ผมแค่อยากใช้ชีวิตเหมือนคนธรรมดา..ไม่ได้รึไง!

    ตอนที่ 68 เริ่มต้นการฝึก

         "เตรียมทุกอย่างเรียบร้อย เหลือแค่เริ่มฝึกและแก้ไขเคล็ดวิชาเรกิ" ชุนพูดกับตัวเอง แล้วทอดสายตามองไปยังมหาสมุทรที่มีดวงตะวันสิบดวงสาดส่อง คลื่นสมุทรกระเพื่อมไปตามกระแสลม


         'ดวงดาวเกิดใหม่ทุกอย่างยากลำบากสำหรับสิ่งมีชีวิต แต่สำหรับเรามันเหมือนกำลังรับลมทะเลเพื่อผ่อนคลาย' ชุนคิดในใจพร้อมกับแหงนหน้ามองท้องฟ้า ก่อนจะถอนหายใจออกมา
         เฮ้ออออออออออออออ
         "ท้องฟ้ามีเมฆสวยงามไม่คุ้นตาค่อยๆเปลี่ยนรูปทรงไปเรื่อยๆ เคล็ดวิชาเรกิเทพอสูร เองคงเปลี่ยนไปเช่นเดียวกับหมู่เมฆ.." ชุนหยุดพูดกับตัวเองพักใหญ่ แล้วพูดกับตัวเองอีกครั้ง
         "ตัวเราเป็นเทพอสูร เข้าใจอสูรลึกซึ้งฝึกฝนเคล็ดได้ไม่ยาก..ไอ้คนสืบทอดต่อไปนี่แหละมันจะฝึกได้รึเปล่า แค่ขั้นทักษะ จดจำรูปแบบท่าร่าง โจมตี ป้องกันและต้านรับของอสูรหลายล้านทักษะจะรอดไหม ขั้นทักษะสมบูรณ์ยิ่งแล้วใหญ่ ขั้นกำเนิดเกราะคุมกายคงไม่ต้องคิด..ขั้นเกราะครึ่งร่าง ขั้นเกราะสมบูรณ์ ขั้นเรกิจุติ ขั้นแยกเรกิ ขั้นเรกิอมตะ ขั้นเรกิเทวะ ขั้นเรกินิรันดร์ ขั้นเรกิไร้จุดบอด ขั้นสุดยอดเรกิและขั้นเรกิรวมเป็นหนึ่ง มันคงเป็นไปได้ยากจริงๆ ขนาดตัวเรายังมองว่ายาก" ชุนส่ายศีรษะ คิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่หลายวัน ท้ายที่สุดชุนจึงเริ่มฝึกท่าร่างอยู่ริมชายหาด
         นับตั้งแต่เริ่มฝึกชุนได้จดจ่ออยู่กับเรกิ ท่วงท่าอสูร ไม่ว่าจะเป็นกิเลนไฟ หมีภูผา เต่าเขียวมรกต กระต่ายจันทรา หมูป่าเขี้ยวเงิน จระเข้ปฐพี จักรพรรดิกุ้งหมื่นปี หอยทากดูดเลือด ปูปีศาจนรกภูมิ ช้างสามเศียร อาชาโลหิต โคสามเขา แรดจอมอหังการ กบเซียนภูเขาพิษ คางคกพิษเซียน แรดเกราะทอง กิ้งกือสามเกราะ แมงมุมม่านหมอก แมงป่องเกราะเพชร ตะขาบทองคำ มังกรเงินโบราณ ราชสีห์ พยัคฆ์ทมิฬ วิหคเพลิงม่วง วิวาฬเก้าชีวิต หมาป่าบรรพกาล ตั๊กแตนทรราช มัจฉาปกรณัม หงส์ฟ้า มยูรอเวจี อีกามรณะ วานรสวรรค์ เมษโลกา ราชาปลิงทะเลเลือด อสรพิษเจ็ดสี ผีเสื้อแห่งความตาย ผึ้งกระหายเลือด ต่อเพชฌฆาต และอสูรอีกนับไม่ถ้วน
         การฝึกฝนของชุนค่อยๆเป็นค่อยๆไป เขาเรียนรู้และจดจำทักษะไปอย่างช้าๆ แต่แม่นยำและจดจำได้ตลอดกาล และทุกๆหนึ่งชั่วโมงชุนจะจดจำทักษะเกี่ยวกับสัตว์อสูรพันชนิดทะลุปรุโปร่ง เป็นเพราะจำนวนสัตว์อสูรมากมายมหาศาล ต่อให้วันหนึ่งเขาจะจดจำได้ถึงสองหมื่นสี่พันทักษะ ก็ยังต้องใช้เวลาเป็นแสนหรือล้านปี     .     .
