ูเาอันรกร้างว่างเปล่าท้องฟ้ามืดลงแล้ว!
แสงจันทร์อ่อนๆสามารถมองเห็นเส้นทางขรุขระได้อย่างเลือนราง เย่เทียนเฉินแบกหานเจี๋ยไว้บนหลัง เดินไปยังค่ายใหญ่ของกลุ่มทหารรับจ้างมารโลหิตทีละก้าวๆตามการสารภาพของโจรชั่วที่ถูกจับเป็เชลยผู้นั้น
“เทียนเฉินฟ้ามืดแล้ว ไม่อย่างนั้นพวกเราหาที่พักก่อน ฟ้าสว่างค่อยลงมือไหม?”
หานเจี๋ยหลับไปหลายชั่วโมงร่างกายฟื้นฟูกลับมาแล้วเล็กน้อย มองท้องฟ้า พลางเสนอออกมา
“ไม่ยิ่งเป็คืนมืดมิด ก็ยิ่งเป็เวลาล่า” เย่เทียนเฉินกล่าวออกมาอย่างสงบ
เย่เทียนเฉินไม่ได้หันหน้าไปมองหานเจี๋ยเพียงแค่เดินไปข้างหน้าด้วยความรวดเร็วทีละก้าวๆ
เนื่องจากภายใต้สภาพแวดล้อมเช่นนี้ ทุกที่มีความเป็ไปได้ที่จะมีอันตรายอยู่รอบด้านการต้องเจอกับการซุ่มโจมตีของกลุ่มทหารรับจ้างมารโลหิตระหว่างทาง ก็ใช่ว่าจะเป็เื่ที่ไปไม่ได้
แม้ว่าพลังพิเศษของเย่เทียนเฉินในตอนนี้จะยังไม่ฟื้นคืนมา ลดจากระดับพระเ้าเป็ระดับราชันกระทั่งพลังหนึ่งส่วนยังใช้ออกมาได้อย่างยากลำบาก แต่เพื่อป้องกันการลอบโจมตีในตอนที่ท้องฟ้าเพิ่งจะมืดลง เย่เทียนเฉินก็กระตุ้นพลังพิเศษอันเบาบางภายในร่างรับรู้การเคลื่อนไหวแปลกๆ รอบๆ ตัว
ขณะเดียวกันก็รวบรวมพลังเข้าไว้ที่ดวงตาทั้งสองข้างทำให้การเดินทาง่กลางคืนสว่างราวกับกลางวัน
สิ่งที่ทำให้เย่เทียนเฉินรู้สึกปวดหัวก็คือพลังระดับพระเ้าของเขาในชาติก่อน พอเข้าสู่โหมดระวังภัย กระทั่งเสียงหญ้าขยับหรือเสียงดินแตกบริเวณรอบๆหลายสิบลี้[1] เขาก็ยังได้ยิน
แต่ตอนนี้ การสามารถััขอบเขตในหนึ่งร้อยเมตรก็เป็ขีดความสามารถสูงสุดแล้ว ดูเหมือนว่าคงจะต้องหาวิธีการยกระดับพลังเสียแล้ว
เมื่อเย่เทียนเฉินหยุดเดินหานเจี๋ยลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ อดไม่ได้ที่เกือบจะไม่ส่งเสียงออกมา เนื่องจากไม่รู้ว่าตอนนี้เป็เวลาใดแล้วเธอถูกเย่เทียนเฉินแบกขึ้นมาบนต้นไม้สูงเสียดฟ้าต้นหนึ่ง
หานเจี๋ยสามารถมองเห็นสถานที่ที่อยู่ห่างออกไปจากใต้ต้นไม้แค่ร้อยเมตรได้อย่างชัดเจนมีเต็นท์อยู่หลายหลัง บริเวณรอบๆ ของแต่ละเต็นท์ ต่างมีมีโจรถือปืนกลมืออยู่สองคนเมื่อมองใต้ต้นไม้อีกครั้ง ศพสองศพนอนคว่ำหน้าอยู่ ล้วนถูกกริชปาดคอหอยในดาบเดียว
เมื่อเห็นทั้งหมดนี้หานเจี๋ยก็มองเย่เทียนเฉินด้วยความสงสัยจริงๆเธอเริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่รู้จักเขาแล้ว
แต่เดิมก็เป็เพียงเย่เทียนเฉิน ทหารแห่งหน่วยรบพิเศษคนใหม่ทั้งประสบการณ์ในการรบจริง ทั้งความกล้าหาญและความรู้ก็สู้ทหารหน่วยรบพิเศษคนเก่าๆ ไม่ได้
