ภายในห้องทำงานสุดหรูที่ตกแต่งอย่างมีรสนิยม ธาวินนั่งไขว่ห้างบนเก้าอี้หนังราคาแพง สายตาคมกริบกวาดมองเอกสารตรงหน้าด้วยความตั้งใจ ทันใดนั้นเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้เขายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย "ท่านเ้าสัวอนันต์"
"สวัสดีครับคุณปู่" ธาวินรับสายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
"หลานวิน ปู่มีข่าวดีจะบอก" เสียงทุ้มต่ำของท่านเ้าสัวดังมาตามสาย "หลานพริมยอมแต่งงานกับหลานแล้วนะ"
ธาวินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "จริงเหรอครับ" เขาไม่ได้แสดงความดีใจออกมา
"แต่หลานพริม...เธอมีข้อแม้นิดหน่อยนะ" ท่านเ้าสัวเว้นวรรคไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าว "หลานพริมอยากให้หลานวินจัดงานแต่งเล็กๆ แบบภายในครอบครัว เธอไม่ต้องจัดงานใหญ่แต่งโตหรูหรา"
"อะไรนะครับคุณปู่ ไม่ให้คนอื่นรู้เื่แต่งงานเลยเหรอครับ" ธาวินเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจ
"ใช่แล้วหลานวิน ปู่มาแจ้งข่าวให้หลานรับรู้เพียงเท่านี้ละ"ท่านเ้าสัวกล่าวก่อนที่จะวางสายไป
ธาวินหัวเราะในลำคออย่างขมขื่น เขาไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนปฏิบัติกับเขาแบบนี้มาก่อน นิตยสารชื่อดังเพิ่งจัดอันดับให้เขาเป็ชายหนุ่มที่สาวๆ ทั่วประเทศต่างใฝ่ฝันอยากแต่งงานกับเขามากที่สุด แล้วนี่อะไรกัน คู่หมั้นของเขากลับทำเหมือนเขาเป็ตัวน่ารังเกียจยังไงยังงั้น
"นี่เห็นฉันเป็ตัวอะไรกันแน่เนี่ย" ธาวินบ่นกับตัวเองพลางยกมือขึ้นลูบหน้าอย่างเหนื่อยใจ
เขานั่งจมอยู่บนเก้าอี้หนังราคาแพง ทว่าความรู้สึกหงุดหงิดกลับทำให้มันไม่ต่างอะไรจากเก้าอี้พลาสติกริมทาง เขายิ่งนึกถึงพริมพิลาเท่าไหร่ ความรู้สึกหงุดหงิดก็ยิ่งทวีคูณขึ้นเป็เท่าตัว
"ผู้หญิงคนนี้... เธอคิดว่าตัวเองเป็ใครกัน?" ธาวินบ่นพึมพำกับตัวเอง
ชายหนุ่มไม่เข้าใจคนเป็คู่หมั้นเลยจริงๆ ั้แ่เธอประสบอุบัติเหตุตกบันไดเมื่อหลายวันก่อน เธอก็เปลี่ยนไปเป็คนละคน จากที่เคยมาหาเขาที่บริษัทอยู่เป็ประจำ จนทำให้เขาแทบไม่มีสมาธิทำงาน แต่เธอกลับหายหน้าไปเลย ไม่เคยแม้แต่จะโทรมาถามไถ่
"นี่เธอคิดจะเล่นตัวหรือไง?" ธาวินพูดกับตัวเองด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด สายตาคมกริบจ้องมองเอกสารตรงหน้าด้วยความไม่สบอารมณ์
"แต่งงานเงียบๆ?" เขาเค้นเสียงลอดไรฟัน "ไม่มีทาง!"
"นี่มันงานแต่งงานของทายาทอัศวรุ่งเรืองนะ ไม่ใช่งานเลี้ยงรุ่นประถม!" ธาวินะโลั่น
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้น ธาวินปรับสีหน้าให้เป็ปกติก่อนเอ่ยอนุญาตให้เข้ามา
เลขาสาวคนสนิทก็เดินอุ้ยอ้ายเดินเข้ามาในห้องพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ "บอสค่ะ นี่คือตารางงานของคุณในสัปดาห์หน้าค่ะ"
ธาวินรับแฟ้มมาเปิดดูคร่าวๆ ก่อนเงยหน้าขึ้นถาม "มีงานอีเว้นท์อะไรที่ต้องออกสื่อบ้างไหมกนก"
เลขาสาวพลิกแฟ้มตรวจสอบ "มีงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัท XYZ ในวันศุกร์หน้าค่ะบอส"
ธาวินยิ้มมุมปาก "ดี..งั้นเดี๋ยวผมจะใช้โอกาสนั้นประกาศเื่งานแต่งของผมกับคุณพริมให้ทุกคนได้รับรู้กันเลย"
กรกนกเบิกตากว้าง "บอสจะประกาศเื่งานแต่งเหรอคะ"
ธาวินพยักหน้า "ใช่ ทำไมเหรอ มีปัญหาอะไรหรือเปล่า"
เลขาสาวรีบส่ายหน้า "เปล่าค่ะ ไม่มีปัญหาอะไร" แต่ในใจเธอกลับคิด 'งานนี้ต้องเป็ข่าวใหญ่แน่!'
