เสียงเปิดประตูเสียดบาดหูของไม้เก่าใกล้พังดังขึ้นหญิงวัยกลางคนท่าทางใจดี นางเป็แม่นมของคุณหนูใหญ่ นามว่า เผิงซีแม่นมเผิงซีรีบเดินเข้ามาขัดการสนทนา
"ไม่เป็ไรหรอกพ่อบ้านฟู ข้าจะแบ่งนมของข้าให้เด็กผู้นี้ก็แล้วกันยามนี้ฮูหยินอารมณ์ดีนัก ให้นางเป็ลูกบุญธรรมของข้า ฮูหยินต้องยอมแน่"แม่นมกล่าวอย่างใจดี
สำหรับสตรีที่เพิ่งเสียลูกตนเองไปเช่นนางเด็กน้อยย่อมมีค่า ไม่อาจสูญเสียได้
"แม่นมเผิงซี ข้ารู้ว่าท่านเสียใจที่ลูกเพิ่งตายไปแต่เด็กผู้นี้มิใช่ลูกของท่านนะ" พ่อบ้านฟูยังคงยืนกรานการเลี้ยงเด็กนับเป็ภาระยิ่ง
"พ่อบ้านฟู ข้าขอท่านล่ะ อย่างน้อยให้ข้าได้ชดเชยให้ผู้อื่นก็ยังดีลูกข้าและสามีได้ตายจากไปหมดแล้ว หากไม่มีสิ่งใดเหนี่ยวรั้งข้าไว้ข้าคงจะต้องตรอมใจตายตามเช่นกัน" แม่นมเผิงซีเอ่ยเสียงสั่นเครือ ดวงตาแดงก่ำคล้ายทำนบน้ำตาที่กลั้นไว้จะพังทลายลงได้ทุกเมื่อ
"เฮ้อ! พวกเ้า เอาล่ะๆ เช่นนั้นก็ให้ท่านดูแลนางแล้วกัน อาลี่ อาหยางพวกเ้าก็ต้องช่วยดูแลเด็กคนนี้ด้วย" พ่อบ้านฟูเอ่ยก่อนจะส่งทารกน้อยให้แม่นมเผิงซี
แม่นมเผิงซีรับเด็กทารกน้อยมาไว้ในอ้อมแขนนางโอบกอดอย่างรักใคร่ก่อนจะหาที่นั่ง ประคองเด็กน้อยป้อนนม การให้นมเด็กใช้เวลาพอสมควรแม่นมเผิงซีจึงเริ่มสำรวจห่อผ้าที่ห่อหุ้มทารกน้อยมา
"เยว่ช่างม่าน นี่คงเป็ชื่อเ้าสินะ ลูกแม่"แม่นมเผิงซีกล่าวอย่างยินดี
นางใช้นิ้วชี้เกลี่ยพวงแก้มที่เหี่ยวย่นของทารกน้อยอย่างเอ็นดูสายตาพลันสะดุดเข้ากับสร้อยเงิน ที่มีจี้หินหยกสีน้ำเงินเป็หินเก่าสีหม่นๆ
"ช่างม่าน ลูกยังเล็กนัก แม่จะเก็บสร้อยของลูกไว้ให้นะ"แม่นมเผิงซีเอ่ยจบ นางก็ถอดสร้อยของทารกน้อย เก็บไว้ในกล่องเครื่องประดับของนาง
มิติภายในจี้หยก
"ที่นี่ที่ไหนกัน โอ๊ย! เจ็บใจนัก กงล้อบ้าทำเอาข้าาเ็ถึงเพียงนี้เชียว" หลงลี่ฟางลุกขึ้นก่อนจะเดินเอาเท้าไปเหยียบกงล้อมิติที่ลดขนาดเท่าฝ่าเท้านางกระทืบหลายครั้งจนหายโมโห ก่อนจะตั้งสติได้
ลี่ฟางมองสำรวจไปรอบๆลานกว้าง เห็นเรือนไม้ขนาดใหญ่ แวดล้อมไปด้วยบึงสระ ทิวเขาสวยงามดอกไม้และสมุนไพรล้ำค่านานาพรรณ นางยืนอึ้งชะงักงันไป ก่อนจะเดินสำรวจไปรอบๆเมื่อแน่ใจแล้วว่าผ่านมาหลายชั่วยามแล้ว แต่ไม่มีทีท่าว่าจะเห็นใครลี่ฟางยิ่งสงสัยหนักเข้าไปใหญ่