แต่เย่เทียนเฉินในตอนนี้พลังความสามารถอันแข็งแกร่งที่เขาแสดงออกมา ทำให้ผู้คนต้องตกตะลึงขณะที่แบกเธออยู่นั้น ไม่เพียงแต่ฆ่าโจรได้สองคน แต่ยังสามารถปืนขึ้นมาบนต้นไม้ที่สูงขนาดนี้ได้อีกด้วยและยังไม่กระเทือนมาถึงตัวเธอ ความสามารถนี้เกรงว่าจะสามารถไล่ตามสามราชันนักรบแห่งบูรพา
“พี่หานพี่อยู่นิ่งๆ ตรงนี้นะ ผมจะไปล้างบางพวกโจรกลุ่มนี้หน่อยเสร็จแล้วพวกเราก็ไปจากที่นี่ได้” เย่เทียนเฉินกล่าวเสียงเบา
“ให้ฉันไปกับนายด้วยเถอะนายอย่าดูถูกฉันไป สมัยก่อนฉันก็เป็ทหารหน่วยรบพิเศษคนหนึ่งเหมือนกัน”
หานเจี๋ยกังวลว่าพลังของเย่เทียนเฉินคนเดียวมีจำกัดแม้ว่าตอนนี้กำลังรบที่เขาแสดงออกมานั้นจะมหัศจรรย์มาก แต่ถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็มีอาวุธพลังทำลายล้างสูงจำนวนมากอีกทั้งยอดฝีมือจากกลุ่มทหารรับจ้างมารโลหิต ก็มีจำนวนไม่น้อยโดยเฉพาะรองหัวหน้ากลุ่มแซนเบเกอร์ ทำให้หานเจี๋ยเป็กังวล นี่คือคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง
“ไม่ต้องหรอกเกมส์ของลูกผู้ชาย ผู้หญิงคอยชมอยู่ข้างๆ ก็พอแล้ว!”
ไม่รอให้หานเจี๋ยได้ตอบเย่เทียนเฉินก็ะโลงจากต้นไม้ ความสูงห้าเมตรกว่าๆ พอถึงพื้นก็พลันม้วนตัวหนึ่งครั้งแล้วพุ่งตัวออกไปราวสายฟ้าแลบ หานเจี๋ยมองจนเบื้องหน้าพร่าเลือน
หานเจี๋ยนั้นเดิมทีก็เป็ทหารหน่วยรบพิเศษสาวสวยที่ส่องแสงเจิดจ้าในยามปกติ หากมีคนกล้ามองว่าเธอเป็เพียงผู้หญิงอ่อนแอ ก็จะต้องเจอกับกำปั้นของเธออย่างแน่นอน
แต่ว่าั้แ่ในวินาทีที่เย่เทียนเฉินลืมตาตื่นขึ้นมาเื่ราวทั้งหมดก็มีเขาเป็คนคอยนำ หากไม่ใช่เขา หานเจี๋ยคงไม่มีชีวิตอยู่แล้วดังนั้นในใจ หานเจี๋ยยิ่งเวลาผ่านไปก็ยิ่งพึ่งพาชายคนนี้มากขึ้นทุกทีเพียงแต่รู้สึกแปลกๆ อยู่บ้างที่ชายคนนี้อยู่ดีๆ ก็เปลี่ยนแปลงเป็แข็งแกร่งเช่นนี้
ท่ามกลางเต็นท์ที่ตั้งอยู่บนพื้นดินว่างเปล่าด้านในเต็นท์ที่อยู่ตรงกลาง มีชายหัวโล้นคนหนึ่ง มือซ้ายกำลังเล่น
มีดบิน ในมือขวาประคองไวน์แดง มีลูกน้องหลายคนยืนอยู่เบื้องหน้าเขาต่างก็ไม่กล้าพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว
ชายคนนี้ก็คือแซนเบเกอร์อาชญากรต้องหมายจับระดับโลก ตอนนี้เขาโกรธมาก เพราะว่าเขาเพิ่งได้รับรายงานจากลูกน้องว่าสมาชิกจากกลุ่มทหารรับจ้างมารโลหิตที่มันส่งไปนั้น ล้วนถูกฆ่าตายหมดแล้วทหารหน่วยรบพิเศษทั้งเจ็ดแห่งบูรพา ถึงตอนนี้ยังเหลืออีกสองคนที่ยังไม่ถูกกำจัด เื่นี้ทำให้เขาโมโหมาก
“ไอ้พวกขยะไอ้พวกงี่เง่า พวกแกต่างก็เป็หัวกระทิของกลุ่มทหารรับจ้างมารโลหิต แค่พวกหน่วยรบพิเศษสองคนจากตะวันออกก็ฆ่าไม่ได้น่าขายหน้าจริงๆ!”แซนเบเกอร์ด่าออกมาด้วยเสียงอันดัง
