บิ๊กไม่ทันได้ถามอะไร ได้ยินเสียงฝีเท้าเคลื่อนเข้าใกล้ อาจเพราะยามค่ำคืนเงียบสงบเสียงเบาเพียงใดยังได้ยิน
สวบ สวบ
แอ๊ด!
ชายชราเคราขาวสวมชุดเก่าโทรม เค้าหน้าเมตตาการุญเดินเข้ามาในห้อง มือถือชามบิ่น ควันขาวลอยเอื่อย
“น้ำแกงกินซะสิ”
ลักษณะเหมือนซุป สีใส เนื้อปลาขาวผลุบโผล่ กลิ่นหอมอ่อนจาง
ชามบิ่นวางลงตรงหน้า เด็กชายกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ถึงดูไม่น่าไว้วางใจเท่าไร แต่หากคิดร้ายต่อเขาย่อมมีโอกาสมากมาย ไม่จำเป็ต้องรอถึงยามนี้ เด็กชายยื่นมือน้อย ๆ คว้าตะเกียบไม้ที่ชายชรายื่นให้ เนื้อปลาขาวดูอ่อนนุ่ม กลิ่นคาวปลาจาง ๆ ผสานกับกลิ่นเครื่องเทศชวนให้น้ำลายไหล
น่าอร่อย ไม่เลวสำหรับอาหารมื้อแรกในโลกอดีต
เนื้อปลาชิ้นเล็กจ่ออยู่ริมฝีปาก ก่อนวางคืนลงชาม เด็กชายคล้ายนึกอะไรบางอย่างได้
“แล้วของเธอล่ะครับ” ยามพูดคำนี้ตะเกียบถูกกำแน่นโดยไม่รู้ตัว
หากใช้นี่เป็อาวุธ ปักเข้าที่คอหรือแทงลูกตาจะได้หรือเปล่านะ… ความคิดฟุ้งซ่านวูบขึ้นแล้วดับลง มือน้อยคลายตะเกียบออกจากมือ ยื่นคืนให้ชายชรา
“ของเธอล่ะครับ” เด็กชายถามซ้ำอีกครั้ง
ชายชรายกยิ้มมุมปาก บรรยากาศสบาย ๆ ก่อนหน้าพลันจางหาย พร้อมกับกลิ่นหนึ่งค่อย ๆ เด่นชัดราวกับอยู่มาั้แ่ต้น กลิ่นซึ่งผุดขึ้นจากผืนทราย แทรกตัวอยู่ทุกอณูของสายลม
ทั้งที่รอบตัวเต็มไปด้วยกลิ่นคาวปลาเหม็นคลุ้ง ทว่าจมูกของเขากลับได้กลิ่นหอมของซุป
นี่ไม่เพียงแปลก แต่ยังประหลาดอีกด้วย ยิ่งตอนที่เนื้อปลาขาวเนียนกำลังจะเข้าปาก จมูกกลับสูดได้อีกกลิ่น กลิ่นอ่อนจางทว่าหนาหนักซอกซอนเข้ามาตามร่องไม้ พัดพามาตามสายลม บางสิ่งซึ่งกลิ่นคาวปลาเหม็นคลุ้งไม่อาจปิดซ่อนไว้ได้
กลิ่นซากศพเหม็นเน่า!
เด็กต่างอำเภอล้วนเคยชินกับกลิ่นนี้
บิ๊กอาศัยอยู่กับปู่ย่าั้แ่เล็ก ในตำบลหนึ่งของจังหวัดภาคกลาง ครอบครัวเลี้ยงชีพด้วยการขายพวงมาลัยกับเพาะชำกล้าไม้ บ้านปลูกอยู่ติดถนนใหญ่ มองเห็นรถบรรทุกอ้อย รถกระบะบรรทุกสินค้าผ่านขึ้นล่องเป็ประจำ
‘ถนนใหญ่คร่าชีวิต’
เด็กทุกคนในละแวกนี้รู้อันตรายของถนนเป็อย่างดี เวลาชวนกันเที่ยวเล่น ทุกคนจะตรงเข้าไปในดงไม้ ลานวัด หรือสวนผลไม้หลังบ้าน ไม่มีใคร้าอยู่ใกล้ถนนลาดยางเส้นนั้น เขาเองเฉพาะขากลับบ้านเท่านั้นที่จะเดินเลียบถนนใหญ่ บ่อยครั้งพบกับซากหมาเน่าริมถนน เนื้อตัวบวมเป่งจนแทบปริ บางตัวเหี่ยวแฟบเต็มไปด้วยหนอนแมลงวันตัวขาวอวบอ้วน
กลิ่นเ่าั้ยังติดจมูกมาจนถึงวันนี้ และกลิ่นที่เพิ่งสูดได้ก็คือกลิ่นเดียวกัน!