"นะนี่ นี่เรา นี่เรากำลังอยู่ที่ใดกัน" ลี่ฟางตื่นตระหนกทันที
นางรีบวิ่งไปทั่วบริเวณทว่าแม้ลี่ฟางจะวิ่งสำรวจทุกซอกทุกมุมแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไร้วี่แววของคุณหนูน้อยความวิตกเริ่มฉายชัดบนดวงหน้างามของลี่ฟาง
"คุณหนู คุณหนู บ่าวจะทำอย่างไรดี จะทำอย่างไรดีเ้าคะ คุณหนู โฮฮฮฮ"ลี่ฟางเริ่มรู้แล้วว่านางไม่มีทางพบคุณหนูในที่แห่งนี้เป็แน่ จึงทรุดกายกับพื้นร้องสะอื้นไห้จนหมดแรง ‘ที่นี่คือที่ใดกัน แล้วคุณหนูเล่า’
ทวีปใต้กาลอาณาจักรม่านดารา
เรือนวิหคจันทรา
"ไม่มีผู้ใดอยู่อีกแล้วขอรับนายท่าน" ชายชรารูปร่างสูงโปร่งในชุดสีดำหม่นกล่าวกับผู้เป็นาย
"ลี่ฟาง ต้องเป็ลี่ฟางแน่เ้าค่ะท่านลุงลี่ฟางต้องพานางเด็กนั่นหนีไป" เมิ่งลู่ซินเอ่ย
หลังจากที่นางได้ไตร่ตรองถี่ถ้วนแล้วหลายวันมานี้ ไม่เห็นแม้แต่เงาของสาวใช้คนสนิทของเฟิ่งซือเซียนไม่ว่าลู่หลินหรือลี่ฟาง ต่างก็หายไปทั้งคู่
"นางผู้นั้นเพิ่งอยู่ขั้นเทวะ มิใช่คู่มือเราแน่ ส่งคนออกตามหาให้ทั่วหากไม่พบเด็ก ไม่ต้องกลับมา!" าุโเมิ่งเฉิงกล่าวอย่างเดือดดาล
ยามนี้เขาอยู่ถึงระดับไร้ร่างขั้นสูงสุดแล้วหากอีกห้าร้อยปี ยังไม่สามารถเลื่อนไปขั้นนิรันดร์กาลได้อีกเขาคงต้องดับขันธ์ไปตามกาลเวลา
"ท่านลุงสงบใจลงก่อนนะเ้าคะ หลานจะช่วยตามหานางอีกแรง หากเจอแล้ว หลานจะส่งตัวให้ท่านลุงทันทีเ้าค่ะ"เมิ่งลู่ซินกล่าวเอาใจ
เมิ่งเฉิงเป็ผู้าุโระดับสูงของสกุลเมิ่งเมิ่งลู่ซินจึงให้ความเคารพยิ่ง
"แหวนมิติของนาง มีสิ่งใดหลงเหลืออยู่อีกบ้าง!"าุโเมิ่งเฉิงหันไปถามหลานสาวตนเอง
"ไม่เหลือสิ่งใดเลยเ้าค่ะ ทะท่าน ท่านลุง อื้อ อ่อย"เมิ่งลู่ซินกล่าวยังไม่ทันขาดคำ ก็ถูกมือแกร่งของผู้เป็ลุง บีบรัดคอจนยากหายใจนางจึงทำได้เพียงส่งเสียงไม่เป็คำในประโยคท้าย
"เอาแหวนของนางมาให้ข้า!"าุโเมิ่งเฉิงกล่าวเสียงแข็ง เขาทราบดีว่าเมิ่งลู่ซินเป็คนละโมบมิต่างจากเขา
เมิ่งลู่ซินค่อยๆล้วงเอามือเข้าไปในแขนเสื้อ ก่อนจะหยิบแหวนมิติของเฟิ่งซือเซียนส่งให้กับท่านลุงของนาง
าุโเมิ่งเฉิงรับแหวนมิติมาก่อนจะส่งกระแสจิตเข้าไปสำรวจภายใน ทว่าพบเพียงห้องขนาดสองตารางเมตรที่ว่างเปล่า ‘นี่มิใช่แหวนของเฟิ่งซือเซียนแน่!ถูกหลอกแล้ว!’