“รองหัวหน้ากลุ่มพวกเราก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่ามันเกิดอะไรขึ้นตอนแรกพวกหน่วยรบพิเศษที่หนีไปสองคนฝีมือมันไม่ใช่แบบนี้ ไม่รู้ว่าพวกมันอยู่ดีๆไปเอาความเก่งกาจที่แข็งแกร่งขนาดนี้มาจากไหน หรือว่ามียอมฝีมือจากตะวันออกคอยสนับสนุนพวกมันอยู่?”ลูกน้องคนหนึ่งในกลุ่มทหารรับจ้างมารโลหิตกล่าวออกมาด้วยสีหน้าลำบากใจ
แซนเบเกอร์มองชายคนนั้นอย่างดุร้ายพลันขว้างมีดบินในมือซ้ายออกไป การเคลื่อนไหวรวดเร็วมาก ตอนที่มีดเกือบจะบินออกไปก็เป็วินาทีเดียวกันกับ่เวลาเดียวกันก็แทงทะลุอกของลูกน้องคนนั้นข่มขู่จนลูกน้องคนอื่น ต่างก็ก้าวถอยหลังกันไปหลายก้าวอย่างอดไม่ได้
แซนเบเกอร์มองสมาชิกกลุ่มทหารรับจ้างมารโลหิตที่นอนจมกองเืพลางโบกมือครั้งหนึ่ง สมาชิกด้านข้างสองคนก็มาหามศพออกไป สำหรับแซนเบเกอร์แล้ว การฆ่าลูกน้องตายไปหนึ่งนั้นไม่นับว่าเป็การสูญเสียแม้แต่น้อย และไม่อาจทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางสภาพจิตใจเช่นกัน
เพียงแต่สิ่งที่ทำให้แซนเบเกอร์โกรธมากก็คือครั้งนี้รัฐบาลของประเทศ M จ่ายเงินจำนวนมหาศาลจ้างสมาชิกของกลุ่มทหารรับจ้างมารโลหิตเป้าหมายก็เพื่อให้จัดการกับหน่วยรบพิเศษของฝั่งตะวันออก
อีกทั้งหลายปีมานี้ ทหารหน่วยรบพิเศษแห่งตะวันออกได้โจมตีแก๊งลักลอบขนของเถื่อนครั้งแล้วครั้งเล่า สร้างผลงานยอดเยี่ยมแต่ก็ได้รับความเกลียดชังด้วย
ระหว่างเงินจำนวนมหาศาลหัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างมารโลหิตก็ส่งแซนเบเกอร์ออกมา ให้คนระดับรุ่นใหญ่อย่างเขาลงมือพาสมาชิกชั้นยอดเกือบร้อยคนจากกลุ่มทหารรับจ้างมารโลหิต
หลังจากผ่านการวางแผนอย่างรอบคอบ ก็ทำการซุ่มโจมตีจึงทำให้ทหารหน่วยรบพิเศษทั้งเจ็ดของพวกเย่เทียนเฉินต้องพบกับการโจมตีอย่างหนักเดิมทีคิดว่าจะสามารถจัดการกวาดล้างให้หมดในทีเดียวคิดไม่ถึงว่าเย่เทียนเฉินกับหานเจี๋ยจะหนีไปได้
ตอนนี้ก็ยังมีกำลังรบที่แข็งแกร่งโผล่มาอีกสังหารสมาชิกชั้นยอดหลายคนคนที่ไล่ตามไปทั้งหมด ทำให้
แซนเบเกอร์คับแค้นใจอย่างมาก นี่มันน่าขายหน้าจริงๆและยังทำให้ชื่อเสียงระดับโลกของกลุ่มทหารรับจ้างมารโลหิตต้องเสียหายอีกด้วย
ตุบ ตุบศพสองศพล้มเข้ามาจากข้างนอกเต็นท์ ล้วนเป็ศพที่ถูกตัดคอหอยในมีดเดียวแซนเบเกอร์ขมวดคิ้ว กำลังคิดจะลุกขึ้นมา เย่เทียนเฉินยิ้มที่มุมปากอย่างเ็า เล่นกริชชุ่มเืเล่มหนึ่งในมือขวาถือเดินเข้ามาในเต็นท์
“แก....แกเป็ใครวะ?”
