ภายในห้องของฟาร์ฮาน แอเรียสกำลังจ้องมองฟาร์ฮานที่กำลังยืนเหม่อมองไปด้านนอกคล้ายกำลังนึกคิดสิ่งใดอยู่ เขาเองก็สงสัยว่าอีกฝ่ายกำลังคิดสิ่งใดอยู่ ไม่แน่ว่าบางทีฟาร์ฮานอาจจะลืมไปแล้วก็ได้ว่ามีเขากำลังยืนรออยู่ตรงนี้
“ เฮ้ออออ แอเรียสข้าอยากจะขอให้เจ้าปล่อยวางเรื่องนี้จะได้รึไม่ พวกมันเองก็ได้รับบทลงโทษอย่างสาสมแล้ว ข้าอยากจะให้เรื่องทั้งหมดสิ้นสุดในวันนี้ “
ในที่สุดฟาร์ฮานก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เขาหันมาจ้องหน้าแอเรียสด้วยใบหน้าเศร้าหมอง คำร้องขอของฟาร์ฮานเป็นสิ่งที่เกินความคาดหมายของแอเรียสอยู่ไม่น้อย เขาไม่คิดว่าจะได้ยินคำร้องเช่นนี้ออกมาจากปากของฟาร์ฮานเลยแม้แต่น้อย
“ท่านจะกลัวไปทำไมท่านปู่ ถึงแม้ข้าจะโกรธแค้นพวกมันแล้วข้าจะไปทำสิ่งใดได้เล่า..? ข้าก็เพียงแค่คนไร้ค่าคนหนึ่งของตระกูลจะไปต่อกรกับนักเวทเช่นพวกมันได้อย่างไร“
แอเรียสยักไหล่แล้วกล่าวคำพูดตัดพ้อออกมาคล้ายกับผู้จนปัญญาจะทำสิ่งใด
“ ไม่ใช่ว่าเจ้าใช้พลังเวทได้หรอกรึแอเรียส“
ฟาร์ฮานเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่ยามที่เขาจ้องมองมายังแอเรียสราวกับว่าสายตาของเขามองดูแอเรียสได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ดูเหมือนแอเรียสจะประเมินผู้นำแห่งตระกูลสการ์เชียต่ำไปเล็กน้อย
“ ท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้าใช้พลังเวทได้“
ในเมื่ออีกฝ่ายรู้อยู่แล้วเขาจึงไม่มีเรื่องอะไรจะต้องปิดบังอีกต่อไป เพียงแต่เขาสงสัยว่าเหตุใดฟาร์ฮานจึงล่วงรู้ได้ว่าเขาใช้พลังเวทได้ บางทีอาจจะเป็นเพราะเหตุการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมา หรือไม่แน่ก็คงจะเป็นเพราะพ่อและแม่ของเขา
“ ไอเวทยังไงล่ะ แต่เดิมไอเวทคล้ายกับปฏิเสธตัวตนของเจ้าอยู่ตลอดเวลา พวกมันล่องลอยผ่านไปโดยไม่ไหลผ่านเข้าไปในตัวเจ้าเลยแม้แต่น้อยคล้ายกับพวกมันจะกันเจ้าออกจากโลกใบนี้ แต่วันนี้ข้ากลับเห็นไอเวทมันไหลผ่านเข้าไปในตัวเจ้าเฉกเช่นผู้คนทั่วไปไม่ได้หลบเลี่ยงตัวเจ้าเช่นในอดีต“
ฟาร์ฮานเอ่ยอธิบาย แอเรียสในวันนี้ดูไม่คล้ายกับแอเรียสผู้อ่อนแอในวันวานเลยแม้แต่น้อย ไม่ใช่มีเพียงแต่รูปร่างของเขาเท่านั้นที่เปลี่ยนไป ความฉลาด ไหวพริบ และความสงบเยือกเย็นของเขาก็เปลี่ยนไปเช่นกัน มันทำให้ฟาร์ฮานอดไม่ได้ที่จะจ้องมองหลานชายของตนด้วยความพินิจ จนเขาบังเอิญสังเกตเห็นกระแสของไอเวทที่อยู่รอบร่างของแอเรียสที่มันเปลี่ยนไปจึงทำให้เขารู้ว่าเด็กหนุ่มกำลังปิดบังความลับบางอย่างเอาไว้
“ เป็นเรื่องที่ข้าคาดไม่ถึงจริงๆ ดูเหมือนข้าจะไม่สามารถปกปิดความลับไว้ต่อหน้าท่านได้จริงๆ ความจริงแล้วข้าคิดจะเก็บเอาไว้ให้ท่านตกใจเล่นเมื่อถึงวันประลองซะหน่อย“
แอเรียสยกยิ้มขึ้นพร้อมเอ่ยออก แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจเล็กๆออกมา วันนี้ดูเหมือนจะมีเรื่องราวผิดพลาดของเขาเต็มไปหมด โดยเฉพาะความลับเรื่องความแค้นระหว่างเขาและลูกพี่ลูกน้องทั้งสองคนของเขา เมื่อมีผู้ล่วงรู้ความลับแล้วยิ่งจะทำให้เขาลงมือสังหารพวกมันยากขึ้น แต่ถึงอย่างไรเขาเป็นผู้ไร้พลังเวทในตระกูลหากลงมือสังหารพวกมันด้วยความเงียบเชียบย่อมไม่มีผู้ใดสงสัยเขาเป็นแน่ แต่ดูเหมือนเขาก็จะทำเช่นนั้นไม่ได้แล้ว เห็นทีเขาคงต้องวางแผนใหม่ทั้งหมด
