“แต่ว่ารัชทายาท ...” กังเฉิงมีสีหน้าที่เป็กังวลไม่น้อย แม้ว่าจะรู้ว่าเ้านายของตนหมายถึงอะไรแต่กังเฉิงก็ยังอดเป็ห่วงเ้านายของตัวเองไม่ได้
“นางคือคนที่น่าสงสัยที่สุด หากเรายังไม่เห็นหยกหงส์นั่นก็อย่าเพิ่งทำอะไรนาง”
“พ่ะย่ะค่ะ” อาเฉี่ยวหันไปพยักหน้าให้กับกังเฉิง เหมือนกับบอกให้กังเฉิงไปทำหน้าที่ของตัวเอง
อาเฉี่ยวเดินกลับไปที่เรือนพักของลี่หลิน ระหว่างนั้น เขาก็สำรวจมองดูรอบๆ ภายในบริเวณลานบ้าน ร่างสูงโปร่งกำยำหยุดเดินสำรวจมองลานบ้านอย่างละเอียด ครู่นั้นลี่หลินก็เดินผ่านมาพอดี เห็นอาเฉี่ยวยืนอยู่ไม่ไกลนัก สีหน้าของลี่หลินถึงกับเปลี่ยนไป ร่างบางเดินเชื่องช้าไปหยุดอยู่ข้างๆ อาเฉี่ยว
“คารวะองค์รัชทายาทเพคะ” ลี่หลินโค้งศีรษะเล็กน้อย ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองอาเฉี่ยวด้วยซ้ำ เพราะนางรู้ดีว่าบุรุษที่อยู่ตรงหน้าตนในยามนี้เป็คนอย่างไร
“เ้ากำลังคิดที่จะทำอะไรกันแน่ ? อย่าทำอะไรเกินหน้าที่ตัวเอง มิเช่นนั้นอย่าหาว่าข้าใจร้ายกับเ้า”
ลี่หลินถึงกับแน่นิ่งไป ไม่คิดว่ารัชทายาทจะรู้ถึงแผนการของนาง รัชทายาทแห่งแคว้นหนานเจียงคือคนที่มีพระคุณต่อนาง ครอบครัวของนางเป็เพียงครอบครัวที่ลำบากยากจน อาศัยอยู่ที่ชานเมืองใกล้เขตชายแดนระหว่างแคว้นหยงชิงและแคว้นหนานเจียง
วันหนึ่ง มีกลุ่มโจรลักลอบเข้ามาในแคว้นหยงชิง ผ่านเมืองเล็กๆ ที่ลี่หลินอาศัยอยู่พอดี ครอบครัวของลี่หลินถูกกลุ่มโจรไม่ดีทำร้ายฆ่าล้างครอบครัว ลี่หลินพยายามวิ่งหนีออกมา พลัดหลงเข้าไปในป่าลึก กลุ่มโจรไม่ยอมปล่อยให้นางได้มีชีวิตรอดจึงวิ่งตามมาเอาชีวิตของนางถึงในป่า โชคดี อาเฉี่ยวผ่านมาพอดีจึงได้ช่วยลี่หลินไว้
อาเฉี่ยวพาลี่หลินไปพักฟื้นที่แคว้นหนานเจียง พอนางหายดีจึงได้ให้นางเข้าไปเป็นางกำนัลคอยรับใช้เขา ทว่าเห็นว่าลี่หลินมีความสามารถพอที่จะช่วยงานเขาได้ อาเฉี่ยวจึงได้ส่งลี่หลินไปอยู่ที่เมืองเป่ยหลง เพื่อตามสืบหาแผนผังการสร้างเรือของท่านหญิงหม่าเย่วเล่อ อาเฉี่ยวไม่ได้อยากจะท่าเรือของตระกูลหม่า แต่สิ่งที่เขา้าคือแผนผังการสร้างเรือเพื่อที่จะมาสร้างเรือรบต่อสู้ชิงเมืองหลานชีที่เคยเป็ของแคว้นหนานเจียงกลับมา
