วันเวลาผ่านไปอย่างเงียบงัน บ้านยังคงเป็บ้าน สมาชิกทุกคนยังคงกินข้าวพร้อมกัน พูดคุยกันเป็ปกติ ทั้งที่ความจริงภายใน... ความรู้สึกของพวกเขาต่างก็เปลี่ยนไปหมดแล้ว
อันที่จริงคนที่ ปกติ ที่สุดคือเด็กน้อยอย่างต้นเพียงคนเดียว เขายังคงกินอิ่ม นอนหลับ เล่นสนุกประสาเด็ก
บางอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว... ผู้ใหญ่ทั้งสามต่างรู้ดี
ใบหลิวทุ่มเทเวลาที่เหลือส่วนใหญ่ก่อนจบการศึกษาไปกับการเตรียมการสำหรับชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย เธออ่านหนังสือ ทำรายงาน สอบและวางแผนอนาคตของตัวเองอย่างจริงจัง... ตามลำพัง
และยิ่งใกล้วันที่ต้องจากบ้านไปมากเท่าไร หัวใจของเธอก็ยิ่งสงบมากขึ้นเท่านั้น
ที่นี่... บ้านหลังนี้ไม่มีสิ่งที่ทำให้เธอเสียดายอีกต่อไปแล้ว ความรัก ความหวัง ความผูกพันอะไรไม่มีความหมายกับเธอทั้งนั้น
ก็นะ... เมื่อไม่เคยมีมาั้แ่แรก มันก็ไม่มีอะไรให้สูญเสีย
ส่วนเรวัต... ชีวิตของเขายังคงเต็มไปด้วยงาน และตารางการประชุมอันแน่นขนัด แต่ถึงอย่างนั้นทุก ๆ หนึ่งหรือสองอาทิตย์จะมีเวลา่หนึ่งถูกกันเอาไว้เป็พิเศษสำหรับใบหลิวเพียงคนเดียวโดยไม่มีใครสามารถเข้ามาแทรกแซงได้
เรวัตไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะถลำลึกมาถึงจุดนี้ แต่ทุกครั้งที่กลับไปยังห้องนอนอันว่างเปล่าของตัวเอง ใจมันก็เอาแต่ลอยไปหาคนที่อยู่หลังบานประตูสีหวานอยู่อย่างนั้น จากการพบกันเพื่อคลายความคิดถึง เขากลับเริ่มเฝ้ารอวันนัดหมายครั้งต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ
สำหรับเขาสิ่งที่ทรมานยิ่งกว่าความเดียวดายที่ต้องเผชิญอยู่ทุกวันก็คือการที่เธออยู่ห่างออกไปแค่นี้ แต่กลับไม่สามารถััหรือกอดเธอเอาไว้ต่างหาก
และกรกนก... แม้จะััได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของเรวัตและใบหลิว แต่เธอก็ยังใช้ชีวิตเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ทุกวันยังคงวุ่นวายอยู่กับลูกชายคนเล็กจนไม่เหลือพื้นที่ให้เื่อื่น
สิ่งเดียวที่เปลี่ยนไปคือเธอไม่ได้มีความสุขร้อยเปอร์เซ็นต์เหมือนเมื่อก่อน เพราะในใจลึก ๆ เธอรู้ดีว่าทั้งพวกเขาไม่มีใครรอเธออีก
แม้จะไม่ยินยอม แต่เธอก็ยอมรับว่าเสียพวกเขาไปแล้ว และความทุกข์จากการสูญเสีย ความหวาดระแวง ความพ่ายแพ้ ความรู้สึกแง่ลบทั้งหลายกำลังกัดกินพื้นที่เล็ก ๆ ในใจของเธอมากขึ้นทุกที
...
