“แตร๊ด..แตร..แตรรร” เสียงแตรแห่งลิออนทรัม ดังกึกก้องไปทั่วเมืองหลวงวาลลิออนและกังวานไปที่นอกเขตเมืองหลวงที่ยิ่งใหญ่นี้แห่งอาณาจักรทุ่งหญ้าและสายน้ำไหลนามว่า “คาลิมอร์”“ไม่มีโอกาสมากนักที่จะได้ยินเสียงแตรนี้หรอก….ก็จะมีก็แต่งานพิธีสำคัญ ของเหล่ากษัตริย์ ณ อาณาจักรแห่งนี้เท่านั้น”“คนพุพล่านมากทีเดียวท่านเห็นไหม...”“เห็นว่างานนี้กษัตริย์ ออกปากเชิญประชาชนทั้งมนุษย์ เออร์แดร์ และอีกมากมาย ทั้งในอาณาจักรและนอกอาณาจักรด้วยตัวเองเลยนะ” ผู้เดินทางคนหนึ่งพูดขึ้น“ข้าก็ว่าดีนะท่าน...เรามีปัญหาขัดแย่งเรื่องดินแดนกับเออร์แดร์มานาน คงจะเป็นกาลดีที่เชิญมา เพื่อผูกสัมพันธไมตรีสักที”“แต่ก็อย่างว่า...ไม่ง่ายหรอกท่าน กว่าสภาจะตกลงเงื่อนไขกับทางเออร์ดายที่เสนอมา นี้ก็นานเป็นหลายเดือนยังไม่ยอมตัดสินใจ คงจะยากอยู่หรอก….ข้าว่านะท่าน”“แต่ว่าถือเป็นฤกษ์ดี…ข้าก็อยากเห็นชาวเออร์แดร์ตัวเป็นๆ” ผู้เดินทางอีกคนกล่าว และหัวเราไปด้วย“แต่ว่านี้ ล้าช้ามากแล้วนะงานกำลังจะเริ่ม เรายังไปไม่ถึงไหนเลย…..สารถีเร่งให้หน่อย ข้ากลัวจะไปไม่ทันงาน” เสียงผู้เดินทางมาแสดงความยินดี ที่เมืองหลวง พูด“ได้ขอรับนาย...คนเดินไปมากเลยนายท่าน….เดินกันจนไม่มีทางให้รถม้าวิ่งเลย”“เอาๆ...หลีกหน่อย ๆ นายข้าจะรีบไปยังปราสาท” สารถีตะโกนขอทาง
คาลิมอร์ อาณาจักรที่ตั้งอยู่ ณ แมร์โรเอ็นตะวันตก เป็นอาณาจักรแห่งทุ่งหญ้าที่กว้างใหญ่ และสายน้ำทั้ง 4 ที่ไหลผ่านอาณาจักรและผ่ากลางเมืองหลวง แม่น้ำทั้ง นั้นไหลพาดผ่านจากป่าลิเดียทาง ตอนเหนือและขุนเขาอาร์ม ทางตะวันออก จรดสู่ทะเลทางใต้และตะวันตก ของอาณาจักรอาณาจักรคาลิมอร์นั้น เป็นอาณาจักรที่อุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหารนานาชนิด สัตว์ทั้งหลายหาอาหารกินได้จากตามแหล่งน้ำและทุ่งหญ้า ที่ล้อมรอบเมืองต่างๆ กระจัดกระจายไปทั่วอาณาจักร จึงถือได้ว่าเป็นดินแดนที่น่าอยู่ที่สุดเลยที่เดียวดินแดนแห่งนี้เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่ของชาวมนุษย์ ที่ขนานนามตัวเองว่าชาว ฮิวแมนนอร์ เป็นผู้ตั้งรกราก ชาวมนุษย์ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเพาะปลูก และปศุสัตว์ ชาวมนุษย์ตั้งถิ่นฐานในอาณาจักรตามแต่ละพื้นที่ ซึ่งอาศัยอยู่กันเป็นหัวเมือง ตั้งอยู่ตามแต่ละภูมิประเทศ ซึ่งอาจจะเป็นทั้งแหล่งที่เพาะปลูกเป็นหลัก หรือแม้กระทั้งเป็นป้อมปราการระวังภัย เพื่อปกป้องอาณาจักรแห่งนี้จากการรุกรานจะอาณาจักรหรือสิ่งมีชีวิตชั่วร้ายอื่นๆ อีกด้วยในยุคปัจจุบันอาณาเขตของอาณาจักรได้ถูกขยายตัวออกเรื่อยๆ จากการหาทรัพยากรธรรมชาติและการทำเหมืองหิน ซึ่งถือเป็นรายได้หลักของอาณาจักรแห่งนี้เลยทีเดียว จึงกลายอาณาจักรที่ใหญ่ที่สุดในดินแดนแมร์โรเอ็นตะวันตกไปโดยปริยาย ปัจจุบันเทคโนโลยีการขุดและทำเหมืองของชาวคาลิมอร์เป็นที่ยกย่องจากอาณาจักรอื่นๆ ในแมร์โรเอ็น แต่ถึงกระนั้นและการรุกล้ำเขตป่าต่างๆ ของชาวคาลิมอร์ ทำให้ชาวเออร์ดายไม่พอใจและมีปัญหาขอพิพากกันอยู่บ่อยครั้งอาณาจักรคาลิมอร์ มีเมืองหลวงชื่อว่า “วาลเลออน” แปลว่าดินแดนแห่งนักรบเลออน(สัตว์ที่เป็นราชาแห่งสัตว์ทั้งมวล) มีการปกครองแบบระบบสภาสูง ซึ่งชื่อว่า “สภาสูงแห่งซิคนัม” ทำหน้าที่วางกฎระเบียบการอยู่ร่วมกัน และอีกทั้งยังตัดสิน ข้อพิพากต่างๆ ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นในอาณาจักรหรือนอกอาณาจักร มีคณะสภาอาวุโส 13 คนและสมาชิกตามแขวงเมืองต่างๆมากมาย โดยมี 1 เสียงในคณะสภาอาวุโส สำหรับราชวงค์คาลิมอร์นั้นยังคงมี ระบบการปกครองของกษัตริย์ ซึ่งเป็นขวัญกำลังใจของประชาชนในอาณาจักร ดำเนินการภารกิจทางการทูตและปกป้องอาณาจักรจากภัยร้าย มีกำลังทหารประจำราชวงค์เป็นของตนเอง มีนามว่า “อัศวินแห่งพาวด์เดรอนด์” แปลว่าอัศวินผู้ภูมิใจในชุดเกาะ ซึ่งขึ้นตรงและรับคำสั่งจากราชวงค์โดยตรงราชวงค์นี้ได้ถูกสืบทอดมายาวนาน มีนามว่า “สายเลือดแห่งวิลเดอเมียร์”
“ครืด...ก๊อดๆ”เสียงหายใจของม้าที่ผูกติดกับรถ และเสียงล้อรถม้าที่สลับกับเกือกม้าที่กระทบพื้นที่ เดินทางไกลมาจาก ดินแดนลิเดิย“งานสถาปนารัชทายาท...เราได้รับเชิญมาเป็นแขกสำคัญของอาณาจักรคาลิมอร์ ซึ่งกษัตริย์วิลเลมมาเชิญเราด้วยเองถึงอาณาจักรลิเดีย”“ท่านพ่อ….ตัวข้าไม่ค่อยคุ้นชินกับการกระทำมนุษย์พวกนี้เลย...ช่างน่าผิดสังเกต”เสียงเจ้าหญิงเอลเลน่าพูด“ข้าเข้าใจเป็นอย่างดีเลยว่า….จะต้องเป็นการขอผูกสัมพันธ์เป็นพันธมิตร และทั้งขอให้พิจารณาอภัยโทษเรื่องการรุกล้ำเขตป่าของเราอีกที”“ข้าว่าจะขอแบ่งอาณาเขตป่าเพื่อเหมือง...” เจ้าหญิงพูดด้วยความโกรธ และย้ำถึงเป้าหมายของพวกมนุษย์อีกครั้ง“ข้าเข้าใจเจ้าและชาวเออร์ในต่อนี้ดี….แต่เชื่อพ่อเถอะ...เรื่องทั้งหมดนั้นจะเป็นไปได้ด้วยดี”กษัตริย์เฒ่าพูดและยิ้มกับลูกสาว“แล้วแต่ท่านพ่อเถอะ...มนุษย์ช่างไร้เดียงสา และล้างพล่านทำลาย แถมยังเย้อยิ่ง”เจ้าหญิงพูดด้วยความโกรธ“เจ้าหมายถึง...เรื่องบุกรุกป่าหรือเจ้าชายมนุษย์หนุ่มกันแน่...ฮาๆๆ”กษัตริย์เฒ่าพูดและหัวเราะกับลูกสาว“ทั้งสองอย่าง...แต่โดยเฉพาะเขา...ที่วันนั้นมาดึงผมและแกล้งไนล่าของข้า”เจ้าหญิงพูดด้วยความโกรธและงอล“ฮา ๆ ๆ ๆ ...” กษัตริย์เฒ่าหัวเราะ
