โดนขัง แกล้งป่วย ทั้งที่ฉีดยาแล้ว
ทางด้านนายแพทย์หนุ่มอนาคตไกลเมื่อคิดเหตุการณ์ทบทวนซ้ำไปซ้ำมาแล้ว เขาก็เริ่มทำใจปล่อยวาง ให้ยอมรับได้ว่าสิ่งที่เชื่อได้ยากนี้ ได้เกิดขึ้นกับเขาแล้ว
แต่เหตุไฉนย้อนเวลามาทั้งทีแทนที่จะได้มีหน้ามีตาในสังคมเหมือนในนิยายหลายๆ เื่ที่เคยได้ยิน เขากลับต้องมาติดแหง๊กอยู่ที่นี่เคราะห์ซ้ำกรรมซัดยังต้องถูกจับขังอยู่ในซังเต ที่ภายในทั้งมืด ทั้งชื้นแฉะและค่อนข้างเย็น
แม้ว่าเขาจะเป็คนสุขภาพดีเพียงใดแต่เมื่อต้องผ่านการข้ามมิติาอยู่มาอยู่ในสภาพเสื้อผ้าเปียกปอนอีกทั้งสภาพแวดล้อมที่นี่ก็พาให้ร่างกายที่ไม่เคยเจ็บป่วยเลยสักครั้งต้องอยู่ในสภาวะจำยอม
"อ่า~ ปวดตัวชะมัด ถ้ามีเครื่องมือวัดไข้คงดี" เสียงไอแห้ง ดังออกมาจากคอหนา ของเขา
มือใหญ่ของชายหนุ่ม ใช้ยันกายเปลี่ยนอิริยาบทเพื่อไล่ความเมื่อยขบ ทันใดนั้นมือหนาของเขาก็ััเข้ากับสิ่งของบางอย่าง ที่มีลักษณะคล้ายดั่งกล่องเหล็ก เมื่อต้าเถิงพยายามเพ่งมองผ่านแสงตะเกียงริบหรี่ ที่สาดส่องมาจากหัวเสาด้านนอก ดวงตาคมเข้มก็ต้องเบิกกว้างขึ้นพร้อมกับประกายตาระยิบระยับที่เต็มไปด้วยความรู้สึกแปลกใจระคนยินดีอย่างที่สุดเมื่อเห็นชัดเจนว่า สิ่งที่เขาเพิ่งพบนั้นคือสิ่งใด
“นี่มันกล่องยาฉุกเฉินนี่หว่า? มัน… มันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกันนี่ โอ้!! ์ท่านคงเห็นใจผู้ชายหน้าตาดีเช่นกระผมแล้วแน่ ๆ ขอบคุณ์ ขอบคุณ์”
โดยไม่รอช้าต้าเถิงรีบเปิดกล่องที่มีเฉพาะเขาเท่านั้นที่รู้รหัสใช้งานภายในประกอบไปด้วยของจำเป็ที่เขานึกอยากจะได้อยู่เมื่อครู่ชายหนุ่มรีบหยิบยาปฏิชีวนะมาฉีดเข้ากายของตนเองเพื่อระงับความเ็ปจากพิษไข้ที่เริ่มกำเริบก่อนที่จะเก็บลงกล่องยาด้วยความทะนุถนอม
เขาอยากจะเก็บซ่อนกล่องยานี้เอาไว้กับตัวแต่ด้วยเพราะขนาดของมันที่ใหญ่เกินกว่าจะนำพาเอามาใส่ในกระเป๋าเสื้อหรือกางเกงของตนได้ ทำให้ต้าเถิงมองมันด้วยความอาลัยอาวรณ์ แต่นึกไม่ถึงว่าคล้ายดั่งเ้ากล่องยากล่องนี้รับรู้ถึงความรู้สึกของเขา มันเริ่มทำการหดตัวของมันจนเล็กเท่าเม็ดกระดุมเท่านั้น
ชายหนุ่มถึงกับเบิกตากว้างด้วยความใ
“เฮ้ย!เป็ไปได้ยังงัยกันนี่ แม่เ้าโว้ย!”
