เ้าอิน
ส่งเสียงดัง ขณะที่เพียงอายได้ยินรีบหันมอง พร้อมกับพ่อและแม่ที่นั่งร้องไห้กันอยู่ ส่วนผู้มาเยือนได้แต่ก้มหน้าต่ำ อย่างสำนึกผิด
หลังจาก่บ่ายรพีได้รับเงินโอนงวดสุดท้ายจากเ้าอิน พร้อมกับคำชมว่างานที่เขาทำจบสิ้นแล้ว และเย็นนี้พี่สาวของเขาจะถูกบิดาลงโทษ
ชายหนุ่มผู้ไม่ได้เต็มใจทำเื่นี้ั้แ่แรก ก็เอาแต่ครุ่นคิด จนไม่มีสมาธิในการทำงาน สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจค้นหาบ้านของเ้าอิน จากเพื่อนๆ ของเขา และรีบรุดนำเงินมาคืน พร้อมกับตั้งใจมาสารภาพความผิด ที่เผลอไผลเป็เครื่องมือให้กับคนจิตไม่ปกติ ทำร้ายได้แม้พี่ของตัวเองอย่างเ้าอิน
“ขอโทษคะ..คุณคนนี้เขาบอกมีเื่จะชี้แจ้งกับคุณท่านเกี่ยวกับคุณอาย อิฉันก็เลย..”
แม่บ้านวัยห้าสิบกว่าๆ รีบรายงานเสียงสั่นด้วยความกลัว เพราะก่อนหน้าจะเดินมา เธอได้ยินเสียงประมุขของบ้านโวยวายเสียงดัง
“คุณซัน”
เพียงอายจำชื่อชายผู้ทำให้เธอตกอยู่ในสภาพนี้ได้ดี หญิงสาวผู้งดงามแต่ใบหน้าตอนนี้เต็มไปด้วยคราบน้ำตา ขณะที่คนใบหน้าละมุนนั่งตัวสั่นหน้าซีดอย่างออกการ
“ผมเอาเงินมาคืนคุณอิน และมาขอโทษคุณอาย เื่ทั้งหมดเป็การจัดฉากครับ”
รพีไม่พูดพร่ำอา อารัมภบทใดๆ เขาเดินตรงดิ่งไปวางเงินก้อนโต บนโต๊ะกลาง พลางคำสารภาพ ขณะที่เ้าอินรีบดีดตัวขึ้น ส่งเสียงสั่นเครือทันที
“ไม่จริงนะครับคุณพ่อ คุณแม่ พี่อาย”
“อินชอน!”
เสียงบิดาะโเสียงดังลั่น แม้รพีที่ก้าวเดินออกจากห้องยังสะดุ้ง แต่เขาก็เลือกที่จะเดินออกไปอย่างไม่สนใจ ปล่อยให้เป็เื่ของครอบครัว เพราะเขาถือว่าหมดสิ้นงานของเขาแล้ว
“คุณใจเย็นๆ”
คุณพริ้งพราวมารดาของเพียงอาย และแม่ที่รักของเ้าอิน หญิงวัยเดียวกันกับประมุขของบ้าน เธอรีบกระตุกแขนของสามี เพราะรู้ดีว่าชื่อนี้ของเ้าอินมีมาแต่กำเนิด ก่อนที่เธอจะเป็คนเปลี่ยนให้
หลังจากสามีสารภาพ ว่ามีภรรยาอีกคนพร้อมบุตร แต่ผู้หญิงคนนั้นกำลังจะเดินทางกลับบ้านของเธอที่เกาหลี และทิ้งลูกเอาไว้
แม้ความโกรธแค้นที่สามีนอกใจ แต่เมื่อเห็นเด็กชายตัวเล็กน่ารัก เธอถึงกับขอให้มารดา ของอินชอนในตอนนั้น เซ็นยินยอมให้เธอเป็มารดา และหลังจากวันนั้นมา เธอก็รักและเลี้ยงดูเ้าอินไม่ต่างจากบุตรในอุทร