งานสถาปนารัชทายาท เป็นงานที่ประกาศให้ประชาชนภายในอาณาจักรและภายนอกอาณาจักรได้ทราบถึงกษัตริย์องค์ปัจจุบันได้เลือกผู้ที่จะสืบทอดตำแหน่งและขึ้นปกครองบัลลังค์คนต่อไปโดยในสถานะตำแหน่งรัชทายาทนั้น จะมีภารกิจและหน้าที่ความรับผิดชอบในการรักษาความสงบและสอดส่องความเป็นไปต่างๆภายในอาณาจักร และรวมทั้งการดูแลช่วยเหลือประชาชนในอาณาจักร โดยภารกิจที่ได้รับมอบหมายนั้นจะขึ้นตรงต่อกษัตริย์ และถูกเฝ้าดูจากสภาสูงแห่งซิกนัมถึงความเป็นประโยชน์และผลกระทบต่ออาณาจักร ก่อนจะไปเริ่มทำภารกิจซึ่งในการทำภารกิจแต่ละครั้งจะได้รับกองกำลังทหารไว้รับใช้ในการทำภารกิจต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะถูกส่งไปยังหัวเมืองต่างๆ เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อย แต่ในบางครั้งจะได้รับตำแหน่งหน้าที่เป็น ตัวแทนคณะสภาอาวุโส 1 เสียง ในการเข้าประชุมในแต่วาระการประชุมไป
ณ พิธี ท้องพระโรงแห่งวาลลิออน
“ตึ๊ก ๆ ๆ...ข้อขอแต่งตั้ง ดาร์เมียน วิลเดอร์เมียร์ เป็นองค์รัชทายาท ขอให้ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อประชาชนและอาณาจักรคาลิมอร์ต่อไป”เสียงไม้เท้าของกษัตริย์วิลเลมดังขึ้น หลังจากกษัตริย์แห่งคาลิมอร์มอบผ้าคลุม ซึ่งเป็นเครื่องหมายประจำตำแหน่งของรัชทายาทแต่ละรุ่น เป็นการจบพิธีสถาปนารัชทายาทแห่งคาลิมอร์“หะะะ แห่มๆ” เสียงกระแอมของผู้ประกาศราชสารน์ ทำให้เสียงในท้องพระโรงเงียบลง“คาลิมอร์ยินดีอย่างยิ่ง...ในวาระฤกษ์งามยามดี...ทะทะทะ องค์ท่าน”ผู้ประกาศโดนชะงักโดยองค์กษัตริย์“เหล่าประชาชนและผู้ทรงฤทธิ์ทั่วทั้งดินแดนและนอกดินแดนนี้”“เรากษัตริย์แห่งอาณาจักรคาลิมอร์ ขอแสดงความยินดีที่ทุกท่านผู้มีเกียรติได้มาร่วมงานที่ยินดีเช่นนี้วันนี้ขอให้ทุกท่านเกษมสำราญใจ และเพลิดเพลินไปกับอาหารและการแสดงที่เตรียมตอนรับไว้ให้แก่พวกท่านทุกคน”“ไม่ว่าจะเป็นชนชั้นใดก็ตาม ค่ำคืนนี้เป็นของพวกท่านทุกคน…..” กษัตริย์กล่าวอย่างปิติยินดี
หลังจากนั้นกษัตริย์วิลเลมและเจ้าชายดาร์เมียน ได้เดินไปพูดคุยกับแขกผู้ที่มาแสดงความยินดี ที่ได้เดินทางมาจากหัวเมืองต่างๆ ทั้งในอาณาจักรคาลิมอร์เองและอาณาจักรห่างไกลที่อื่นๆ จนมาถึงกลุ่มคณะเดินทางจากอาณาจักรลิเดีย ซึ่งเอลเลน่าและองค์ลูเทียร์แห่งลิเดียกำลังพูดคุยกันอยู่
