“เจ้ารู้หรือไม่ว่ายาอายุวัฒนะนั่นวิเศษแค่ไหน หากเขาได้กินมันลงไปพลังลมปราณที่เขามีจะเพิ่มเป็นหลายร้อยเท่าเข้าขั้นปรมาจารย์ หรือเซียนทีเดียวนะ” เซียนเฒ่าต่อรอง แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล อันดาใช้ดวงตาสีเขียวมรกตที่ไร้เดียงสา แบมือขออยู่ไม่ยอมถอย
“โฮ้ยเจ้าเด็กขี้ตืด! ย่อมได้ ข้าให้มิติเขา เอาแหวนหยกนี่ไปสวมไว้ที่นิ้ว แล้วก็นะ น้ำอมฤตของเจ้าไม่ต้องใช้เลือดเจ้าแล้วมันสามารถชุบชีวิตคนได้ พอหรือไม่ นี่ข้ายังไม่เอาโทษที่เจ้าพาคนเขามิติก่อนได้รับอนุญาตเลยนะ” เซียนเฒ่าโต้กลับ
“แต่ท่านยกมิติให้ข้าแล้วไม่ใช่เหรอเจ้าคะ” อันดาไม่ยอม
“แต่ข้าสั่งเจ้าไว้ว่าอย่างไร จะทำอะไรควรปรึกษาข้าก่อน” เซียนเฒ่าอยากจะเขกกะโหลกเจ้าเด็กแสบนี่จริงๆ ช่างต่อล้อต่อเถียง
“ท่านตา อย่าคิดว่าข้าไม่รู้นะเจ้าคะ การที่ท่านช่วยข้าวันนั้นน่ะ…” อันดาขู่
“เออๆ เอาอะไรอีก” ไอ้เด็กนี่มันรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
“พรข้อที่สาม ขอเปลี่ยนเป็นให้เขาได้หรือไม่” อันดายอมสละพรของตัวเอง
“ไม่ได้ พรขอเจ้าโยกย้ายไปให้ใครอื่นไม่ได้ แต่เห็นว่าเขาทรมานจากการเลี้ยงกาฝากนี้มานาน ข้าจะให้พรเขาหนึ่งข้อ เมื่อไหร่ที่คิดได้ให้เขาขอกับข้าในใจ บอกเขาว่ามีข้อเดียว คิดให้ดีก่อน ข้าไปล่ะ” อยู่นานคงโดนไถหมดตัวเป็นแน่
“ขอบคุณเจ้าค่ะ ข้าขอถามอีกเรื่องได้หรือไม่เจ้าคะ” อันดา
“ว่ามา” เซียนเฒ่า
“ใครวางยาท่านแม่ทัพเจ้าคะ” อันดา
“ไม่ใช่ทั้งสองคน และเป็นทั้งสองคน” เซียนเฒ่าตอบ
“อ้าว โอ๊ย” อันดากำลังจะถามต่อแต่โดนไม้เท้าเขกหัว
“เจ้าเด็กโง่ เรื่องพรรค์นี้สืบเอาเอง เจ้าควรจะถามข้าว่าวงเวทย์ของเจ้าใช้กับคนได้หรือไม่ เจ้ากำลังทำวงเวทย์ลัดฟ้าอยู่ไม่ใช่รึ” เซียนเฒ่าเริ่มไม่ไว้ใจเจ้าเด็กนี่เสียแล้ว ก่อนหน้านี้เรียงลำดับความสำคัญได้ดี แต่พอมีความรักกลับเรียงลำดับความสำคัญยุ่งเหยิง
“แล้วใช้กับมนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตได้หรือไม่เจ้าคะ” อันดาถาม ตอนนี้เหมือนโดนเรียกสติ เธอจัดลำดับความสำคัญผิดไป
