หยางลี่เจินนั่งอยู่ในเรือนพัก ดวงตาของเธอเหม่อลอย
ขณะที่เสียงของหลี่เหวินยังคงดังก้องในหัวของเธอ
“ข้ายังพร้อมช่วยเ้าเสมอ…”
เธอไม่รู้จักหลี่เหวิน แต่คำพูดและแววตาของเขาเต็มไปด้วยความจริงใจและความเ็ป มันทำให้เธออดสงสัยไม่ได้ว่า
ซูเหมยหลิน ที่เขาพูดถึงนั้นเคยผ่านอะไรมาบ้าง
“ฉัน… ฉันไม่ใช่เธอ” หยางลี่เจินพึมพำกับตัวเอง
“แต่ฉันกลับต้องมารับผลของสิ่งที่เธอเคยทำ”
เธอกุมศีรษะ พยายามจัดการกับความคิดที่ซับซ้อนในหัว ขณะที่ประตูเลื่อนเปิดออกอย่างเงียบๆ เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังขึ้น ทำให้เธอเงยหน้าขึ้นมาเผชิญหน้ากับเหวินเจาเหยียน
เขายืนอยู่ตรงหน้า ร่างสูงใหญ่ในชุดสีเข้มดูน่าเกรงขาม ดวงตาของเขาถูกปิดด้วยผ้าสีดำ แต่รังสีเ็าที่แผ่ออกมาทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกจับจ้อง
“เ้าออกไปเดินตลาดโดยไม่ได้รับอนุญาต” เขาเอ่ยเสียงเรียบ หยางลี่เจินเม้มปาก เธอรู้ว่าเขาไม่พอใจ แต่เธอไม่คิดว่าการออกไปเดินตลาดเพียงครั้งเดียวจะทำให้เขาโกรธมากถึงเพียงนี้
“ฉันแค่อยากเห็น…” เธอตอบเบาๆ “ฉันไม่ได้คิดจะทำอะไรไม่ดี”
เหวินเจาเหยียนหัวเราะเบาๆ รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนใบหน้าของเขา “ไม่ได้คิดจะทำอะไรไม่ดี? แล้วชายที่เ้าพบในตลาดเล่า? เ้าจะบอกว่ามันเป็เื่บังเอิญงั้นหรือ?”
หยางลี่เจินชะงัก คำพูดของเขาทำให้เธอใ “คุณ… รู้?”
“ข้ารู้ทุกอย่าง ซูเหมยหลิน” เขาพูดเสียงเย็น “เ้าคิดว่าข้าจะปล่อยให้เ้าเดินลอยนวลไปโดยไม่มีคนจับตาดูหรือ?”
หัวใจของหยางลี่เจินเต้นรัว เธอไม่รู้ว่าจะตอบสนองอย่างไร เธอไม่ได้มีอะไรปิดบัง แต่คำพูดของเขากลับทำให้เธอรู้สึกเหมือนเป็ผู้ต้องหา
“ฉัน… ฉันไม่ได้ทำอะไร” เธอพยายามอธิบาย “เขาแค่เข้ามาทักฉัน… ฉันไม่ได้รู้จักเขา”
“ไม่ได้รู้จัก?” เหวินเจาเหยียนทวนคำ ดวงตาที่มองไม่เห็นกลับเต็มไปด้วยความสงสัย “หรือเ้าแค่แกล้งทำเป็ลืมเขาเหมือนที่เ้าลืมทุกอย่าง?”