         ห้าแสนปีผ่านไป
         ชุนได้เรียนรู้ทักษะเกี่ยวกับสัตว์อสูรทุกชนิดครบถ้วนและเริ่มดึงข้อดี ตัดข้อเสียทิ้งไป นับได้ว่าเป็นการปรับปรุงเคล็ดวิชาเรกิเทพอสูรครั้งแรก ขณะเดียวกันเขาก็อยู่ในขั้นทักษะเป็นที่เรียบร้อย เรียกได้ว่า 'ชุน' นั้นได้ย่างก้าวเข้าสู่วิถีแห่งการฝึกฝนเรกิอย่างแท้จริง
         สามแสนปีต่อมา
         ทักษะได้ถูกชุนปรับแต่งให้ดีขึ้น แต่ว่ามันยังไม่ดีพอสำหรับบรรลุสู่ขั้นทักษะสมบูรณ์ ทำให้เขาต้องลองเอาส่วนที่ผสานเข้าด้วยกันมาประกอบทักษะและตัดส่วนที่ไม่มีความจำเป็นทิ้งไป และในสี่พันปีต่อมาเขาก็เข้าใกล้ขั้นทักษะสมบูรณ์
         แม้ว่าจะเข้าใกล้ แต่ยังห่างไกลจากการบรรลุ เพราะทุกอย่างในทักษะมันเป็นไปในทางเดียวกัน การปรับปรุงครั้งที่สามจึงเริ่มขึ้น ซึ่งครั้งนี้ชุนเปลี่ยนเอาทักษะป้องกัน การเคลื่อนไหว และโจมตีแยกออก โดยมีจุดเด่นหลักคือการป้องกัน การเคลื่อนไหวและโจมตีเป็นรอง
         ทว่า..ในท้ายที่สุด ชุนก็เปลี่ยนให้ทักษะเป็นได้ทั้งโจมตีและป้องกัน ยิ่งป้องกันเพียงใดการโจมตียิ่งรุนแรง อีกทั้งความหมายในการป้องกันมันยังมีการสวนกลับและสะท้อนกลับ สำหรับการเคลื่อนนั้นกลายเป็นรองไปโดยปริยาย เพราะทักษะไม่เน้นการเคลื่อนไหวมากนัก เพียงป้องกันและขยับตัวเล็กน้อยมันสามารถหลบการโจมตีได้
         ท้ายที่สุดเก้าพันปีต่อมา ชุนก็ได้บรรลุขั้นทักษะสมบูรณ์และได้ทักษะท่าร่างสำหรับเป็นรากฐานในการสร้างเกราะคุมกายอันเป็นพื้นฐานของเรกิ
         "สุดยอด" ชุนอุทานเสียงเบาหลังจากฝึกเคล็ดวิชาเรกิเทพอสูรที่ปรับปรุงมาสามครั้ง เขานั้นค่อนข้างพอใจกับผลลัพธ์เป็นอย่างมาก
         "ทักษะสมบูรณ์เรียบร้อย เหลือขั้นต่อไปต้องกำเนิดเกราะคลุมกายให้ได้ แต่ยังไงเร็วๆนี้เรายังไม่สามารถไปถึงขั้นนั้นได้ ต้องออกไปทดลองใช้ทักษะสมบูรณ์เสียก่อน พอเห็นผลในการใช้จริงแล้วค่อยซึมซับพลังบนดาวเคราะห์มาสร้างเป็นเกราะคลุมกาย" ชุนกำหมัดเบาพลางคลายมือออก ก่อนจะกระโดดลงไปยังมหาสมุทรเหมือนกับจะไปเล่นน้ำเพื่อผ่อนคลายร่างกาย
         ตู้ม!
