เื่:ย้อนเวลามาเป็คนเลี้ยงตัวไหม
ตอนที่1 ความเป็มา
ผู้แต่ง:รัตนาภรณ์
เเพรวและพราว เด็กสาววัยรุ่นสองพี่น้องกำลังกุลีกุจอช่วยกันยกกระด้ง ที่ภายในบรรจุตัวหนอนไหมเอาไว้จนเต็ม พวกเธอทั้งสองพี่น้อง กำลังช่วยยายไสว ซึ่งเป็ยายของเธอเอาใบหม่อนให้ตัวไหมกิน และถ่ายมูลไหมออกจากกระด้ง โดยสองสาวพี่น้องแบ่งหน้าที่กันทำ โดยให้แพรวเป็คนเอามูลไหมหรือว่าเศษใบหม่อนที่ตัวไหมกินไม่หมดกับขี้ที่พวกตัวไหมขับถ่ายออกมา โกยๆ ใส่กระสอบที่วางเอาไว้ข้างแคร่
ส่วนพราวผู้เป็น้องสาว มีหน้าที่เอาตัวไหมที่พี่สาวนำออกมาวางเอาไว้ นำมากระจายให้ตัวไหมไม่ซ้อนทับกันมากจนมากเกินไป และเอาใบหม่อนให้ตัวไหมกิน ส่วนยายไสวที่ตอนนี้นางกำลังนั่งกำกับหลานสาวทั้งสองคน หญิงชราได้ะโขึ้นมาเสียงดังว่า
"พราวลูก! เอาปูนขาวโรยกระด้งให้ยายก่อนแน่ลูก เดี๋ยวค่อยเอาตัวไหมใส่กระด้งทีหลัง เดี๋ยวเชื้อโรคมา พอดีตัวไหมยายจะตายเบิดก่อน จะได้สาวเอาเส้นไหมออกก่อนพอดี แล้วตัวไหมตัวใด๋ที่มันดำๆ หรือว่ามันบ่ค่อยดิ้นกะคัดมันออกมาได้เลยเด้อลูก มันจะเอาโรคไปติดมู่มัน" ยายไสวหันหาสั่งพราวที่กำลังเอาใบหม่อนใส่กระด้งให้ตัวไหมกิน
"จ้ายาย"
แพรวกับพราวสองสาวพี่น้องพวกเธอเป็เด็กกำพร้า พอหลังจากพ่อของเธออาสาไปทำงานที่กรุงเทพเพื่อหวังว่าจะได้หาเงินมาจุนเจือครอบครัว หลับไปได้ไม่นานพ่อเธอกลับหายหน้าไปเลยไม่ติดต่อกลับมาหาแม่เธอที่เลี้ยงลูกรออยู่บ้านที่ต่างจังหวัดอีกเลย ส่วนแม่ของเธอที่อยู่ที่บ้านนอก เพราะต้องเลี้ยงดูลูกสาวทั้งสองคนที่ยังคงเล็กๆ กันอยู่ หลังจากพ่อไร้การติดต่อกลับมาถึงสองปีเต็มๆ และตอนนั้นพวกเธอทั้งสองพี่น้องก็ยังเรียนอยู่แค่ชั้นประถม แม่จึงตัดสินใจเข้าไปทำงานที่กรุงเทพทีหลังอีกคน หลังจากที่แม่ไปทำงานได้ไม่นานนัก เเม่ของพวกเธอก็มีสามีใหม่ จึงไม่ค่อยได้กลับมาใส่ใจหรือให้ความสนใจพวกเธอสองคนพี่น้องมากนัก เพราะนานๆ ครั้งแม่จะโทรมาหาสักที และโอนเงินมาให้แค่หลักพันในแต่ละครั้ง และเป็เวลานานหลายเดือนถึงจะโอนมาสักทีหนึ่ง เพราะเวลาในหมู่บ้านมีคนตาย หรือมีงานบุญ งานบวช งานทำบุญหรืองานพิธีกรรมต่างๆ ที่ยายไสวต้องไปช่วยงาน หรือจ่ายค่าฌาปนกิจหมู่บ้าน หรือตำบลที่มาเก็บ แล้วหากยิ่งเป็คนที่รู้จักกัน หรือว่าเป็คนในหมู่บ้านที่ตัวเธอเองอยู่ ก็ยิ่งจะมีการใส่ซองช่วยงาน หรือว่าสวดพระอภิธรรมอีกด้วย บางครั้งเวลาที่หาไม่ทันกันจริงๆ ยายก็จะให้เธอทั้งสองคนโทรไปขอเงินกับแม่บ้างบางครั้ง แล้วส่วนมากก็จะได้ยินคำพูดที่บอกว่า
(เงินแม่บ่ทันออกดอกลูก)
(เดือนนี้แม่กะบ่พอใช้คือกัน)
(แม่บ่ทันมีดอกลูก)