หยางลี่เจินรู้สึกเหมือนถูกกดดันจนแทบหายใจไม่ออก
เธอไม่รู้ว่าจะอธิบายความจริงให้เขาเชื่อได้อย่างไร เพราะในสายตาของเขา เธอยังคงเป็ ซูเหมยหลิน คนเดิมที่เขาเกลียดชัง
“ฉันพูดความจริง…” เธอกล่าวด้วยเสียงสั่น “ฉันไม่รู้จักเขา และฉันไม่ได้มีอะไรปิดบัง”
เหวินเจาเหยียนหัวเราะเบาๆ อีกครั้ง “ข้าจะคอยดู ว่าเ้าจะเล่นละครเื่นี้ไปได้อีกนานแค่ไหน”
หยางลี่เจินนั่งนิ่ง น้ำตาเริ่มคลอเบ้า เธอรู้สึกเหมือนถูกผลักให้อยู่ในมุมที่ไม่มีทางออก ทุกอย่างรอบตัวเต็มไปด้วยความเข้าใจผิดและความเกลียดชัง
“ฉันไม่ใช่เธอ…” เธอพูดกับตัวเองอีกครั้ง “แต่ทุกคนกลับมองว่าฉันเป็เธอ”
เธอมองออกไปนอกหน้าต่าง ท้องฟ้ายามเย็นเต็มไปด้วยสีแดงของพระอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้า เธอเริ่มสงสัยว่าเธอจะสามารถอยู่ในร่างนี้ได้อีกนานแค่ไหน โดยที่ไม่มีใครเชื่อในความจริงที่เธอพูด
ในอีกด้านหนึ่งของจวน
เหวินเจาเหยียนนั่งอยู่ในห้องโถงใหญ่ มือของเขาััผ้าสีดำที่ปิดดวงตา รอยยิ้มเย้ยหยันยังคงติดอยู่บนใบหน้า
“หลี่เหวิน…” เขาพึมพำชื่อนั้นเบาๆ “ข้าคิดว่าเ้าจะไม่กล้ากลับมาอีกหลังจากที่หนีไป แต่ดูเหมือนข้าจะประเมินความโง่เขลาของเ้าไว้ต่ำไป”
ลูกน้องคนสนิทที่ยืนอยู่ข้างๆ เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง “นายท่าน… ท่านจะจัดการอย่างไรกับหลี่เหวินขอรับ?”
“ยังไม่ถึงเวลา” เหวินเจาเหยียนตอบ “แต่จับตาดูเขาไว้ ข้าอยากรู้ว่าเขาจะกล้าทำอะไรอีก”
เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ รอยยิ้มที่เ็าปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา “และสำหรับซูเหมยหลิน… ข้าจะค่อยๆ เปิดโปงสิ่งที่นางซ่อนอยู่ จนกระทั่งนางไม่มีที่ให้หนีอีกต่อไป”
เช้าวันต่อมา…
เสียงล้อรถม้าดังเบาๆ ในลานกว้างของจวนตระกูลซู
ข้าวของสำหรับเดินทางถูกจัดเตรียมไว้พร้อมแล้ว หยางลี่เจินยืนอยู่หน้าประตูเรือนเล็กของแม่ แววตาของเธอเต็มไปด้วยความเศร้า
หญิงผู้ที่เธอเรียกว่า “แม่” ยืนอยู่ตรงหน้า ใบหน้าที่อบอุ่นแต่ซีดเซียวและดูเหนื่อยล้าทำให้หัวใจของหยางลี่เจินปวดร้าว
หญิงคนนี้มีใบหน้าที่เหมือนแม่ของเธอในโลกเดิมอย่างไม่น่าเชื่อ และนั่นทำให้เธอรู้สึกผูกพันแม้จะไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
“เหมยหลิน… ดูแลตัวเองดีๆ นะลูก” หญิงผู้นั้นกล่าวพร้อมจับมือเธอไว้แน่น ดวงตาของแม่เต็มไปด้วยความเป็ห่วง
หยางลี่เจินพยักหน้าเบาๆ น้ำตาคลอเบ้า “แม่ก็เหมือนกันนะคะ… ดูแลตัวเองดีๆ อย่าปล่อยให้ใครมารังแก”
คำพูดนั้นทำให้หญิงตรงหน้าชะงักเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มอ่อน “แม่ไม่เป็ไรหรอกลูก… แม่อยู่ได้”
แต่หยางลี่เจินรู้ดีว่าไม่จริง เธอเห็นความเ็ปและรอยฟกช้ำที่แม่พยายามซ่อน เธอรู้ว่าแม่ถูกกดขี่และถูกดูถูกในฐานะอนุ แต่กลับไม่สามารถทำอะไรได้เลย
“แม่…” เธอเอ่ยด้วยเสียงสั่น “ถ้าฉันสามารถช่วยอะไรได้… ฉันจะกลับมาหาแม่อีก”
คำพูดนั้นทำให้หญิงตรงหน้าอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าอย่างช้าๆ “ขอบคุณนะลูก…”
หยางลี่เจินเดินออกมาจากเรือนเล็กด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง เธอไม่อยากจากแม่ไป แต่เธอรู้ดีว่าเธอไม่มีสิทธิ์เลือก เธอไม่ใช่ซูเหมยหลิน และนี่ไม่ใช่ชีวิตของเธอ เธอไม่มีพลังที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรใน
จวนตระกูลซู
“พร้อมหรือยัง?” เสียงเ็าของเหวินเจาเหยียนดังขึ้นจากข้างรถม้า
