เช้าวันต่อมา..
มธุรดาเดินเข้าไปในห้องครัวเพื่อรินน้ำดื่มหลังจากกลับมาจากการเดินออกกำลังกาย่เช้ากับอัลเบิร์ต ขณะที่ดื่มน้ำ เธอก็ได้ยินเสียงเล็กแหลมของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น มือเล็กรีบวางแก้วน้ำดื่มลง ก่อนจะเดินออกไปยังห้องรับแขกของบ้าน
หญิงสาวในชุดเดรสสีดำรัดรูปปรากฏตัวขึ้นภายในห้องรับแขก เธอถอดเสื้อคลุมยาวออกเผยให้เห็นทรวดทรงรูปตัวเอสบางราวกับนางแบบ ส้นสูงเข็มยาว 4 นิ้วทำให้เธอที่สูงอยู่แล้วยิ่งสูงขึ้นไปอีก มธุรดาเงยหน้ามองอีกฝ่ายกะพริบตาปริบๆ
“สวัสดีค่ะ” เธอเอ่ยทักทาย
‘มาเรีย เบลริช’ หันมาพร้อมกับเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนไฮไลท์บลอนด์ที่ถูกดัดอย่างดีสะบัดปลิวไปทางด้านหลัง ผิวหน้าขาวเนียนละเอียดถูกแต่งด้วยเครื่องสำอางสีจัดเสริมด้วยลิปสติกสีแดงสดบนริมฝีปากของเธอ ดวงตาสีเขียวอมเทาเพ่งมองมายังมธุรดาด้วยรังสีความไม่เป็มิตรเช่นเดียวกับแซมเมอร์เมื่อวาน
คนที่นี่เป็แบบนี้ หรือฉันที่ซวยเองนะ.. มธุรดาแอบบ่นภายในใจ
คนมาใหม่มองเธอั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า มธุรดาอยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงวอร์มที่ดูไม่ต่างจากชุดนอนมากนัก
“ฉันมาหาแซม ไปตามเขาให้ฉันหน่อย” เสียงเล็กสั่งทึกทักเอาว่ามธุรดาคงเป็แม่บ้านอย่างแน่นอน
เสียงนั้นแหลมกว่าที่มธุรดาคิด เธอได้ยินแล้ว แต่ก็ยังคงยืนอ้ำอึ้ง..
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยืนนิ่ง มาเรียจึงหรี่ตามองมธุรดาด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“ฉันมาหาแซม.. ไม่ได้ยินเหรอ? หรือกำลังอึ้งอยู่? ฉันมาเรีย เบลริช ตัวจริงเสียงจริง” เธอกล่าวน้ำเสียงร้อนรน ั์ตาสีเขียวอมเทาจ้องมองมธุรดาอีกครั้ง มาเรียเพิ่งสังเกตได้ว่าอีกฝ่ายเป็คนเอเชีย
“หรือฟังภาษาอังกฤษไม่ออก” เสียงหวานเอ่ยถามแทบจะในวินาทีต่อมา คิ้วเรียวสวยขมวดนิ่ว ใบหน้าหวานเหยียดสีหน้า
มธุรดาอ้าปากค้างเล็กน้อย
จะมากไปแล้วมั้ง.. นี่สินะที่เขาเรียกว่า ‘การเหยียดเชื้อชาติสีผิว’ ถ้าไม่เจอกับตัวเองก็คงไม่รู้ว่ารู้สึกยังไง.. มธุรดาคิดในใจ
“ฉันเข้าใจในสิ่งที่คุณพูดค่ะ แต่..” เธอกล่าวตอบพยายามจะอธิบาย
หญิงสาวร่างสูงยังคงนิ่วหน้ามองเธอ
“เข้าใจก็ไปตามเขามาสิ” เสียงแหลมตัดประโยคเธอ พยักพเยิดใบหน้าเร่งให้เธอทำตามคำสั่ง
มธุรดาเม้มริมฝีปากแน่น ระหว่างต้องเจอกับ ‘แซมเมอร์ที่ไม่เป็มิตร’ กับ ‘คุณมาเรียพร้อมวีน’ ตรงหน้า.. เธอเลือกไม่ถูกจริงๆ ว่าอย่างไหนแย่กว่ากัน
แต่ในที่สุดมธุรดาก็พยักหน้าลง
“โอเคค่ะ” เธอกล่าวตอบ หันหลังกลับเพื่อเดินขึ้นไปตามชายหนุ่มที่อีกฝ่าย้าพบ
ปึ่ก!
