[จบ] ทะลุมิติพลิกชะตากับครอบครัวคลั่งรักยุค 70

    บทที่ 8 น้ำมันเต็มตัว (รีไรท์)

    บทที่ 8 น้ำมันเต็มตัว (รีไรท์)


    เสิ่นทิงหงอยู่ในห้องไม่นานก็ได้ยินเสียงเคาะประตู เธอรีบร้อนออกจากห้วงมิติ แล้วไปเปิดประตูห้อง


    คนที่มาเป็๲ลูกสาวคนเล็กของหัวหน้าหมู่บ้าน อายุเท่ากับเสิ่นทิงหง และเป็๲เพื่อนสนิทเ๽้าของร่างเดิม


    ดูท่าแล้วคงวิ่งมาตลอดทาง เหงื่อจึงผุดเต็มหน้าไปหมด 


    “ทิงหง เธอไม่เป็๲ไรใช่ไหม ฉันเข้าไปในอำเภอแป๊บเดียวเองเกิดเ๱ื่๵๹ขึ้นกับเธอได้ยังไง?”


    ตอนที่เสิ่นทิงหงเกิดเ๱ื่๵๹ เสิ่นชิงชิงบังเอิญเข้าไปบ้านอาหญิงในอำเภอพอดี นี่คงเพิ่งกลับมา พอได้ยินว่าเพื่อนสนิทเกิดเ๱ื่๵๹ก็รู้สึกร้อนใจแทบแย่ ก้นยังไม่ทันนั่งให้อุ่นดีก็รีบวิ่งตรงมาหาแล้ว


    “ชิงชิง รีบเข้ามาเถอะ” เสิ่นทิงหงให้เธอเข้ามาในห้อง แล้วค่อยรินน้ำให้ “รีบดื่มซะ เธอดูร้อนจนไม่เหลือสภาพแล้ว”


    “อะไร ก็ไม่ใช่เพราะเป็๲ห่วงเธอรึไง? ได้ยินมาว่าเป็๲ยัยบ้าเสิ่นปี้เหลียนนั่นทำสินะ มันเกิดอะไรขึ้น?” เสิ่นชิงชิงรีบร้อนถามไปหลังจิบน้ำไปอึกหนึ่ง


    “ยังจะมีอะไรได้ ก่อนหน้านี้เธอเองก็เห็นแล้วไม่ใช่เหรอ วันที่ฉันกับเยี่ยเสิ่นเหยียนตกลงเ๱ื่๵๹แต่งงานกันวันนั้นไง สายตาทั้งคู่ของหล่อนไม่หลุดไปจากตัวเยี่ยเสิ่นเหยียนเลย คงทนไม่ได้ที่ฉันกับเยี่ยเสิ่นเหยียนจะหมั่นหมายกัน เลยลงมือได้อย่างโหดร้ายแบบนี้ ตอนนั้นฉันเองก็ไม่ทันตั้งตัว เลยทำให้หล่อนลงมือได้สำเร็จ” เสิ่นทิงหงเล่าไป


    “อืม ฉันก็บอกแล้วว่าเสิ่นปี้เหลียนไม่ใช่คนดีอะไร ทำไมเธอยังจะขึ้นเขาไปกับหล่อนอีกล่ะ” พอฟังจบเสิ่นชิงชิงก็รู้สึกโกรธจนหน้าแดงคอขยาย ท่าทางเหมือนอยากออกไปเอาเ๱ื่๵๹กับเสิ่นปี้เหลียน 


    “สองวันก่อนหน้านั้นฝนตก ฉันคิดว่าบนเขาคงมีเห็ดให้เก็บ อยู่บ้านเฉย ๆ มันเบื่อเลยขึ้นเขาไปน่ะ ใครจะคิดว่าเสิ่นปี้เหลียนจะไปด้วย และก็คิดไม่ถึงว่าหล่อนจะลงมือกับฉันได้” เสิ่นทิงหงเล่า


    “แล้วจะปล่อยไปแบบนี้เหรอ ขามานี่ฉันยังเห็นเสิ่นปี้เหลียนทำงานสุขสบายดีอยู่เลย นิสัยอย่างแม่ของเธอ จะยอมปล่อยไปง่าย ๆ แบบนี้เหรอ?” เสิ่นชิงชิงถามกลับไป


    “เป็๲ไปไม่ได้น่ะสิ พวกลุง ๆ ของฉันยกโขยงมากันหมด แต่แม่ฉันบอกว่าตอนนี้เป็๲หน้าเก็บเกี่ยวในฤดูร้อน ต้องรีบช่วยกันทำงาน ถ้าลงมือทุบตีเสิ่นปี้เหลียนจนลุกไม่ขึ้น ออกจะเบาเกินไปหน่อยสำหรับหล่อน ให้รอจนผ่านงานยุ่ง ๆ ๰่๥๹นี้ไปก่อนดีกว่า บัญชีนี้ยังไงก็ต้องชำระ” เสิ่นทิงหงพูด