“หม่อมฉันรู้หน้าที่ตัวเองดีเพคะ” มือเล็กใต้อาภรณ์กำหมัดแน่น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นางก็จะไม่มีวันตกอยู่ใต้อำนาจรัชทายาทหนานเจียงไปตลอดชีวิตเป็แน่
“เมื่อรู้ได้ก็ดี ข้าแค่อยากจะมาเตือนเ้า” สิ้นประโยค ร่างสูงโปร่งก็หันกายเดินจากไป ริมฝีปากหนาผุดยิ้มที่มุมปาก คนอย่างนางคิดที่จะทำอะไรไยเขาจะไม่รู้
มู่หยางและหยู่ถงนั่งดื่มสุราด้วยกันอยู่นาน ภาพที่อยู่ตรงหน้าทำให้เขาถึงกับประหลาดใจ ไม่คิดว่าสตรีที่อยู่ตรงหน้าตนจะดื่มสุราเก่งถึงเพียงนี้ นางดื่มสุราไปกว่าหกไหแล้วแต่ไม่มีอาการมึนเมาเลยสักนิดเดียว คิ้วหนาขมวดชนกันอย่างสงสัย หยู่ถงเห็นสีหน้าเขาถึงกับกลั้นขำไม่อยู่
“ฮ่าฮ่าฮ่า ~ ท่านคงประหลาดใจอยู่สินะที่ข้าดื่มสุราไปมากแล้วไม่มีอาการใดๆ ”
มู่หยางคลี่ยิ้มบางๆ เมื่อเห็นสีหน้าของนางค่อยๆ เปลี่ยนไปเป็สีชมพู ฮูหยินของตนน่ารักเสียจริง ทว่าความทรงจำในอดีตผุดเข้ามาในหัว ภาพที่นางนั่งดื่มกับน้องชายที่บ้าน นึกถึงน้องชายมือเรียวที่กำลังถือไหสุราอยู่ก็หยุดชะงักไป ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมา แต่นางจะร้องไห้ต่อหน้าเขาไม่ได้
ั์ตาคมกระตุกวูบเมื่อเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของนาง มือหนาค่อยๆ วางจอกสุราลง ก่อนจะเดินไปนั่งข้างๆ นางแล้วกุมมือเล็กไว้
“ถงเอ๋อร์ เ้าเป็อะไรรึ ? เ้ามีเื่ไม่สบายใจใช่หรือไม่? หากมีเื่อะไรบอกข้าได้นะ”
จะให้นางบอกความจริงกับเขาว่านางกำลังคิดถึงน้องชายตัวเองที่อยู่ต่างโลกอยู่อย่างนั้นรึ ? เปลือกตางามกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดัง
“ฮ่าฮ่าฮ่า~ ท่านคิดมากเกินไปเสียแล้ว ข้าแค่แสร้งร้องไห้ดู ว่าท่านจะสนใจข้าหรือไม่น่ะ? ”
หยู่ถงตบไปที่ไหล่กว้างเบาๆ เห็นนางยิ้มเขาก็อุ่นใจขึ้นมาหน่อย แม้ว่าจะรู้ว่านางกำลังโกหกตนอยู่ก็ตาม หากนางไม่อยากบอก เขาก็ไม่อยากจะเซ้าซี้ มู่หยางลูบศีรษะนางอย่างเบามือ ก่อนจะโน้มลงไปจุมพิตเบาๆ
“เ้าอย่าลืมว่าเ้ายังมีข้า และกำลังจะมีเ้าก้อนแป้งไว้แก้เหงาด้วย”
ใบหน้าเรียวสวยรีบหันขวับไปจ้องหน้าบุรุษที่อยู่ตรงหน้า ดวงตากลมโตถลึงตามอง เห็นสีหน้าที่กำลังแปรเปลี่ยนเป็สีแดง มู่หยางก็อดที่จะโน้มตัวลงไปจุมพิตที่แก้มนวลนั้นไม่ได้
“ท่านระวัง !” เสียงใสะโบอกเมื่อเห็นชายชุดดำสามคนถือดาบพุ่งตรงมาที่นางกับมู่หยาง
