คนที่มองเห็นผมเพียงคนเดียวกลับไปลมไปเสียแล้ว
เฮ้อ!
เื่มันเริ่มต้นเมื่อราวๆครึ่งเดือนก่อนขณะที่ผมกำลังพิมพ์ต้นฉบับอย่างบ้าคลั่งเพื่อให้ทันส่งงานประกวดนิยายของเวบไซต์แห่งหนึ่งเดดไลน์คือส่งงานภายในเที่ยงคืน ผมคิดว่า...เอ่อ...คิดว่านะคิดว่าใช้เมาท์คลิกส่งเมล์งานเรียบร้อยแล้วก็ตั้งใจลุกขึ้นไปหาอะไรกินเสียหน่อยแต่เหมือนร่างกายไร้เรี่ยวแรงร่วงผล็อยลงไปกองกับพื้นเหมือนได้หลับไปเต็มอิ่มแต่พอลืมตาขึ้นกลับพบว่าตัวเองอยู่หน้าอาคารแห่งหนึ่ง ผมก็ไม่รู้ว่ามาได้ยังไงและที่สำคัญคือไม่มีใครมองเห็นผม แม้ว่าจะพยายามส่งเสียงหรือไปััอีกฝ่ายพวกเขาต่างเดินทะลุร่างของผมราวกับผมเป็เพียงอากาศธาตุและเมื่อผมพยายามตั้งสติสังเกตุสิ่งรอบตัวก็พบว่ามันไม่คุ้นตา และเมื่อเห็นข่าวในจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่ที่หน้าตึกนั้นก็พบว่ามันเป็ปีพ.ศ.2533พระเ้า! ผมเป็คนในปี พ.ศ.2567 แต่กลับย้อนเวลาอยู่ในปี พ.ศ.2533แล้วที่ผมงงหนักที่สุดก็คือ ผมไม่รู้ว่าผมชื่ออะไรและเป็ใครนะสิ!
ย้อนเวลามาทั้งที่แต่ดันความจำเสื่อมและที่จำไม่ได้ก็มีแค่เื่ของตัวเองเท่านั้น ขอขยายความเข้าใจอีกนิดคือผมจำชื่อตัวเองไม่ได้ บ้านช่องห้องหับอยู่ตรงไหนก็ไม่รู้ครอบครัวญาติพี่น้องก็ไม่รู้อีก เอ่อ มันเหมือนเงาจางๆ ในหัวแต่ผมรู้ว่าที่ๆผมเคยอยู่เป็ยังไง เคยใช้ชีวิตแบบไหนมาก่อนก่อน แต่ทักษะอื่นของผมยังใช้ได้ดีก็ผมมีทักษะเดียวคือการเป็นักเขียนนิยายออนไลน์นี่แหละ เหมือนว่าผมจะไม่ได้ทำอย่างอื่นเลยนอกจากเขียนนิยายออนไลน์
อ่านนิยายย้อนยุคทะลุมิติหรือแนวระบบมาก็เยอะพอมาเจอกับตัวเองก็ไปไม่ถูกเหมือนกัน ผมไม่รู้ว่าจะเรียกสิ่งที่ตัวเองเผชิญอยู่ว่าอะไรถ้าเป็นิยายแนวระบบก็คงมีคำสั่งให้ผมต้องทำตาม แต่นี่ก็ไม่มีเลยหรือผมตายไปแล้วเพราะสภาพผมในตอนนี้ก็คือร่างโปร่งใสที่ไม่มีใครมองเห็น ผมไม่ได้ล่องลอยเหมือนิญญาที่เห็นในละครหรือซีรีย์ แต่ทำไมผมถึงกลับมาอยู่ในอดีตได้ล่ะหรือผมมีอะไรติดค้างอยู่ แต่...ถึงผมจะจำไม่ได้ว่าตัวเองอายุเท่าไหร่แต่ดูแล้วหน้าตาไม่ได้แย่ของผมมันน่าจะแค่21-22ปีเองนะ ในขณะที่ผมครุ่นคิดว่าจะใช้ชีวิตแบบนี้ยังไงต่อไป(ดี)สายตาคู่หนึ่งก็จ้องมาทางผม แรกๆผมนึกว่าเธอคงมองไปคนข้างหลังเหมือนที่ผมเคยเข้าใจผิด แต่เธอมองที่ผม!