ค่ำวันเสาร์ ใบหลิวกลับเข้าบ้านมาด้วยสีหน้าสดชื่นสดใส อารมณ์ก็ดีสุด ๆ เพราะออกจากบ้านไปขลุกอยู่ที่โรงแรมกับเรวัตมาั้แ่่บ่าย หญิงสาวฮัมเพลงไปพลางถอดรองเท้าเก็บเข้าชั้นไปพลาง รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏอยู่บนใบหน้า กระทั่งเสียงเรียกของกรกนกดังขึ้นมันก็หายวับไป
“หลิว แม่มีเื่จะคุยด้วยหน่อย”
เสียงนั้นทำให้เธอชะงักเพราะเมื่อหันไปมองคนเป็แม่ที่นั่งอยู่ตรงโซฟาใบหลิวก็เห็นว่าสีหน้าของท่านดูเคร่งเครียดว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด อารมณ์ดี ๆ พลันหายวับไปกับตา
“มีอะไรเหรอคะ” ท้ายเสียงเจือความรำคาญเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
กรกนกถอนหายใจ เธอฟังออกแต่ไม่ถือสา เพราะมีเื่สำคัญกว่านั้นจะคุย “นั่งลงก่อนเถอะ”
ใบหลิวเดินไปนั่งตรงตำแหน่งที่กรกนกบอกอย่างว่าง่าย แต่ในใจกลับเริ่มกังวลขึ้นมาอย่างไม่บอกไม่ถูก มือเล็กกำเข้าหากันแน่น
“แม่จะถามเราตรง ๆ นะ”
“คะ ค่ะ”
“หลิวว่า่นี้ป๊าเขาเป็ยังไงบ้าง”
หัวใจของใบหลิวกระตุกวูบ เธอใจนเผลอกลืนน้ำลายดับประหม่า บีบมือเข้าหากันด้วยท่าทางมีพิรุธ แต่พอรู้ตัวก็รีบเก็บอาการ พยายามรักษาสีหน้าให้ปกติอย่างรวดเร็ว
โชคดียังดีที่กรกนกมัวแต่จมดิ่งอยู่กับความรู้สึกของตัวเองเลยไม่ทันได้เห็นท่าทีผิดปกติของลูกสาว
“ก็... ปกติดีนี่คะ”
“ปกติจริงเหรอ”
“…” ร่างเล็กเม้มปากแน่น กรกนกเห็นอย่างนั้นก็ถอนหายใจยาวออกมาแล้วเอนหลังพิงพนักโซฟาอย่างอ่อนแรง
“แต่แม่รู้สึกว่าป๊าเขาเปลี่ยนไป”
“ยะ ยังไงคะ” เป็อีกครั้งที่ใบหลิวเสียวสันหลังวาบริมฝีปากบางสั่นระริก นี่แม่คงไม่ได้รู้อะไรมาแล้วมาหลอกถามเธอหรอกนะ
“เื่ผู้หญิง...”