"เฟิ่งซือเซียน!" าุโเมิ่งเฉิงะโก้องด้วยความโมโหแรงกดดันจากผู้าุโเมิ่งเฉิง สั่นะเืรุนแรงทำให้เรือนวิหคจันทราสลายกลายเป็ผุยผงธุลีดินในชั่วกะพริบตา
ทวีปใต้กาลอาณาจักรปฐีเร้นลับ
จวนอัครมหาเสนาบดีกู้แคว้นเจียง
เรือนพักบ่าวในจวนทำจากไม้ไผ่เก่าหลังเล็กแต่ละห้องจะมีคนงานพักอยู่รวมกันสี่คน เป็ความโชคดีของเด็กน้อยที่ได้พักอาศัยกับแม่นมเผิงซี ที่ยามนี้มีตำแหน่งแม่นมของคุณหนูใหญ่พ่วงท้าย
มารดาของนางจึงพอที่จะมีอภิสิทธิ์อยู่บ้างเพราะต้องคอยให้น้ำนมและดูแลคุณหนูใหญ่ทำให้เยว่ช่างม่านมิได้เดือดร้อนลำบากเท่าใดนัก ทั้งเยว่ช่างม่านยังมีอาลี่สาวใช้วัยกลางคนรูปร่างอวบที่เป็ใบ้ดูแลอีกคนอาลี่ได้ช่วยแม่นมเผิงซีดูแลเยว่ช่างม่านอยู่ตลอดนับเป็มารดาของนางผู้หนึ่งก็ว่าได้
มิติภายในจี้หยก
หญิงงามรูปร่างแบบบางในชุดผ้าไหมสีส้มอ่อน นางลืมตาขึ้นมาอย่างฉับพลัน หลังนั่งสมาธิตรวจหาร่องรอยของคุณหนูอยู่พักใหญ่แต่อย่างไรก็หาไม่พบ
"คุณหนู คุณหนูอยู่ที่ใดเ้าคะ" ลี่ฟางเอ่ยกับตนเองด้วยความวิตก
เมื่อตรวจดูแล้วสายพันธะระหว่างนายหญิงตัวน้อยกับนางยังคงอยู่แต่จับตำแหน่งของนายหญิงตัวน้อยไม่ได้ ัหิมะสาวเริ่มเกิดความวิตกกังวลคิ้วดำได้รูปขมวดเป็ปมอย่างเคร่งเครียด กว่ายี่สิบวันแล้วที่นางถูกกักขังอยู่ที่ประหลาดแห่งนี้
"เกิดอะไรขึ้น ข้าอยู่ที่ใดกันแน่ ปล่อยข้าออกไป พวกเ้าเป็ใครกันกล้าจับข้ามาขังที่นี่อย่างนั้นหรือ กล้าลองดีกับข้าใช่หรือไม่!" ลี่ฟางะโขึ้นฟ้าอย่างเดือดดาลนางมิรู้เลยว่า ที่นี่คือที่ใดกันแน่
ัหิมะสาวตกอยู่ในความเครียดความกระวนกระวายทำให้นางควบคุมร่างแปลงไม่อยู่ หญิงงามร่างมนุษย์ค่อยๆ แปรเปลี่ยนใบหน้าเริ่มยื่นยาว เขาแหลมสองข้างเริ่มงอกบนหน้าผาก แขนและขาเริ่มหดสั้นลง เหลือเพียงสองแขนเล็กลำตัวเริ่มมีเกล็ดสีขาวเงินแวววาวปรากฏ
เพียงครู่ัสีขาวเงินขนาดใหญ่ั์ก็ปรากฏเหนือน่านฟ้าภายในมิติจี้หยก ร่างใหญ่ของมันสร้างเงาดำปกคลุมผืนดินจนแทบมืดมิดหลงลี่ฟางวิ่งวนไปมาพร้อมพ่นไฟสลับน้ำแข็งไปทั่วบริเวณด้วย้าระบายความอัดอั้นในใจ ก่อนนางจะดำดิ่งลึกลงในทะเลสาบใจกลางภายในมิติจี้หยก
เมื่อตรวจสัญญาณพันธะไม่พบัหิมะ สัตว์เทพสูงศักดิ์ก็ดำน้ำวนไปมาในทะเลสาบ พยายามสงบใจตนเอง 'ฮูหยินบ่าวละอายใจนัก บ่าวช่างผิดกับฮูหยินและคุณหนูมากเหลือเกินเ้าค่ะ' หลงลี่ฟางคิดอย่างเศร้าสร้อยั์ตาสีฟ้าเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใส
