บทที่ 9 เพื่อนร่วมมื้อเช้าคนใหม่
เฉินย่าวางกระเป๋าลง ถอดหน้ากากออก แล้วเดินเข้าห้องน้ำเขาถอดเสื้อที่เปื้อนเืออก เผยให้เห็นร่างกายส่วนบนที่แข็งแรงกำยำ
แต่แน่นอนว่านั่นไม่ใช่เืของเขา มันเป็เืของเหล่าสัตว์กลายพันธุ์ต่างหาก
ตอนนี้ไม่ใช่แค่มนุษย์ที่ถูกไวรัสรุกราน แต่พืชและสัตว์ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน
บางชนิดกลายเป็สัตว์ประหลาดอย่างซอมบี้ ถูกความหิวกระหายควบคุมตลอดกาล บางชนิดวิวัฒนาการเป็สัตว์กลายพันธุ์ พวกมันไม่เพียงรักษาสติปัญญาดั้งเดิมไว้ได้ แต่ยังมีสัญชาตญาณอันดุร้ายและชอบต่อสู้มากกว่าเดิม!
มนุษย์ก็เช่นกัน บางคนโชคร้ายกลายเป็ซอมบี้ และมีคนส่วนน้อยที่กลายพันธุ์เป็ผู้มีพลังพิเศษ
ผู้มีพลังพิเศษเหล่านี้เป็ที่้าอย่างมากในฐานใหญ่ ๆ พวกเขาพยายามเกลี้ยกล่อมให้ผู้มีพลังพิเศษเหล่านี้เข้าร่วมกองทัพฐาน
เฉินย่าควรจะตั้งรกรากในฐานอู่อัน แต่เขาได้รับงานด่วนให้จัดการกับสัตว์กลายพันธุ์ตัวหนึ่ง แต่กว่าจะมาถึงฐานอู่อันก็เป็เวลาดึกมากแล้ว
บุคคลที่ไม่ได้พักอาศัยอยู่ในฐานอู่อัน จำเป็ต้องได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด คาดว่าต้องรอจนเกือบเช้าถึงจะผ่านการตรวจสอบได้ ยิ่งไปกว่านั้น เขายังมีผลึกสัตว์กลายพันธุ์ติดตัวมาด้วย จึงไม่อยากรอนาน
เขาเพิ่งค้นพบที่พักพิงลวี่อินแห่งนี้ และมันดีกว่าที่คิดไว้มาก
อ่างล้างมือที่ใช้แช่เสื้อผ้าเปื้อนเป็น้ำสีแดงอย่างรวดเร็ว เฉินย่าซักผ้าเสร็จก็ออกไปหาอะไรกิน
เขายืนอยู่หน้าเครื่องจำหน่ายอาหาร จ้องมองเมนูเส้นร้อน ๆ กองโตตรงหน้า พลันขมวดคิ้วแน่น
ไม่ใช่ว่าไม่น่าอร่อย แต่เพราะน่าอร่อยเกินไปต่างหาก!
กลิ่นหอมยั่วยวนใจ สีสันน่ารับประทาน ข้างในไม่ได้มีแค่เส้นกับเนื้อสัตว์ แต่ยังมีไข่และเครื่องเคียงอีกมากมาย ราคาถูกขนาดนี้แสดงให้เห็นว่าวัตถุดิบในฐานลวี่อินนั้นอุดมสมบูรณ์มาก แม้แต่เครื่องปรุงรสระดับไฮเอนด์ก็ใส่มาแบบไม่ยั้ง!
ราคาแค่ 15 แต้มเท่านั้น!
