เถ้าถ่านสีขาวขุ่นที่หลงเหลือจากการเผาผลาญ ‘เงากรรมนับหมื่น’ ด้วยเพลิงอเวจี ปลิวว่อนไปทั่วหุบเขาคนตายราวกับหิมะแห่งความวิปโยค กลิ่นเหม็นไหม้ของิญญาที่ถูกลบออกจากวัฏสงสารลอยคละคลุ้งจนแสบจมูก ทว่าสำหรับ ‘สิงหราช’ มันกลับเป็กลิ่นหอมหวานที่ทำให้เืในกายของเขาสูบฉีดด้วยความสำราญ รอยสัก ‘ยันต์เกราะเพชรนิลกาฬ’ บนแผ่นหลังของเขายังคงเรืองแสงสีดำสลับแดง เปล่งประกายอำมหิตที่กดขี่ทุกสรรพสิ่งให้อยู่ใต้ฝ่าเท้า
เื้ัของเขา บุหลันแดง ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นจากพื้นดินที่แตกร้าว นางมองแผ่นหลังอันกว้างใหญ่ของบุรุษหนุ่มด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ความหวาดกลัวที่เคยมี บัดนี้ถูกหลอมรวมเข้ากับความเทิดทูนบูชาอย่างบ้าคลั่ง สตรีที่เกิดมาเพื่อเป็เครื่องมือสังหาร บัดนี้ได้ตระหนักแล้วว่า นายเหนือหัวที่แท้จริงของโลกใบนี้ไม่ได้นั่งอยู่บนบัลลังก์ทองคำ แต่อยู่ตรงหน้านางผู้นี้เอง
"ไปกันต่อเถอะบุหลัน..." สิงหราชเอ่ยเสียงเรียบ โดยไม่เหลียวมอง "ตาเฒ่าเมืองคงกำลังวิ่งพล่านเป็หนูติดจั่นอยู่แน่ ข้าอยากจะเห็นใบหน้าสิ้นหวังของมันใจจะขาดแล้ว"
ณ จุดลึกสุดของแคว้นอัสดงเื สะพานโลหิตข้ามภพ สะพานแขวนขนาดั์ที่ทอดตัวข้ามแม่น้ำสีแดงฉานข้นคลั่ก ตัวสะพานถูกสร้างขึ้นจากกระดูกสันหลังของสัตว์ประหลาดดึกดำบรรพ์ร้อยเข้ากับโซ่ตรวนเหล็กไหล ที่ปลายสะพานฝั่งแคว้นอัสดงเื กองทัพหัวกะทิ ‘พยัคฆ์เหิน’ จำนวนห้าร้อยนายยืนตั้งแถวหน้ากระดานอย่างองอาจ ทุกนายสวมเกราะลงยันต์คงกระพัน และถือหอกอาบน้ำว่านร้อยแปดชนิด
นำทัพโดย ‘ขุนพลทัพฟ้า กริชเพชร’ ศิษย์เอกผู้เป็ดั่งแขนขวาของอาจารย์เมือง ชายหนุ่มรูปร่างกำยำในชุดเกราะสีเงินยวบยาบ ใบหน้าหล่อเหลาแฝงไปด้วยความหยิ่งทะนงและเปี่ยมด้วยคุณธรรมจอมปลอม ในมือขวาของเขากำชับ ‘ดาบพิชิตมาร’ ศาสตราศักดิ์สิทธิ์ประจำแคว้นที่ถูกตีขึ้นจากเหล็กน้ำพี้ผสมแร่์ และผ่านการสวดญัตติโดยเกจิอาจารย์ถึงหนึ่งร้อยแปดรูป ว่ากันว่าแสงสว่างจากใบดาบนี้สามารถชำระล้างความชั่วร้ายทุกชนิดบนโลกได้