ผมมั่นใจว่าเธอเห็นผม! ในเวลานี้ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นไปกว่านี้อีกแล้ว และนั้นแหละผมถึงได้พยายามเข้าใกล้เธอ แต่ดูว่าเธอเองไม่รู้ว่าผมเป็สิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็นโธ่! อย่าเรียกผมว่าผีสิ คือแบบผมยังทำใจไม่ได้ว่าตัวเองตายแล้ว เอ๊ะ ผมอาจจะยังไม่ตายก็ได้นะ
“คุณตามฉันมาเหรอ”
“เอ่อ...คือผม...ผม...คุณมองเห็นผมใช่ไหม”
“จะบ้าเหรอไม่ใช่แมวนะจะได้มองไม่เห็น”
“คุณมองเห็นผมจริง ๆ ด้วย”
“เอ๊ะ!รึว่าจะพวกโรคจิต อย่าเข้ามาใกล้ฉันนะ”
“เปล่าครับ ไม่ใช่ครับ คือ…ว่า ผม...ผม...”
“ใครก็ได้ช่วยด้วยค่ะคนโรคจิตจะลวนลามค่ะ พี่เบียร์ พี่เบียร์ช่วยโซดาด้วย”
ผมพยายามจะอธิบายแต่คุณเธอไม่ฟังเอาเสียเลย พี่ชายเธอมาก็ไม่เห็นผมอีกเท่านั้นแหละเธอถึงกับร้องกรี๊ดออกมาและเป็ลมไป
ความรู้สึกผิดแล่นพุ่งตรงหัวใจเป็ิญญาแล้วทำไมยังรู้สึกอีกผมได้ขอโทษเธอและมองพี่ชายเธอที่แตกตื่นอุ้มน้องสาวเข้าไปด้านในผมเกรงใจก็เลยรออยู่ด้านนอกปล่อยให้พี่ชายได้ดูแลน้องสาวจนคนเป็พี่ที่ทำงานมาทั้งวันเหนื่อยล้าผล็อยหลับไป
การถูกห่วงใยนี่ดีจริงๆ
ผมเคยมีพี่น้องหรือเปล่านะ
ใจผมรู้สึกอิจฉาขึ้นมานิดๆหรือว่าผมจะเป็ลูกคนเดียวหรือเพราะความเป็นักเขียนของผมทำให้ผมไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับคนในครอบครัว การมีผมอยู่หรือไม่มีนั้นอาจไม่ได้ส่งผลอะไรกับพวกเขาเลยก็ได้
อ๊ะ!ผู้หญิงคนนั้นฟื้นแล้ว
เด็กสาวกระพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับโฟกัสเมื่อภาพรางๆของร่างสูงโปร่งยืนอยู่มุมห้องชัดเจนว่าเป็ใบหน้าของชายหนุ่มปริศนาผู้สวมแว่นทรงกลมกรอบสีเงิน โซดาอ้าปากเกือบส่งเสียงกรี๊ด แต่ชายหนุ่มยกมือจุ๊ปากเป็สัญญาณให้เงียบๆ แล้วชี้นิ้วมายังร่างชายหนุ่มอีกคนที่นั่งหลับศีรษะพิงผนังห้องด้วยท่าทางอ่อนล้า
“พี่เบียร์”
“ฮืม...” คนเป็พี่ทำพึมพำอย่างัวเงีย “อ้าว ตื่นแล้วเหรอโซดา เป็ยังไงบ้าง”
“พี่เบียร์นั่งเฝ้าโซดาทั้งคืนเลยเหรอ”
“ก็ทำไงได้ละมีน้องสาวคนเดียวให้เป็ห่วงนิน่า” ผู้เป็พี่เอื้อมมือมาโยกศีรษะน้องสาวเบาๆ
“พี่ไปนอนที่ห้องเถอะเอ๊ะ เช้าแล้วนี่…พี่เบียร์ต้องไปทำงาน”
“ไม่เป็ไรวันนี้พี่อยู่เป็เพื่อนเราก็ได้เดี๋ยวโทรไปลางานสักวันคงไม่เป็ไร”
“พี่เบียร์…”
โซดารู้สึกผิดที่ทำให้พี่ชายต้องเป็ห่วงจนเสียงานเสียการขนาดนี้เมื่อคืนเธอโวยวายเหมือนคนบ้าจนพี่ชายเป็ห่วง กระทั้งนั่งแท็กซี่กลับมาถึงบ้านเธอก็ไม่ยอมให้พี่ชายอยู่ห่างตัวจนไม่รู้ว่าเผลอหลับไปั้แ่เมื่อไหร่