คำเฉลยนั้นทำให้บรรยากาศในห้องหนักอึ้งขึ้นทันที ใบหลิวรู้สึกเหมือนมีอะไรมาจุกอยู่ที่คอจะพูดอะไรก็พูดไม่ออกได้แต่นั่งกระสับกระส่ายอยู่อย่างนั้น
“แม่หมายความว่ายังไง” เธอแสร้งทำเป็ไม่รู้เื่หวังให้คนตรงหน้าพูดสิ่งที่รู้ออกมามากกว่านี้
“แม่คิดเขาน่าจะมีผู้หญิงคนอื่น ป๊า... นอกใจแม่ไปกับผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้”
คำพูดนั้นทำให้หญิงสาวกำมือเข้าหากันแน่น ผู้หญิง ที่ว่าก็นั่งอยู่ตรงนี้นี่ไง สรุปว่าเธอโดนจับได้รึเปล่า... ไม่สินะ แล้วอย่างนี้เธอควรโล่งใจรึเปล่าหรือควรหนักใจดี
“เขาเปลี่ยนไป ่หลังแม้แต่วันหยุดก็มีเื่ให้ออกไปตลอดแถมยังกลับดึก โทรศัพท์ก็ถือติดตัวตลอดเวลาทั้งที่ไม่เคยทำมาก่อน”
ใบหลิวก้มมองมือตัวเองไม่ออกความเห็นอะไรทั้งนั้นราวกับไม่ใช่เื่ของตัวเอง
“แม่อาจคิดมากไปก็ได้ แต่สัญชาตญาณผู้หญิงน่ะ... มันบอกแม่ว่าป๊ามีคนอื่นจริง ๆ”
หลายภาพผุดขึ้นมาในหัวของใบหลิวเหมือนเครื่องเล่นที่โดนกรอกลับ เธอรู้สึกผิด แต่ก็ไม่มากพอจะพูดความจริงออกไป เทียบกันแล้วระหว่างความสัมพันธ์กระง่อนกระแง่นของเธอกับแม่... เธอขอเลือกเห็นแก่ตัวเพื่อรักษาความลับของเธอกับพ่อเลี้ยงต่อไปแล้วกัน
“หลิว”
“คะ”
“เรารู้อะไรบ้างรึเปล่า บอกแม่ได้มั้ย”
คนเป็ลูกสาวเงียบ เงียบนานจนไม่เหมือนคนไม่รู้เื่ กรกนกเห็นอย่างนั้นก็หรี่ตามองลูกสาวแล้วถามอีกครั้งเพื่อคาดคั้นเอาคำตอบ
ใบหลิวเม้มปากแน่นไม่ยอมปริปากพูดอะไรทั้งนั้นถ้ายังไม่ได้นัดแนะกับเรวัตให้เป็เื่เป็ราว... จะเื่โกหกหรือเื่จริงไม่ว่าเื่ไหนเธอก็ต้องคุยกับเขาก่อน
“หึ รู้อะไรมาเหมือนกันสินะ”
“หนูไม่มีอะไรจะบอกแม่ค่ะ ปกติแม่กับป๊าก็ไม่ได้ใกล้ชิดอะไรกันขนาดนั้นไม่ใช่เหรอคะ”
ริมฝีปากอิ่มของคนเป็แม่อ้าค้างด้วยท่าทางเหลือเชื่อ “มีความลับกับแม่ได้ลงคอเหรอหลิว ทำไมถึงเข้าข้างป๊า”
“ความลับ?” ใบหลิวหัวเราะออกมาเบา ๆ แต่แววตาหม่นหมองลง “ระหว่างเราสองคนแม่ลูกไม่เคยไม่มีความลับหรอกค่ะ หนูไม่รู้เื่แม่ แม่เองก็แทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับหนูด้วยซ้ำ”
กรกนกชะงักไปเล็กน้อย เธอไม่ชอบเวลาที่โดนลูกสาวเอาความผิดของตัวเองออกมาประจานแบบนี้เลย... มันน่าอาย แล้วเธอก็ไม่อยากยอมรับมันด้วย
“แต่ถ้าจะหาว่าหนูเข้าข้างป๊าละก็” พูดถึงตรงนี้คนเป็ลูกสาวก็สูดหายใจเข้าลึก “ก็ไม่แปลกนะคะเพราะระหว่างที่แม่ยุ่งกับเื่อื่น ไม่ว่าจะเื่น้องหรือเื่งานแล้วทิ้งหนูไว้ข้างหลัง ป๊าเป็คนเดียวที่ไม่ว่าจะงานยุ่งแค่ไหนก็ปลีกตัวมาดูแลหนูเสมอ”
เธอหลุบตาลงต่ำ ก่อนเอ่ยประโยคสุดท้ายออกมาด้วยน้ำเสียงกึ่งประชดประชัน
“แต่ถ้าการที่มองว่าหนูเข้าข้างป๊าแล้วมันผิด... ก็ตามแต่แม่จะคิดเถอะค่ะ หนูห้ามความคิดใครไม่ได้”