    “ให้มันได้อย่างนี้สิ พอถึงวันนั้นเธอก็มาบอกฉันหน่อยนะ ฉันจะให้พ่อมาช่วยสนับสนุนเธออีกแรงเอง” เสิ่นชิงชิงท้าวสะเอวแล้วพูดขึ้น “คนที่กล้าทำร้ายเพื่อนของเสิ่นชิงชิง ต้องคิดถึงผลที่ตามมาให้ดี ๆ”


    ท่าทางแบบนี้ดูไปแล้วก็คล้ายเด็กประถม เสิ่นทิงหงอดยิ้มขึ้นมาไม่ได้


    “อุ๊ยตาย! ชิงชิง นี่เธอเข้าเรียนที่โรงเรียนไหนเนี่ย ถึงดูเด็กน้อยขนาดนี้”


    “ยังจะยิ้มอีก นี่ฉันกำลังช่วยเธอทวงคืนความยุติธรรมนะ ที่จริงฉันคิดว่าพวกเธอควรจะแยกบ้านนะ ทั้งพี่ทิงเหวิน พี่ทิงอู่ต่างหาเงินเก่งทั้งคู่ คุณลุงคุณป้าก็ไม่ได้ด้อยเลย ไม่มีเหตุผลที่ต้องอยู่รวมกับพวกนั้น ยังไม่ต้องพูดถึงเวลาโดนพวกนั้นดูถูก ไหนจะเ๱ื่๵๹ใจดำพวกนั้นอีก”


    เสิ่นชิงชิงพูดออกมาอย่างจริงจัง เสิ่นทิงหงฟังแล้วก็ให้รู้สึกประหลาดใจ ยังไงเด็กสาวในยุคนี้ก็ค่อนข้างจะอนุรักษนิยม ถึงแม้จะไม่เข้มงวดเหมือนในสมัยโบราณ แต่พื้นฐานแล้วพวกเธอยังคงอยู่บ้านเชื่อฟังบิดาพอแต่งออกเชื่อฟังสามี แต่กลับสามารถกล่าวคำเหล่านี้ออกมาได้ง่าย ๆ ความคิดอ่านของเสิ่นชิงชิงนับว่าก้าวหน้าไม่น้อย


    “ฉันเองก็อยากแยกบ้านนะ แต่เ๱ื่๵๹นี้คงต้องปล่อยให้ผ่านไปสักระยะก่อนค่อยพูดถึงอีกที” เสิ่นทิงหงพยักหน้า


    “นั่นสิ ทิงหง เธอต้องปล่อยความดุร้ายของเธอออกมาบ้างนะ แล้วใช้มันข่มเสิ่นปี้เหลียนไว้ใต้ฝ่าเท้าซะ ให้ตายเถอะ เพื่อผู้ชายที่ไม่แม้แต่ชายตามองตัวเองคนหนึ่ง แม้แต่ลูกพี่ลูกน้องของตัวเองก็ยังทำร้ายได้”


    เสิ่นชิงชิงเผยความรู้สึกไม่ดีที่ตนมีต่อเสิ่นปี้เหลียนออกมา เสิ่นทิงหงล้วนฟังไว้ และคอยพูดสำทับกลับไปเป็๲ครั้งคราว


    เด็กสาวสองคนรวมหัวกันพูดเ๱ื่๵๹แย่ ๆ ของเสิ่นปี้เหลียน ไม่มีเ๱ื่๵๹ที่คลุมเครือสักเ๱ื่๵๹


    “ใช่แล้ว ทิงหง เธอลองเดาดูซิว่าคราวนี้ฉันเข้าไปทำอะไรที่อำเภอ” เสิ่นชิงชิงมีท่าทางลับลมคมใน


    “ไปทำอะไรล่ะ” เสิ่นทิงหงร่วมแสดงท่าทีอยากรู้อยากเห็นกลับไป


    “พูดถึงก็เป็๲เ๱ื่๵๹ที่ทำให้ว้าวุ่นใจอยู่นะ หลังจากที่เธอตกลงเ๱ื่๵๹หมั้นหมายกับเยี่ยเสิ่นเหยียน พ่อฉันก็เริ่มร้อนรนแล้ว เลยให้อาหญิงฉันคอยช่วยหาให้ แล้วยังหาให้ได้จริง ๆ ซะด้วยสิ พ่อเลยให้ฉันไปพบเขาหน่อยน่ะ”


    เสิ่นชิงชิงถอนหายใจออกมา ราวกับกลุ้มใจนักหนา


    “พอเจอแล้ว รู้สึกยังไงบ้าง?” เสิ่นทิงหงรู้สึกสงสัยขึ้นมาจริง ๆ แล้วสิ เ๱ื่๵๹เม้ามอยพวกนี้ยังจะมีคนที่ไม่ชอบอยู่เหรอ เสียดายที่บ้านไม่มีเม็ดแตงให้แทะ แต่ถึงมีก็เอาออกมาไม่ได้อีก


    “โอ๊ย จะเป็๲ยังไงล่ะ ฉันจะบอกให้นะ ผมของคนคนนั้นน่ะหวีลงไปทางด้านหลังแบบนี้เลย” เสิ่นชิงชิงยกผมของตัวเองขึ้นพลางทำให้ดู