และบางครั้งก็มากว่าเสียด้วยซ้ำ เพราะเ้าอินช่างออดอ้อนน่ารัก แถมยังเป็บุตรชายที่เธอใฝ่ปรารถนา อยากได้ลูกชายหญิง ซึ่งเ้าอินคือสิ่งที่เติมเต็มอย่างลงตัว
“ใช่!..อินทำ”
เ้าอินไม่เคยได้ยินพ่อเรียกชื่อนี้มาก่อน นับั้แ่เขาก้าวมาเข้าอยู่ในบ้านนี้ แต่พอบิดาเอ่ยเขาถึงกับขนลุกซู่ ทำให้รู้ว่า แท้ที่จริงเขาคือใคร มาจากที่ใด ซึ่งมันเปลี่ยนไม่ได้
เพี๊ยะ!ฝ่ามือผู้ให้กำเนิด ฟาดลงบนใบหน้าบุตรสุดที่รัก อย่างเ็ปทั้งหัวใจ
“ไอ้ลูกเลว เลี้ยงไม่เชื่อง”
“พ่อ/คุณอย่าทำลูก”
พี่สาวกับแม่ รู้สึกเ็ปหัวใจแทนเ้าอินเหลือเกิน สองคนรีบวิ่งเข้าไปโอบกอดตัวเ้าอินเอาไว้ด้วยความรัก ในขณะที่เ้าอินร้องไห้สุดจะทานไหว เขารีบผลักดันตัวสองคนออกห่างจนล้ม ก่อนจะเอ่ยความในใจที่เก็บซ่อนเอาไว้นับสิบกว่าปี
“อินเกลียดทุกคน เกลียดพ่อ เกลียดแม่ เกลียดพี่อาย ทุกๆ ครั้งที่ทุกคนแกล้งทำเป็รัก รู้ไหมอินรู้สึกยังไง?”
เพี๊ยะ มือของบิดาฟาดลงใบหน้าบุตรสุดจะยั้งใจ เพราะสิ่งที่ลูกเข้าใจนั้นมันผิดทุกอย่าง
“แกคิดว่า..ฉันแม่และพี่ของแกเสแสร้งงั้นเหรอ? คนที่เสแสร้งคือแม่แกต่างหาก ฉันอุตส่าห์สารภาพผิด หวังเพียงพาแกกับแม่มาอยู่ด้วย แต่แม่ของแก..”
“ทำไมครับแม่อินเลวงั้นเหรอพ่อ”
“แม่แก่ทิ้งฉันไป..ทิ้งเราไป”
ชายผู้เป็ประมุขของบ้าน สารภาพความในใจต่อหน้าภรรยาคู่ชีวิตอย่างเ็ปหัวใจ เพราะครั้งหนึ่งเขาลุ่มหลงแม่ของเ้าอิน อย่างหัวปักหัวปำ จนวันที่แม่ของเ้าอินบอกกับเขาว่า มีชายอื่น ซ้ำยังไม่้าลูกอีกด้วย
“ไม่จริง..พ่อโกหก ทุกคนโกหก อินเกลียดทุกคน”
เ้าอินไม่ยอมรับฟัง เขาเอาแต่แผดเสียงร้อง ด้วยความเ็ป ขณะที่พี่สาวกับแม่เอาแต่นั่งร้องไห้ด้วยความเสียใจ
“ถ้าเกลียดนักก็อย่ามาเรียกฉันว่าพ่อ ไม่ชอบที่นี่ก็ไปเลย ไปหาแม่แก เขาคงรอรับแกอยู่ ไปเลย~”
บิดาะเิอารมณ์อย่างสุกอดกลั้น ในขณะที่แม่พริ้งพราวถึงกับตัวสั่นเทา รีบวิ่งเข้าไปโอบกอดบุตร ที่แม้จะไม่ได้คลอดเอง แต่เธอก็รักเสียยิ่งกว่า
“คุณหยุดดุลูก..เ้าอินไม่เป็ไรนะลูก..”