ถ้าเกิดมีใครข้ามมิติมาแบบนี้ ในใจคงทั้งตื่นเต้นและคาดหวัง
ตื่นเต้นที่ได้เห็นโลกใหม่
คาดหวังถึงเื่ราวงดงามดั่งฝัน... เวทมนตร์ อาวุธวิเศษ เ้าหญิงผู้ทรงสิริโฉม นางฟ้าตัวน้อยกระพือปีก
ภาพจำจากมังงะ อนิเมะ นิทานและการ์ตูน ผสานกับการทำงานของสมองซีกขวาส่วนจินตนาการ ออกมาเป็ฉากปราสาทบนยอดผา ัคำรามลักพาเ้าหญิง พระาาประกาศหาผู้กล้า ภารกิจตามหาดาบวิเศษและพิชิตั
บิ๊กในวัยเด็กเฝ้าฝันถึงเื่เหล่านี้นับครั้งไม่ถ้วน ครั้งมาสู่โลกใบนี้จึงอดคาดหวังไม่ได้ โชคดีคำพูดของเด็กหญิงปลุกความระแวดระวังให้กลับมาทำงาน ความรู้สึกเหมือนแรกเข้ากรุงเทพ ลงรถประจำทางที่สถานีหมอชิต ขายังไม่ทันก้าวลงจากรถ ด้านนอกคับคั่งด้วยคนขับรถรับจ้าง แก่งแย่งแข่งขัน ะโโหวกเหวก เรียกน้องเรียกพี่ราวกับญาติสนิท
“น้องจะไปไหน มา มา เดี๋ยวพี่ไปส่ง”
“คุณพี่ให้ผมช่วยถือของไหมครับ”
“คุณป้าเชิญทางนี้ เดี๋ยวผมพาไปต่อรถ”
ลูกไม้ของพวกทำนาบนหลังคน หน้าตายิ้มแย้ม วาจาเป็กันเอง หากใครหลงนั่งรถของพวกมันคงไม่พ้นถูกโขกสับด้วยราคาแพงมหาโหด ไม่เข้าใจจริงทำไมเ้าหน้าที่จึงปล่อยคนพวกนี้เข้ามาหากินถึงชานชลาได้
น้ำแกงชามนี้อาจไม่มีปัญหา แต่รับประทานลงไปอาจมีปัญหา
“เด็กคนนั้นไม่ค่อยสบาย คงกินอะไรไม่ลงหรอก” คำตอบเรียบง่ายออกจากปากของชายชรา มุมปากยกยิ้ม น้ำเสียงอบอุ่นอ่อนโยน
“คนป่วยควรกินอะไรบ้างไม่ใช่เหรอครับ”
เขาพยายามค้นหาความหมายในดวงตาของชายสูงอายุตรงหน้า สุดท้ายเห็นเพียงความกร้านกรำของกาลเวลา
“อืม... แล้วไปไงมาไงเด็กน้อยจากถังถึงมายังหมู่บ้านของข้าได้ล่ะ” คำถามมาเยือนโดยไม่ทันตั้งตัว
ถัง?
