เขาเสียนเพียนในยามค่ำคืนเช่นนี้หากไม่ใช้เส้นทางที่ผนึกอาคมเปิดเขาไว้ไม่ว่าผู้ใดก็อย่าคิดฝันว่าจะสามารถปีนขึ้นไปจนถึงยอดเขาได้
แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาเพียงทำให้เส้นทางบนูเาที่มืดมิดอ่อนจากลงกลายเป็มืดสลัวเท่านั้น หากแต่ฝูเป่าคุ้นเคยกับเส้นทางบนเขาเป็อย่างดี ชายหนุ่มเดินลัดเลาะต้นไม้และก้อนหินใหญ่ไปจนถึงตีนเขาขณะกำลังจะก้าวเท้าเข้าสู่เขตอาคมซึ่งเป็เส้นทางขึ้นสู่วิหาร จู่ๆก็แว่วเสียงความเคลื่อนไหวอันผิดแผกกระทบโสตเท้าที่กำลังจะก้าวออกพลันหยุดชะงักลง
ดวงตาสีดำสนิทของชายหนุ่มกวาดมองไปโดยรอบพลางจับสังเกตหากสิ่งที่พบมีเพียงความเงียบสงัดเท่านั้น เสียงที่ได้ยินเมื่อครู่นั้นหายไปแล้ว
ชายหนุ่มเห็นว่าการจับสังเกตของตนมิอาจไล่ตามการเก็บงำของอีกฝ่ายได้ทันจึงหลับตาลงเพ่งสมาธิ ขับเคลื่อนประสาทการรับรู้อันอ่อนไหวจนกระจายไปทั่วร่างกายจากนั้นลามออกไปทุกทิศทางคล้ายกับแสงที่สาดส่องไปทั่วพื้นดินและอากาศเปิดเผยทุกสิ่งในรัศมีร้อยลี้อย่างฉับไวเพียงพริบตาเดียวก็สามารถจับเสียงลมหายใจอันเบาบางของคนผู้หนึ่งไว้ได้
ฝูเป่าเมื่อพบสิ่งที่ตนตามหาก็จดจ่อยิ่งทว่าพิรุธที่ััได้ก็ยังคงมีเพียงเสียงลมหายใจที่แ่เบายิ่งกว่าเสียงใบไม้ตกกระทบพื้นสายหนึ่งกลิ่นอายอื่นๆกลับไม่มีเล็ดลอดออกมาให้เห็นแม้แต่น้อย
การเก็บงำอันแยบยลเหล่านี้ล้วนเป็ความสามารถที่มักจะสถิตอยู่กับผู้ที่เป็ยอดฝีมือเท่านั้นั์ตาสีดำสนิทของฝูเป่าพลันวาวโรจน์ขึ้นมาในความมืดทั้งวิปริตแปรปรวนและดำมืดราวกับสัตว์ร้ายที่โเี้อำมหิตตัวหนึ่งชายหนุ่มเผยรอยยิ้มหยันออกมา จากนั้นตัดสินใจรั้งฝีเท้าหยุดรอ
ทว่าหยุดยืนอยู่เพียงครู่เดียวเท่านั้น เสียงความเคลื่อนไหวก็โฉบใกล้เข้ามาฝูเป่าเห็นดังนั้นก็ไม่กลัวว่าอีกฝ่ายจะคลาดกับตนอีกจึงหมุนตัวก้าวเท้าเข้าสู่ข่ายอาคม นำผู้ลอบติดตามขึ้นสู่ยอดเขา
เขาเสียนเพียนแม้ว่ามิได้สูงชันเฉกเช่นเดียวกับเขาหยงมัวซึ่งในทุกปีจะต้องมีผู้ที่ชะตาขาดพลัดตกเขาตาย แต่ทว่ากลับซับซ้อนกว่ามาก เขาทั้งลูกราวกับสร้างขึ้นจากเขาวงกตนับร้อยรวมกันดังนั้นเส้นทางที่ฝูเป่าเดินอยู่นี่จึงเป็หนทางเดียวที่จะสามารถเดินบนเขาได้โดยที่ไม่ถูกหุบเขากลืนกินไป