หยางลี่เจินเงยหน้ามองเขา น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่งเหมือนเคย แต่รังสีของเขายังคงทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกจับจ้องทุกการเคลื่อนไหว
“ค่ะ…” เธอตอบเบาๆ ก่อนจะก้าวขึ้นรถม้า
ขณะที่รถม้าเริ่มเคลื่อนตัวออกจากจวน หยางลี่เจินหันกลับไปมองเรือนเล็กของแม่ที่ค่อยๆ ลับสายตา หัวใจของเธอเหมือนถูกฉีกออกเป็สองส่วน น้ำตาไหลอาบแก้มโดยไม่รู้ตัว
“แม่… ฉันหวังว่าแม่จะปลอดภัย” เธอคิดในใจ
ระหว่างการเดินทาง
ภายในรถม้าเต็มไปด้วยความเงียบ หยางลี่เจินนั่งก้มหน้า ความคิดของเธอวนเวียนอยู่กับแม่ เธอรู้สึกผิดที่ทิ้งแม่ไว้ในสถานที่ที่เต็มไปด้วยอันตรายและความกดดัน
“เ้ากำลังคิดอะไรอยู่?” เหวินเจาเหยียนเอ่ยขึ้น
ทำลายความเงียบ
หยางลี่เจินสะดุ้งเล็กน้อย เธอเงยหน้ามองเขา แต่ใบหน้าของเขายังคงเรียบนิ่งเหมือนเคย
“ฉันแค่…” เธอพูดเบาๆ “คิดถึงแม่”
“คิดถึงแม่?” เขาทวนคำด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “เ้าคิดว่าแม่ของเ้าเป็คนที่ควรค่าแก่การคิดถึงอย่างนั้นหรือ?”
คำพูดนั้นทำให้หยางลี่เจินรู้สึกเหมือนถูกตบหน้า เธอเม้มปากแน่น หัวใจของเธอเต็มไปด้วยความโกรธ แต่เธอไม่สามารถโต้แย้งเขาได้
“แม่ของข้าเป็คนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของฉัน” เธอตอบด้วยเสียงสั่น “ไม่ว่าคนอื่นจะมองยังไง แต่สำหรับฉัน… แม่คือคนที่ดีที่สุด”เหวินเจาเหยียนเงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังประเมินคำพูดของเธอก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “บางที… เ้าอาจพูดความจริง”
คำตอบนั้นทำให้หยางลี่เจินแปลกใจ เธอไม่คิดว่าเขาจะยอมรับคำพูดของเธอแม้แต่น้อย
เมื่อรถม้าเคลื่อนตัวเข้าสู่เขตจวนตระกูลเหวิน หยางลี่เจินถอนหายใจยาว เธอรู้ดีว่าเธอกำลังกลับเข้าสู่โลกที่เต็มไปด้วยความแค้นและความไม่ไว้ใจ แต่ในหัวใจของเธอ เธอยังคงคิดถึงแม่ที่เธอทิ้งไว้ข้างหลัง
“แม่… ฉันจะกลับมาหาแม่อีกแน่นอน” เธอพึมพำเบาๆ พร้อมกับเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมา
หลังจากเดินทางกลับถึงจวนตระกูลเหวิน เหวินเจาเหยียนไม่ได้หยุดพักแม้แต่น้อย ทันทีที่รถม้ามาถึง เขาออกคำสั่งให้ลูกน้องจัดเตรียมเอกสารและเรียกผู้ช่วยคนสนิทมาพบ
“ข้าจะไปตรวจดูโกดังสินค้าในตลาดกลาง” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “แจ้งพ่อค้ารายใหญ่ให้เตรียมตัวพบข้าใน่บ่าย ข้า้ารายงานสถานการณ์ทั้งหมดในสัปดาห์นี้”
“ขอรับ นายท่าน” ลูกน้องตอบรับก่อนจะรีบออกไป
หยางลี่เจินที่เพิ่งก้าวลงจากรถม้าได้แต่มองเขาอย่างสงสัย แม้ว่าเธอจะรู้ว่าเขาเป็พ่อค้าผู้มีอิทธิพลในเมืองหลวง แต่เธอไม่เคยเห็นเขาทำงานจริงจังเช่นนี้
“คุณจะออกไปทำงานเหรอ?” เธอถามอย่างลังเล
“เ้าไม่ต้องถามเื่ที่ไม่เกี่ยวกับเ้า” เขาตอบเสียงเรียบ ก่อนจะหันหลังเดินออกจากจวน
โกดังสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในเขตตลาดกลางของเมืองหลวง สถานที่แห่งนี้เป็ศูนย์กลางการค้าของเหวินเจาเหยียน
พ่อค้ารายใหญ่หลายคนรออยู่ก่อนแล้วเมื่อเขามาถึง ทุกคนต่างทำความเคารพด้วยท่าทางเกรงกลัว
“รายงานมา” เหวินเจาเหยียนเอ่ยเสียงเย็น
ชายคนหนึ่งก้าวขึ้นมาข้างหน้า เขาเป็หัวหน้าดูแลโกดังสินค้า “ท่านเหวิน สัปดาห์นี้เราส่งสินค้าออกไปยังเมืองทางใต้สำเร็จตามกำหนด แต่มีรายงานว่ากลุ่มพ่อค้าคู่แข่งเริ่มลดราคาสินค้าของพวกเขาเพื่อตัดกำไรเรา”
เหวินเจาเหยียนนิ่งเงียบ ดวงตาที่ถูกปิดด้วยผ้าสีดำไม่แสดงอารมณ์ใดๆ แต่คำพูดของเขาทำให้ทุกคนในห้องรู้สึกเหมือนอากาศเย็นลง
“ลดราคางั้นหรือ?” เขาถามเบาๆ “พวกมันคิดว่าจะเอาชนะข้าได้ด้วยวิธีไร้ค่าเช่นนี้?”