“โอ๊ะ! ” มธุรดาร้องอย่างใ ร่างบางผงะ! เมื่อกลับหลังหันเธอก็ชนเข้ากับบางอย่างที่หนา.. แน่น.. และอุ่น..
และมันก็เป็อะไรไปไม่ได้นอกจาก ‘หน้าอกกว้าง’ ของชายหนุ่มที่มาเรีย้าพบ!! แซมเมอร์มองหญิงสาวล้มเซลงไปกับพื้นโดยไม่มีท่าทีที่จะช่วยคว้าเธอเอาไว้สักนิด!
“เวรเอ๊ย..” มธุรดาสบถเป็ภาษาไทย
“พี่แซม! ” พอดีกับที่มาเรียเรียกชื่อชายหนุ่มที่ปรากฏตัวขึ้นด้วยน้ำเสียงดีใจอย่างเห็นได้ชัด
ั์ตาดำขลับตวัดกลับไปมองหญิงสาวบนส้นสูงสีดำ แซมเมอร์ขมวดคิ้วแน่น ทำให้มาเรียเริ่มลุกลี้ลุกลนเล็กน้อย หญิงสาวรีบเดินมาจับแขนของชายหนุ่ม
แซมเมอร์มองปลายนิ้วที่แตะท่อนแขนของเขา ั์ตาคมเคลื่อนสบกับั์ตาสีเขียวอมเทา
“เธอมาที่นี่ได้ยังไง” เสียงทุ้มเข้มนิ่ง
“ฉันเอาเนกไทที่พี่ลืมเอาไว้ที่คอนโดฉันมาคืนค่ะ” เสียงเล็กตอบพร้อมรอยยิ้มหวานเยิ้มที่มธุรดาเห็นแล้วต้องยกมือขึ้นปิดตาของเธอเอง
“โอ้โห..” เธอเอียงใบหน้าพึมพำกับตัวเอง
“ฉันไม่ได้ถามว่ามาทำไม ฉันถามว่ามาได้ยังไง” เสียงทุ้มนิ่งเย็นยิ่งกว่าเก่า
“คือ..ฉัน..”
คราวนี้มาเรียเป็ฝ่ายอ้ำอึ้ง มธุรดารู้สึกว่าเธอไม่ควรอยู่ในบทสนทนานี้ หญิงสาวจึงค่อยๆ เขยิบถอยออกห่างจากทั้งคู่ พอดีกันกับที่ลุงวอร์เด็นปรากฏตัวขึ้น
“คุณหนู.. เอ๋..” เขาเอ่ยเรียกแซมเมอร์ ก่อนจะหันไปมองหญิงสาวชุดดำ ชายสูงวัยมีสีหน้าแปลกใจอยู่ไม่น้อย
มธุรดาได้โอกาสนี้รีบลุกขึ้น และเดินออกห่างจากวงสนทนา
แซมเมอร์ไม่สบอารมณ์กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็อย่างมาก เขาสะบัดแขนออกจากอุ้งมือของมาเรีย ก่อนจะคว้าแขนและลากเธอออกไปข้างนอกบ้าน..