"ท่านอาจารย์สั่งให้ข้ามาถ่วงเวลา เพื่อรอให้ท่านปลุกสิ่งนั้นขึ้นมา..." กริชเพชรพึมพำกับตัวเอง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความดูแคลน "แต่ท่านประเมินข้าต่ำไป ข้า กริชเพชรผู้นี้ จะใช้ดาบพิชิตมารตัดหัวไอ้กาลกิณีนั่น และเอาไปโยนทิ้งที่หน้าลานปะาเอง!"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นและสม่ำเสมอก็ดังแว่วมาจากอีกฟากของสะพานโลหิต ท่ามกลางหมอกสีควันบุหรี่ ปรากฏร่างของสิงหราชเดินนวดนาดเข้ามาอย่างเชื่องช้า ราวกับกำลังเดินชมสวนดอกไม้
"หยุดอยู่ตรงนั้น! ไอ้กาลกิณี!" กริชเพชรตวาดลั่น ชูดาบพิชิตมารขึ้นฟ้า ใบดาบเปล่งแสงสีขาวนวลบริสุทธิ์สว่างจ้า ขับไล่หมอกอาถรรพ์รอบๆ จนสลายไป "ที่นี่คือเขตแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งอัสดงเื คนบาปหนาเยี่ยงเ้าไม่มีสิทธิ์ก้าวเท้าเข้ามาทำลายความสงบสุข! วันนี้ข้า ขุนพลทัพฟ้า จะขอเป็ตัวแทนแห่งฟ้าดิน พิพากษาความชั่วร้ายของเ้าด้วยดาบเล่มนี้!"
สิงหราชหยุดยืนอยู่กึ่งกลางสะพาน เขามองดูกริชเพชรที่กำลังพล่ามเื่คุณธรรมด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ก่อนจะหลุดเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง เสียงหัวเราะของเขาดังก้องจนแม่น้ำโลหิตเบื้องล่างถึงกับกระเพื่อมเป็คลื่น
"ตัวแทนแห่งฟ้าดิน? พิพากษาข้า?" สิงหราชแสยะยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาว "เ้าหนู... เมืองที่ก่อกำแพงขึ้นจากกระดูกคนเป็ แผ่นดินที่ต้องเอาเืเชลยมาหล่อเลี้ยงแม่น้ำ อาณาจักรที่เต็มไปด้วยคาวเืและมนตร์ดำโสโครก... แล้วเ้ากล้าชูเศษเหล็กเรืองแสงนั่นขึ้นมาอ้างถึง 'ความดีงาม' กับข้าอย่างนั้นหรือ? ช่างเป็เื่ตลกที่ฝืดคอที่สุดเท่าที่ข้าเคยได้ยินมา!"
"บังอาจนัก! ปากดีไปเถอะ!" กริชเพชรโกรธจัดจนหน้าดำหน้าแดง เขารวบรวมลมปราณและอาคมสายขาวทั้งหมดลงไปในดาบ "เพลงดาบชำระบาป: แสง์ตัดิญญา!"
ขุนพลหนุ่มพุ่งทะยานตัวขึ้นฟ้า ร่างกายห่อหุ้มด้วยแสงสีขาวเจิดจ้า ราวกับเทพยดาที่ลงมาปราบมาร ดาบพิชิตมารฟันแหวกอากาศลงมา หมายจะผ่าร่างของสิงหราชออกเป็สองซีก แสงสว่างนั้นรุนแรงจนทหารพยัคฆ์เหินนับร้อยยังต้องหลับตา ทรงพลังจนมิติรอบด้านเกิดรอยร้าว
ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่คมดาบแห่ง์กำลังจะัักระหม่อมของสิงหราช
"หมับ!"