“ได้ แต่ขอเตือนว่าต้องเขียนอย่างระวังวงเวทย์ซ้อนใช้พลังงานมาก ที่บอกให้เจ้าเขียนได้เพราะสติของเจ้ามั่นคงขึ้นมาก ดูจากการรักษาท่านอ๋อง เข็มที่เจ้าปักลงไปแม่นยำมาก แต่ข้าก็อยากจะเตือนว่า ตอนเขียนต้องมีสติ อย่าร้อนรนเวลาเขียนเด็ดขาดถึงแม้ว่าตอนนี้สติเจ้าจะมั่นคงแต่อย่าลืมฝึกสมาธิและสติให้มั่นคงมากขึ้นด้วย
ยิ่งวงเวทย์ซับซ้อนยิ่งต้องใช้พลังสติมาก จำไว้ว่าเจ้าต้องตั้งสติให้ดี มีคนที่เจ้าต้องปกป้อง และมีคนคอยปกป้องเจ้าอยู่ ไม่ใช่ตัวคนเดียวอีกแล้ว อย่าร้อนรน อย่าใจร้อน จำคำข้าไว้ ไปล่ะขอบใจสำหรับเจ้ากาฝากนี่นะ” ว่าแล้วเซียนเฒ่าก็หายตัวไป
“อ้อหากมีคำถามเขียนวงเวทย์สื่อสาส์นมาหาข้าแล้วข้าจะตอบให้นะ” เซียนเฒ่าส่งเสียงกลับมาโดยที่ตัวห่างออกไปเป็นพันลี้แล้ว
“โหทำอย่างกับส่งเมสเสจ” อันดาเกาศีรษะ แล้วมองไปที่เทียน ถ้าเมสเสจได้เทียนนี่จะมีไว้ทำไม หรือว่า คงเป็นเช่นนั้นเอง พอนึกคิดออกก็โล่งใจ เดินกลับไปหาหยางเจียจุ้นที่หลับอยู่
“ลืมตาเถอะข้ารู้ว่าท่านตื่นแล้ว” อันดาเห็นขนตากะพริบจึงรู้ว่ามีคนแกล้งหลับหนึ่งอัตรา
“เจ้าต่อรองเก่งจริงๆ แต่ว่ากาฝากนั่นอย่างไรข้าก็ไม่ต้องการอยู่แล้ว” หยางเจียงจุ้นลืมตาแล้วลุกขึ้นมาโดยมีอันดาประคองเขานั่ง
“ท่านไม่รู้หรอกว่ากาฝากนั่นแค่ฝนผสมกับน้ำก็เป็นยาอายุวัฒนะแล้ว” อันดายิ้ม
“ถ้ามันอยู่กับคนธรรมดา นอกจากไม่มีประโยชน์แล้วยังมีโทษมหาศาลเลย ให้ท่านเซียนเก็บไว้น่ะดีแล้ว” หยางเจียจุ้นตอบ
ร่างกายของเขาตอนนี้เบาขึ้นมากรู้สึกคล่องตัวขึ้น ตอนที่เขาหมดสติไปเขาไม่คิดว่าจะรอดได้ เพราะการดีงกาฝากออกไปนั้นแทบจะดึงพลังชีวิตทั้งหมดที่เขามี
“ถือเสียว่าเป็นการแลกเปลี่ยน ท่านกินยานี่ก่อน” อันดายื่นยาให้เเขา แต่หยางเจียจุ้นไม่ยอมรับ
“เจ้าต่อรองเจ้ากินเองเถอะ” หยางเจียจุ้นอยากให้สิ่งดีๆ กับว่าคนรักที่เพิ่งช่วยชีวิตเขาไว้
"ยานี่มันทำสำหรับท่านข้ากินไม่ได้ หากกินเข้าไปร่างข้าอาจจะระเบิดเพราะยานี้มีไว้ฟื้นฟูผู้ที่มีร่างกายแข็งแกร่ง ท่านแข็งแกร่งแค่ไหน บอกเลยว่าไม่เคยมีกาฝากที่ตัวใหญ่ขนาดนั้น คนที่ถูกกาฝากกินส่วนมากคือตายก่อนที่มันจะเติบโตขนาดนั้น
แต่ดูท่านสิ ยังแข็งแรงและยังสามารถเป็นแม่ทัพได้แถมยังโดดขึ้นไปรับตัวข้าไม่ให้โหม่งโลกลงมาได้"อันดาปลอบ แต่คำพูดของนางทำให้เขายิ้ม โหม่งโลกนั้นเห็นภาพจริงๆ