มันช่างไม่น่าเป็ไปได้ ปกติขายที่อื่น 800 แต้มก็ถือว่าไม่แพง ตอนนี้เขาสงสัยอย่างมากว่ายัยเด็กนั่นทำการกุศลอยู่หรือเปล่า
ดวงตากลมโตคู่นั้นช่างใสซื่อบริสุทธิ์
มิน่าล่ะถึงได้ผอมแบบนั้น จะหาเงินได้ยังไง ไม่ขาดทุนตายเลยเหรอ
จิ่งเหมียนกำลังจะเข้านอน พลันได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้น ฐานลวี่อินกว้างใหญ่ขนาดนี้มีคนอยู่แค่สองคน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็ใคร
เธอเปิดประตูด้วยความสงสัย เห็นใบหน้าหล่อเหลาแต่เ็าอยู่ตรงหน้า ร่างกายท่อนบนเปลือยเปล่า ไหล่กว้างเอวสอบ กล้ามเนื้อเป็มัด ๆ ดูแข็งแรงเอาเื่ กลิ่นกายของบุรุษโชยมาเตะจมูก
จิ่งเหมียนรีบเบนสายตาหนีในทันที ใบหน้าของเธอแดงระเรื่อ โตมาขนาดนี้ยังไม่เคยเจอผู้ชายประเภทนี้มาก่อน
ทั้งยังนึกถึงอันหลิงอวี่ที่เข้ามาใกล้ชิดกับเธอ เขามักจะเปลือยท่อนบนอยู่เสมอ แต่ชายคนนี้กลับสร้างความกดดันยิ่งกว่า
“คุณ... มาทำอะไร”
เฉินย่าสังเกตเห็นความไม่เป็ธรรมชาติของเธอ ในเมื่อเธอกลัว แล้วทำไมยังเปิดประตู ความระมัดระวังตัวของเธอต่ำเกินไปแล้ว!
เขาเพียงกล่าวไปว่า “ที่นี่มียาแก้อักเสบหรือยาห้ามเืบ้างไหม ทรัพยากรที่นี่อุดมสมบูรณ์มาก ต้องมียาอยู่แล้วสิ”
ยามีค่ามาก สำหรับคนที่ต้องต่อสู้นอกสถานที่อย่างเขายิ่งสำคัญมาก เจ็บตัวแล้วค่อยหายามันไม่ง่ายนัก
จิ่งเหมียนส่ายหน้าปฏิเสธ “ตอนนี้ยังไม่มีค่ะ”
ตอนนี้?
หมายความว่า อนาคตจะมีเหรอ?
เฉินย่ายกข้อมือที่มีกำไลซึ่งแสดงหมายเลขโทรศัพท์ของตัวเองขึ้น “ฝากช่องทางติดต่อไว้หน่อย ถ้าอนาคตมีช่วยแจ้งผมด้วย ผมชื่อเฉินย่า”
จิ่งเหมียนรีบเพิ่มเขาเป็เพื่อนในแอปพลิเคชันทันที
ชายหนุ่มก้มลงมองรายชื่อเพื่อนของเธออย่างรวดเร็ว มันช่างน้อยนิดจนน่าสงสาร
เขาขมวดคิ้วเบา ๆ หญิงสาวตรงหน้านี้ดูเรียบร้อยเกินไป ไม่เหมือนเ้าของห้องพักที่ผ่านโลกมามากอย่างที่ควรจะเป็ ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความบริสุทธิ์และไร้เดียงสา ถ้ามีคนจ้างวานให้เขาฆ่าเธอ เขาก็คงทำได้ในทันที
“ถ้าคุณมีอันตราย โทรหาผมได้นะ ผมรับงานคุ้มครองคน เ้าของที่พักจิตใจดีแบบนี้ไม่ได้หาได้ง่าย ๆ นักหรอก”
จิ่งเหมียนรู้สึกประหลาดใจและซาบซึ้งใจอย่างมาก เธอรีบส่งสติกเกอร์รูปคนดีให้เขาทันที “ขอบคุณนะ! คุณเป็คนดีจริง ๆ”
ทั้งชีวิตนี้ มีคนที่ช่วยเหลือเธอนับคนได้ แม้จะเป็เื่เล็กน้อย เธอก็จำมันไว้ในใจเสมอ สำหรับเธอแล้ว มันคือความอบอุ่นที่ยิ่งใหญ่เหลือเกิน
เฉินย่ารู้สึกสะท้อนใจเล็กน้อย เมื่อเห็นแววตาที่จริงใจของเธอ เขาก็นึกภาพออกเลยว่าสักวันเธอจะถูกหลอกจนหมดตัว แล้วกลายเป็คนเ็า ไม่ต่างอะไรกับเขา
“พรุ่งนี้เช้าฉันจะเอาน้ำมาส่งให้คุณ ของฉันมีเยอะ เราตกลงเื่ราคาและปริมาณกันก่อนดีกว่า บ่ายนี้ฉันต้องไปขายของที่ฐานอู่อันต่อ”
“วันนี้ดึกแล้ว พรุ่งนี้ค่อยคุยกันตอนกินข้าวเช้าก็ได้” เฉินย่าพูด “แล้วก็… อาหารที่ร้านคุณขายถูกเกินไป คุณไม่กลัวขาดทุนเหรอ เพิ่มราคาอีกหน่อยก็ได้นะ คุณดูผอมมากเลย”
พูดจบเขาก็ส่ายหัวอย่างนึกละอาย ราวกับโทษตัวเองที่พูดมากเกินไป แล้วหันหลังเดินจากไป
จิ่งเหมียนกะพริบตา คนคนนี้ นอกจากหน้าตาดีแล้ว ยังจิตใจดีอีกด้วย เพียงแต่มีนิสัยแปลกไปบ้างเล็กน้อยเท่านั้น
หากความคิดของจิ่งเหมียนเป็ที่รับรู้ในหมู่ทหารรับจ้างและนักฆ่า พวกเขาทั้งหลายคงร้องออกมาด้วยความตกตะลึงว่า ‘เฉินย่าจิตใจดีเหรอ? ถ้างั้นพวกเราก็กลายเป็พระโพธิสัตว์กันหมดแล้ว!’