ธาวินมองเลขาสาวด้วยสายตารู้ทัน "คุณไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวผมจะให้โบนัสพิเศษเป็การตอบแทน"
เลขาสาวยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี "ขอบคุณค่ะบอส"
ธาวินเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ มุมปากยกยิ้มอย่างมีเลศนัย ดูสิว่าคุณหนูพริมจะทำหน้ายังไงเมื่อเขาทิ้งะเิลูกนี้ลงกลางงานอีเว้นท์ คิดแล้วก็อดขำไม่ได้จริงๆ
"อ่อ..กนกบอกฝ่ายจัดงานให้ไปจัดการเื่งานแต่งผมกับคุณพริมให้เรียบร้อยนะครับ ผม้าให้งานนี้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด ยิ่งใหญ่ที่สุดเข้าใจไหม!" ธาวินกล่าวเสียงเข้ม
"ค่ะ... ค่ะบอส" กรกนกตอบรับอย่างว่าง่าย มือข้างหนึ่งลูบท้องที่ป่องออกมาอย่างระมัดระวัง เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามรวบรวมความกล้า ก่อนจะเอ่ยถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ
"บอสค่ะ อีก 2 เดือนฉันก็จะคลอดแล้วนะคะ แต่ว่าฝ่ายทรัพยากรบุคคลยังหาคนที่จะมาเป็เลขาให้บอสไม่ได้เลยค่ะ แต่ละคนที่สมัครมาไม่ได้มาตรฐาน จะทำยังไงดีค่ะ ทางครอบครัวสามีของฉันก็อยากให้หยุดทำงานแล้วค่ะ"
ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความกังวล เธอรู้ว่าการหาเลขาที่ดีนั้นไม่ใช่เื่ง่าย แต่เธอก็ไม่อยากทิ้งท่านประธานไปใน่เวลาที่สำคัญเช่นนี้ ธาวินมองกรกนกด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
"กนก ผมเข้าใจสถานการณ์ของคุณนะ แต่คุณก็รู้ว่างานนี้สำคัญแค่ไหน" เสียงทุ้มต่ำของธาวินดังขึ้น ทำให้กรกนกหลุดออกจากภวังค์ความคิด
"ผม้าคนที่สามารถจัดการงานทุกอย่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผมไม่สามารถปล่อยให้งานโครงการที่ร่วมมือกับมิสเตอร์หวังล้มเหลว งานนี้สร้างผลกำไรให้บริษัทเรามากมายมหาศาล"
กรกนกพยักหน้ารับรู้ เธอเข้าใจดีว่าเ้านาย้าอะไร แต่เธอก็อดเป็ห่วงไม่ได้ว่าเขาจะทำอย่างไรเมื่อเธอไม่อยู่ โครงการนี้ใหญ่โตและซับซ้อน เธอเป็คนเดียวที่รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับมัน
"ฉันจะพยายามหาคนให้เร็วที่สุดค่ะบอส" เธอพูดอย่างมุ่งมั่น แต่ถ้ายังหาไม่ได้ ฉันจะขอให้เพื่อนของฉันมาช่วยงานชั่วคราวนะคะ"
ชายหนุ่มรู้ดีว่ามันคงไม่ง่ายที่จะหาใครมาแทนเธอได้ในเวลาอันสั้น
ธาวินพยักหน้าอีกครั้ง "ก็ได้ แต่บอกเพื่อนของคุณด้วยว่าผม้าคนที่ทำงานอย่างจริงจัง ไม่ใช่พวกที่เอาแต่แต่งหน้าทาปาก"
กรกนกยิ้มบางๆ "ค่ะบอส รับรองว่าเพื่อนฉันทำงานเก่งมากค่ะ" เธอกล่าวพลางนึกถึงใบหน้าของ "อิงฟ้า" ขึ้นมา อิงฟ้าเป็สาวสวยที่ใครๆ ก็ต้องเหลียวมอง และเธอก็มีความสามารถในการทำงานที่ไม่เป็รองใคร เธอเป็คนที่มีความมั่นใจในตัวเองสูง และไม่เคยยอมแพ้อะไรง่ายๆ
ธาวินมองกรกนกด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะพูดต่อ "ดี งั้นผมจะรอเจอเพื่อนของคุณ"