แล้วถ้อยคำปฏิเสธอีกมมากมายหลายอย่างที่แม่ของเธอจะชอบยกขึ้นมาอ้าง จนพักหลังๆ หากยายบอกให้เธอโทรขอเงินแม่ของเธอ แพรวต้องเจียดเอาเงินที่เธอแอบเก็บเอาไว้จากการขายซาลาเปาและขนมจีบหน้าโรงเรียน ที่พอเธอหักต้นทุนที่ชื้อวัตถุดิบออก ก็ยังพอที่เธอจะได้เหลือแบ่งเก็บเอาไว้บ้างนิดหน่อย นำมาแบ่งให้ยายของเธอเอง เพราะเธอรู้ดีว่าถึงเธอจะโทรไปได้แม่ของเธอ แม่ก็อ้างเหตุผลร้อยแปดที่จะไม่ให้เงินยายของเธออยู่ดี
แต่ต่างกันลิบลับกับเวลาที่แม่กินเหล้า กินเบียร์ แม่เธอจะชอบไลฟ์สดลงเฟสให้เธอเห็นอยู่บ่อยครั้ง และไม่เคยบอกว่าตัวเองไม่มีเงินสักที จนชาวบ้านเขาเรียกแกว่าเจ๊ปองสายเปย์ ที่พอคนเขายกยอเข้าหน่อย ก็ทำหน้าใหญ่ใจโต มีเท่าไหร่ควักชื้อเลี้ยงเขาไปจนหมด แต่เวลากับแม่กับลูก หรือกับเต้าโทรไปขอคือแบบไม่มีให้แทบทุกครั้ง จนพักหลังๆ เธอเลยไม่ค่อยอยากโทรไปหาแม่อีกแล้ว
แพรวปีนี้เธออายุ19ปีแล้ว เรียนจบแค่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่6 เธอก็ไม่ได้เรียนต่ออีกแล้ว เพราะยายไม่มีกำลังพอที่จะส่งหลานสาวทั้งสองคนให้ได้เรียนพร้อมกัน
ส่วนพราวปีนี้เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่6 และยังดีที่แพรวกับพราวเป็เด็กว่านอนสอนง่าย ทำให้ยายไสวไม่ค่อยปวดหัวกับแพรวและพราวมากนัก
"เรียบร้อยแล้วจ้า"
"พากันออกมาจากมุ้งเถาะลูก แล้วไปหาล้างไม้ ล้างมือ ไปหากินข้างก่อนไป๊! นี่มันสายหลายแล้ว แม่เฮ็ดแกงอ่อมหมูไว้กับคั่วดักเเด้ไว้ให้อยู่" มุ้งที่ยายไสวบอกให้หลานสาวสองคนออกมา คือมุ้งที่คนเขาใช้กางนอนกันปกตินั้นแหละ แต่ยายเอามากางไว้บริเวณที่เอากระด้งใส่ตัวไหมที่วางเป็ชั้นบนไม้ที่ตอกเป็ช่องเอาไว้เรียงกันโดยที่บนขาของชั้นจะเอาน้ำใส่ถ้วยรองเอาไว้ทั้งสี่ขา กันมดแมลงเดินเข้ากระด้ง เพราะตัวไหม พวกมดแมลงจะหอมมาก หากได้เข้าไปในกระด้งได้รับรองตัวไหมตายยกกระด้งแน่นอน และอีกอย่างที่ต้องระวังคือแมลงวัน เพราะถ้าเข้าได้รับรองกัดตัวไหมตัวนั้นและจะทำให้ตัวไหมตัวนั้นจะไม่สมบูรณ์
ยายหลานล้อมวงกินข้าวกันอย่างเอร็ดอร่อย และยายไสวก็ได้พูดขึ้นมากลางวงสนธนาว่า
"กินข้าวแล้วไผมีธุระไปไสกันบ่ลูก? แม่ว่าจะใช้ไปเฮือนป้าดาวจักคาวแน่ แม่บอกป้าดาวคัดฝักหลอกไว้ให้แม่ กับกิ่งพันธิ์ต้นใบหม่อนให้แม่จักยี่สิบกิ่งนี่ล่ะแม่จะเอามาปลูกอยู่สวนเพิ่มอีก"
"หนูต้องเฮ็ดรายงานติล่ะยาย ไอ้ก้อยกับไอ้จอยจะมาเฮ็ดอยู่นี่นำ ย่านบ่เสร็จกัน"
"เดี๋ยวแพรวไปคนเดียวเองกะได้ดอกยาย ให้พราวอยู่นี่ล่ะ" บ้านป้าดาวคืออยู่อีกหมู่บ้านหนึ่ง ที่ห่างจากหมู่บ้านที่พวกเธออาศัยออกไปอยู่ประมาณห้ากิโลเมตรแค่ขี่รถมอเตอร์ไซค์ไปแปบเดียวก็ถึง
"เอาจั่งชั้นกะได้ลูกแพรว ฟ้าวกินแล้วฟ้าวไปสา บัดห่าป้าดาวลาวจะบ่อยู่เฮือน"
