โคลนไม่แปลกใจที่เห็นว่าทุกคนเข้าใจผิดคิดว่าเขาเลิกเล่น หรือลบรายชื่อเพื่อนของทุกคนไป หากเป็ตัวเขาเองก็คงจะคิดเช่นเดียวกัน ใครจะไปรู้ว่าในดันเจี้ยนแห่งนี้จะมีเขตพื้นที่พิเศษด้านใน ที่สามารถตัดขาดการเชื่อมต่อจากโลกภายนอกได้อย่างสิ้นเชิงอยู่ด้วย
โดยปกติแล้ว ผู้เล่นที่อยู่ในดันเจี้ยนจะไม่สามารถใช้งานช่องสื่อสารของระบบได้ก็จริง แต่สถานะของผู้เล่นก็ยังคงเป็ออนไลน์อยู่
แต่หากเป็กรณีของผู้เล่นที่อยู่ในเขตพื้นที่พิเศษ การติดต่อสื่อสารทั้งหมดจะถูกตัดขาดจากผู้อื่นโดยสิ้นเชิง รวมไปถึงค่าสถานะก็จะถูกเปลี่ยนเป็ออฟไลน์ด้วย นี่จึงอาจทำให้ผู้เล่นอื่นเข้าใจผิดได้ในบางครั้ง
โคลนรีบส่งข้อความไปเล่าเื่ราวคร่าว ๆ เพราะไม่อยากให้ทุกคนเข้าใจผิด เมื่อรับรู้ได้ถึงความเป็ห่วงของทุกคน โคลนจึงเกิดความรู้สึกดี ๆ ต่อพวกเขา โดยเฉพาะหมวยที่ดูเหมือนว่าเธอจะเป็ห่วงชายหนุ่มมากจริง ๆ
โคลนแอบเสียดายนิด ๆ ที่รู้ว่าปาร์ตี้ของเขาล่มสลายลงแล้วเนื่องจากทุกคนแยกย้ายกันไปทำหน้าของตัวเอง แน่นอนเขารู้ว่าส่วนหนึ่งเป็เพราะตัวเขานั้นออฟไลน์(ติดอยู่ในถ้ำ)นานเกินไป โคลนยอมรับว่าใน่แรก ๆ ที่ร่วมเดินทางมาด้วยกัน เขาคิดกับทุกคนเพียงแค่เพื่อนร่วมทางชั่วคราวเท่านั้น แต่พอเวลาผ่านไปทุกคนได้ฝ่าฟันอุปสรรคหลายอย่างมาด้วยกัน มันทำให้มุมมองที่เขามีเริ่มเปลี่ยนไป และตอนนี้ยิ่งมารู้ว่าทุกคนเป็ห่วงเขาแค่ไหนยิ่งนึกเสียดาย แต่อย่างไรก็ตาม งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา ทุกคนเพียงแค่แยกกันเดินทาง ไม่ได้หมายความว่ายุติความสัมพันธ์กันเสียเมื่อไหร่ ไม่แน่ว่าพวกเขาอาจจะได้เจอกันในเร็ว ๆ นี้ก็ได้
เมื่อโคลนอธิบายเื่ที่เกิดขึ้นและยืนยันความรู้สึกให้พวกเขาได้สบายใจ ก็พบว่าตอนนี้เป็เวลาประมาณตีห้าแล้ว ท้องฟ้าเริ่มจรัสแสง หมู่มวลวิหคขับขานบรรเลงเพลง สุดปลายขอบฟ้าปรากฏกำแพงสีขาวที่อาบย้อมไปด้วยแสงสีทอง มันคือเมืองเรนเดียร์ที่ยิ่งใหญ่! โคลนตัดสินเดินทางกลับเมืองทันที
หลังจากที่โคลนเดินทางเข้าเมืองเรียบร้อย เป้าหมายแรกของเขาคือการส่งมอบเืของาาแมงมุม เพื่อจบภารกิจและรับทักษะตรวจสอบที่เขา้ามานาน
