บทที่ 10 หนทางของชีวิต
“อ้วก...”
เซี่ยปู้เอ้อร์อาเจียนออกมาจนหมดไส้หมดพุงหลังจากเหลือบมองซอมบี้ 2 ตัวที่เขาเพิ่งแทงจนตาย เด็กหนุ่มไม่ทราบว่าตนเองควรจะดีใจหรือเสียใจ ซอมบี้ทั้ง 2 ตัวนี้เคยเป็เพื่อนที่ดีของเขามาก่อน แต่ตอนนี้มีสภาพเป็ศพไร้ชีวิตที่หัวถูกแทงจนพรุนด้วยน้ำมือของเขาเอง
“ปู้เอ้อร์! ระวังตัวหน่อยสิ ไม่ต้องรีบ…”
เฉินจิงฮัวเดินเข้ามาลูบหลังเรียกสติเซี่ยปู้เอ้อร์และจับมือขวาของเขาแน่น เด็กหนุ่มหันกลับมาสบตามอง เฉินจิงฮัวยิ้มหวานให้เขาอย่างอบอุ่นหัวใจ ซึ่งในหัวใจของเซี่ยปู้เอ้อร์ เกิดความรู้สึกที่ไม่สามารถอธิบายได้ขึ้นแล้ว
“แอ๊ด...”
โก๋นวเม่ยค่อยๆ เปิดประตูบานหนึ่งออก เซี่ยปู้เอ้อร์เตรียมตัวพร้อมลงมือตลอดเวลา แต่ภายในห้องกลับมีแต่ความว่างเปล่า บนพื้นมีกระเป๋าเดินทางอยู่ 2 ใบเท่านั้น เมื่อเข้าไปสำรวจอย่างละเอียดดูเรียบร้อยแล้ว เซี่ยปู้เอ้อร์ก็กวักมือเรียกทุกคนเพื่อยืนยันว่าภายในห้องนี้ไม่มีซอมบี้อยู่จริงๆ
“ดูนี่สิ คนแบบไหนวะใส่กางเกงในบางแจ๋วขนาดนี้ โรงเรียนเรามีคนแรดถึงขั้นนี้เลยเหรอเนี่ย” ต้ายุ้ยโถวซึ่งกำลังสำรวจกระเป๋าเสื้อผ้าบนพื้นใบหนึ่ง หยิบกางเกงชั้นในแบบซีทรูขึ้นมาชูหรา ซงเจี่ยเหวินเห็นดังนั้นรีบมาคว้าหยิบไปจากมือเขาทันที ก่อนที่จะพูดด้วยความโมโหว่า “พูดจาดีๆหน่อยนะ อย่าลืมนะว่าเธอเป็เด็กนักเรียน ใส่กางเกงในแบบนี้แล้วจะทำไม ใส่กางเกงในแบบนี้แล้วไม่ใช่ผู้หญิงปกติรึไง!”
“เอ่อ ครูซง ของครูเองหรอกเหรอ…”
ดวงตาของต้ายุ้ยโถวแสดงความงุนงง ซงเจี่ยเหวินอายจนหน้าแดง รีบยัดกางเกงในกลับลงไปในกระเป๋าเสื้อผ้า “ไร้สาระ! นี่คือห้องของฉันกับคุณครูโจว แต่ว่าถ้าคุณครูโจวไม่ได้อยู่ในห้อง แล้วทำไมประตูถึงเปิดแง้มอยู่ล่ะ? แต่ว่าถ้าหากคุณครูโจวกลายร่างเป็ซอมบี้ไปแล้ว หล่อนก็คงเปิดประตูออกไปเองไม่ได้แน่ๆ”
“ปู้เอ้อร์ ทำไมทุกคนถึงกลายเป็ซอมบี้ไปหมด แต่พวกเราไม่เป็อะไรเลยล่ะ”
เฉินจิงฮัวมองหน้าเซี่ยปู้เอ้อร์ด้วยความคาดหวังว่าจะได้คำตอบ แต่เด็กหนุ่มกลับมองออกไปนอกหน้าต่างและพูดโดยไม่ได้หันกลับมาว่า “ปัญหาข้อนี้เอาไว้คุยกันทีหลังเถอะครับครู มาดูข้างนอกก่อนเถอะ ดูเหมือนทุกอย่างจะแย่กว่าที่เราคิดแล้วสิ”
หลังจากนั้น ทุกคนก็กรูกันมายืนที่หน้าต่าง หน้าต่างบานนี้หันหน้าเข้าหาหุบเขาพอดี
พวกเขาเห็นควันสีดำลอยขึ้นท้องฟ้าจากระยะไกล แสดงว่าหมู่บ้านในเมืองเกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ ซงเจี่ยเหวินยกมือปิดปากเเละพูดว่า “นั่นมันเมืองฉิงฉี แบบนี้ไฟคงไหม้ทั้งเมืองแล้ว ทำไมถึงเป็แบบนี้ได้นะ?”