คำถามมาอย่างฉุกละหุก ไม่ต้องห่วง ประสบการณ์ของพนักงานขายทุกคนล้วนเคยเจอกับคำถามลักษณะนี้ คำถามซึ่งไม่ได้้าคำตอบที่แท้จริง ทว่าจำเป็ต้องตอบ
“เรือสินค้าล่มครับ ตื่นขึ้นมาอีกทีข้าก็อยู่บนหาดทราย เสื้อผ้าฉีกขาดไม่มีชิ้นดี”
นี่คือคำตอบที่เตรียมไว้ เวลาเดินเท้าอันยาวนานใช่สูญเปล่า
“ท่านผู้เฒ่าทราบได้อย่างไรว่าข้ามาจากถัง”
เทคนิคเบื้องต้นเพื่อให้ทราบความคิดของลูกค้าคือ การถามคำถาม ไม่ว่าลูกค้าถามอะไรมา ต้องหาจังหวะถามกลับไปให้ได้
“อืม น่าเห็นใจ พ่อแม่อยู่บนเรือนั่นด้วยหรือ”
ชายชราเลี่ยงไม่ตอบ ดันถามกลับเสียนี่
“โชคดี ข้าเดินทางมากับพี่ชาย พอเรือแตก พวกเรากอดท่อนไม้ท่อนเดียวกัน ไม่รู้ทำไมพอข้าตื่นขึ้นกลับไม่พบเขา ว่าแต่ท่านเจอพี่ชายข้าบ้างหรือเปล่าครับ”
“ถ้าอย่างนั้นพักผ่อนให้สบายเถอะ พรุ่งนี้เช้าค่อยคุยกัน ถึงเวลานั้นอาจมีใครมาตามหาเ้าก็ได้”
ชายชราลุกเดินออกไปทันที ก่อนที่ประตูจะปิดลง เด็กชายทะลึ่งตัวไปทางประตู หวังเก็บข้อมูล ด้านนอกมีผู้คนนั่งล้อมรอบกองไฟ ร้องรำทำเพลง เด็กเล็กวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน หม้อเหล็กใบใหญ่แขวนอยู่บนคานไม้ ควันขาวพวยพุ่ง ดูท่าซุปปลาคงมาจากหม้อนั้น
เอ๊ะ! หรืออยู่กับกลิ่นปลาเหม็นคลุ้งนานไป จมูกเลยเพี้ยน หวังว่าชายชราคงไม่โกรธที่ตูไม่รับน้ำใจ
ประตูปิดคล้อยหลังชายชรา พร้อมกับเสียงโซ่ดังแกรกกราก ปิดล็อกจากภายนอกไม่ต้องมีคนเฝ้า เด็กสองคนไม่เป็ภัยคุกคามอะไร
“นี่เธอ น้ำแกงปลาท่าทางน่าอร่อย ทำไมไม่กินล่ะ”
เสียงอ่อนใสดังจากมุมมืด เงาร่างของเด็กหญิงค่อยแจ่มชัด
บิ๊กไม่รู้คิดไปเองหรือไม่ น้ำเสียงของเธอไม่แข็งกระด้างเหมือนเก่า แววตาเองก็เหมือนจะเปลี่ยนไป แต่เปลี่ยนไปอย่างไรนั้นเขาี้เีนำมาใส่ใจ
“ไม่คิดว่าเ้าจะมีน้ำใจเพียงนี้”
“ไหนว่าเป็หมู่บ้านโจร ทำไมชายคนนั้นถึงได้ใจดีนักล่ะ” เขาไม่อยากต่อปากต่อคำ
“ใครจะรู้ เ้าคงไม่รอจนเช้าอย่างที่ตาแก่นั้นพูดกระมัง ดีแล้วที่เ้าไม่ได้กินน้ำแกงนี่ ไม่แน่อาจใส่ยาสลบก็ได้” เด็กหญิงยิ้มเยาะ
“เธอระแวงเกินไปหรือเปล่า คิดมากอะไรแบบนี้”
“เ้านั่นแหละคิดน้อยไป”
แววคุกรุ่นอยู่ในดวงตาของทั้งสอง หลังจากเงียบอยู่ครู่หนึ่ง เด็กหญิงค่อยเริ่มการสนทนา
“เรียก เธอ เธอ อยู่นั่นแหละ ข้าเองก็มีชื่อนะ แต่ก่อนอื่นบอกชื่อเสียงเรียงนามของเ้ามาก่อน”
“เออ...”