“ฮี่ ๆ ในที่สุดเ้าก็มาเสียที...” ชายรูปร่างสูงที่อยู่ในชุดคลุมยาวสีดำ เอ่ยเสียงแหลมลอดผ่านหน้ากากใบหน้าคล้ายหนูออกมา
โคลนรู้สึกไม่ค่อยชอบสถานที่แห่งนี้ั้แ่ครั้งที่มากับพวกจอนนี่แล้ว โดยเฉพาะเมื่อเขามองไปที่หน้ากากหนูที่น่าเกลียดและมีแววตาเ้าเล่ห์ ทำให้ให้เขารู้สึกไม่ค่อยไว้วางใจชายคนนี้เท่าไหร่
“ฉันเกิดปัญหานิดหน่อย เลยมาช้า” โคลนกล่าวเสียงเรียบ “นั่นเป็ปัญหาหรือเปล่า”
ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นั้แ่เมื่อไหร่ แต่โคลนเริ่มซึมซับบรรยากาศของเกมเข้าไปทีละนิดโดยไม่รู้ตัว สังเกตได้จากเวลาที่เขาพูดคุยกับ NPC มักจะใช้น้ำเสียงและท่าทางเหมือนที่พวก NPC ใช้กัน
“ฮี่ ๆ แน่นอนว่าไม่มีปัญหา ตราบใดที่เ้าเอาเืของาาแมงมุมมาให้ข้าได้”
“งั้นก็ไม่มีปัญหา ฉันนำมันมาเยอะทีเดียว” โคลนกล่าวเสร็จก็นำหลอดแก้วที่มีของเหลวสีฟ้าอยู่ข้างในจำนวนมากมาวางไว้
“ไม่เลว ๆ” หมอเถื่อนเอสก้าพยักหน้าหงึก ๆ พลางหยิบหนังสือบางอย่างออกมา “นี่รางวัลของเ้า รับไป”
โคลนรับหนังสือปกหนังสีน้ำตาลที่มีตัวอักษรระบุไว้ว่า ทักษะตรวจสอบ Lv.10 มา
“เลเวล 10 นี่ถือว่าเยอะไหม” โคลนตัดสินใจถามออกไป
หมอเถื่อนกำลังขบขันกับคำถามของคนตรงหน้า “ฮี่ ๆ หากเป็ทักษะอื่น ๆ ก็คงถือว่าเ้านั้นมาได้เพียงแค่ครึ่งทาง แต่กับทักษะตรวจสอบ สิบนั้นคือระดับสูงสุดแล้ว”
เมื่อได้ยินดังนั้นโคลนจึงคลี่ยิ้มออกมาในที่สุด คนเห่อของใหม่้าเรียนรู้ทักษะทันที พริบตาที่หนังสือถูกโยนเข้าไปในหน้าต่างทักษะมันก็เปลี่ยนรูปร่างกลายเป็ตัวอักษรสีทองที่บ่งบอกว่าเป็ขั้นสุดท้ายของทักษะทันที
“Most Lv. 1/20
ตรวจสอบ Lv. 10/10” ชายหนุ่มอ่านออกเสียงเบา ๆ
โคลนหยิบไข่มุกในช่องเก็บของออกมาหนึ่งเม็ด และเรียกใช้ทักษะตรวจสอบ
“ไอเทม ไข่มุกโลหะ เกิดจากหอยหินที่กินโลหะบางชนิดเข้าไปและเลือกดูดซึมเฉพาะสารอาหารที่้าจากนั้นจึงคายโลหะที่เหลือออกมาเก็บไว้ในเปลือก
ความสามารถ ใช้ขจัดพิษได้เกือบทุกชนิด โดยการดึงดูดพิษเข้ามาเก็บไว้ในไข่มุกราวกับแม่เหล็ก” โคลนอ่านออกเสียงในใจ
‘เยี่ยม! เป็ทักษะที่ดีนี่’ คิดได้ดังนั้นโคลนก็ลองมองไปที่ NPC และเรียกใช้ทักษะตรวจสอบดู
“ตรวจสอบ!”
“เอสก้า ฉายา หมอเถื่อน อาชีพ ??? เลเวล ??? คำอธิบาย ???”
โคลนงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น เห็นได้ชัดว่าการเรียกใช้ทักษะนั้นสำเร็จลุล่วง แต่ข้อมูลที่ปรากฏบนหัวของ NPC ตนนี้มีเพียงแค่ชื่อและฉายาเท่านั้น
“อะแฮ่ม!” หมอเถื่อนกระแอมเบา ๆ เมื่อสังเกตเห็นว่าตนเองถูกตรวจสอบอยู่ “แน่นอนว่าข้าต้องมีวิธีปกปิดตัวตนจากทักษะตรวจสอบอยู่แล้ว ใช่ไหม...โคลน ผู้ปลดปล่อย ฮี่ ๆ”
‘เ้านี่มันตรวจสอบฉันกลับงั้นเหรอ’
‘ชิ! รู้สึกเหมือนถูกจ้องมองขณะแก้ผ้าอยู่เลยแฮะ ฉันรู้สึกหงุดหงิดใจอย่างบอกไม่ถูก เป็ไปได้ฉันควรจะหาวิธีปกปิดทักษะตรวจสอบนี้บ้าง’
“ทำยังไงฉันถึงจะปกปิดตัวตนจากทักษะตรวจสอบได้บ้าง” โคลนถาม
“ถ้าข้าบอกแล้วเ้าจะให้อะไรเป็การตอบแทนล่ะ” หมอเถื่อนฉีกยิ้มออกมา ท่าทางของเขาราวกับกำลังมองดูหนูที่ติดกับดัก
“ท่านหมอเถื่อน บอกสิ่งที่้ามาเถอะ อย่าพูดอ้อมค้อมอยู่เลย” โคลนเปลี่ยนวิธีพูดคุยกับชายในหน้ากากหนูทันที เมื่อรู้ว่าคนคนนี้กำลังได้เปรียบเขาในการต่อรองครั้งนี้
“ฮี่ ๆ ไข่มุกโลหะนั่นเ้ามีอยู่เท่าไหร่? จงขายมันให้ข้า แล้วเ้าจะได้ข้อมูลที่้า”
โคลนได้ยินดังนั้นก็ฉีกยิ้มทันที อย่างไรเสียเขาก็้าขายไข่มุกพวกนี้อยู่แล้ว
“นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่าท่านให้ราคาเท่าไหร่” โคลนพูดเสร็จก็ยิ้มที่มุมปาก ั์ตาสีน้ำตาลของเขาจ้องมองไปที่ดวงตาภายใต้หน้ากาก อย่างไม่ยอมแพ้ ราวกับทั้งคู่กำลังเล่นแข่งจ้องตากัน บุคคลใดที่เป็ฝ่ายละสายตาก่อนคนนั้นจะกลายเป็ผู้แพ้
“ฮี่ ๆ เม็ดละ 30 โกลด์ ถ้าเ้าขายให้ข้า 10 เม็ด ข้าจะให้เ้า 400 โกลด์ เ้าคิด...” ยังไม่ทันที่หมอเถื่อนจะพูดได้จบคำ โคลนก็พูดแทรกขึ้นมาทันที
“600 โกลด์ สำหรับ 10 เม็ด ถ้าท่านพูดคำอื่นนอกจากคำว่า ตกลง ให้ถือว่าการค้าครั้งนี้ล้มเหลวก็แล้วกัน”
“เ้า!!...” หมอเถื่อนเหมือน้าพูดบางอย่างแต่จำต้องกลืนมันลงไป
“ฮ่า ๆ ๆ ตกลง! โคลนผู้ปลดปล่อยหรือ ข้าจะจำชื่อเ้าไว้”
โคลนเป่าปากโล่งใจถึงแม้ NPC คนนี้ดูภายนอกจะเป็บุคคลที่ลึกลับและเหลี่ยมจัด แต่ถ้าหากเป็เื่เจรจาการค้า เขามั่นใจว่าเหลี่ยมของเขานั้นมากกว่าใคร
ใน่ที่โคลนหยิบไข่มุกออกมา ชายหนุ่มก็จับสังเกตได้แล้วว่าหมอเถื่อนคนนี้สนใจไข่มุกในมือ โคลน้าพิสูจน์เื่นี้จึงออกอุบายแกล้งเซ่อ เขาถามคำถามบางอย่างออกไป หากได้คำตอบก็ถือว่ากำไร แต่หากหมอเถื่อนคนนี้้าไข่มุกจริง ๆ เขาจะเสนอข้อต่อรองบางอย่างออกมา
และก็เป็ดั่งที่โคลนคิด หมอเถื่อนเสนอข้อต่อรองบางอย่างออกมา แถมยังคิดว่าตนเองกำลังเป็ฝ่ายได้เปรียบ โคลนเห็นดังนั้นจึงแกล้งทำทีเป็อ่อนน้อมเพื่อให้อีกฝ่ายตายใจ คิดว่าการเจรจาครั้งนี้หมอเถื่อนเป็ฝ่ายชนะเรียบร้อยแล้ว