“ตู้ม!”
ทันใดนั้นเกิดการะเิขึ้น แม้แต่โรงแรมที่พวกเขาอยู่ในตอนนี้ก็สั่นะเืไปทั้งหลัง ริมขอบฟ้าปรากฎเป็กลุ่มควันรูปเห็ดลอยขึ้นชัดเจน ทุกคนตกตะลึง ครูใหญ่สื่อละล่ำละลักออกมาด้วยความสยองขวัญ “ตรงนั้นมันคือเมืองเซี่ยชา เราจะทำยังไงกันดีล่ะทีนี้”
“เห็นกันแล้วใช่ไหมคุณครูทุกท่าน...”
เซี่ยปู้เอ้อร์อดไม่ไหวหันมามองใบหน้าซีดขาวของคุณครูใหญ่ “เกิดเื่ใหญ่ขนาดนี้ ตำรวจไม่มีเวลามาสนใจพวกเราหรอก เราติดอยู่ที่นี่ไม่มีทั้งอาหารและน้ำดื่ม รอให้ตำรวจมาค้นหาเราเมื่อไหร่ ถึงตอนนั้นเราคงอดตายกันไปแล้ว”
“พี่เอ้อร์ โทรศัพท์บ้านก็ใช้ไม่ได้…”
หลังจากที่โก่วเม่ยลองยกหูโทรศัพท์ที่โต๊ะข้างเตียงขึ้นมากดดูครู่หนึ่ง เด็กหนุ่มผู้แต่งตัวเป็หญิงสาวก็ได้แต่ทิ้งตัวลงนั่งด้วยความผิดหวัง แต่ครูใหญ่สื่อกลับกล่าวว่า “ไม่ว่าจะมีคนมาช่วยเราเมื่อไหร่ อย่างน้อยเราก็ควรรอก่อน ถ้าเห็นแล้วว่าไม่รอดจริงๆ ค่อยคิดหาทางอื่นเอาก็ได้ เธอคิดว่ายังไง?”
“เฮ้อ...ถ้ามันไม่ใช่ทางตันจริงๆก็ไม่มีใครอยากเสี่ยงอันตราย”
เซี่ยปู้เอ้อร์พยักหน้าอย่างจนใจ แล้วพูดกับทุกคนว่า “คุณครูครับ ช่วยเอาของในห้องไปขวางไว้ตรงทางเดินข้างนอกให้ด้วย และก็ค้นหาอาหารตามห้องว่างต่างๆ ส่วนพวกผมจะออกไปข้างนอก ลองดูว่าจะมีทางออกอื่นบ้างไหม”
“ได้สิ ทุกคนมาช่วยผมยกเตียงออกไปเร็ว”
ครูใหญ่สื่อเรียกคุณครูใต้บังคับบัญชามาทันที เซี่ยปู้เอ้อร์พาพวกโก่วเม่ยออกไปจากห้อง เมื่อเดินไปถึงเฉลียงทางเดินอีกแห่งหนึ่ง เขาก็แนบหูฟังเสียงประตูอย่างระมัดระวัง ก่อนที่จะเคาะประตูอย่างแรง แล้วในทันใดนั้นเอง เสียง “ตุ้บ” ก็ดังตอบกลับมา ภายในห้องมีซอมบี้อยู่ และมันพยายามทุบประตูออกมาหาพวกเขา
“เตรียมพร้อม…”
เซี่ยปู้เอ้อร์ถอยหลังกลับมาและยกขารอ โต่วโต่วกับโก่วเม่ยย่อกายลงที่สองข้างประตู ทั้งสองคนถือเชือกไว้เส้นหนึ่ง และหลังจากที่เซี่ยปู้เอ้อร์ถีบประตูเปิดออก ซอมบี้ตัวหนึ่งที่ยืนอยู่กลางห้องค่อยๆ หันมองกลับมา หลายคนพบว่านี่เป็ซอมบี้ที่หน้าตาสะสวยทีเดียว มิหนำซ้ำยังสวมใส่เพียงแค่ชุดชั้นในอีกด้วย
“แม่เ้า หุ่นดีอะไรขนาดนี้…”
ต้ายุ้ยโถวที่ยืนอยู่ด้านหลังสุดพูดออกมาด้วยความตกตะลึง นอกจากเส้นเืสีดำที่ปรากฏขึ้นรางๆ แล้ว ซอมบี้ตัวนี้ก็ไม่ได้มีอะไรที่แตกต่างไปจากคนธรรมดาเลย แต่ในขณะนั้นเอง มันก็อ้าปากกว้างด้วยความกระหายเื พุ่งเข้ามาหาพวกเขาด้วยความเร็วที่น่าใ
“ฟึบ โครม!”