หยู่ถงหยิบเอาตะเกียบสกัดปลายดาบนั้นไว้ ก่อนจะผลักมู่หยางหลบไปข้างๆ ชายชุดดำอีกคนชักดาบพุ่งเข้ามา มู่หยางรีบหยิบเอาดาบที่วางไว้อยู่ข้างๆ ออกมาสู้กับชายชุดดำผู้นั้น หยู่ถงเห็นกลุ่มชุดดำพุ่งเป้ามาที่ตน จึงรู้ได้ว่าพวกเขาต้องตามมาสังหารตนเพื่อมาแย่งหยกหงส์นั่นไปแน่ๆ
เกิดเหตุการณ์ชุลมุนขึ้น กลุ่มชุดดำนี้ทักษะการต่อสู้เก่งกาจนัก หยู่ถงจึง้าความร่วมมือจากมู่หยาง เพราะกลุ่มชายชุดดำมีกำลังภายใน ซึ่งตนไม่มีทางสู้ไหวแน่นอน หยู่ถงใช้สิ่งของที่อยู่รอบๆ ตัวเป็อาวุธ กลุ่มชุดดำไม่ยักจะรู้ว่านางจะเก่งถึงเพียงนี้ ทักษะการต่อสู้ของนางจู่โจมได้อย่างว่องไวและแม่นยำ ที่ทำให้พวกเขาแปลกใจคือ วรยุทธ์ของนางแปลกประหลาดยิ่งนัก
“ถงเอ๋อร์ รับไว้ !” มู่หยางที่สู้กับชายชุดดำอีกคนที่อยู่ไม่ไกลนัก ได้ส่งดาบคู่กายของเขามาให้นาง หยู่ถงเตะสกัดชายชุดดำที่ตามนางมาไว้ ก่อนจะรีบะโจับเอาดาบนั่นมา
“ฉันได้ดาบมาแล้ว ทีนี้พวกนายตายแน่ !!!” หยู่ถงหันด้านคมดาบเข้าหาตัวเอง เพราะเป็ดาบคู่กายของมู่หยางและไม่อยากใช้ยาพิษเสียเปล่า จึงเลือกใช้ด้านดาบอีกด้านสู้กับคนร้ายแทน
ทั้งสองสู้กับกลุ่มคนร้ายอยู่นาน ครู่นั้นหยู่ถงจึงฉุกคิดได้ว่า ตัวเองได้ปรุงยาสกัดกำลังภายในไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน จึงวิ่งเข้าไปหยุดอยู่ข้างหลังมู่หยาง
“ข้ามียาสกัดกำลังภายใน หากข้าเพียงคนเดียวไม่อาจทำเื่นี้ได้ ต้องรบกวนท่านเสียแล้ว ท่านแม่ทัพสุดที่รัก”
“ได้ ส่งยามาให้ข้า” หยู่ถงรีบส่งยาให้มู่หยางทันที แล้วหันไปสู้กับกลุ่มคนร้ายต่อ
ร่างบางพยายามสู้ข้างกายมู่หยางให้ง่ายต่อการจู่โจม ได้รับความช่วยเหลือจากนางอีกแรง มู่หยางก็ยัดยาเข้าไปในปากของกลุ่มคนร้ายทั้งสามได้สำเร็จ
“พวกเ้าเอาอะไรให้ข้ากิน !” ชายชุดดำคนหนึ่งเอ่ยขึ้น หยู่ถงหันไปยิ้มกับมู่หยาง ไม่นานยาก็ออกฤทธิ์
“นี่ ข้าเป็อะไร !” ชายร่างสูงผอมเอ่ยขึ้นเมื่อรู้สึกว่าภายในร่างกายแปลกไป ทั้งสามมองหน้ากันไปมาอย่างสงสัย
“ทีนี้ก็มาสู้กันให้สมศักดิ์ศรีหน่อย ข้าไม่มีกำลังภายในเลย พวกเ้าจะเอาเปรียบข้าเกินไปแล้วนะ”
หยู่ถงเอ่ยขึ้น สายตาแปรเปลี่ยนอย่างน่ากลัว มือเล็กยื่นดาบให้กับมู่หยาง ก่อนจะเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าเขา