เวร! คิดนู่นนี่เยอะแยะดันลืมเื่ชื่อไปเสียฉิบ ใช้ชื่อจริงคงประหลาดพิกล จะบอกว่ามาจากสยาม ไม่ใช่ สมัยนี้เรียกว่า ‘เสียมหลอ’ หรือเปล่านะ อ๊ะ! ดันรับแล้วว่าเป็คนถัง ‘ถัง’ นี่ใช่ราชวงศถังของจีนหรือเปล่า ถังก็ถัง ดีกว่าบอกเป็คนที่นี่ ภาษาก็ไม่คล่อง สำเนียงก็ไม่ได้ แถมชื่อเมืองอีก นอกจากนาราแล้ว ยังมีแคว้นไคของทาเคดะ ชินเก็น*หรือเปล่านะ
ความกังวลผุดขึ้นในใจ เช่นเดียวกับชื่อมากมายผุดขึ้นมาด้วย ไม่ว่าจะเป็ จางเสี่ยวฝาน** หนิงเชวีย ก๋วยเจ๋ง เอี้ยก้วย โค่วจง
หลังเงียบอยู่ครู่หนึ่ง
“ข้าชื่อหลี่ต้าหมิน”
เท่ไหมล่ะ แปลงมาจากหลี่ซื่อหมิน จักรพรรดิถังไท่จงผู้ยิ่งใหญ่ แถมมีคำว่า ‘ต้า’ ที่แปลว่าใหญ่จาก ‘บิ๊ก’ ใส่ไปด้วย
“ชื่อพิลึก ข้าชื่อโนะฮิเมะ**”
“พรืด!”
เด็กชายเกือบสำลักน้ำลาย
“หึ หึ เห็นว่าตัวเป็เ้าหญิงหรือไง”
เด็กหญิงทำหน้าบูดบึ้ง เพียงพริบตาเธอก็เปลี่ยนเป็โหมดจริงจัง
“ข้ามียาพิษอยู่ ขอเพียงเอาไปใส่ในหม้อเหล็กนั่น...” เธอหยุดครู่หนึ่ง “เท่านี้ก็หมดปัญหา จากนั้นพวกเราจะได้หนีอย่างปลอดภัย” เด็กหญิงแบมือ ให้เห็นขวดแก้วใสบนฝ่ามือ ยาน้ำสีแดงสะท้อนแสงเทียนราวกับประกายโลหิต
เฮ้ย แม่คุณจะโหดไปไหน
บิ๊กได้แต่คิดในใจไม่กล้าพูดให้เธอได้ยิน กลัวเธอไม่พอใจจะเอายามาใส่ปากเขาแทน
“ละ ละ แล้วจะออกไปได้อย่างไร ประตูใส่กุญแจอยู่”
“หน้าโง่”
อะไรวะ ก่อนนี้ด่าว่าขี้แย ตอนนี้กลายเป็หน้าโง่แล้ว
“ตรงมุมด้านนั้นมีแผ่นไม้ผุอยู่ เรือนโกโรโกโสนี้หาดีไม่ได้ รอดึกกว่านี้ค่อยมุดออกไป”
“เธอเป็เด็กผู้หญิงจะให้ออกไปเสี่ยงได้อย่างไร เดี๋ยวฉันไปเอง” เขายกนิ้วโป้งจิ้มไปที่อกแห้ง ๆ ของตัว
“เชอะ”
เด็กหญิงยัดขวดใสใส่มือแล้วเดินกลับมุมมืดของตน
วิกาลคล้อยดึก
เสียงพูดคุยด้านนอกเงียบหายนานแล้ว เปลวไฟภายในห้องอ่อนจางถึงขีดสุด เด็กชายยืนนิ่งเงี่ยหูฟัง เมื่อแน่ใจว่าไม่ได้ยินเสียงผิดปกติ เขาค่อยโยกแผ่นไม้ผุพังตรงหน้าไปมา โยกคลอนไม่กี่ครั้งก็หลุดมาทั้งแผ่น เปิดช่องพอให้เด็กลอดออกได้
ตึก ตึก ตึก
หัวใจเต้นรัว
แสงจากกองไฟเจิดจ้าท่ามกลางความมืด ราวกับแสงจากประภาคารคอยบอกทางให้เรือกลับเข้าสู่ฝั่ง เสียงคลื่นดังซ่าซ่าดั่งเสียงเห่กล่อม คงเพราะแบบนี้ผู้คนโดยรอบถึงได้นอนหลับสนิท ไร้เวรยามใด ๆ