แล้วซอมบี้หน้าตาสวยก็มีอันสะดุดเชือกที่ขึงอยู่ด้านล่างขอบประตูล้มลงไปบนพื้น เซี่ยปู้เอ้อร์ไม่รอช้าย่อกายลงแทงหลังหัวของมันไม่ยั้งมือ เด็กหนุ่มจ้วงแทง 3 - 4 ครั้งติดๆ กันก่อนหยุดมือ เสร็จแล้วจึงพลิกศพกลับขึ้นมา และพูดกับเด็กหนุ่มร่างอ้วนว่า “ต้ายุ้ยโถว เข้าไปสำรวจในห้อง หาของที่มีประโยชน์เร็วเข้า”
“นี่มัน…”
ต้ายุ้ยโถวยังคงยืนอยู่ที่เดิม ยกมือเกาคาง สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ศพซอมบี้คนสวย เซี่ยปู้เอ้อร์จึงได้ตบหน้าเรียกสติไป หนึ่งที พร้อมทั้งตวาดด้วยความโกรธ “นายนี้มันเกินเยียวยาจริงๆ ขนาดเป็ซอมบี้ก็ยังไม่เว้นเลยเหรอ โต่วโต่วรีบเอาศพไปโยนทิ้งเร็วเข้า ก่อนที่ไอ้หมอนี่มันจะทำอะไรวิตถารขึ้นมา”
“ฉันไม่ได้ลามกขนาดนั้นสักหน่อย…”
ต้ายุ้ยโถวเดินเข้าไปในห้องตามคำสั่งด้วยสีหน้าเศร้าหมอง แต่พวกเขาไม่คิดเลยว่าห้องนี้มันจะมีความหรูหราขนาดนี้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปที่ห้องนอน กลุ่มเด็กหนุ่มก็ต้องตกตะลึงอีกครั้ง ที่นั่นมีศพในสภาพเปลือยเปล่านอนอยู่บนเตียง มือและเท้าถูกจับผูกติดอยู่กับหัวเตียงและปลายเตียงด้วยเชือกสีแดง มองไปแล้วมีสภาพคล้ายหมูหันไม่มีผิด
“เดี๋ยวฉันสำรวจเอง รสนิยมน่าขนลุกจริงๆ…”
กลุ่มเด็กหนุ่มกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอและออกเดินสำรวจภายในห้อง นอกจากมือและเท้าจะถูกจับมัดแล้ว ปากของศพชายหนุ่มบนเตียงยังมีลูกบอลลูกหนึ่งอุดอยู่อีกด้วย และที่ข้างเตียงก็มีกล่องใส่อุปกรณ์ซึ่งน่าสนใจหลายอย่าง เห็นได้ชัดว่าชายหนุ่มคนนี้อาจเสียชีวิตก่อนที่เหตุร้ายจะเกิดขึ้นเสียอีก
“ให้ตายเถอะ พี่เอ๊ย โอเมก้าของแท้นะจ๊ะพี่จ๋า…”
โก่วเม่ยหยิบนาฬิกาข้อมือเรือนหนึ่งขึ้นมาจากโต๊ะข้างเตียง พลิกมันดู 2 - 3 ครั้งก็โยนมาให้เซี่ยปู้เอ้อร์ หลังจากนั้น เขาก็สังหารศพบนเตียงด้วยมีดในมือ ก่อนที่จะหยิบไอโฟนบนโต๊ะขึ้นมาและใช้นิ้วมือของศพปลดล็อคหน้าจอ โทรศัพท์มือถือปลดล็อคได้อย่างง่ายดายภายในเวลาเพียงเสี้ยววินาที