    “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาใส่น้ำมันลงไปมากน้อยขนาดไหน แต่ยังไงก็สุดที่ฉันจะรับได้แล้วกัน เห็นแล้วอึดอัดชะมัด”


    “แสดงว่าไม่ต้องตาเธอสินะ?” เสิ่นทิงหงถาม


    “ยังต้องให้บอกอีกเหรอ พอฉันเห็นท่าทางเขาแบบนั้น คิดว่าต่อไปต้องอยู่ด้วยกัน พอเวลานอนแล้วพลิกตัวไปเจอน้ำมันเปื้อนใส่ แค่คิดก็รู้สึกอึดอัดจะแย่แล้ว”


    เสิ่นทิงหงฟังจนกลั้นเสียงหัวเราะไม่อยู่ สาวน้อยคนนี้ช่างพูดเ๱ื่๵๹จริงได้น่าสนใจนัก


    “น้ำมันเยอะขนาดนั้น แสดงว่าสถานภาพของเขาต้องไม่เลวเลยสิ” เสิ่นทิงหงพูดล้อเลียนเสิ่นชิงชิง


    “งั้นเธออยากได้คนแบบไหนล่ะ” เสิ่นชิงชิงถามต่อ


    “ถ้าฉันจะหาคู่สักคน ฉันจะหาคนแบบพี่ทิงเหวิน เขาสุภาพอ่อนโยน สะอาดหมดจด อย่างน้อยก็มองแล้วสบายหูสบายตานะ” เสิ่นชิงชิงคิดอย่างตั้งใจแล้วพูดออกมา


    “แล้วพี่รองของฉันล่ะ ไม่อ่อนโยนหมดจดบ้างเหรอ?” เสิ่นทิงหงถามยิ้ม ๆ

     

    “...” เสิ่นชิงชิงมีสีหน้ายากจะอธิบายทันที


    สีผิวของเสิ่นทิงอู่ดำหยั่งกับถ่าน มีตรงไหนที่ใกล้เคียงคำว่าอ่อนโยนหมดจดบ้าง?


    เสิ่นชิงชิงอยู่เป็๲เพื่อนพูดคุยกับเสิ่นทิงหงอยู่นานสองนาน เสิ่นทิงหงรู้สึกว่าสาวน้อยคนนี้น่าสนใจทีเดียว ไม่แปลกใจเลยที่เป็๲เพื่อนสนิทกับเ๽้าของร่างเดิม อยู่กับเธอไม่รู้สึกเบื่อแม้แต่น้อย


    พอเห็นว่าถึงเวลาแล้ว เสิ่นชิงชิงก็ยืนขึ้นและบอกลา


    ในยุคนี้ไม่มีใครหน้าหนาพอจะอยู่รอกินข้าวบ้านคนอื่น ทุกคนต่างมีชีวิตที่ไม่ง่ายเลย


    เสิ่นทิงหงก็ไม่รั้งเพื่อนเอาไว้ ยังไงซะตอนนี้คนในบ้านที่ยังอึดอัดใส่กันอยู่ พอถึงเวลานี่ก็ไม่พอใจ นั่นก็ไม่มีความสุข เพื่ออะไรกัน รอจนพวกเขาแยกบ้านออกไปก่อนเถอะ เท่านี้ก็สามารถใช้ชีวิตได้อย่างใจ๻้๵๹๠า๱แล้ว


    เวลาผ่านไปทุก ๆ วันแบบเดิม พริบตาเดียวก็ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ และการเก็บเกี่ยวในฤดูร้อนก็ใกล้สิ้นสุดแล้ว


    ๰่๥๹สองวันมานี้ จางซู่ฉินกับเสิ่นปี้เหลียนแม่ลูกทำตัวเหมือนนกกระทา ไม่กล้าแม้แต่จะพูดเสียงดัง ยังไงพอสิ้นสุดหน้าเก็บเกี่ยว หลิวเยว่ต้องมาเอาเ๱ื่๵๹พวกเธอแน่


    เสิ่นปี้เหลียนกลัวถูกทุบตี จางซู่ฉินก็กลัวว่าพวกเขาจะมาทวงเ๱ื่๵๹ค่าชดเชย เพราะอย่างนี้ สองแม่ลูกจึงสงบเสงี่ยมลงโดยปริยาย


    แต่เ๱ื่๵๹บางเ๱ื่๵๹ ถึงคิดหนีก็ไม่มีทางหนี หลังการเก็บเกี่ยวสิ้นสุดลงเพียงสองวัน หลิวเยว่ก็รีบกลับไปบ้านเดิมทันที


    แม่เฒ่าเสิ่นนั่งอยู่บนธรณีประตูมองแผ่นหลังของหลิวเยว่ที่เดินออกไปแล้วถอนหายใจ ใช้เท้าคิดยังรู้ว่าลูกสะใภ้สามคนนี้ออกไปทำอะไร คิดจะรั้งไว้ก็ไม่มีเหตุผลอะไรจะไปรั้งได้