‘ลาก’ เธอ.. ใช่.. มธุรดามองไม่ผิดแน่.. ร่างบางเอวทรงเอสปลิวไปพร้อมกับแรงมือของแซมเมอร์
ทั้งคู่หายลับออกไปแล้ว.. เหลือเพียงลุงวอร์เด็นกับมธุรดาภายในห้องรับแขก.. ชายสูงวัยยังคงเลิกคิ้วสูงขึ้น ริมฝีปากเบ้ลง พยักหน้าหงึกหงักอย่างครุ่นคิด
ท่าทางของอีกฝ่ายทำให้มธุรดาอดถามไม่ได้
“มีอะไรเหรอคะลุง” วอร์เด็นมองเธอ เพิ่งหลุดจากห้วงความคิดของตนเอง
“เป็ผู้หญิงคนแรกที่เคยมาที่นี่เลยน่ะครับ” เสียงทุ้มตอบยิ้มประหลาดใจ ขณะที่มธุรดาพยักหน้ารับรู้
“คุณหนูค่อนข้างหวงเื่ส่วนตัว ไม่ค่อยมีใครรู้อะไรเท่าไหร่หรอกครับ” ชายสูงวัยกล่าวต่อ
มธุรดายิ้มให้อีกฝ่าย เพราะไม่รู้จะตอบเช่นไร เธอมองไปยังประตูที่ถูกเปิดผาง! แซมเมอร์ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง ใบหน้าหล่อเหลานิ่งเดินตรงเข้ามาภายในตัวบ้านไม่พูดไม่จา
“นั่นมาเรีย เบลริชนี่ไหมครับ” วอร์เด็นถาม
แม้แซมเมอร์จะดูไม่อยากตอบ แต่ก็พยักหน้ารับ
“มีอะไรหรือเปล่าครับคุณหนู” เขาถามต่อ ั์ตาคมสบมองผู้ที่เขานับถืออย่างพ่อคนที่สอง
“ไม่มีครับ แค่เจอกันเมื่อคืนที่งานเธอเลยเอาของมาคืน” เขาตอบ ก่อนจะเดินผ่านมธุรดาไป
“เจอกันอีท่าไหน.. เนกไทหลุด” มธุรดาเอ่ยแซวเขาเป็ภาษาไทย น้ำเสียงเบามั่นใจว่าอีกฝ่ายไม่มีทางได้ยินอย่างแน่นอน
แต่แล้วคนตัวเล็กก็ต้องสะดุ้งเมื่อร่างสูงหยุดชะงักและหันมองมาที่เธอ
ฉิบหาย.. เขาอาจจะฟังภาษาไทยออกนี่นา.. มธุรดากัดริมฝีปากแน่น ก้มสายตาลงมองพื้นอย่าง อยากขุดหลุมฝังตัวเองตรงนั้นทันทีทันใด
“วันนี้คุณหนูจะเข้าบริษัทไหมครับ” เสียงทุ้มที่ถามขึ้นท่ามกลางความเงียบช่วยชีวิตมธุรดาอย่างหวุดหวิด ั์ตาคมตวัดมองไปยังลุงวอร์เด็น
“เข้าครับ วันนี้มีประชุมบอร์ดบริหาร” เขาตอบ
“ถ้างั้นเราไปพร้อมกันไหม เดี๋ยวลุงรอ” ชายสูงวัยกล่าว
“ก็ดีครับ” แซมเมอร์พยักหน้าตกลง ก่อนเขาจะเดินฉับๆ กลับขึ้นไปบนชั้นสองของตัวบ้าน
มธุรดาเดินตามหลังชายหนุ่มเพื่อกลับไปยังห้องส่วนตัวของเธอ
“จะว่าไป.. เมื่อวานคุณเข้าใจผิดนะคะ” เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
แซมเมอร์ชะงักฝีเท้าเล็กน้อย ก่อนจะเดินต่อ..
“มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิด” มธุรดากล่าวต่อ
เขาตั้งใจจะไม่ตอบเธอ แต่กลับเปลี่ยนใจในเสี้ยววินาที
“จะบอกว่าฉันคิดผิด..” เสียงทุ้มเอ่ยตอบ น้ำเสียงแฝงความท้าทาย
ถ้าหากเขาหันมา ก็คงเห็นมธุรดาที่กลอกสายตาขึ้นบน ก่อนเ้าตัวจะเอ่ยปากตอบทันที
“ใช่ค่ะ ฉันไม่อยากให้คุณเข้าใจผิด ฉันเองแค่้ามาเยี่ยมคุณลุงเท่านั้น”
ร่างสูงหยุดกึก
มธุรดาชะงักฝีเท้าเช่นกัน ั์ตากลมเบิกโตขึ้นเมื่อเห็นเขาหันกลับมา
“หวะ..หวายยย”
ร่างบางสูญเสียการทรงตัว มือเล็กกางออกตะกายอากาศ ั์ตาสีดำเบิกโตขึ้นด้วยความใยิ่งกว่าเดิม ขณะที่ผู้ชายตรงหน้าเธอนั้นยังคงมีสีหน้านิ่งเรียบ มธุรดาคาดว่าเธอคงได้ตกบันไดลงไปหัวฟาดพื้นแน่ๆ ..