“ฮ่าๆ มาดูนี่สิ เก็บภาพเอาไว้ทุกขั้นตอนเชียว”
โก่วเม่ยเรียกให้โต่วโต่วและต้ายุ้ยโถวมาดูหน้าจอโทรศัพท์ที่อยู่ในมือ เพียงมองดูได้ไม่นาน เด็กหนุ่มทั้งสามคนก็ต้องกลืนน้ำลายเอื๊อก ทันใดนั้น ต้ายุ้ยโถวเหมือนนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาหันมองโก่วเหม่ยอย่างไม่แน่ใจขณะพูดว่า “ตกลงนายไม่ใช่ตุ๊ดเหรอ”
“ตุ๊ดอะไร นายนี่มันก็โง่ซ้ำซาก ฉันชอบผู้หญิงโว้ย ยิ่งนมใหญ่ยิ่งดี”
โก่วเม่ยชำเลืองมองเด็กหนุ่มร่างอ้วนด้วยสายตาไม่พอใจ แต่ในขณะที่เซี่ยปู้เอ้อร์กำลังจะสำรวจภายในห้องต่อ ซงเจี่ยเหวินก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับขวดน้ำแร่สองขวด เซี่ยปู้เอ้อร์เลี่ยงไปยืนที่ริมหน้าต่าง แต่ซงเจี่ยเหวินก็พูดพร้อมกับสยายรอยยิ้มอบอุ่นว่า “คงเหนื่อยกันแล้วสินะ ดื่มน้ำก่อนสิ”
“ขอบคุณครับ”
หัวใจของเซี่ยปู้เอ้อร์เต้นไม่เป็จังหวะอย่างไม่มีเหตุผล ซงเจี่ยเหวินมีหน้าอกอวบอิ่ม เธอกัดริมฝีปากสีแดงยืนเขินบิดกายไปมาเหมือนสาวน้อยที่เพิ่งเคยมีความรักเป็ครั้งแรก เซี่ยปู้เอ้อร์ดื่มน้ำจนหมดอย่างรวดเร็ว แล้วจึงพูดว่า “โก่วเม่ย นายเอาผ้าปูที่นอนกับผ้าม่านมาผูกรวมกัน เราจะใช้มันโรยตัวออกไปข้างนอก”
“ฮะ ออกไปข้างนอกเหรอ…”
ซงเจี่ยเหวินเดินมาที่หน้าต่างด้วยความประหลาดใจ แต่เดิมโรงแรมแห่งนี้สร้างเป็อาคารรูปทรงโค้งเว้า ตัวอาคารทั้งสองแห่งหันหลังชนกัน ทำให้หากกลุ่มเด็กหนุ่มโรยตัวออกไปจากห้องนี้ พวกเขาก็จะลงไปสู่หลังคาชั้น 2 ของอาคารอีกหลังที่อยู่ติดกัน และอาคารหลังนั้นอยู่ติดกับูเา พวกของเซี่ยปู้เอ้อร์จะสามารถออกจากโรงแรมเข้าสู่ตัวูเาได้ทันที
“ดูสิครับ ไม่มีพวกซอมบี้อยู่ตรงูเาเลย เรารอความช่วยเหลือไม่ได้หรอกนะครับ พวกผมจะลองไปสำรวจในูเา…”
เซี่ยปู้เอ้อร์วางมือไว้บนขอบหน้าต่างด้วยความมั่นใจ แต่ทันใดนั้นซงเจี่ยเหวินก็ะโเข้ามากอดรัดเขา จูบใบหน้าเขาอย่างหนักหน่วง ก่อนพูดด้วยความประหลาดใจว่า “ให้ตายสิ เธอฉลาดที่สุดเลย ครูจะรักเธอไปจนตาย!”
