นแป้งหอมนี้มาั้แ่รัศมีร้อยก้าวแล้ว)
"ออกมาเถอะ คุณหนูถัง... ยุงที่นี่ดุนะ"
พุ่มไม้ขยับไหว ร่างเล็กในชุดสีชมพูอ่อนก้าวออกมา ถังเหยียน หน้ามุ่ยเล็กน้อยที่ถูกจับได้ นางถือห่อผ้าแพรสีทองไว้ในมือแน่น
"เ้าหูดีเหมือนสุนัขจริงๆ" นางบ่นอุบอิบ เดินขึ้นมาบนระเบียง "ข้า... ข้าเอาของมาให้"
"ของ?" จางเหว่ยเลิกคิ้ว
ถังเหยียนยัดห่อผ้าใส่มือเขาด้วยความรวดเร็ว
"เสื้อเกราะไหมทองคำ... ถักทอด้วยเส้นไหมผสมลวดทองคำอ่อนจากเสฉวน กันมีดกันธนูได้ แถมยังระบายอากาศดี ไม่เหม็นอับเหมือนชุดเก่าของเ้า"
นางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามเก็บอาการขัดเขิน
"ถือว่าตอบแทนที่เ้า... เอ้อ... ช่วยข้าวันก่อน ข้าไม่อยากติดหนี้บุญคุณใคร โดยเฉพาะคนทึ่มๆ แบบเ้า"
จางเหว่ยคลี่ห่อผ้าออก ดูเสื้อเกราะเนื้อละเอียดที่ส่องประกายวาววับ แม้เขาจะไม่รู้ราคาตลาด แต่ััก็รู้ว่ามันเป็ของล้ำค่าที่หาซื้อไม่ได้ทั่วไป
เขามองเสื้อเกราะสลับกับใบหน้าจิ้มลิ้มของนาง รอยยิ้มบางๆ ที่หาได้ยากยิ่งปรากฏขึ้นบนใบหน้าเคร่งขรึม
"ขอบคุณ..." จางเหว่ยเอ่ยเสียงนุ่ม "ข้าจะใส่มันตลอดเวลา... แม้แต่ตอนนอน"
"บ้า!" ถังเหยียนหน้าแดงแปร๊ด "ใครให้ใส่ตอนนอน! มันสกปรก! ซักบ้างนะเ้าบ้า!"
นางทำท่าจะตีเขา แต่เมื่อเห็นแววตาอ่อนโยนของจางเหว่ย นางก็ชะงัก ลดมือลง
"รักษาตัวด้วยล่ะ..." นางพูดเสียงเบาลง สบตาเขาด้วยความห่วงใยที่ปิดไม่มิด "การค้าขายกับตระกูลถัง เส้นทางข้างหน้าอันตรายกว่าที่เ้าคิดนัก"
"ตราบใดที่มีข้า..." จางเหว่ยตอบอย่างหนักแน่น "จะไม่มีใครแตะต้องนายน้อย... หรือเ้าได้"
ถังเหยียนกัดริมฝีปาก กลั้นรอยยิ้มแห่งความสุขไว้ไม่อยู่ นางหมุนตัวหันหลังให้เขาเพื่อซ่อนใบหน้า
"ปากดีไปเถอะ! ...ไปล่ะ!"
นางะโแ่เบาหายไปในความมืด ทิ้งให้จางเหว่ยนั่งลูบเสื้อเกราะไหมทองคำด้วยความทะนุถนอม... หัวใจของนักฆ่าผู้ด้านชา เริ่มมีดอกไม้ดอกเล็กๆ ผลิบานขึ้นมาเสียแล้ว
...