วันเวลาหมุนเลยผ่านไปนานกว่าห้าปีเยว่ช่างม่านเติบใหญ่ขึ้นมาก นางรู้ความและอยู่อย่างเจียมตนเพราะทราบดีว่าตนเองนั้น เป็เพียงเด็กที่ถูกเก็บมาเลี้ยง
แม่นมเผิงซีกลายเป็มารดาของนางโดยสมบูรณ์อาลี่และพ่อบ้านฟูเปรียบเสมือนท่านลุงและท่านป้า อาหยางเปรียบเสมือนพี่ชายของนางทั้งหมดนี้คือครอบครัวของนาง
ในดินแดนที่แข่งขันกันด้วยพละกำลังผู้ที่มีวรยุทธ์มักเป็ใหญ่และจะได้รับเกียรติสูงสุด ตระกูลใหญ่ต่างๆ ในแคว้นเจียงจึงตั้งความหวังมิน้อยในตัวเหล่าทายาทของพวกเขาด้วยหวังว่าความแข็งแกร่งของเหล่าทายาทนั้นจะสร้างเสริมให้ตระกูลมั่นคงต่อไปในภายภาคหน้า
ในแต่ละปีเด็กน้อยที่มีอายุครบห้าขวบปีจะได้รับการทดสอบ เพื่อดูว่าแต่ละคนถนัดทางด้านใดเพื่อบิดามารดาจะได้สนับสนุนจัดการฝึกฝนที่เหมาะสมให้กับบุตรหลานของตนเอง เพื่อต่อยอดฝีมือของเด็กๆต่อไปในอนาคตได้
ห้องโถงกลางเรือนใหญ่ของเสนาบดีกู้เล่งซานยามนี้รายล้อมไปด้วยเหล่านายหญิงและอนุของจวน รวมถึงนายท่านใหญ่ท่านอัครมหาเสนาบดีแห่งแคว้นเจียง กู้เล่งซาน
ทุกสายตาต่างจับจ้องมองแก้วน้ำชาอย่างใจจดใจต่อเมื่อชาร้อนค่อยๆ แปรเปลี่ยนกลายเป็น้ำแข็ง ความเย็นแผ่ขยายจนถาดรองชารวมถึงโต๊ะมีไอน้ำแข็งเกาะอยู่เต็ม เสียงปรบมือดังเกรียวกราวไปทั่วบริเวณพร้อมๆกับเสียงชื่นชมยินดี
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า กู้เหลียนหลิน ลูกช่างยอดเยี่ยมนักพรุ่งนี้ลูกต้องทำให้ผู้คนใเป็แน่ ฮ่าฮ่าฮ่า" กู้เล่งซานหัวเราะอย่างภาคภูมิใจในตัวบุตรสาว
"เ้าค่ะ ท่านพ่อ" คุณหนูกู้เหลียนหลินค้อมศีรษะให้บิดาพลางเอ่ยตอบรับสั้น แล้วแย้มยิ้มให้ท่านพ่อของตนเองอย่างไร้เดียงสา
"ท่านพี่ หลินเอ๋อร์เก่งกาจถึงเพียงนี้ น้องเกรงว่าพรุ่งนี้ท่านอวิ๋นจะไม่พอใจแน่เ้าค่ะ" กู้ฮูหยินเอ่ยกับสามีอย่างวิตกใครต่างทราบดีว่าสกุลอวิ๋นและสกุลกู้นั้นไม่ถูกกัน
"ช่างเถอะฮูหยิน ข้ารอวันนี้มานาน เ้าคิดดูสิ เมื่อปีก่อนลูกสาวนางแสดงพลังในลานวัดระดับ จนยามนี้กลายเป็พระคู่หมั้นขององค์รัชทายาทไปแล้วคอยดูลูกหลินของข้า นางจะต้องเติบโตเหนือกว่าลูกตาเฒ่านั่น จนฝ่าาต้องถอนหมั้นนางแล้วมาหมั้นกับลูกของข้าแน่ฮ่า ฮ่า ฮ่า" กู้เล่งซานเอ่ยเสียงดังเจือความดุดัน เขาหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
"ท่านพี่" กู้ฮูหยินยังคงวิตก ลูกของนางยังเล็กนักคนเป็มารดาไฉนเลยอยากให้ลูกมีศัตรู ั้แ่ยามเยาว์เช่นนี้