“เราควรทำอย่างไรดีขอรับ?” ชายคนหนึ่งถามด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง
“เพิ่มคุณภาพสินค้า และขยายตลาดให้ครอบคลุมเมืองที่พวกมันยังไปไม่ถึง” เขาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด “ถ้าพวกมันลดราคา เราก็ต้องทำให้สินค้าของเรามีค่ามากกว่าราคา”
ลูกน้องทุกคนพยักหน้าอย่างนอบน้อม พวกเขารู้ดีว่าคำสั่งของเหวินเจาเหยียนไม่มีที่ว่างสำหรับความล้มเหลว
เหวินเจาเหยียนไม่ใช่แค่พ่อค้า แต่เป็ผู้ควบคุมการค้าในเมืองหลวงและเมืองใกล้เคียง สินค้าของเขาครอบคลุมั้แ่เครื่องเทศ
ผ้าไหม อัญมณี ไปจนถึงอุปกรณ์การเกษตรและสินค้าจำเป็อื่นๆ
ชื่อเสียงของเขาไม่ได้มาจากโชค แต่เกิดจากความเฉลียวฉลาดและความเด็ดขาดในการตัดสินใจ เขาไม่เคยปล่อยให้คู่แข่งก้าวขึ้นมาเหนือกว่า และทุกการเคลื่อนไหวในตลาดล้วนอยู่ภายใต้การควบคุมของเขา
ระหว่างนั้นในจวนตระกูลเหวิน
หยางลี่เจินนั่งอยู่ในห้องพักของตัวเอง เธอยังคงคิดถึงภาพของเหวินเจาเหยียนที่จากไปพร้อมกับความมุ่งมั่น เธอไม่เคยเห็นเขาในมุมนี้มาก่อน
“เขาเป็พ่อค้าจริงๆ เหรอ?” เธอพึมพำ “ดูเหมือนเขาเป็คนที่ควบคุมทุกอย่างมากกว่าแค่พ่อค้าทั่วไป”
เธออดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าภายใต้ความเ็าและดวงตาที่ปิดบังนั้นซ่อนอะไรไว้บ้าง
เหวินเจาเหยียนกลับมาที่จวนใน่ค่ำ แม้ว่าเขาจะเหนื่อยล้าจากการทำงานทั้งวัน แต่ท่าทางของเขายังคงสง่างามและเด็ดขาด
“เ้ากำลังคิดอะไร?” เขาถามขณะที่เดินผ่านหยางลี่เจินในลานกลางจวน
“ฉันแค่… ไม่เคยรู้ว่าคุณเป็คนสำคัญในเมืองหลวงขนาดนี้” เธอตอบอย่างระมัดระวัง
“เ้ารู้เพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า “อย่าคิดว่าเ้าเข้าใจข้า เพราะเ้ายังไม่รู้จักข้าจริงๆ”
คำพูดนั้นทำให้หยางลี่เจินนิ่งงัน เธอไม่สามารถโต้ตอบได้ เพราะลึกๆ แล้ว เธอก็รู้ว่าคำพูดของเขาเป็ความจริง
“ในโลกที่เต็มไปด้วยความลึกลับและอำนาจ เธอจะสามารถเข้าใจชายผู้เ็าและซับซ้อนคนนี้ได้หรือไม่?”