หลังจากทั้งสามคนกินข้าวอิ่มกันหมด พราวที่กินอิ่มทีหลัง จึงอาสาเก็บสำรับกับข้าวไปไว้ในครัวให้เอง พราวที่เห็นว่าเวลานี้สายมากแล้ว เธอจึงรีบไป ก่อนที่แดดจะร้อนมากไปกว่านี้
แพรวขับรถมอเตอร์ไซค์คันเก่ามาแบบระมัดระวัง แต่ด้วยความที่หมู่บ้านที่แพรวอยู่เป็แถบชนบทจึงไม่ค่อยมีรถสัญจรมากมายนัก นานทีจะมีรถขับผ่านเธอมาสักคัน
เเพรวที่ขับรถมาเรื่อยๆ จนเข้ามาในหมู่บ้านที่ป้าดาวอยู่ ป้าดาวคือพี่สาวของแม่ของเธอที่ย้ายตามสามีมาอยู่หมู่บ้านนี้หลังจากแต่งงานกัน ทันทีที่แพรวจอดรถก็เดินเข้ามาในบริเวณบ้านของป้า ที่ป้าดาวนั่งสาวไหมอยู่บนเก้าอี้ที่ตั้งไว้หน้าเตาเเละหม้อต้มรังไหมที่ตั้งไว้บนเตาอีกที
"ป้าดาวจ้ะ สวัสดีจ้าแพรวมาเอาของที่ยายบอกไว้" ป้าดาวที่พอได้ยินเสียงก็เงยหน้าขึ้นมาจากหม้อต้ม ที่แกกำลังสาวเอาเส้นไหมออกจากรังไหมที่ต้มในหม้อจนร้อน
"อ้าวมาแล้วติแพรว มาสาวไหมรอป้าดาวก่อนแปบนึง พอดีล่ะป้าจะได้ไปเข้าห้องน้ำนำ"
แพรวที่รีบไปนั่งที่เก้าอี้ไม้ที่ป้าดาวลุกออกไป ดาวเอามือข้างขวาจับไม้คีบที่เวลานี้มีเส้นไหมเส้นเล็กลอดรูไม้ออกมาคีบอยู่แล้ว มือซ้ายแพรวจับเส้นไหมสีเหลืองเส้นเล็กๆ แล้วสาวมันลงใส่ตระกร้าพลาสติกใบเล็ก ที่ป้าเอามารองใส่เส้นไหมที่สาวออกมาได้ มือขวาใช้ไม้คืบพลิกไปมาสามสี่ครั้ง ส่วนมือซ้ายก็ดึงสาวอยู่แบบนั้น ผ่านไปสักครู่ป้าดาวก็เดินถือถุงย่ามที่มีกิ่งต้นใบหม่อนและรังไหมสีเหลืองทองประมาณ40 รังออกมายื่นให้เธอ แพรวรับมาและสอดคล้องคอสะพายเอาไว้
"ถ้าจังชั่นแพรวเมือเลยเด้อจ้าป้า"
"ขับรถระวังๆ แน่เด้อลูกหล่า "
"จ้า" แล้วแพรวก็ยกมือไหว้ลาป้าดาว แล้วรีบขึ้นคร่อมรถมอเตอร์ไซค์ขับออกมาจนถึงบริเวณสี่แยก แพรวกำลังจะขี่รถข้ามแยกหลังจากที่แพรวหันมองขวา มองซ้าย ดูรถดีแล้วว่าไม่มีรถสวนมา แพรวก็บิดคันเร่งกะจะให้พ้นสามแยก แต่ในจังหวะที่แพรวจะข้ามถนนได้อยู่แล้วนั้น ไม่รู้ว่ามีรถกระบะคันหนึ่งวิ่งมาจากไหนไม่รู้ วิ่งมาชนรถมอเตอร์ไซค์ที่แพรวขับมาอย่างจัง จนร่างของแพรวกระเด็นจนตัวลอย เเล้วตกลงมากระแทกพื้นคอหักทันที ทำให้เวลาที่คนเริ่มมามุงดูวิ่งมาดูแพรวจึงพบว่าแพรวตายคาที่ไปแล้ว
แต่แพรวกลับรู้สึกเหมือนว่าเธอกำลังนอนหลับแล้วฝันว่ามีตาทวดใส่ชุดสีขาวมายืนมือมาให้เธอจับ
"แพรวมาลูก มากับพ่อ" ทันทีที่แพรวได้ยินคำที่ตาทวดบอก แพรวก็รีบยื่นมือให้ตาทวดคนนั้นจับ แล้วเดินตามหลังตาทวดมา โดยที่ไม่ได้หันมามองดูข้างหลังเลยว่าป้าดาวของเธอ ที่เวลานี้วิ่งตามออกมาทีหลังแบบรองเท้าไม่ไส่ วิ่งร้องไห้มากอดร่างของแพรวที่สภาพไม่น่าดูสักเท่าไหร่นัก แล้วเอาแต่นั่งร้องไห้เหมือนใจจะขาดอยู่แบบนั้น ปากก็ร้องะโแทบสติหลุด
☆☆☆ ชีวิตแพรวก็น่าสงสาร