แสงสว่างแห่ง์พลันดับวูบลงราวกับถูกหลุมดำกลืนกิน! กริชเพชรเบิกตากว้างจนแทบถลนออกจากเบ้า เมื่อพบว่าคมดาบพิชิตมารที่เคยผ่าูเาได้เป็สองซีก บัดนี้ถูกหยุดไว้ด้วย 'มือเปล่า' ของสิงหราช! นิ้วชี้และนิ้วกลางของจอมอสูรคีบใบดาบที่อาบแสงศักดิ์สิทธิ์ไว้อย่างง่ายดายราวกับคีบกิ่งไม้แห้งๆ ิับริเวณนั้นปรากฏเกล็ดสีดำนิลของยันต์เกราะเพชรที่กำลังเปล่งประกายท้าทายแสง์
"ปะ... เป็ไปไม่ได้! ดาบพิชิตมารคือจุดสูงสุดของวิชาสายขาว! มันต้องเผาผลาญมนตร์ดำของเ้าสิ!" กริชเพชรตะกุกตะกัก พยายามออกแรงกดดาบลง แต่ดาบนั้นกลับนิ่งสนิทราวกับถูกตรึงไว้กับภูผาเหล็ก
"วิชาสายขาว? พลังแห่งแสงสว่าง?" สิงหราชเลิกคิ้วขึ้น ดวงตาสีดำนิลแปรเปลี่ยนเป็สีแดงชาด "เนตรอสูรระดับที่สาม: อนันตริยกรรม!" "เ้าลืมไปแล้วหรือกริชเพชร... ว่าแสงสว่างน่ะ มันมีอยู่ได้ก็เพราะมีความมืดคอยโอบอุ้มมันไว้เท่านั้น!"
สิงหราชเดินลมปราณแห่งความตายเข้าสู่ปลายนิ้ว ทันใดนั้น อักขระยันต์เกราะเพชรนิลกาฬก็ลุกลามจากมือของเขา ขึ้นไปเกาะกุมใบดาบพิชิตมารราวกับเถาวัลย์นรก แสงสีขาวถูกกลืนกินและแทนที่ด้วยสีดำสนิท เสียงเกจิอาจารย์นับร้อยที่เคยสวดญัตติดาบเล่มนี้ ถูกแทรกแซงด้วยเสียงกรีดร้องของภูตผีนับหมื่นจากขุมนรก!
"อ๊ากกกก!" กริชเพชรร้องลั่นเมื่อความร้อนระอุจากดาบที่ถูกคอร์รัปชันแล่นเข้าสู่ฝ่ามือ เขาพยายามจะปล่อยมือจากด้ามดาบ แต่มันสายเกินไปแล้ว
แคร่กกก... เพล้งงงงง!!!
สิงหราชออกแรงบิดปลายนิ้วเพียงเล็กน้อย ดาบพิชิตมารที่ภาคภูมิใจของแคว้นอัสดงเืก็แตกหักเป็เศษเหล็กกระจุยกระจายกลางอากาศ!
ในจังหวะที่กริชเพชรกำลังช็อกสุดขีด สิงหราชคว้าคอเสื้อเกราะของขุนพลหนุ่ม กระชากเข้ามาประชิดตัวจนจมูกแทบชนกัน
"เ้าบอกว่าอยากจะพิพากษาข้าใช่ไหม? ได้... ข้าจะให้เ้าได้เป็ส่วนหนึ่งของขุมนรกที่เ้าเกลียดชังนักหนา!"
สิงหราชยกมือขวาขึ้น นิ้วทั้งห้าแปรเปลี่ยนเป็กรงเล็บแหลมคมที่อาบด้วยอักขระสีเื เขาแทงทะลุเกราะเงินยวบยาบเข้าไปในหน้าอกของกริชเพชร ทว่าไม่ได้ควักหัวใจออกมา เขาใช้ "วิชาตอกลิ่มิญญา" ดึงเอาเส้นสายิญญาสีขาวบริสุทธิ์ของกริชเพชรออกมาจากร่างเป็เส้นยาว!
"ม่ายยยย! ปล่อยข้า!" กริชเพชรกรีดร้องด้วยความเ็ปที่เหนือกว่าความตาย ร่างกายของเขาเริ่มกระตุกเกร็ง
สิงหราชจับเส้นิญญานั้นฟาดลงกับพื้นสะพานโลหิต แล้วร่ายคาถาตรึงิญญาของขุนพลทัพฟ้าหลอมรวมเข้ากับกระดูกสันหลังของสะพาน! ร่างเนื้อของกริชเพชรหล่นร่วงลงสู่แม่น้ำสีเืเบื้องล่าง แต่ดวงิญญาของเขายังคงถูกตรึงอยู่ที่พื้นสะพาน ถูกสาปให้ต้องทนรับความเ็ปจากการถูกผู้คนเหยียบย่ำไปชั่วนิรันดร์!