เช้าวันรุ่งขึ้น นาฬิกาชีวิตปลุกให้จิ่งเหมียนตื่นั้แ่เช้าตรู่ ตามปกติเวลาแบบนี้เธอควรจะลงไปต่อแถวตักน้ำให้กับทุกคนในครอบครัว
เพื่อที่จะได้กินข้าวเช้าเป็เพื่อนกับเฉินย่า จิ่งเหมียนจึงส่งข้อความหาเขา
[คุณตื่นแล้วบอกฉันทีนะ แล้วเจอกันที่โรงอาหาร]
ไม่นึกเลยว่าอีกฝ่ายจะตอบกลับมาอย่างรวดเร็วขนาดนี้ [ผมกำลังไป]
เฉินย่ามาที่โรงอาหารในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิงราวกับเพิ่งลุกจากเตียง
เปลือกตาที่ปรือปรอยยิ่งตอกย้ำความคิดนี้ให้ชัดเจนขึ้น
เฉินย่าเหลือบมองนาฬิกาบนข้อมือ พบว่าเป็เวลาตีห้าครึ่งแล้ว
“เข้านอนดึกแล้วตื่นเช้าขนาดนั้น คุณไม่เพลียหรือไง”
“คือ… จริง ๆ ฉันตื่นเช้าเป็ประจำอยู่แล้วน่ะค่ะ เลยติดเป็นิสัย ไม่ได้ตั้งใจจะชวนคุณมากินข้าวเช้าขนาดนี้นะคะ” จิ่งเหมียนเอ่ยอย่างเคอะเขิน
เฉินย่าบอกว่าไม่เป็ไร สัญชาตญาณของอาชีพทำให้เขาไม่สามารถหลับสนิทได้ ดังนั้นเมื่อมีแจ้งเตือนของจิ่งเหมียนดังขึ้น เขาจึงตื่นขึ้นทันที เมื่อคิดว่าเธอผอมขนาดนั้น เขาจึงไม่อยากให้เธอต้องท้องว่างรอ จึงรีบมาหาเธอ
เฉินย่ายืนอยู่หน้าตู้จำหน่ายอาหารอัตโนมัติ และกดเลือกซาลาเปา เกี๊ยวซ่าทอด และบะหมี่แห้งคลุกน้ำมันต้นหอม
ส่วนจิ่งเหมียนเลือกเกี๊ยวน้ำชามโตกับขนมปังนึ่งไส้เนื้อ
ความสุขล้นเริ่มต้นขึ้นั้แ่มื้อเช้า!
ไม่ต้องสนใจเื่ขายสินค้ากับเฉินย่า ตอนนี้กินข้าวกันก่อนดีกว่า!
จิ่งเหมียนจับช้อนขึ้นมา เป่าเกี๊ยวน้ำเบา ๆ พร้อมกับเม้มปากเล็กน้อย
เฉินย่านั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม มองดูท่าทางที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาวของเธอก็ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายขึ้นมา กินมื้อเช้าแบบนี้ก็ไม่เลวเหมือนกัน