“สามคนนี้ข้าจัดการเอง วันนี้ข้าอยากจะโชว์ฝีมือให้ท่านดู”
ริมฝีปากหนายักโค้งเล็กน้อย ถือดาบจากมือเล็ก ก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะแล้วหยิบเอาจอกสุราขึ้นดื่มนั่งดูว่าฮูหยินของตนจะจัดการกับคนร้ายสามคนนั้นอย่างไร หยู่ถงหยิบเอาตะเกียบมาคู่หนึ่ง ในเมื่อคนร้ายไม่มีกำลังภายในแล้วนางก็สู้ได้อย่างสบาย และตะเกียบก็คืออาวุธคู่กายของนาง
คนร้ายไม่รอช้ารีบพุ่งเข้าใส่หยู่ถงทันที ร่างบางหลบดาบของคนร้ายได้อย่างว่องไว ก่อนจะโผล่อยู่ข้างหลังคนร้ายอีกคน ใช้ตะเกียบแทงไปที่คอคนร้ายคนนั้นอย่างแรง เืกระเด็นกระดอนเต็มพื้น คนร้ายคนแรกสิ้นใจตายคาที่ หยู่ถงรีบวิ่งไปหยิบเอาตะเกียบอีกอันมา
คนร้ายอีกสองคนเลิ่กลั่กมองหน้ากันไปมา พวกเขาสองคนพุ่งเข้าใส่ร่างบางพร้อมกัน หยู่ถงะโขึ้นโต๊ะแล้วะโม้วนตัวหลบดาบคมนั่น แล้วคว้าขาของคนร้ายร่างสูงผอมไว้ แทงตะเกียบไปที่เท้าหลายทีจนเืสาด ก่อนจะหันไปแทงขาอีกข้างของคนร้ายอีกคน หากนางไม่ฆ่าพวกเขา คนที่จะต้องตายก็คือนาง
หยู่ถงลุกขึ้นแล้วจับตะเกียบทั้งสองแทงไปที่คอของคนร้ายทั้งสอง มู่หยางที่นั่งดูอยู่ถึงกับประหลาดใจ ไม่คิดว่าฮูหยินของตนจะโเี้ถึงเพียงนี้ ร่างบางเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้ามู่หยาง ก่อนจะแย่งจอกสุราจากมือเขาขึ้นมาดื่ม
“ข้าคงไม่ทำให้ท่านผิดหวังหรอกนะ”
“ถงเอ๋อร์ !” มู่หยางมีอาการใยิ่ง เมื่อเห็นเืตรงหน้าท้องของนางไหลออกมาไม่หยุด เขารีบลุกไปประคองร่างบางไว้ทันที
“ข้าไม่เป็ไร แต่เจ็บเอาเื่อยู่”
“ข้าจะรีบตามหมอมาทำแผลให้เ้า” เสียงเข้มเอ่ยบอกอย่างเป็ห่วง แขนแกร่งช้อนร่างบางเดินออกไป ท่ามกลางความสงสัยของชาวเมือง
กลับมาถึงที่พัก มู่หยางก็รีบบอกให้เหลียนเปาไปตามหมอมาทันที ทันทีที่หมอมาถึงก็ได้ตรวจดูอาการเบื้องต้น แต่ไม่มีอะไรน่าเป็ห่วง แผลที่ท้องของนางไม่ลึกมากนัก ดื่มยาตามเวลา นอนพักผ่อนไม่กี่วันก็หาย แต่หยู่ถงไม่ยอมทานยาตามที่หมอสั่ง นางอยากจะจัดยารักษาตัวเอง มู่หยางก็ไม่ได้ขัดใจอะไร
“ถงเอ๋อร์ เ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง ? ” มู่หยางเดินไปนั่งอยู่ข้างๆ เตียง สีหน้าเป็ห่วงนางยิ่งนัก
“ท่านไม่ต้องเป็กังวลไป” หยู่ถงคลี่ยิ้มบางๆ ใช่ว่านางจะไม่เคยาเ็เสียหน่อย คราที่อยู่ในยุคที่นางจากมา นางาเ็กว่านี้มาก