กองทัพพยัคฆ์เหินห้าร้อยนายที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ต่างเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น อาวุธหลุดจากมือ ขุนพลที่ไร้เทียมทานที่สุดของพวกเขากลับถูกจัดการด้วยมือเปล่าภายในกระบวนท่าเดียว!
สิงหราชค่อยๆ ก้าวเดินข้ามสะพานไปช้าๆ โดยเหยียบลงบนตำแหน่งที่ิญญาของกริชเพชรถูกตรึงไว้ เสียงกรีดร้องไร้เสียงสะท้อนเข้ามาในโสตประสาทของเขา เขาปรายตามองทหารนับร้อยที่กำลังตัวสั่นงันงก
"ใครที่ไม่อยากเป็ส่วนหนึ่งของสะพานเส้นนี้... จงบากคอตัวเองซะ ก่อนที่ข้าจะเดินไปถึง" สิงหราชออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ความหวาดกลัวต่อชะตากรรมที่เลวร้ายกว่าความตาย ทำให้ทหารทั้งห้าร้อยนายตัดสินใจชักมีดสั้นประจำตัวออกมา และเชือดคอตัวเองพร้อมกันอย่างสยดสยอง เืสีแดงสดไหลนองท่วมสะพาน เป็การปูพรมต้อนรับการมาเยือนของจอมอสูรอย่างสมเกียรติ
ทว่า ในขณะที่สิงหราชกำลังจะก้าวข้ามพ้นสะพานโลหิต แผ่นดินทั้งแคว้นอัสดงเืก็เกิดการสั่นะเือย่างรุนแรงยิ่งกว่าครั้งใดๆ! ท้องฟ้าสีเืถูกฉีกขาดออกเป็รอยแยกขนาดมหึมา เสียงกู่ร้องประสานเสียงของช้างสารนับหมื่นตัวดังสนั่นหวั่นไหวมาจากทิศทางของหอคอยบัญชาฟ้า!
จากรอยแยกของผืนดิน ปรากฏร่างเงาขนาดั์สูงเทียมูเา มันคือ "พญาคชสารสัตตโลหะ" อาวุธลับแห่งาที่ถูกผนึกไว้ใต้แคว้นมานานนับพันปี ช้างปีศาจที่ถูกหล่อขึ้นจากโลหะอาถรรพ์เจ็ดชนิด และขับเคลื่อนด้วยิญญาอาฆาตของเกจิอาจารย์สายดำนับหมื่นดวง!
บนกระหม่อมของช้างปีศาจนั้น อาจารย์เมืองยืนตระหง่านอยู่ แววตาของปราชญ์เฒ่าบัดนี้ไร้ซึ่งความเยือกเย็น มีเพียงความบ้าคลั่งที่ยอมแลกทุกสิ่งเพื่อทำลายสิงหราช
"สิงหราช! เ้าบังคับให้ข้าต้องปลุกมารร้ายตัวนี้ขึ้นมา! วันนี้ แม้แคว้นอัสดงเืจะต้องพินาศย่อยยับ แต่ข้าก็จะขอลากิญญาเ้าลงสู่อเวจีไปพร้อมกัน!" เสียงของอาจารย์เมืองดังก้องกังวานประดุจสายฟ้าฟาด
สิงหราชเงยหน้าขึ้นมองอสูรกายโลหะขนาดั์ที่กำลังบดบังแสงสว่างทั้งหมดของแคว้น แทนที่จะหวาดกลัว รอยยิ้มแสยะของเขากลับกว้างขึ้นจนน่าขนลุก ดวงตาสีเืเปล่งประกายเจิดจ้าถึงขีดสุด
"ในที่สุด... ก็งัดของเล่นชิ้นใหญ่ออกมาสักทีนะ ตาเฒ่า" สิงหราชปลดปล่อยรังสีอำมหิตสีดำทะมึนพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า "เข้ามาเลย! ข้ากำลังหิว 'เนื้อโลหะ' อยู่พอดี!"