“ได้..ได้”
เ้าอินพยายามผลักกอดของมารดาออก เอ่ยถ้อยคำอย่างคนไร้สติ ร่างบางก้าวเดินออกจากห้องโถงของบ้าน อย่างไม่อาลัย แม้เสียงมารดาจะกรีดร้องตาม ราวจะขาดใจก็หันหลังกลับไปแล
“เ้าอินอย่าไปลูก..เ้าอิน!”
ค่ำคืนที่มืดมิดยิ่งกว่าละครหลังข่าว เ้าอินก้าวเดินพ้นชายคาบ้าน สายฝนก็ซาซัดอย่างบ้าคลั่ง แม้มารดาและพี่สาวจะวิ่งตามก็ไม่สนใจ จวบจนเดินพ้นประรั้วบ้านอย่างไร้จุดหมาย
“คุณอิน”
รพีนั่งหลบฝนอยู่ป้ายรถเมย์ ห่างจากบ้านของเ้าอินมาไม่ไกล เขาถึงกับสบถคำ เมื่อเห็นคนร่างบางท่ามกลางสายฝน เนื้อตัวเปียกชุ่ม เดินเท้าเปล่าอย่างเหม่อลอย
“ชั่งเถอะ! ลูกคุณหนูเอาแต่ใจ เดี๋ยวคนที่บ้านก็มาตาม”
รพีเลือกที่จะเมินเฉย แล้วยกหมวกกันน็อคของเขามาสวมใส่ เพื่อเตรียมขับรถกลับบ้าน รถมอเตอร์ไซซ์สีดำ วิ่งฝ่าสายฝนมาสักระยะ อยู่ๆ ก็หันเลี้ยวกลับอย่างหาคำตอบไม่ได้
“หวังว่าที่บ้านจะมารับกลับแล้วนะ เดินฝ่าฝนรองเท้าก็ไม่ใส่”
รพีขับรถกลับมาดูให้แน่ใจว่าเ้าอินไม่เดินอยู่ข้างถนนแล้ว แต่เขากลับต้องถ่างตาโต เมื่อเสียงฟ้าร้องปนฟ้าแลบ จนสว่างจ้าเป็บริเวณกว้าง ทำให้เขามองเห็นเ้าอินที่นั่งซุกใบหน้าเ้า เข้ากลับโคลนต้นไม้ใหญ่ข้างถนน
“ไม่นะขอร้อง”
เ้าอินตัวสั่นเทา เขากลัวเสียงฟ้าร้องเป็ที่สุด ร่างบางซุกกายหนาวสั่นเพราะเปียกฝนและความกลัว โดยไม่รู้จะออกจากตรงนี้ไปได้อย่างไร แต่แล้วเสียงใครบางคนก็ดังขึ้น
“คุณ..คุณอิน..ผมซันนะ”
“ซันเหรอ?”
เพียงได้ยินเสียงเ้าอินที่ยกมือปิดใบหูตัวสั่นเทาอยู่ ก็ค่อยๆ หันมองหา ก่อนจะรีบโถมตัวเข้าไปโอบกอดรพีเอาไว้ เพียงเห็นหน้า
“อะ//อื้อ..คุณ..คุณ”
รพีใในตอนแรก ก่อนจะรู้ว่าเ้าอินตัวสั่น และจังหวะนั้นฟ้าก็ร้องดัง เปี๊ยง! ทำให้เ้าอินซุกใบหน้าเข้าซบอกของเขา แทบจะสิงร่าง และมันทำให้ชายหนุ่มร่างหนาเข้าใจอย่างไม่ต้องหาคำตอบ
“ไม่เป็ไรนะ..เดี๋ยวผมพากลับบ้าน”
“ไม่..ไม่..ที่นั่นไม่ต้อนรับฉันแล้ว..ฉันไม่..ไม่ ฮื้อๆๆ”
เ้าอินซุกใบหน้ามุดเข้าในอกอุ่นของรพี ด้วยขนาดตัวที่เล็กและสูงน้อยกว่า ร่างเล็กขยับใบหน้าส่ายไปมา อย่างปฏิเสธคำพูดของอีกคน
“งั้นขึ้นรถครับ”
...........................................................