ความรู้สึกยินดีระคนกับความประหลาดใจจนไม่อาจเก็บกลั้นเอาไว้ภายในใจได้ ทำให้เขาต้องสบถถ้อยคำที่ไม่ค่อยจะได้ใช้ออกมา ขณะเดียวกันนั้นด้านนอก มีเงาตะคุ่มเงาหนึ่งทอดผ่านเข้ามา
ชายหนุ่มรีบตะครุบเอากล่องยาของตนมาเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกงที่เปียกชื้นก่อนที่จะแสร้งทำเป็หลับใหลไม่ได้สติ อยู่บนกองฟางที่ถูกปูทับซ้อนด้วยความไม่ตั้งใจภายในคุกหลวงแห่งนี้
เปลือกตาหนาปิดตัวลง แต่ยังคงเว้นช่องว่างเอาไว้ลอบมองผู้มาเยือนด้วยความระแวงระวัง ในสถานที่ที่ช่างแปลกตา
และไม่คุ้นเคยเอาเสียเลยนี้อาจจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันอะไรขึ้นได้ตลอดเวลาหากจะกล่าวว่าเขาไม่รู้สึกหวาดเกรงเลยก็คงไม่ใช่ ต้าเถิง รู้สึกได้ถึงความแห้งผากในลำคอ ชายหนุ่มพยายามกลืนน้ำลายลงคอเพื่อให้น้ำลายช่วยหล่อเลี้ยงความชุ่มชื้นเอาไว้
“ลืมตาของเ้าเสียเถิดข้ารู้ว่าเ้ามิได้หลับเหมือนที่เ้าพยายามให้ข้าเห็นหรอก”
เสียงที่เอ่ยออกมานั้นช่างหวานไพเราะเสนาะหูยิ่งนักอีกทั้งกลิ่นหอมอ่อนที่ลมพัดเชยมาชนเข้ากับปลายจมูกของเขานั้นช่างให้ความรู้สึกสดชื่นยิ่งนัก จนเขาเผลอสูดลมหายใจลึกจนเต็มปอด
เป็องค์หญิงเหม่ยเหยาผู้นั้น นางแอบทำการลอบเข้ามาหาชายผู้ช่วยชีวิตของนางเอาไว้เพื่อ้าดูให้แน่ใจว่าเขาผู้
นั้นยังคงมีลมหายใจอยู่และปลอดภัยดีแต่สิ่งที่นางมาพบกลับทำให้นางรู้สึกผิดอย่างรุนแรง เขาเป็ถึงผู้มีพระคุณของนางเหตุใดจึงได้รับการตอบแทนที่แสนจะอัปยศอดสูเช่นนี้
เมื่อลองเปรยคำทักทายไปแล้วแต่ดูราวกับว่าชายหนุ่มผู้นี้กลับยังคงหลับใหลไม่ได้สติองค์หญิงเหม่ยเหยาจึงลดตัวลงไปนั่งอยู่เคียงข้างก่อนที่จะยกมือเรียวบางััตรงไปที่หน้าผากที่มีผมด้านหน้าปิดปกคลุมลงมานางถึงกับต้องรีบชักมือกลับ ด้วยความสะดุ้ง ใบหน้าหวานระบายเต็มไปด้วยความกังวลใจ
“ตัวร้อนยิ่งนัก!”
“ิเอ๋อร์เ้ารีบให้คนมาพาเขาเคลื่อนย้ายไปไว้ที่ตำหนักข้า!”
“ตะ ตะ แต่ว่าองค์หญิงเพคะ หม่อมฉันเห็นว่าคงไม่เหมาะนัก…”
“บังอาจนัก!เ้าเป็นาย หรือข้าเป็บ่าวกันแน่!?”
ใบหน้าหวานเปลี่ยนสีหน้าและน้ำเสียงเข้มดุดัน นางกำนัลที่ถูกเรียกนามว่า ิเอ๋อร์ไม่เคยเห็นความโกรธขององค์หญิงเหม่ยเหยามาก่อน ถึงกับต้องรีบคุกเข่าน้อมรับคำสั่งด้วยความขลาดกลัว
“พะ พะ เพคะกระหม่อมมิบังอาจ”