แต่ครั้งนี้เธอคิดผิด..
ในเสี้ยววินาทีแขนยาวของแซมเมอร์เอื้อมออกมาตรงหน้า หญิงสาวรีบคว้ามันเอาไว้โดยไม่ต้องคิด ร่างบางโอนเอนตามแรงดึงไปข้างหน้าก่อนใบหน้าหวานจะปะทะเข้ากับหน้าอกกว้างอีกครั้งภายในเวลาห่างกันไม่ถึงสิบนาที
เกิดความเงียบขึ้นระหว่างทั้งคู่.. ห้วงเวลาเพียงชั่วขณะเดินผ่านไปอย่างเชื่องช้า กลิ่นน้ำหอมจากแซมเมอร์ปะทะเข้ากับจมูกเรียวเล็ก ก่อนใบหน้าหวานจะรีบผละออกจากหน้าอกกว้าง
ั์ตาดำขลับปราดมองเธอ ก่อนเขาจะเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย
“ไม่ว่าเธอจะเป็ใคร และมาอยู่ที่นี่ด้วยเหตุผลอะไร ฉันไม่สนใจ”
ั์ตาดำตวัดกลับมาจ้องมธุรดา..
“แต่ถ้าเธอคิดจะจับตาแก่นั่นละก็..”
มือหนาดึงบ่าเล็กเข้ามาใกล้เขามากขึ้น
“เราเห็นดีกันแน่” เสียงทุ้มหนักแน่นกระซิบข้างหูเธอ ขณะที่มือใหญ่บีบลงบนบ่าเพื่อให้เธอมั่นใจว่าเขาไม่ได้เพียงแค่ขู่เธอเท่านั้น
แซมเมอร์ผละตัวออกจากมธุรดา และไม่รอฟังประโยคใด ๆ จากอีกฝ่าย ขาเรียวก้าวฉับ ๆ ไปยังบันไดขั้นสุดท้ายตรงดิ่งไปยังห้องนอนส่วนตัวของเขา..
มธุรดาอ้าปากค้างจ้องมองแผ่นหลังที่หายลับไป.. ั์ตากลมกะพริบปริบ ๆ พูดไม่ออกกับสิ่งที่เธอเพิ่งเจอไป.. ศีรษะเล็กส่ายไปมาเล็กน้อย ถอนหายใจเบาๆ อย่างระอาใจ
บ่ายวันนั้นมธุรดาใช้เวลาหมดไปกับการพูดคุยอัปเดตกับสิสิร ก่อนจะเริ่มตั้งต้นวางพล็อตเขียนนิยายเื่ใหม่.. ่หลายอาทิตย์ก่อนหน้านี้เธอมัวยุ่งแต่กับการจัดงานศพและดูแลเื่อื่นๆ ทำให้เธอไม่ได้จับปากกามาสักพัก..