“ท่านแม่ทัพขอรับ ข้าน้อยมีเื่สำคัญจะบอก” หยงโห่วจากที่ไหนไม่รู้เดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก หยู่ถงปรายตามองก่อนจะพยักหน้าให้กับมู่หยางเหมือนเป็การบอกว่าให้เขาออกไปคุยกับหยงโห่วเถิดไม่ต้องเป็ห่วงนาง
มู่หยางเดินนำออกมาข้างนอก มองชายแลขวาไม่เห็นผู้ใดตามมาจึงพยักหน้าบอกให้หยงโห่วพูดเื่สำคัญที่จะบอกตนมา
“ลี่หลินผู้นั้น้าหยกหงส์จริงๆ ขอรับ แต่ข้าน้อยไม่อาจรู้ได้ว่าลี่หลินผู้นี้เป็คนของฝั่งใด นี่คือยาที่นางตั้งใจให้ข้าน้อยนำมาวางยาท่านขอรับ”
หยงโห่วยื่นห่อยาที่ลี่หลินได้ให้ไว้กับตนให้กับมู่หยาง มือหนายื่นไปจับขึ้นมาดมดู
“ยาพิษแบบใหม่หรอกรึ ? ” มู่หยางพึมพำกับตัวเองอย่างสงสัย ลี่หลินเป็คนของใครกันแน่ถึงอยากกำจัดตนถึงเพียงนี้
“เราจะเอาอย่างไรต่อดีขอรับ ? ”
“เ้าก็ทำตามที่นาง้า วันนี้ฮูหยินของข้าได้รับาเ็ ข้าจะเล่นตามแผนของนาง เ้าก็ทำตัวปกติ สืบจนกว่าจะรู้ว่านางเป็คนของใครส่งมา”
“ขอรับ แต่ว่า ...” หยงโห่วมีสีหน้าที่ไม่ค่อยดีนัก สิ่งที่ตนเป็กังวลที่สุดก็คือสตรีผู้เป็ที่รักอยู่ที่แคว้นหนานเจียง
“เ้ากลัวว่าเจียอีจะรู้รึว่าเ้ากับแม่นางลี่หลิน ...” มู่หยางยิ้มกรุ้มกริ่มอย่างชอบใจ เขารู้ดีว่าหยงโห่วรักเจียอีมากเพียงใด แต่นี่คือหน้าที่และหยงโห่วก็เป็องครักษ์ที่ติดตามเขามานาน เคยสาบานร่วมเป็ร่วมตายไปด้วยกัน
“ท่านแม่ทัพ อย่าบอกเื่นี้กับนางนะ”
“ข้าไม่บอกเื่นี้ให้นางรู้หรอก แต่ตัวเ้าน่ะ อย่าหลงรักศัตรูเป็พอ”
“ขอรับ” หยงโห่วพยักหน้าเบาๆ ที่เขายอมทำเพราะว่าท่านแม่ทัพสัญญากับตนไว้แล้วว่าเื่นี้จบเมื่อใด จะไปสู่ขอเจียอีให้กับตน เขากับนางรักกันมานานกว่าห้าปีแล้ว แต่ด้วยหน้าที่ที่คอยติดตามท่านแม่ทัพไปออกศึก หยงโห่วจึงยังไม่กล้าที่จะขอเจียอีแต่งงาน
ท่านแม่ทัพได้บอกกับเขาว่า เื่นี้จบลง ท่านแม่ทัพจะลาออกจากตำแหน่งแล้วพาฮูหยินไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัยและมีความสุข ท่านแม่ทัพอยากจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่กับฮูหยินของตน เพราะที่ผ่านมาท่านแม่ทัพรู้สึกผิดนัก ที่ดูแลฮูหยินได้ไม่ดีจนต้องสูญเสียลูกไป จึงจะใช้โอกาสนี้เพื่อแก้ไขความผิดที่ผ่านมา