“ช่วยฉันด้วยฉันถูกลักพาตัวมา” หญิงสาวกลัวลนลานมองซ้ายมองขวาหวาดวิตกปากคอนี้สั่นพูดจาฟังไม่ได้ศัพท์ ต้นอ้อยื่นมือเข้าไปจับแขนปลอบประโลมค่อย ๆ พูด
“พูดช้า ๆ ก็ได้ไม่ต้องรีบ อ้อไม่ไปไหนเด็ดขาด” เธอค่อยสงบลงเริ่มพูด
“เราชื่อนิดถูกลักพาตัวมา... เขาคือ…” ไม่ทันพูดจบชายหนุ่มทั้งสองก็เดินมาตาม หญิงสาวเห็นหน้าชายหนุ่มกลัวตัวสั่นเทาจิกเล็บต้นอ้อจนเป็รอยแดง ทศพลเดินเข้ามาใกล้เปิดล็อกประตูรั้วข้ามออกไปกระชากแขนสาวร่างบางหัวแทบคะมำ ร่างบางอ้อนวอนร้องขอให้เธอช่วย
“มานี่นางตัวแสบกล้าดียังไงหนีออกมาหา!!!” ทศพลลากหญิงสาวขึ้นม้าดึงบังเหียนม้าให้ถอยหลังควบม้ากลับไร่
ก่อนหน้านั้น ไร่ทศพล
“ช่วยด้วยใครก็ได้ช่วยที ไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้จับฉันมา” เรียกเท่าไหร่ไม่มีใครกล้าเข้ามากลัวนายของมันกันทุกคน
“ไม่มีใครกล้ายุ่งกับฉันหรอกนะนี่มันไร่ฉัน แล้วคนก็คนของฉัน... อยากรู้นักใช่ไหมฮะเดี๋ยวก็รู้” ถูลู่ถูกังลากเข้าไปในห้องเก็บของ
“นายเป็ใครกล้าทำเื่ผิดกฎหมายได้ยังไง พ่อแม่นายไม่เคยสั่งเคยสอนหรือไงอย่ารังแกคนที่อ่อนแอกว่าน่ะ”
“พ่อแม่ฉันสั่งสอนฉันให้เป็คนดี แต่เธอไม่ใช่” เขาด่าทอเธออย่างกับโกรธแค้นมาแต่ชาติปางไหน
“อย่าดิ้นถ้าไม่อยากเจ็บตัว...” นิดถ่มน้ำลายใส่หน้า ทศพลเช็ดลวก ๆ บีบแก้มขาวเธอทั้งทุบทั้งตีให้เขาปล่อย
“ปล่อยนะไอ้ชั่ว” จิกหน้าหยาบ จกเข้าั์ตาเขาร้องลั่น กระชากมือบิดแขนนอนราบลงไป โน้มใบหน้าบดขยี้จูบอันป่าเถื่อนซุกไซ้แก้มขาว ฝังฟันไปตามซอกคอระหง กระชากฉีกเสื้อขาดวิ่น ขึ้นคร่อมบีบเน้นเม้มกัดอย่างบ้าคลั่ง
คนใต้ร่างดิ้นจนไม่มีแรงจะขัดขืนปล่อยให้เขาทำตามอำเภอใจ หยาดน้ำตาไหลริน ปากเม้มไม่ให้ส่งเสียงร้องยามที่เขาััแตะต้อง
เขาดึงบิกินีตัวจิ๋วขาดสะบั้น ชายหนุ่มเข้าช่องทางรักไม่รั้งรอ ไม่มีแม้เล้าโลม เยื่อบาง ๆ เรียกว่าพรหมจรรย์ขาดสะบั้น สะโพกเขายังกระแทกกระทั้นไม่ยอมหยุด หญิงสาวเผลอร้องออกมา
“ฮ้า”
ทั้งที่ใจอยากให้เขาเอาออก แต่ว่าทำไมร่างกายกลับตอบสนองเขาอย่างง่ายดาย ชายหนุ่มมีชัยที่รู้ว่าเขาคือคนแรกของเธอ จากวันนี้ไปเขาไม่ให้ใครได้เห็นเธอ เขาจะเก็บเธอไว้จนกว่าจะพอใจหรือไม่ก็ชั่วชีวิต
“อืม”
“อ้า”
“เธอต้องอยู่กับฉันฮ่า...”