ปีนี้เข้าสู่ปีที่ 3 สำหรับการทำงานเป็นักเขียนเต็มตัวของเธอ.. ั้แ่เรียนจบเธอลองทำงานประจำ แต่ก็พบว่าทั้งสภาพแวดล้อม และทักษะที่ต้องใช้นั้นไม่เข้ากับเธอเลยสักนิด นักศึกษาคณะอักษรศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษอย่างเธอจึงตัดสินใจออกมาเขียนนวนิยายทั้งออนไลน์ และออกหนังสือกับสำนักพิมพ์ อาศัยความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษอ่านนิยายต่างประเทศเพื่อปรับปรุงโครงเื่ และหาไอเดียใหม่ๆ แม้ว่าจะเขียนมา 3 ปีแล้ว แต่เธอก็ยังไม่ได้ประสบความสำเร็จมากนัก
หญิงสาวถอนหายใจขณะที่ไตร่ตรองชีวิตของตัวเอง มือบางยกจับเมาส์เล็กที่เธอมักใช้คู่กับแล็ปท็อปคู่ใจขนาดพกพา ตากลมขลับจับจ้องบนเบราว์เซอร์ที่เปิดเฟสบุ๊คค้างเอาไว้อยู่ ใบหน้าหวานกระตุกเล็กน้อย ก่อนเืฝาดบนใบหน้าจะจางไปพร้อมกับเสียงหัวใจที่เต้นแรงขึ้น หน้าอัปเดตข่าวสารแรก เธอเห็นสถานะของ ‘ศตวรรษ’ ชายหนุ่มผู้ซึ่งเป็ ‘แฟนเก่า’ ขึ้นสถานะความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนหนึ่งที่เธอคุ้นเคยกับชื่อนั้น.. ฝ่ามือทั้งสองข้างถูกยกขึ้นปิดใบหน้าก่อนน้ำตาเม็ดโตจะไหลรินลงบนแก้มนวลในวินาทีเดียวกัน มธุรดาพยายามกลั้นสะอื้นเอาไว้ เธอผละสายตาออกจากหน้าจอแล็ปท็อป ร่างเพรียวลุกขึ้นยืนก้าวเดินออกไปยังบานหน้าต่างที่อยู่ใกล้ตัวเธอที่สุด
ผู้หญิงที่เธอเห็นคือ ‘ลลิตา’ หญิงสาวที่อายุน้อยกว่าเธอเพียงไม่กี่เดือนผู้ซึ่งเป็ลูกสาวของนายตำรวจใหญ่ ยศสูง และเป็เ้านายของศตวรรษ.. เธอเคยเจอผู้หญิงคนนั้นสองครั้งในงานเลี้ยงของกรมตำรวจเมื่อเธอออกงานคู่กับเขา..
มือสองข้างปาดเช็ดน้ำตาข้างแก้ม ั์ตากลมแดงระรื้นจากน้ำตาที่ยังคงไหลไม่หยุด ริมฝีปากบางเม้มแน่นพยายามปิดกั้นความเ็ปที่หลั่งล้นเข้ามา
ร่างบางเดินกลับไปยังแล็ปท็อปที่วางอยู่ที่เดิม ั์ตากลมจ้องมองสถานะนั้น ก่อนจะตัดสินใจกดไลค์และพิมพ์ข้อความลงไป
‘ยินดีด้วยค่ะ’
อารมณ์ที่เปราะบางทำให้เธอตัดสินใจปิดหน้าจอแล็ปท็อปลง มธุรดาคิดอะไรไม่ออก.. สิ่งที่เธอเพิ่งเห็นนั้นยังคงติดอยู่ภายในห้วงความคิด มือเล็กยกขึ้นปาดน้ำตาอีกครั้ง เธอตัดสินใจขึ้นไปหาอัลเบิร์ตและไปเดินเล่นรอบหมู่บ้าน..