“ได้ข้าจะกิน แต่ว่านะข้าสันนิษฐานว่าที่ข้ารอดมาได้เพราะกาฝากเองก็คงดูดซึมพิษที่อยู่ในร่างข้าเหมือนกันมันจึงอ่อนกำลังลง และเรียนรู้ที่จะอยู่กับข้า แต่ช่วงก่อนหน้านี้สมองของข้ามักจะมีเสียงพูดให้ลังเลเสมอ” กาฝากมีผลต่อการตัดสินใจและลักษณะนิสัยบางอย่างของเขามาก
“ถ้าอย่างนั้นกาฝากนั่นก็คงโดนพิษ โอ้โห รู้งี้ข้าขอของเพิ่มดีกว่า ลืมนึกไปเลย” เพราะนั่นจะยิ่งทำให้เข้ายาได้ฤทธิ์ที่แรงขึ้นด้วย อันดาเสียดายสุดๆ
“ฮ่าฮ่าฮ่า เจ้านี่ขี้งกจริงๆ ไม่เป็นไรหรอกนะ เอาไว้วันหลังค่อยไปขอเพิ่มท่านเซียนน่ะดูใจดีออก” หยางเจียจุ้นขำที่อันดารู้สึกว่าเสียท่าให้เฒ่าไผ่เขียวไปแล้ว ต่อรองยังไงให้เหมือนคู่ต่อรองคิดว่าตัวเองได้เปรียบที่ไหนได้ ชั้นเชิงยังห่างชั้นกับอาจารย์นักอันดาเอ๋ย
“ท่านกินยานี่ก่อน ข้ามีของอีกอย่างจะให้ท่านด้วย” อันดาคะยั้นคะยอ ตอนนี้หยางเจียจุ้นยอมเพราะเธอบอกว่าถ้าเธอกินร่างเธออาจจะระเบิดไป
“ได้” หยางเจียจุ้นยอมกลืนยาลงไปแต่โดยดี
เมื่อยาซึมเข้าร่างแล้วเขารู้สึกว่ามีพลังวิ่งทั่วร่างแล้วรู้สึกเหมือนร่างกายจะระเบิดขึ้น แต่ที่ระเบิดกลับเป็นขุมพลังของเขา ขั้นแรกพลังเริ่มรักษาและซ่อมแซมตนเอง ระเบิดครั้งที่สองร่างกายเหมือนจะใหญ่ขึ้น แต่ละครั้งที่ระเบิดพลังออกมาเขารู้สึกว่าร่างกายของเขาใหญ่ขึ้นจนคับมิติไปแล้ว
ตอนนี้อันดาเขียนวงเวทย์พาพวกเขาออกมานั่งริมลำธารเนินเข้าในมิติแทนที่จะเป็นห้องนอนเพราะดูว่ามันแคบเกินไป หยางเจียจุ้นยังคงเดินพลังไปเรื่อยๆ เพราะดูเหมือนขุมพลังยังเปิดไม่หมด ตอนนี้เขาแทบไม่รู้อะไรในร่างกายเพราะดูเหมือนมันจะถูกระเบิดออกไปครั้งแล้วครั้งเล่า
แต่ตัวเขากลับมีความอบอุ่นสบายและความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยกลับมาเต็มเปี่ยม ความลังเลสงสัยถูกขจัดหายออกไปหมด เศษซากของกาฝากที่หลงอยู่ภายในตัวเขาถูกขจัดออกหมดสิ้น จิตวิญญาณได้รับการชำระล้างอย่างสมบูรณ์ ตอนนี้ร่างกายของเขานั้นแตะถึงขีดจำกัดของพลังที่จะระเบิดได้แล้ว
พลังจึงค่อยๆ ลดลงมา จนกลับเข้าสู่ภาวะปกติเมื่อเขาลืมตาตื่นขึ้นมาก็เห็นอันดาที่นั่งสมาธิซับพลังที่ระเบิดออกมาอยู่ข้างๆ ปราณที่เข้มข้นของมิติ รวมทั้งที่ระเบิดออกมาจากตัวเขาก็ช่วยชำระล้างจิตวิญญาณให้เธอด้วย เธอจึงถือโอกาสนี้เข้าฌานและซับเอาพลังบริสุทธิ์เพื่อชำระล้างตัวเอง