เพียงไม่นานน้ำรักที่ไหลออกมาเปื้อนผ้าปู เขาแยกออกตะแคงกอดเธอไม่ห่าง มือหนาค่อย ๆ ไต่โลมลูบไซ้ไปทั่วร่าง มาหยุดกึ่งกลางความเป็สาวหยอกเย้าเล่น คอยลุกขึ้นลุกลงพอให้สาวเ้าไหวระริกอยู่ไม่เป็สุข
เธอผลักไสให้เขาไปไกล ๆ ถ้าเมื่อกี้ เธอขัดขืนเขาคงไม่ทำอะไรเธอแน่ แต่นี่เธอยอมโดยดี พอคิดแบบนั้นน้ำตาเ้ากรรมไหลมาเป็ทาง เวรกรรมหรือไรที่ต้องมาพบเจอผู้ชายอย่างนี้ เขาเป็ใคร
เธอสับสนไปหมดแล้ว ร้องไห้จนตัวโยนเขาก็ไม่สนจูบหลังเปลือยเลื่อนลงมาเรื่อย ๆ จนสุดค่อยคว้าเต้างามบีบบี้ขย้ำเล่นปากก็โลมเลีย
“จ๊วบ”
เสียงดังเข้าโสตประสาทหญิงสาว นิดขยับถอยห่าง แต่เขารั้งไว้ไม่ยอมให้ เขาเขยิบเข้าไปไกลคว้าตัวให้ตะแคงหันมาเผชิญหน้ากัน ร่างเปลือยของคนทั้งยามถูกต้องแสงจันทร์ชวนให้น่ามอง
เขาเข้ามาจูบลูบไล้ไม่ยอมปล่อย เขาจูบซับน้ำตาให้ กอดรัด จนรุ่งเช้าของอีกวัน เขาถึงผละออกไป ใส่เสื้อผ้าให้เธอเรียบร้อย กลัวใครเข้ามา ทำให้คนของมีรอยด่าง เขาได้กลายเป็ฆาตกรไปจริง ๆ แน่
เธอนั่งกอดเข่ารอให้มันผ่านพ้นไป เสียงประตูแง้มเปิด เขา หญิงสาวถดถอยหนีอย่างหวาดผวายามที่เขาเข้ามา ถอยหนีไปทางไหน มีแต่ของกีดขวาง เธอพนมมือขอร้องให้ปล่อยเธอไป
“ขอร้องล่ะปล่อยฉันเถอะ ยอมทุกอย่างแล้ว อย่าทำอย่างนี้กับฉันเลยขอร้อง” ทศพลยิ้มเหี้ยมเกรียมได้ที ฉวยโอกาสนี้ไว้
“ทุกอย่างเลยใช่ไหมฮะ...”
หญิงสาวพยักหน้ารับ นั่งตรงหน้าลูบแก้มเนียนกระซิบเสียงพร่า ทำสาวเ้าหัวใจเต้นไม่เป็จังหวะ ตัวเย็นแก้มเนียนแดงขึ้นมา เธอผลักอกแกร่งให้ออกห่าง
“ไม่... นิดไม่ใช่ของของใครทั้งนั้น”
“ปล่อยฉันไปเถอะนะ นายไม่มีลูก ไม่รู้หรอกว่า การรอการกลับของพ่อแม่นั้นมันทรมานขนาดไหน นี่นายฟังกันบ้างสิ อย่าให้ฉันหนีไป ก่อนฉันจะพาตำรวจมาลากคอเข้าตะราง”
เธอหยุดเมื่อเจอสายตาดุดันแข็งกร้าวกระด้าง แก้มคมตึงกัดกรามหันขวับ กระชากแขนปะทะอกแกร่ง เธอดันให้เขาออกห่าง
“อยากลองของนักใช่ไหม...ฮะนางบ้า บอกให้ก็ได้ว่าเื่อะไรฟังแล้วอย่าใจนช็อกไปล่ะ ... ฟัง! พี่แม่พ่อของฉันกับไอ้กรกิจมันตายไปเพราะพ่อเธอไงที่วางแผนฮุบไร่นี้ไง”
เธอหูอื้อไปหมดฟังไม่ได้ยิน ที่เขาพูดเหมือนโลกถล่มทลายไปต่อหน้า ห้องทั้งห้องเงียบสงัด นิดดายืนขึ้นตอบโต้เขากลับไปบ้าง