แต่ถึงแม้ว่าสภาพเส้นทางบนเขาเสียนเพียนจะมิได้รกร้างดังว่าแต่การขึ้นเขาโดยไม่ใช้วิชาตัวเบาก็ยังคงกินแรงและเวลาอย่างมาก ทว่าฝูเป่ากลับเลือกจะเดินอย่างเอื่อยเฉื่อยแทนที่จะรีบรุดขึ้นไปอีกทั้งยังค่อยๆก้าวเท้าอย่างสม่ำเสมอไม่รีบร้อน แต่ละก้าวที่ย่ำลงไปราวกับกำลังสะท้อนเป็จังหวะเดียวกับที่หัวใจที่เต้นอย่างบ้าคลั่ง
ท่ามกลางความมืดสงัด เสียงฝีเท้าจากด้านหลังที่พยายามจะเก็บงำไว้สุดความสามารถกำลังดังลั่นอยู่ในหูฝูเป่าพลันพบว่ามือของตนถูกเสียงนี้ทำเอาสั่นระริกแทบไม่อาจควบคุมได้
ความรู้สึกที่ได้ชักนำผู้อื่นไปสู่ความตายช่างงดงามราวกับความฝัน
ชายหนุ่มในยามนี้คล้ายกับสัตว์ร้ายที่จำศีลมาหลายปีจนกระทั่งลืมไปแล้วว่ารสชาติของการออกล่าวิเศษอย่างไร...
นับั้แ่วันที่ฝูเป่าตัดสินใจรั้งอยู่บนเขาเสียนเพียน ชายหนุ่มก็ผนึก ‘ฝูเป่าอีกคน’ ไว้อย่างดี ทุกการกระทำและทุกอารมณ์ล้วนแล้วแต่แสดงออกอย่างระมัดระวังเป็อย่างยิ่งเหตุผลที่ทำเช่นนั้นก็มีอยู่เพียงข้อเดียว คือไม่้าให้เอ้อร์ฉิงได้รับรู้มัน
แต่ทว่าอาวุธิญญาทุกชิ้นล้วนแล้วแต่สามารถััจิติญญาที่อยู่รอบตัวได้อย่างลึกซึ้งและฉับไวอย่างยิ่งเช่นนี้แล้วจิตใจที่บิดเบี้ยวของเขายังจะตบตานางได้หรือ?
ฝูเป่าเงยหน้ามองจันทร์ที่สุกสกาวอยู่บนม่านฟ้าพลางทอดถอนใจออกมาถ้าหากว่าเขาสามารถขโมยดวงจันทร์ที่พัดเล่มน้อยชื่นชอบนักหนาไปจากหุบเขาเสียนเพียนได้
ถึงตอนนั้น...เอ่อร์ฉิงจะยอมไปจากที่นี่กับเขาหรือไม่?
หลังจากเดินอยู่ค่อนคืนในที่สุดก็บรรลุถึงวิหารศักดิ์สิทธิ์ฝูเป่ามองวิหารเก่าแก่ตรงหน้าที่ยังคงปกคลุมไปด้วยบรรยากาศมืดมิดวังเวงเหมือนเช่นทุกวัน หากทว่าทุกครั้งพอได้นึกถึงพัดเล่มน้อยที่กำลังนอนขดตัวอยู่ในกล่องไม้ภายในวิหาร สถานที่ที่เยียบเย็นและเปลี่ยวร้างแห่งนี้ก็ดูคล้ายจะเหมือนบ้านอันอบอุ่นขึ้นมา
พอคิดถึงตรงนี้ หัวใจที่ชาด้านมาตลอดทางที่เดินขึ้นเขามาพลันร้อนรุ่มขึ้นอย่างง่ายดายความคิดอันบรรเจิดพลันวาบขึ้นมาในหัว ...นี่มิใช่โอกาสอันดีงามที่จะได้ลอบแอบมองเอ้อร์ฉิงนอนหลับอุตุอยู่ในกล่องไม้หรอกหรือ?