แซนเบเกอร์ต่อให้ฝันก็คิดไม่ออกว่า ทหารหน่วยรบพิเศษจากฝั่งตะวันออกที่ถูกพวกเขาไล่ฆ่าจนะโลงจากหน้าผาตอนนี้กลับกล้าตอบโต้กลับ นี่คือกำลังรนหาที่ตายหรือ?
“คนที่จะมาฆ่าแกไง!”
เย่เทียนเฉินกล่าวอย่างเ็าเดินเข้าไปหาแซนเบเกอร์ทีละก้าวทีละก้าว
แซนเบเกอร์ขมวดคิ้ว เขาคิดไม่ถึงเลยว่าทหารหน่วยรบพิเศษจากฝั่งตะวันออกจะมีความกล้าเช่นนี้ ถูกโจมตีจนพ่ายแพ้ยับเยินไปแล้ว กลับยังกล้ามาโจมตีค่ายใหญ่ของพวกมันอีก
“ฮ่าๆๆ ข้ากำลังกังวลอยู่ว่าจะหาพวกแกไม่เจอ ไม่คิดเลยว่าแกจะเอาตัวเองมาส่งให้ถึงที่ ไปตายซะเถอะ....”
เพิ่งจะพูดจบ แซนเบเกอร์ก็ควักปืนพกออกมาด้วยการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วสุดขีดคิดจะยิงเย่เทียนเฉินให้ตายในนัดเดียว แต่มันเพิ่งจะควักปืนออกมา เย่เทียนเฉินก็พุ่งเข้ามาเบื้องหน้าต่อยไปที่ข้อมือขวาของแซนเบเกอร์หนึ่งหมัด ทำให้ปืนพกกระเด็นออกไป
“อ้าก!”
แซนเบเกอร์ส่งเสียงร้องออกมาอย่างน่าสมเพชไม่คิดว่าเย่เทียนเฉินจะร้ายกาจเช่นนี้ เกือบจะทำให้ข้อมือของมันหักไปแล้ว
แซนเบเกอร์ไม่เสียทีที่เป็ถึงรองหัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างมารโลหิตเพียงไม่นานก็สงบลง ส่งเสียงร้องแปลกๆออกมา พลางะโขึ้นสูงหนึ่งเมตรกว่าๆหมัดทั้งสองพุ่งไปยังจุดสำคัญบนร่างกายของเย่เทียนเฉินด้วยความรวดเร็วที่ไม่มีใครเทียบได้
ฉัวะฉัวะ ฉัวะ !