บ้านแฮร์ริสตั้งอยู่ในนอร์ทเลคส์ (North Lakes) ซึ่งเป็ชานเมืองของเขตมอร์ตันเบย์ (Moreton Bay) ทางตอนเหนือของรัฐควีนส์แลนด์ หมู่บ้านนี้เป็หมู่บ้านที่มีความเป็ส่วนตัวค่อนข้างสูง ดูจากลักษณะของบ้านแต่ละหลัง และผู้คนที่กระจัดกระจายกันตามละแวกบ้านบ่งบอกได้ถึงฐานะความเป็อยู่และสภาพการเงินที่ค่อนข้างมั่นคงจนอาจจะเรียกได้ว่ามั่งคั่ง แผนผังเมืองเป็บล็อกดูเรียบง่าย สบายตา สองข้างทางถนนเต็มไปด้วยต้นไม้เรียงราย แตกต่างจากตึกแถวของประเทศไทยที่แทบจะหาสีเขียวธรรมชาติไม่พบ ห่างออกไปไม่ไกลจากหมู่บ้านมีทะเลสาบเอเด็น (Eden Lake) ที่ถือว่าใหญ่พอสมควร แต่ระยะทางก็ไม่ใกล้พอที่อัลเบิร์ตจะเดินไหว
“ได้ออกมาข้างนอกบ้าน่กลางวันบ้างก็ดีเหมือนกันนะ” อัลเบิร์ตเอ่ยขึ้น ขณะที่ทั้งคู่อยู่ระหว่างทางเดินกลับบ้าน
มธุรดายิ้มให้ สีหน้าเปื้อนความสงสัยเล็กน้อย
“แล้วปกติคุณลุงทำอะไรคะ ่กลางวัน” เธอถาม
“ทำงานน่ะสิ” คนสูงวัยพูด พร้อมหัวเราะเบาๆ ขณะที่ร่างบางมีสีหน้าเหวอเล็กน้อย เธอยกมือขึ้นแตะริมฝีปาก
“นี่หนูรบกวนเวลาทำงานคุณลุงหรือเปล่าคะเนี่ย”
อัลเบิร์ตส่ายศีรษะ มองหญิงสาวด้วยความเอ็นดู
“ฉันน่ะ ทำงานมาตลอด.. ตอนนี้หยุดบ้างก็ไม่เห็นจะเป็ไร” เขาตอบ ขณะที่ผลักประตูเข้าบ้าน ชายสูงวัยยกมือขึ้นเคาะตรงบริเวณเอวเล็กน้อย
เขาหัวเราะอีกครั้งเมื่อหันมาสบสายตากับมธุรดา
“เป็คนแก่นี่มันทำอะไรก็ลำบากนะ เดินนิดเดินหน่อยก็เมื่อยซะแล้ว” เสียงหัวเราะแหบตามติดประโยคนั้น
มธุรดายิ้มกว้างให้เขา เธอยกมือทั้งสองข้างขึ้นก่อนจะขยำมือให้อีกฝ่ายเห็น
“งั้นคุณลุงโชคดีแล้วล่ะค่ะ หนูเป็หมอนวดเบอร์หนึ่งของแม่เลยนะ” เธอกล่าวอย่างร่าเริง ทำให้อัลเบิร์ตหัวเราะยาวขึ้นไปอีก
หลังเวลาอาหารเย็นวันนั้น…
แซมเมอร์ในชุดสูทเรียบง่ายสีน้ำเงินเข้มเดินเข้าบ้าน ร่างสูงตรงดิ่งขึ้นไปยังห้องนอนของชายสูงวัยผู้ซึ่งเป็บิดา เนื่องจากเร่งรีบ้าคุยเื่การประชุมกับบอร์ดบริหารในวันนี้ มือใหญ่ผลักประตูเข้าไปภายในห้องโดยไม่ได้เคาะก่อนจะชะงักงันกับภาพที่เห็น
มธุรดาอยู่ในชุดนอนสีขาวชมพูคร่อมอยู่บนร่างของชายสูงวัยที่ขึ้นชื่อว่าเป็พ่อของเขา ร่างบางยังคงไม่ขยับไปไหน แต่เธอหยุดกึกเพราะได้ยินเสียงประตูที่เปิดดังขึ้น ขณะเดียวกันั์ตากลมก็สบเข้ากับั์ตาดำวาวโรธของแซมเมอร์ ร่างสูงเม้มริมฝีปากเหยียดรอยยิ้มแสยะอย่างรังเกียจในสิ่งที่ตัวเองกำลังมอง
มธุรดารู้ในทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่ แซมเมอร์ทำท่าจะพูด แต่มธุรดารีบยกนิ้วชี้ขึ้นแนบปากเป็สัญญาให้เขาเงียบ ศีรษะเล็กส่ายไปมา ร่างบางรีบลุกขึ้น และวิ่งตรงมาที่เขา คนตัวเล็กผลักอีกฝ่ายให้ออกไปจากห้องนอน
“ชู่.. อย่าเสียงดังค่ะคุณลุงหลับแล้ว” เสียงหวานกล่าว ก่อนจะดึงประตูห้องให้ปิดลง
แซมเมอร์ถลึงตามองอีกฝ่ายก่อนจะลากเธอห่างออกมาจากห้องนอนของอัลเบิร์ต..