“ทำไมจึงต้องรับภารกิจด้วย...โดยแค่เพียงสายเลือดนั้น...ก็ไม่เห็นมีความจำเป็นนิท่านพ่อ”เจ้าหญิงถามด้วยความสงสัยขณะที่กำลังคุยกับพระบิดาอยู่“พวกเราสายเลือดแห่งวิลเดอร์เมียร์เชื่อว่า...ผู้ที่จะมาสืบทอดในฐานะกษัตริย์ได้นั้น...ผู้นั้นจะต้องออกผ่านการเดินทาง”“ในการเดินทางนั้นก็เพื่อแสวงหาโชคชะตา….และพิสูจน์หน้าที่ความรับผิดชอบต่ออาณาจักรและประชาชน”“หากสามารถทำภารกิจลุล่วงและกลับมาได้นั้นจะถือว่า...ผู้นั้นเหมาะสมจะเป็นกษัตริย์องค์ต่อไป” วิลเลมพูดขึ้นขัด เพื่อตอบคำถามแก่เจ้าหญิง“แต่อย่างว่า...การเดินทางนั้น...ยิ่งมีระยะทางที่ไกลและอุปสรรคที่มากเท่าไร ก็ยิ่งเห็นทาสแท้”“ทาสแท้ที่ว่าก็คือ”“ทาสแท้ของรัชทายาทผู้นั้นต่อผู้ร่วมเดินทางที่เปรียบเสมือนประชาชนที่คอยติดตามไปด้วย...”“หากเมื่อกลับมาได้นั้นผู้คนเหล่านั้น...จะสวามิภักดิ์ติดตาม รวมทั้งบอกต่อถึงวีรกรรมที่แท้จริงของผู้ที่นำพวกเขาด้วยตัวของเขาเอง ให้คนทั้งอาณาจักรได้รับรู้ถึงเกียรติยศของ” วิลเลมพูดขึ้นเสริมเพิ่มเติมเพื่อให้เอลเลน่าเข้าใจ“ทางเราขอแสดงความยินดีกับรัชทายาทองค์ใหม่ด้วย...” กษัตริย์ชาวเออเฒ่าแห่งลิเดีย นามว่า ลูเทียร์ทรงชื่นชม“ด้วยความเคารพและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง...ที่ท่านตอบรับคำเชิญจากเรา...องค์ลูเทียร์”ดาเมียนกล่าวขอขอบคุณ และโค้งคำนับ“จะไหวจริงหรอ...” เอลเลน่าพูดขึ้นแทรก“เอลเลน่า...เจ้าช่างเสียมารยาทจริงๆ...ลูกข้า”“ข้าขอประทานอภัยแก่ท่านทั้งสอง...กับพฤติกรรมของลูกสาวตัวดีข้าด้วย”ลูเทียร์ตำหนิลูกสาวก่อนจะกล่าวขอโทษ“โอ๊ะๆๆ ไม่….”“องค์ลูเทียร์...ทรงอย่าได้วิตกเลย ข้าเชื่อว่าเป็นแค่การต่อล้อต่อเถียงของเด็กๆเท่านั้น...ใช้ไหมเจ้าหญิง” วิลเลมหันมาถาม“ปล่อยให้พวกเด็กๆได้คุยกันเถิด….ส่วนเรา”“ข้าว่าเราเดินไปคุยไปเรื่องสาระทุกข์ของประชาราชทั้งมนุษย์และเออร์แดร์ดีกว่า...ข้าได้เตรียมที่ต้อนรับส่วนตัวไว้แล้ว...เชิญท่านทางนี้” วิลเลมหันมาชวนลูเทียร์เดินไปนอกงานเลี้ยง
หลังจากที่กษัตริย์ทั้งสองอาณาจักรได้เดินหลับตาไป เหลือเพียงดาเมียน และเอลเลน่าที่ยืนเมินหน้าหนีอยู่ตรงนั้น
“เจ้ายังเหมือนเดิม...หาเรื่องไม่พอใจข้าได้ตลอดเวลา”ดาเมียนคุยแซว“ใช่...เราไม่พอใจหรือไว้ใจในพวก โดยเฉพาะมนุษย์อย่างเจ้า”เอลเลน่าพูดแล้วหันหน้าหนี“อายุจะ 200 ปีแล้ว...ยังงอแงเหมือนเด็กอยู่เลยน่ะเจ้า...ยายแก่ขี้วีน ฮาๆๆๆ” ดาเมียนพูดแซวอีกครั้ง“เจ้า...เจ้า...เจ้า”เอลเลน่าโมโห“งั้นข้าไปก่อนนะ...”“โอ้...บาร์คสหายข้า”“สนุกกันงานหล่ะ อย่าทำลายข้าวของ แขกอยู่เยอะนะ...เจ้าหญิง”“เจ้ารู้ไหม...บาร์ค...”“ปกติชาวเออร์คิ้วเยอะอยู่แล้วพอโกรธ คิ้วเยอะไปกันอีก ฮาๆๆๆ” ดาเมียนเดินคุยแซวกับบาร์ค คนสนิทของดาเมียน เรื่องเอลเลน่า ก่อนจะเดินจากไป