         ชุนดำดิ่งลงไปใต้มหาสมุทร ทั้งยังมองทิวทัศน์ใต้น้ำด้วยตาเปล่า โดยมิหวั่นเกรงสิ่งใดจะมาทำอันตราย แม้ว่าใต้น้ำจะมีสัตว์ร้ายตัวเขื่องดูอันตรายไม่คุ้นตาหลากหลายชนิด มีทั้งตัวเล็ก ตัวใหญ่ มันก็ไม่มีตัวไหนเลยจะเข้ามาทำร้ายชุน เหมือนกับรู้ว่าเขาเป็นตัวอันตราย
         'ใต้น้ำนี่มันสวยจริงๆ..ไม่ได้เห็นภาพธรรมชาติมาขนาดไหนแล้วเรา ทีหลังฝึกเสร็จต้องไปหาสถานที่ผ่อนคลายจิตใจบ้างแล้ว' ชุนคิดในใจพลางแหวกว่ายน้ำใต้มหาสมุทรเล่นต่อไป ราวกับว่าเขาไม่ได้สนใจโลกภายนอก ที่ได้เปลี่ยนแปลงไปไม่เหมือนตอนเขาปลดปล่อยจิตสัมผัสมองดูอีกต่อไป
         สิ่งมีชีวิตบนดาวเคราะห์เริ่มวิวัฒนาการ สภาพอากาศเริ่มเปลี่ยนไป ภัยพิบัติเริ่มมากขึ้นจนทำให้ผืนดินบนดาวเคราะห์หายไปหนึ่งส่วน สิ่งมีชีวิตบนบางส่วนวิวัฒนาการไปอาศัยอยู่ในน้ำ สิ่งมีชีวิตบนบกเริ่มวิวัฒนาการสำหรับเอาตัวรอด ยิ่งเป็นจำพวกพืชยิ่งวิวัฒนาการไปไกลโข..เกือบจะเรียกว่ามีสติปัญญาได้ เพราะในดาวเคราะห์ดวงนี้มันมีความพิเศษ นั่นก็คือพลังธรรมชาติบริสุทธิ์
         สิ่งมีชีวิตในยุคแรกของดาวเคราะห์ มีความได้เปรียบใหญ่หลวง หากมันสามารถซึมซับพลังธรรมชาติบริสุทธิ์และเบิกเส้นทางการบ่มเพาะในเส้นทางใดเส้นทางหนึ่งได้ มันย่อมมีโอกาสรอดชีวิตถึงยุคต่อไปหรืออาจหลุดพ้นจากดาวเคราะห์..ถ้าไม่มันก็ตาย
         เพียงแต่มีข้อยกเว้นสำหรับสิ่งมีชีวิตบางจำพวก ที่ปรับตัวได้ดี มีร่างกายแข็งแกร่ง ดูดซับพลังธรรมชาติได้โดยธรรมชาติราวกับสวรรค์ประทานพรให้แก่เผ่าพันธุ์ของมัน
         .     .
         ผ่านไปราวๆสองวัน
         ชุนได้ว่ายน้ำขึ้นมาจากก้นมหาสมุทรสู่ผิวน้ำ ทันใดนั้นภาพที่เห็นพลันเปลี่ยนในทันตา ความรู้สึกแปลกใหม่เวลาได้มองท้องฟ้าและเห็นฝูงนกประหลาดขนาดเล็กกำลังถูกวิหคสีน้ำตาลไล่ล่าเป็นอาหาร
         "ว้าว! นกพวกนี้มันอะไรกัน ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย..จำไม่ผิดก่อนเริ่มฝึกบนดาวเคราะห์ยังไม่มีนกสักตัว" ชุนกล่าวพลางลอยคอคิดเงียบ และแล้วเขาก็ปล่อยจิตสัมผัสไปทั่วดาวเคราะห์ ทันใดนั้นเองเขาได้เห็นการเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ที่สิ่งมีชีวิตนับอนันต์ยากพบเห็น สำหรับตัวตนของเช่นชุนมันดูไม่ยิ่งใหญ่มาก แต่มันคือครั้งแรกของชุน ซึ่งในอนาคตเขาจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงมากกว่านี้ จนภาพที่เห็นในปัจจุบันไม่ต่างจากเรื่องขี้มด     

    คล้ายกับเรื่องผมแค่อยากใช้ชีวิตเหมือนคนธรรมดา..ไม่ได้รึไง! ที่คุณอ่าน