“ไม่จริงนายมันหมาบ้า...แกมันเลว นายโกหกไม่จริง ๆ” อุดหูไม่อยากฟังที่เขาย้ำ ทศพลดึงแขนเรียวให้รับรู้เื่ระยำของครอบครัวที่ทำไว้
“บ้าเอย... แค่นี้ก็หมดสติแล้วต่อไปจะรับเื่ใหญ่ ๆ กว่านี้ได้ไหมวะ”
เขาแบกขึ้นบ่าพาไปที่ห้องส่วนตัว วางหญิงสาวบนเตียงกว้าง จัดการเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ เปลี่ยนผ้าเปลี่ยนผ่อนให้อย่างดี ล้มตัวลงนอนข้าง ๆ เพราะความเพลียจากงานมาทั้งวัน ยิ่งเขารับรู้ว่าเพื่อนในไร่ฟากโน้นพาใครมา ทำให้เขาต้องรีบจัดการก่อนใครจะเข้าซังเต
“สงสัยจะต้องไปเยี่ยมกรสักหน่อยแล้ววะเรา” เขาเผลอพูดออกเสียงทำเอาคนนอนข้าง ๆ ลืมตานอนฟังเงียบ ๆ
ยิ้มดีใจ เช้าวันรุ่งขึ้น เขาออกไปแต่เช้า หญิงสาวสบโอกาส วิ่งหลบคนงานไปทางท้ายไร่ จนมาเจอหญิงสาวแปลกหน้าที่อยู่อีกฝั่งของรั้ว ร้องให้เธอช่วยโดยไม่คิดว่าเป็คนของเขาหรือเปล่า ไม่ทันได้บอกชื่อเธอคนนั้น เขามาเห็นพอดี กระชากฉุดรั้งพากลับมา
ปัจจุบัน
“เฮ้ย... มีใครอยู่ไหมฉันมาเว้ย” กรกิจะโโวยวาย รั้งแขนหญิงสาวไม่ยอมปล่อย
ต้นอ้อเจอกับคนที่เธอปลอบมาก่อนหน้านี้ คิดจะไปหาเธอต้องหยุดกึก
“ปล่อยกันสักพักเหอะ... ฉันไม่หนีหรอกน่า ถึงอยากจะหนีแค่ไหนก็ตามจะไปไหนได้ล่ะ ดูเสียบ้างถ้ามีตามาด้วย” พูดเหยียดยิ้มเยาะที่ได้กระแหนะกระแหน เขาฉุดร่างบางเข้ามากระซิบเสียงเบา
“คืนนี้เธอไม่ต้องนอน. ...สบายแน่ ยายเบื้อ”
เธอสะบัดหลุดจ้ำอ้าวไปหาหญิงสาวยืนดูอะไรไปเรื่อยเปื่อย
“สวัสดีค่ะ... คุณเอ่อ”
“สวัสดีค่ะนิดดา... เรียกนิดเฉย ๆ ก็ได้คุณคือคนคนนั้นที่รั้วนั่น” โผกอดกันอย่างกับว่า พวกเธอรู้จักกันมานาน
“ต้นอ้อ...เรียกอ้อดีกว่าค่ะ แล้วนิดมาอยู่ที่นี่ได้ เอ่อ... ยังไงคะ” หญิงสาวไม่รู้จะอธิบายอย่างไรลำดับเหตุการณ์แทบจะไม่ได้ด้วยซ้ำ
“เื่มันยาวค่ะ แล้วคุณเป็ภรรยาของคุณคนนั้นเหรอคะ เห็นมาด้วยกัน” เขาะโตอบมาแทนจากที่ไกล ๆ
“ใช่ครับ เราสองคนเป็ผัวเมีย!!!” เขาเน้น จนคนฟังได้ยินแทบปี๊ดแตกหันมองตาเขียวใส่
“เราไปกันตรงโน้นกันดีกว่าค่ะ... ไปให้พ้นคนบ้า ๆ ไปค่ะ”
หญิงสาวพบเจอกับทศพล เธอยกมือไหว้เสียไม่ได้ อีกคนกลับเมินหน้าหนีเบือนไปดูคนงานที่ตัดต้นไม้ใบหญ้า
“ครับ ... เชิญตามสบายเลยนะครับแต่อย่าไปไกลนะครับผมกับไอ้กรี้เีตาม” นิดดาดวงตาสั่นระริกไหววูบ