พอคิดได้ว่าในที่สุดโอกาสที่รอคอยก็มาถึงดวงตาที่ดำมืดลึกล้ำของชายหนุ่มพลันเปล่งประกายใสแวววาวขึ้นมาจนน่ากลัว หากทว่ายังไม่ทันได้ขยับตัวดั่งใจนึกสายลมอันเย็นเฉียบพลันพัดโชยมาต้องฝูเป่าที่ยืนนิ่งอยู่ด้านหน้าของวิหารช่วยนำพาสติที่ฟุ้งซ่านไป กลับมาได้ทันท่วงที
ฝูเป่าพอได้หลุดจากภวังค์ก็พลันนึกขึ้นได้ ตัวเขาในครั้งนี้ไม่ได้กลับมาอย่างเรียบง่ายเหมือนเช่นทุกครั้งชายหนุ่มละสายตาจากวิหารตรงหน้า จากนั้นค่อยปลายตามองไปทางที่มีเสียงลมหายใจดังแว่วมาภายใต้เงาของร่มไม้ใหญ่ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตัววิหารนัก มีคนผู้หนึ่งหยุดยืนอยู่
ฝูเป่าคล้ายสังเกตว่าเสียงลมหายใจของคนผู้นี้ต่างไปจากเดิมเล็กน้อยแม้จะยังคงแ่เบาหากทว่าไม่ได้นิ่งสงบราวกับผืนน้ำที่ไร้รอยกระเพื่อมดังที่เขาได้ยินในตอนแรกแต่กลับแฝงไปด้วยความตื่นเต้นลนลาน อีกทั้งกลิ่นอายที่เมื่อครู่ยังเก็บงำไว้อย่างมิดชิดเวลานี้กลับคล้ายจะััได้ถึงกลิ่นต้นสนเขียวและทะเลหมอก...
กึก
ความรู้สึกอันคุ้นเคยที่จู่ๆพลันวาบขึ้นมาในห้วงความคิดทำให้ฝูเป่ารู้สึกเหมือนถูกของแข็งทุบเข้าที่หัวอย่างแรง ชายหนุ่มยืนนิ่งครุ่นคิดอยู่ครู่นึงก่อนที่เงาร่างจะพุ่งวาบเข้าไปใต้เงาร่มไม้จากนั้นยกมือขึ้นแหวกพุ่มไม้ที่ขวางหน้าอยู่ออกอย่างแรง!
ระหว่างทางที่ขึ้นเขามาฝูเป่าพยายามคิดใคร่ครวญอยู่หลายตลบว่าผู้ที่ลอบติดตามเขาขึ้นมาเป็ใครแต่ทว่าในบรรดาผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนที่คาดเดาออกมา สุดท้ายแล้วล้วนไม่มีชื่อคนผู้นี้อยู่เลย!
ด้วยนึกไม่ถึงว่าจู่ๆฝูเป่าจะพุ่งเข้าหาตนผู้ที่แอบอยู่ในเงามืดถึงกับตระหนกจนสะดุ้งโหยง จะพุ่งตัวหลบก็ไม่ทันกาลแล้วได้แต่ทำแข้งขาพันกันจนล้มพับลงไปกองกับพื้น
“เฮ้ยย! โอยยย ใหมดเลย!”
ฝูเป่ามองคนที่ใจนร้องเสียงหลงด้วยสายตาที่ไม่อาจอธิบายเป็คำพูดได้ชั่วขณะนึงถึงกับลืมไปแล้วว่าตนทำอะไรอยู่...
“เอ๊ะ?” เสียงนี้ฝูเป่าหลุดร้องออกมา
“หือ?” เสียงนี้คือคนที่นั่งอยู่บนพื้นร้องออกมา
ฝูเป่ามองประเมินคนที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนพื้นด้วยสภาพมึนงงราวกับได้ทำสติปัญญาหล่นหายไปตัวเขาในตอนนี้ไม่เข้าใจเื่ราวแม้แต่น้อย ไม่ทราบว่าจู่ๆกลายเป็คนผู้นี้ได้อย่างไรใช่ฝันอยู่หรือไม่?