“ฮ่าๆ ไม่ขนาดนั้นหรอกมั้งครับ”
เซี่ยปู้เอ้อร์มองไปที่ประตูอย่างรู้สึกผิด เขากลัวเหลือเกินว่าเฉินจิงฮัวจะเดินเข้ามาไม่วินาทีใดก็วินาทีหนึ่งต่อจากนี้ แล้วในตอนนั้นเอง ซงเจี่ยเหวินก็กระซิบข้างหูเขาว่า “ทำไมจ๊ะ เฉินจิงฮัวเป็แฟนของเธอหรือไง ดูเธอทำเข้าสิ ยังไม่ทันจะขโมยก็รู้สึกผิดเสียแล้ว”
“ฮ่าๆ ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อช่วยครูนะ...”
เซี่ยปู้เอ้อร์ยิ้มด้วยความอึดอัดใจ แต่ซงเจี่ยเหวินกอดรัดเขาแน่นมากเกินไป กระดุมที่ติดอยู่บนเสื้อของเธอจึงหลุดออก สายตาของเด็กหนุ่มทุกคนภายในห้องพากันจับจ้องมองไปที่จุดเดียวกัน แต่ซงเจี่ยเหวินมองมาที่เซี่ยปู้เอ้อร์เพียงคนเดียวเท่านั้น เธอพูดว่า “มองอะไรอยู่จ๊ะ ฉันไม่กลัวแฟนของเธอหึงหรอกนะ”
หลังจากนั้น ซงเจี่ยเหวินก็ส่งเสียงหัวเราะคิกคักอีกครั้ง เธอหมุนตัวเดินกลับเข้าไปที่ห้องนั่งเล่น “เฉินจิงฮัวใช้ห้องอาบน้ำในห้องนอนของครูอยู่ ครูจะอาบน้ำที่นี่แหละ ช่วยยืนเฝ้าหน้าประตูให้ครูด้วยนะ อย่าให้มีเด็กเกเรที่ไหนมาแอบดูครูได้”
“ครูครับ! แบบนี้คงไม่ดีมั้ง…”
ต้ายุ้ยโถวอ้าปากค้างน้ำลายไหล โก่วเม่ยพยักหน้าเห็นด้วย แต่ซงเจี่ยเหวินคงทนร้อนไม่ไหวอีกแล้ว เธอเดินไปถอดเสื้อผ้าไป แม้แต่ซิปกระโปรงด้านหลังก็รูดลงมาแล้ว เธอเดินเข้าไปในห้องน้ำโดยสวมใส่เพียงชุดกระโปรงซับในวาบหวิวยิ่ง
“แม่เ้าโว้ย”
เซี่ยปู้เอ้อร์กระดกน้ำแร่ลงคอดับความกระหาย แววตาของเขาปรากฏความสับสนขึ้น ถึงแม้เขาจะไม่สนใจว่าซงเจี่ยเหวินจะเคยเป็ครูของเขามาก่อน แต่ซงเจี่ยเหวินก็เป็ผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น เขายังไม่เคยผ่านมือหญิงสาวคนไหนมาก่อน การมีอะไรครั้งแรกกับหญิงสาวที่แต่งงานแล้ว ดูออกจะไร้ศีลธรรมอยู่ไม่น้อย
“ปู้เอ้อร์...”
ตอนที่เซี่ยปู้เอ้อร์เกิดความลังเลอยู่นั้น ต้ายุ้ยโถวได้เดินเข้ามายื่นเงินให้เขาปีกใหญ่ “โลภมากลาภหายนะพี่ ปล่อยให้ผมรับศึกครั้งนี้แทนพี่เองเถอะ พี่มีครูเฉินอยู่แล้ว ยกคนนี้ให้ผมเถอะนะ ให้ผมเป็อะไรก็ยอม ให้เป็ลูกน้องพี่ผมก็จะทำ”
“ไปให้พ้น ออกไปดูต้นทางข้างนอกได้แล้ว อย่าให้มีซอมบี้เข้ามาได้เด็ดขาด”
เซี่ยปู้เอ้อร์ผลักต้ายุ้ยโถวออกไป แต่ก็เก็บเงินไว้ในกระเป๋า หลังจากนั้นเด็กหนุ่มสูดหายใจลึกและเดินเข้าสู่ห้องนั่งเล่น หลังจากลังเลอยู่เล็กน้อย เขาก็เปิดประตูห้องน้ำและเห็นซงเจี่ยเหวินยืนพิงผนังมองความเคลื่อนไหวจากสายตาของเขาอยู่ แต่ดูเหมือนเซี่ยปู้เอ้อร์จะเตรียมตัวมาดีไม่น้อย บรรยากาศจึงอึดอัดถึงขีดสุด