พิญญากลับมาถึงบ้านด้วยสภาพอ่อนล้าเพราะเหน็ดเหนื่อยกับการไปหาหมอที่โรงพยาบาลแต่ที่ทำให้หญิงสาวรู้สึกหนักอึ้งไปหมดก็เพราะหมอบอกว่าการรักษาโรคมะเร็งด้วยยาที่เธอกินอยู่นั้นไม่ได้ผลดีเท่าที่ควรพิญญาจำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยเคมีบำบัดควบคู่กันไปด้วยแค่หมอบอกว่าโรคที่เป็นอยู่ไม่ดีขึ้นเธอก็รู้สึกแย่แล้วแต่ต้องได้รับการรักษาที่มากขึ้นไปอีกหญิงสาวก็เริ่มท้อแท้เพราะเธอได้ยินมาว่าการรักษาด้วยเคมีบำบัดนั้นจะทรมานมาก
“แม่ขา อลินกลับมาแล้ว”เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กหญิงดังมาจากหน้าบ้านทั้งที่ตัวยังมาไม่ถึงทำให้พิญญาที่เตรียมอาหารเย็นอยู่ในครัวต้องรีบเช็ดน้ำตาแล้วปรับอารมณ์เพื่อไม่ให้ลูกรับรู้ถึงความโศกเศร้าของเธอ
“เป็นไงบ้างคะวันนี้ ทำข้อสอบได้ไหมคะ”
“ได้ค่ะ สบายมาก” อลินทำมือว่าโอเคแถมยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เพราะการสอบก่อนปิดภาคเรียนนี้เธอเตรียมตัวมาอย่างดีไม่มีทางที่จะผิดหวังแน่นอน
“งั้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะคะแล้วค่อยลงมากินข้าวเย็น”
“แม่ขา ลุงยักษ์พาอลินไปซื้อไก่ทอดมาด้วยเย็นนี้เรากินไก่ทอดกันนะคะ”
ว่าแล้วก็ชี้ไปที่ไก่ทอดถังใหญ่เบิ้มที่ชยันต์ถืออยู่พิญญานึกรู้ได้ทันทีว่าที่จริงแล้วอลินไม่ได้อยากกินไก่ทอดอะไรหนักหนาแต่เด็กหญิงเคยขอร้องเธอให้ซื้อไก่ทอดเจ้านี้เพื่อจะได้ชุดของเล่นเจ้าหญิงที่โปรดปรานอลินวิ่งขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องแล้ว ชยันต์จึงได้เอาของกินเข้ามาไว้ในครัว
“ไปหาหมอมาเป็นไงบ้าง” เขาถามเบาๆเพราะแน่ใจว่าน้ำเสียงของพิญญาที่ได้ยินในโทรศัพท์นั้นไม่สู้ดีนั่นแปลว่าผลการตรวจอาจจะไม่เป็นที่น่าพอใจก็ได้
“ก็ไม่เป็นอะไรค่ะ”
“งั้นหรือ แน่ใจนะ”
“ค่ะ” หญิงสาวตอบสั้นๆ โดยพยายามกล้ำกลืนความเศร้าหมองเอาไว้
“มีอะไรก็บอกฉันได้ อย่าลืมสิว่าตอนนี้เราอยู่บ้านเดียวกันแล้วอย่างน้อยๆ ฉันก็เป็นพ่อของลูก” เขาพูดทุกอย่างออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจยอมรับศิโรราบว่ารักอลินไปหมดแล้วทั้งจิตวิญญาณโดยปราศจากเงื่อนไขทุกประการ
หญิงสาววางมือจากสิ่งที่ทำอยู่แล้วหันมามองหน้าของชยันต์ผู้ชายคนนี้จะเป็นที่พึ่งให้กับเธอและลูกได้อย่างนั้นหรือเพราะที่ผ่านมาเขาไม่เคยทำให้เห็นได้สักครั้งและหากว่าการรักษาต่อไปนี้ไม่ได้ผลแล้วเธอจะต้องจากโลกนี้ไปจริงๆก่อนเวลาที่ผลการพิสูจน์ความเป็นพ่อลูกนั้นจะออกมาเขาจะทำตามสัญญาที่ให้ไว้ได้หรือเปล่าหากเธอไม่อยู่ตรงนี้แล้ว
“บอกไปคุณก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอกค่ะ”
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ฉันเห็นแล้วว่าคนที่ไปรักษาที่นั่นมากมายขนาดไหนถ้าเธออยากจะย้ายโรงพยาบาลฉันก็ยินดีจะเป็นธุระให้”
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันรักษาที่นั่นก็ดีอยู่แล้ว”
“หมอบอกว่าเธอไม่ดีขึ้นงั้นหรือ”
แม้ชยันต์จะเดาสุ่มไปแบบนั้นแต่ก็แทงใจดำของหญิงสาวยิ่งนักทำให้เธอเงียบไปอีกจนชายหนุ่มคาดคั้นหนักขึ้นพิญญาจึงปริปากบอกข้อมูลการรักษาและแนวทางการรักษาต่อจากนี้
“เธอจะต้องหายแน่นอนนะญ่ามันไม่จำเป็นหรอกที่คนเป็นมะเร็งแล้วจะต้องตายทุกคน”
“แต่ถ้ารักษาด้วยคีโมแล้วยังไม่หายอีกล่ะคุณสัญญาได้ไหมคะว่าจะดูแลอลินแทนฉัน”
หญิงสาวเสียงสั่นพาลจะร้องไห้ให้ได้สิ่งที่เธอห่วงที่สุดไม่ใช่ว่าการรักษาจะได้ผลหรือไม่แต่ห่วงชีวิตของอลินต่อจากนี้ต่างหาก หากว่ารักษาด้วยเคมีบำบัดแล้วร่างกายของเธอคงยิ่งอ่อนแอลงจนไม่สามารถดูแลอลินได้เหมือนเดิมและเธอก็ไม่รู้ว่าชยันต์จะทำหน้าที่แทนเธอได้หรือเปล่าอลิน...จะมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างไรหากไม่มีเธอ
ลูกน้อยของแม่...ที่แม่อาจไม่มีวันได้แลเห็นจนถึงวันลูกได้เติบใหญ่เพียงแค่คิดก็เศร้าหมองเหลือเกิน...
“ญ่า บางอย่างมันยังไม่เกิดขึ้นก็อย่าเพิ่งกลัวไปก่อนเลยถึงแม้ว่าในสายตาของเธอแล้วฉันจะไม่ใช่คนดีนัก อันนั้นฉันก็ยอมรับแต่ฉันสัญญากับเธอไว้ตรงนี้ว่าฉันจะดูแลเธอกับอลินให้ดีที่สุดเท่าที่คนอย่างฉันจะทำได้เธอก็รู้จักฉันดีไม่ใช่หรือ” ชายหนุ่มกุมมือพิญญาไว้พร้อมให้คำมั่นทำให้น้ำตาอุ่นๆ ของหญิงสาวไหลออกมาด้วยความตื้นตันใจ
เธอรู้ว่าเขาเป็นคนรักษาสัญญาเสมอไม่ว่าตอนนี้หรือตอนไหนหากเขาพูดออกมาแล้วชายหนุ่มจะต้องทำจนได้ไม่ว่าเรื่องอะไร