ภายในห้องนอนใหญ่ชั้นบน
บรรยากาศแตกต่างจากระเบียงด้านนอกอย่างสิ้นเชิง ที่นี่อบอวลไปด้วยความเงียบสงบและความผ่อนคลาย
เฉินมู่ แช่ตัวอยู่ในถังไม้ใบใหญ่ที่โรยด้วยกลีบกุหลาบและสมุนไพรผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ไอร้อนลอยกรุ่นทำให้ผิวที่ขาวซีดของเขาดูมีเืฝาดขึ้น
ยาสะ ในชุดผ้าบางเบาเปียกน้ำแนบเนื้อ นั่งซ้อนอยู่ด้านหลังในถังใบเดียวกัน นางกำลังใช้มือนวดคลึงไหล่และต้นคอให้เขาอย่างชำนาญ
"อืม... แรงดีมาก ยาสะ" เฉินมู่หลับตาพริ้ม เอนศีรษะพิงหน้าอกนุ่มหยุ่นของนาง "สามวันนี้วุ่นวายเหลือเกิน... ข้าแทบไม่ได้พักสมองเลย"
"ท่านทำตัวเองทั้งนั้น" ยาสะกระซิบข้างหู มือเลื่อนลงไปนวดที่แผงอกของเขา "ไปแหย่เสือหลับอย่างองค์หญิงไป๋หลิง... ระวังนางจะแว้งกัดเอา"
"นางกัดไม่เจ็บหรอก..." เฉินมู่ยิ้มมุมปาก จับมือของยาสะมาจูบเบาๆ "อย่างมากก็แค่ข่วน... แต่การได้เห็นนางเต้นเร่าๆ ตามแผนของเรา มันคุ้มค่า"
ยาสะหัวเราะเบาๆ นางขยับตัวเข้ามาแนบชิดแผ่นหลังของเขามากขึ้น ความร้อนจากผิวกายและน้ำอุ่นเชื่อมโยงทั้งสองเข้าด้วยกัน
"แล้วท่านจะเอายังไงต่อ? กำจัดขุนนางชั่วได้แล้ว พันธมิตรกับตระกูลถังก็ราบรื่น..."
"เราจะพักผ่อนกันสักหน่อยไหม?" นางถามด้วยน้ำเสียงออดอ้อน ริมฝีปากแตะที่ใบหูของเขา
เฉินมู่ลืมตาขึ้น มองเงาสะท้อนในน้ำ... แววตาของเขาไม่ได้สะท้อนความผ่อนคลาย แต่สะท้อนความทะเยอทะยานที่ไม่มีที่สิ้นสุด
"พักหรือ? ...พ่อค้าไม่มีวันพักหรอก ยาสะ"
เขาจับมือของนาง ให้ัักับแผลเป็เก่าๆ ที่หน้าอกของเขา (แผลจากคืนฝนตกเมื่อปีก่อน)
"ทะเลสงบ... คือสัญญาณของพายุใหญ่"
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นเบาๆ สามครั้ง เป็รหัสลับ
"เข้ามา" เฉินมู่สั่งเสียงเรียบ ทั้งที่ยังแช่อยู่ในน้ำ
จางเหว่ยเดินเข้ามา โดยไม่มองไปที่ถังน้ำ (รักษามารยาท) เขายื่นกระบอกไม้ไผ่ขนาดเล็กที่มีตราประทับครั่งสีม่วงให้
"นกพิราบสื่อสารจากเสฉวน... ด่วนที่สุดขอรับ นายน้อย"
เฉินมู่รับกระบอกไม้ไผ่มา บิดเปิดออก แล้วคลี่จดหมายแผ่นเล็กๆ ออกอ่าน
ยาสะชะโงกหน้ามองข้ามไหล่เขา
ข้อความในจดหมายสั้นกะทัดรัด แต่เนื้อความทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากอุ่นสบายเป็เย็นะเื
"เส้นทางแพรไหมถูกตัดขาด... 'เงาปริศนา' โจมตีขบวนสินค้า... ตระกูลถังแตกแยก... หากเ้าไม่มา สินค้าทั้งหมดจะกลายเป็ศพ"
- ถังจื่อ
เฉินมู่ขยำจดหมายในมือจนแหลกละเอียด ดวงตาหรี่ลงจนเป็เส้นคมกริบ
"ดูเหมือน... เวลาพักผ่อนของเราจะหมดลงแล้ว"
เขาลุกขึ้นยืนจากถังน้ำ น้ำไหลโชกจากเรือนร่างเพรียวบางแต่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ยาสะรีบหยิบผ้าคลุมมาคลุมกายให้เขา
"เตรียมเรือ... อาเหว่ย"
เฉินมู่สั่งเสียงเด็ดขาด แววตาฉายแววอำมหิตของ "พญาวานิช" อีกครั้ง
"เราจะล่องเรือทวนแม่น้ำแยงซีเกียง... มุ่งหน้าสู่เสฉวน"
"ใครที่กล้าแตะต้องสินค้าของข้า... ข้าจะทำให้มันรู้ว่า นรกบนดินเป็อย่างไร"
แสงตะเกียงวูบไหว ส่งเงาของทั้งสามทอดยาวไปบนผนัง...