ดาเมียนกับบาร์คเดินพูดคุยกันไป จนถึงระเบียงฝั่งตะวันตกของงานเฉลิมฉลอง หลังจากที่ได้ทำให้เอลเลน่า เจ้าหญิงแห่งอาณาจักรลิเดียหัวเสีย
“ไอ้มนุษย์บ้า….ฝากไว้ก่อน”เอลเลน่าหัวเสีย แล้วพยายามเดินไปหาลูเทียร์ที่นอกระเบียงทางเดินเพื่อที่จะขอกลับจากงานไปที่พักก่อน
มาทางด้านดาเมียนกับบาร์ค ที่พูดคุยกัน
“ดาเมียน...เธอคนนั้นคือชาวเออร์ที่ท่านเคยคุยกันข้าใช่ป่ะ”บาร์คถาม“ท่านมีอะไร...งุงิๆ...กับนางหรือป่าว...ทำไมข้าไม่รู้เรื่องนี้เลย”บาร์คแซวอีกที“ป่าว…เหมือนน้องสาวมากกว่า...เราพบกันบ่อย ครั้นที่เราติดตามท่านพ่อไปทำการทูตสมัยเด็ก”ดาเมียนอธิบาย“แล้วนี้เจ้ามาได้ไง...ไหนบอกข้าว่าจะไปเที่ยว ที่ตลาดกลางจัตุรัสเมือง”ดาเมียนถาม“ข้าไปมาแล้วที่ตลาดนั้น...แต่ข้าไปเจอพวกที่ข้าติดหนีพนันไว้...ข้าเลยหนีพวกมันมานี่...ก่อนที่ข้าจะได้ข่าวมาฝากท่านด้วย” บาร์คพูดถึงวีรกรรมของตน“เจ้านี่นะ...ไหมว่ามาเจ้าได้อะไรมา”ดาเมียนถาม“ดาเมียน...ทางสายรายงานว่าทางฟากตะวันตกของเมือง อูตอร์ มีเรื่องการก่อความวุ่นวายของพวก ฝูงโกลิท ออกมาบุกรุกไล่กินพืชผลทางการเกษตรของชาวบ้าน”บาร์ครายงานข่าว“ข้าก็ได้ยินเรื่องนี้มาเมื่อสามวันก่อนพิธีเหมือนกัน...”“เจ้าว่าทางสภาสูง..รู้เรื่องนี้ไหม”ดาเมียนถาม“ก็คงรู้แหละ...แต่คงคิดได้ว่าเป็นเรื่องปกติ ที่พวกโกลิธชอบออกมาทำลายและกินพืชผักของชาวบ้าน...ตามธรรมชาติของพวกมัน” บาร์คตอบอย่างกังวล“รู้แล้ว...แต่ก็เมินเฉยอะซิ”“ปกติพวกโกลิธ พวกมันอยู่แต่ในถ้ำลึกในป่า...ที่ห่างออกไปจากหมู่บ้านหรือเมืองใหญ่...จะออกมาจริงๆก็คืออาหารหมด เลยต้องมาขโมยของกินตามหมู่บ้านเล็กๆ ต่างๆ อย่างมากก็แค่ 4-5 ตัว”“แต่นี้...ออกมาไกลจากป่าโอล์ไทม์มาก...คงน่าจะมีอะไรผิดปกติสักอย่างในป่าแน่ๆ” ดาเมียนพูดอย่างกังวล“นั้นสิ...มีเรื่องนึงข้าได้ยินพวกสายเล่าให้ฟัง”“ท่านเคยได้ยินเรื่อง...เจ้าชายแห่งอาณาจักรโบราณที่หายไปในป่าแถบนั้นไหม” บาร์คถาม“ก็เคยได้ยิน...ข้าจำได้ว่าข้าเคยฟังตอนเด็กๆ...แต่นั้นมันนิทานก่อนนอนไม่ใช่หรอ”ดาเมียนกล่าว“ก็อาจจะใช่น่ะ...แต่ดาเมียน...พวกสายนำสิ่งนี้มาให้ข้า”“พวกนั้นบอกว่าได้มากจากป่าแถบโอลไทม์นั้น...” บาร์คพูด
หลังจากนั้นบาร์คหยิบบางสิ่งออกมาจากเสื้อ ยื่นใส่ในมือของดาเมียน
“ท่านว่า…มันคืออะไร...” บาร์คพูดถามดาเมียน“เหมือนตราสัญลักษณ์...”“แต่ตราสัญลักษณ์...นี้มัน!!!!!!!” ดาเมียนพูดขึ้นด้วยความตกใจ
..............ตอนต่อไป....นิทานก่อนนอนแห่งป่าโอลไทม์..............