สำหรับเขาที่ไม่รู้ราคาของไข่มุกเม็ดนี้ แต่กำลังแสร้งว่ารู้ ชายหนุ่มเพียง้าราคาแรกเท่านั้น เขาไม่สนว่าข้อต่อรองจะเป็อะไร หากหมอเถื่อนเสนอราคาแรกมาเท่าไหร่ เขาก็จะขายในราคาสองเท่าของราคาที่หมอเถื่อนเสนอเท่านั้น แถมเขายังปิดทางหนีเอาไว้อีกชั้นหนึ่งโดยการใช้เทคนิคยื่นคำขาด หากหมอเถื่อนไม่ยอมตกลง เขาก็พร้อมที่จะยกเลิกการซื้อขายได้ทันที
คล้ายกับเทคนิคที่เขาใช้กับ NPC ขายชุดเกราะที่บอกว่า หากพวกเขาไม่ตกลงในข้อเสนอของโคลน ชายหนุ่มก็พร้อมจะเดินจากไปและทำข้อตกลงกับร้านอื่นทันที
การใช้เทคนิคนี้ดูเหมือนจะง่าย แต่แท้จริงแล้วไม่ง่ายเลย ผู้ใช้จะต้องประเมินราคาที่แท้จริงของสินค้าให้ออก ราคาของสินค้าที่แท้จริงไม่ได้ขึ้นอยู่กับมูลค่าของวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต แต่มันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง หนึ่งในสิ่งที่โคลนให้ความสำคัญที่สุดคือความ้าของผู้ซื้อหรือผู้ขาย
สิ่งที่เขาจะทำเสมอในการเจรจาซื้อขาย คือการอ่านความ้าของผู้อื่นว่า้าการซื้อขายเหล่านี้มากแค่ไหน
สิ่งที่เขาจะไม่ทำเลย คือการแสดงออกถึงความ้าของตนเอง ยกเว้นแต่นั่นจะเป็กับดักที่เขาวางไว้
และสำหรับโคลนแล้ว หมอเถื่อนถือว่าเป็คนที่แสดงความ้าออกมาอย่างโจ่งแจ้ง โคลนจึงวางแผนที่จะขายไข่มุกให้เขาเพียงแค่ 10 เม็ดเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่เขามีติดตัวอยู่ 12 เม็ด และยังไม่รวมถึงพวกที่ยังไม่ได้แกะเปลือกออกมาอีกกว่า 200 ตัว เพราะจำนวนก็ถือเป็หนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลต่อมูลค่าที่แท้จริงของสินค้า หากว่ามันมีมากเกินไปราคาก็จะตก กลับกันหากมันมีอย่างจำกัด ราคาก็จะพุ่งขึ้นสูง
โคลนส่งมอบไข่มุกทั้ง 10 เม็ดให้แก่หมอเถื่อน จากนั้นจึงเก็บเงิน 600 โกลด์ไว้ในกระเป๋า ชายหนุ่มมองไปยังหมอเถื่อนพลางถาม
“แล้ววิธีปกปิดตัวตนล่ะ”
หมอเถื่อนฉีกยิ้มพร้อมชูขึ้นมาสองนิ้ว ก่อนจะกล่าวว่า “หนึ่ง...ใช้ทักษะ” เขาจงใจลดนิ้วชี้ลงและพูดต่อ “สอง...ใช้อุปกรณ์”
โคลนไม่สนใจท่าทีของหมอเถื่อน เขาลูบคางเสร็จก็ถามต่อ “แล้วเ้าใช้วิธีไหน?”
“ฮี่ ๆ ความ...ลับ...”
‘ชิ! เ้านี่กวนโอ๊ยชะมัด’
โคลนที่เห็นว่าอยู่ต่อไปก็ไม่ได้อะไร จึงกล่าวลาและจากมาทันที เป้าหมายต่อไปของเขาคือการรับภารกิจเปลี่ยนอาชีพ หลังจากที่ต้องเจอกับเหตุการณ์ในดันเจี้ยนและติดอยู่ในนั้นเป็เวลาเกือบ 16 วัน โคลนก็ตัดสินใจได้แล้วว่าเขาจะเปลี่ยนเป็อาชีพอะไรดี