ผู้คนรอบกองไฟต่างนอนกอดก่าย บุตรนอนในอ้อมกอดมารดา ภรรยานอนในอ้อมอกสามี เด็กผู้หญิงคนที่เอ่ยชื่อเมืองหลวงก็นอนหนุนตักแม่ มือของเด็กน้อยโอบกอดตุ๊กตาผ้ากระดำกระด่างแนบอก หน้าตาตอนหลับช่างเป็สุข
เฮ้อ! คนพวกนี้ไม่รู้หรือไงว่าลมยามค่ำคืนนั้นแรงเพียงใด เดี๋ยวก็ป่วยกันพอดี ผู้ใหญ่ก็ช่าง ปล่อยให้เด็กนอนแบบนี้
บิ๊กแทบลืมแล้วว่าตัวเองออกมาทำอะไร สายตาสอดส่ายหาเศษผ้าที่พอเป็ผ้าห่มได้ น่าเสียดายคนพวกนี้ช่างอัตคัดขัดสน
เขาก้มดูตัวเอง รู้สึกเสื้อที่ใส่ค่อนข้างหนา พอจับดูค่อยรู้ว่าสองชั้น จึงถอดออกชั้นหนึ่งห่มให้เด็กน้อยคนที่ใส่เสื้อเบาบางที่สุด
เฮ้ย! นี่ไม่ใช่เวลามาห่มผ้าให้นะ
สองเท้าค่อย ๆ ก้าวเข้าใกล้หม้อเหล็ก เด็กน้อยหลี่ต้าหมินยื่นมือเข้าไป เทของในขวดเล็กอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ จากนั้นหันหลังกลับ ซอยเท้ารีบมุดเข้าห้องเก็บของ โถมเข้าที่นอนแกล้งหลับไม่รู้เื่
ข้างกองไฟชายชราหัวหน้าหมู่บ้านกับเด็กหญิงโนะฮิเมะยืนมองการกระทำของเด็กชายอยู่ตลอด น่าแปลกที่เขากลับไม่รู้ตัว
“ตาแก่ท่านชนะ ใครจะคิดมันจะโง่งมขนาดนี้” เสียงหญิงสาวอันไพเราะเปล่งออกจากปากของเด็กหญิง ฟังดูน่าประหลาด
“ฮ่า ฮ่า ข้าบอกแล้ว คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ ทว่าเด็กคนนี้แค่มองหน้าก็แทบเข้าใจทุกสิ่งแล้ว”
ที่แท้ยาพิษคือบททดสอบ!
หลี่ต้าหมินสอบผ่าน
ระหว่างเดินอยู่บนหาดทรายเขาค่อย ๆ เทยาพิษออกจากขวดโดยเอาตัวบังไว้ ยามเทยาพิษลงหม้อเหล็กได้ใช้นิ้วอุดปากขวดไว้ด้วย เผื่อยังมียาค้างอยู่
ช่างเป็เด็กที่รอบคอบอะไรอย่างนี้… ชายชราลูบเคราพลางชื่นชมในใจ
ชายชราและเด็กหญิงคู่นี้เป็ใครกันแน่?
*ทาเคดะ ชินเก็น (ชินเง็น) ขุนศึกเลื่องชื่อยุคากลางเมืองของญี่ปุ่น แคว้นไคคือที่ตั้งปราสาทโคฟุของเขา ปัจจุบันคือจังหวัดยามานาชิ ตั้งอยู่ภูมิภาคชุบุ เกาะฮอนชู
**ชื่อที่กล่าวมาล้วนเป็ตัวละครในนิยายจีนกำลังภายใน
จางเสี่ยวฝาน ตัวเอกจากเื่กระบี่เทพสังหาร
หนิงเชวีย ตัวเอกจากเื่สยบฟ้าพิชิตปฐี
ก๋วยเจ๋ง ตัวเอกจากไตรภาคัหยก ภาคแรก (ภาคก๋วยเจ๋งยอดวีรบุรุษหรือภาคจอมยุทธล่าอินทรี)
เอี้ยก้วย ตัวเอกจากเื่ัหยก ภาคสอง (เอี้ยก้วยเ้าอินทรี)
โค่วจง ตัวเอกจากเื่ัคู่สู้สิบทิศ
***ฮิเมะ แปลว่าเ้าหญิง