พลังของแซนเบเกอร์แข็งแกร่งมากสามารถขึ้นเป็รองหัวหน้าของกลุ่มทหารรับจ้างมารโลหิตได้นั้น แน่นอนว่าย่อมไม่ใช่คนอ่อนแอ
ั้แ่เริ่มการซุ่มโจมตีจนถึงตอนนี้ แซนเบเกอร์นั้นไม่ได้ลงมือมาโดยตลอดเพราะเขาคิดว่าคนเหล่านี้ไม่คู่ควรที่จะให้เขาลงมือทหารหน่วยรบพิเศษทั้งหกคนที่ตายไป ก็เป็พวกลูกน้องของเขาจัดการตอนแรกคิดว่าตัวเองคงไม่มีโอกาสได้ลงมือแล้วใครจะรู้ว่าการปรากฏตัวของเย่เทียนเฉิน จะทำให้แซนเบเกอร์รู้สึกได้ถึงวิกฤตการณ์
เย่เทียนเฉินเองก็ใอยู่บ้างเดินทีเขาคิดว่าในโลกนี้ จะไม่มียอดฝีมืออะไรเสียอีก มีเพียงแค่เวลาใน่สิ้นโลกเท่านั้นที่ผู้แข็งแกร่งจากพรรควรยุทธ์โบราณเคลื่อนไหว ผู้มีพลังพิเศษก็ใช้อำนาจบาตรใหญ่ไปทั่วโลกมนุษย์กลายพันธุ์กับพวกสัตว์อสูรก็แข็งแกร่งไร้ที่เปรียบ ดูท่าแล้วเขาคงคิดผิดเสียแล้ว
ไม่ว่าจะโลกไหนต่างก็มียอดฝีมือดำรงอยู่ ไม่ได้มีแค่่สิ้นโลกถึงจะมีอย่างนี้ ด้วยระดับฝีมือของแซนเบเกอร์แน่นอนว่าย่อมมีทุนในการอวดดี
แซนเบเกอร์ออกหมัดไม่หยุด สองหมัดควงไปมาและยังทำให้การสั่นะเืของอากาศ ต่อยจนอากาศส่งเสียงดังปังปัง เห็นได้ชัดว่าในคมหมัดของเขาแฝงด้วยพลังถูกหมัดเช่นนี้ต่อยใส่ กระดูกจะต้องหักออกเป็สามส่วนแน่
แต่แซนเบเกอร์กลับร้อนใจหลายปีมานี้ดูเหมือนเขาเกือบจะไม่ได้เจอกับคู่ต่อสู้เลย ต่อให้เจอ ก็สามารถล้มได้ในไม่กี่หมัดแต่เ้าหนุ่มชาวตะวันออกตรงหน้า ฝีมือไม่ใช่กระจอก ตัวเขาใช้พลังเกือบทั้งหมด ก็ยังไม่สามารถทำให้อีกฝ่ายาเ็ได้น่าตกตะลึงจริงๆ
แซนเบเกอร์ผนึกหมัดด้วยพลังจำนวนมหาศาลต่อยไปยังศีรษะของเย่เทียนเฉิน
เย่เทียนเฉินั์ตาเย็นเฉียบหมุนตัวะเิหมัดสวนกลับไปหนึ่งหมัด การหลบหลีกเมื่อสักครู่ เพียงเพื่อจะกระตุ้นพลังพิเศษในร่างกายเท่านั้นเขาพบว่าขอเพียงอยู่ในการสู้รบ แกนพิเศษในสมองจะส่องแสงเรือนลาง ทำให้พลังพิเศษในชีพจรกระตุ้นออกมา
ปัง!
หมัดของเย่เทียนเฉินปะทะกับหมัดของแซนเบเกอร์เย่เทียนเฉินถอยหลังไปสองก้าว รู้สึกว่าแขนขวาชาเล็กน้อย แต่แซนเบเกอร์ถูกซัดปลิวไปทั้งตัวทำให้เต็นท์เกิดรูใหญ่รูหนึ่ง
‘ท่าทางพลังพิเศษระดับราชันจะไม่พอใช้ซะแล้วยอดฝีมือในโลกนี้ก็มีไม่น้อย ต้องพยายามเพิ่มพลังถึงจะดี!’เย่เทียนเฉินคิดในใจ
เกิดการเคลื่อนไหวโครมครามทางด้านนี้พวกโจรชั่วของกลุ่มทหารรับจ้างมารโลหิตทุกคนต่างกรูกันเข้ามายกปืนขึ้นเล็งไปยังเย่เทียนเฉิน
มือซ้ายของแซนเบเกอร์กุมไหล่ขวาของตน เจ็บจนแยกเขี้ยวยิงฟันพลางมองเย่เทียนเฉินอย่างโเี้แล้วกล่าวว่า
“ฝีมือของแกไม่เลวเลย แต่ว่าต้องมีสักวันที่ฉันจะฆ่าแกให้ตายคามือ!”
[1]1ลี้ = 500 เมตร