เธอหันไปมองร่างสูงโปร่งที่ยืนอยู่มุมห้องราวกับอากาศธาตุ ขณะที่พี่ชายลุกขึ้นบิดตัวไปมาไล่ความเมื่อยล้าจากการหลับผิดที่ผิดท่า สายตาอ่อนโยนหลังแว่นตาทรงกลมผสานกับเด็กสาวผู้เป็คนเดียวที่มองเห็นชายแปลกหน้าคนนี้
“บ่เป็หยัง!!! โซดาไม่เป็ไรแล้วพี่ไม่ต้องห่วงหรอก สงสัยโซดาจะเพี้ยนคิดพล็อตนิยายฆาตกรรมจนเพ้อนะคะ ก็...แนวฆาตกรรมสยองขวัญ แบบว่าแนวพระเอกเป็ฆาตกรกำลังมาแรง”
เด็กสาวเท้าสะเอวอ้าปากกว้างหัวเราะเสียงดังด้วยมาดที่คิดว่าพี่ชายเห็นจะนึกขำ
“จริงนะถ้าไม่เป็อะไรพี่จะได้ไปทำงาน”
“จริงค่ะขอโทษนะคะที่ทำให้พี่เบียร์เป็ห่วง”
เบียร์พยักหน้ารับก่อนลุกขึ้นเดินทะลุผ่านร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มในเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนไปเปิดประตูห้องและก้าวเท้าออกไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่ทันเห็นสายตาตกตะลึงของน้องสาวที่นั่งตัวแข็งหมดแรงอยู่บนเตียงจนไม่กล้าขยับไปไหน
โซดาหลับหูหลับตายกมือไหว้ไม่สนใจอะไรแล้ว ก็เธอไม่อยากให้พี่ชายเป็ห่วงมากกว่าั้แ่เมื่อคืนแล้วที่เธอยืนยันว่าเห็นชายหนุ่มคนนี้ยืนอยู่ต่อหน้าต่อตา แต่ใครต่อใครกลับมองไม่เห็นจนเหมือนเธอเองนั้นแหละที่เหมือน “ผีเข้า”เสียเอง
“เอ่อ...คุณครับ…คุณ”
“ไปที่ชอบ ๆ เด๋อคะหนูจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลถวายสังฆทานไปให้ นะโมนะสะ..อ่า..อะไรหว่า อัตตาหิอัตโนนาโธ”
“คุณครับที่คุณท่องมันแปลว่าตนเป็ที่พึ่งแห่งตนนะครับ”
โซดาสะดุ้งแล้วเงยหน้าขึ้นมองผู้บุกรุก เขายิ้มบางแล้วสืบเท้าเข้ามาใกล้ ก่อนทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ข้างเตียงนอน ที่เมื่อครู่เบียร์ใช้เป็ที่นั่งหลับเฝ้าน้องสาวคนเดียวที่แสนห่วงใย
“น่าอิจฉาจังนะครับ...ที่มีพี่ชายที่รักและห่วงใยคุณมากขนาดนี้”
น้ำเสียงอ่อนโยนทำให้โซดารู้สึกผ่อนคลายลง ดู ๆ ไปแล้วก็ไม่มีท่าทางมีพิษมีภัยอะไร ถ้าเจอกันในสภาพปกติกว่านี้เขาคงเป็ชายหนุ่มที่ดูดีกว่านี้ไม่น้อยทีเดียว
“ผมต้องขอโทษมาก ๆที่ทำให้คุณใขนาดนี้ แต่ผมไม่มีเจตนาร้ายอะไรนะครับ”
“แล้วมาเฮ็ดหยัง เอ๊ย!” เวลาใเผลอออกซาวด์แทรกทุกที “ฉันไม่ใช่คนมีเซนส์ทางิญญานะ หรือจะให้ฉันเป็ร่างทรง”
“ไม่ใช่ครับ คือ…ผมก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง” ิญญาหนุ่มเกาหัวแกรก ๆนี่ถ้าเจอในสภาวะปกติกว่านี้ มีหวังโซดาใจละลายแล้ว
“เอาเป็ว่าคุณเป็คนเดียวที่มองเห็นผมก็แล้วกัน”
“หมายความว่าไงฉันเป็คนเดียวที่มองเห็นคุณ”