“ เจ้าว่ายังไงนะ เจ้าจะเข้าร่วมงานประลอง ? ตอนนี้เจ้าอยู่ในระดับใดกันแอเรียส“
ฟาร์ฮานขมวดคิ้วจ้องมองแอเรียสด้วยความแปลกใจ เดิมทีเขาคิดว่าแอเรียสน่าจะพึ่งเข้าสู่ระดับสัมผัสเวทขั้นต้นเท่านั้น ตามที่เขาคาดเดาเอาไว้พลังของแอเรียสน่าจะตื่นขึ้นหลังจากที่เขาผ่านเรื่องเฉียดเป็นเฉียดตายมาได้ ตั้งแต่แอเรียสฟื้นขึ้นมาเขาก็เห็นการเปลี่ยนแปลงของแอเรียสอยู่ทุกครั้ง แต่หากแอเรียสเริ่มเข้าสู่เส้นทางของนักเวทเมื่อเกือบสองเดือนก่อนมากที่สุดระดับของเขาก็คงไม่เกินไปกว่าระดับสัมผัสเวทขั้นที่ห้า นั่นคือสิ่งที่ฟาร์ฮานคิดเอาไว้ แต่พอได้ฟังคำพูดของแอเรียสทำให้เขาเริ่มคิดว่าสิ่งที่เขาคาดเดาอาจจะผิดพลาดไป
“ ข้าอยู่เพียงระดับนักเวทฝึกหัดขั้นที่หนึ่ง“
แอเรียสพร้อมปลดปล่อยพลังเวทภายในร่างออกมา พลังเวทระดับนักเวทฝึกหัดขั้นที่หนึ่งถูกปลดปล่อยออกมาทันที ฟาร์ฮานสามารถสัมผัสมันได้อย่างชัดเจน
“ นี่มัน…“
ฟาร์ฮานมองสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าด้วยความตกตะลึง นี่เป็นสิ่งที่เกินความคาดหมายของเขาไปมากนัก ใช้เวลาเพียงไม่ถึงสองเดือนจากผู้ไร้พลังเวทสู่ระดับนักเวทฝึกหัดขั้นที่หนึ่ง พรสวรรค์ของเด็กหนุ่มตรงหน้าช่างน่าหวาดกลัวยิ่งนัก เด็กหนุ่มเบื้องหน้าของเขาคล้ายกับหลุมลึกที่ไม่อาจจะหยั่งถึงได้โดยง่าย พรสรรค์เช่นนี้ไม่ต้องคิดเลยว่าหากเขาเริ่มฝึกฝนตั้งแต่อายุสิบสองปีในเวลานี้เขาจะกลายเป็นผู้ที่แข็งแกร่งมากเพียงใด
“ มีอะไรน่าตกใจอย่างนั้นรึท่านปู่“
เมื่อเห็นท่าทางที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงของฟาร์ฮานที่กำลังจ้องมองมาทางเขาด้วยท่าทีแปลกๆจึงทำให้แอเรียสอดไม่ได้เอ่ยถาม
“ เจ้าเริ่มใช้พลังเวทได้หลังจากที่เจ้าฟื้นขึ้นมาใช่หรือไม่“
ฟาร์ฮานเอ่ยถามอีกครั้งเพื่อยืนยันข้อสงสัย
“ ใช่ท่านปู่ ท่านถามข้าทำไมรึ “
แอเรียสกล่าวตอบ แม้จะพอคาดเดาคำตอบนี้ได้อยู่แล้วแต่ฟาร์ฮานก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงกับคำตอบของแอเรียสอีกครั้ง ความรวดเร็วในการบ่มเพาะพลังเวทเช่นนี้คืออะไรกัน
“ ท่านเป็นอะไรรึเปล่าท่านปู่“
ตั้งแต่แอเรียสเข้ามาในห้องเขาก็เห็นฟาร์ฮานทำท่าทางเหม่อลอยและนิ่งเงียบอยู่หลายครั้ง ครั้งนี้ก็เช่นกันหลังจากฟังคำตอบของแอเรียสแล้วฟาร์ฮานก็นิ่งเงียบไปชั่วครู่ แอเรียสเองก็ไม่รู้ว่าปู่ของเขากำลังคิดสิ่งใดอยู่ในหัวกันแน่
“ช่างข้าเถอะ แต่เรื่องที่เจ้าจะลงประลองข้าว่ามันยังเร็วเกินไป“
ฟาร์ฮานเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขามีความคิดเช่นเดียวกับมาเรีย ระดับของแอเรียสยังอ่อนแอเกินไปที่จะเข้าร่วมการประลองในครั้งนี้ได้ พรสวรรค์ของแอเรียสย่อมทำให้เขากลายเป็นนักเวทที่แข็งแกร่งในอนาคตได้แน่หากอนาคตของเขาต้องถูกทำลายลงเพราะการประลองเช่นนี้นับว่าน่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง การประลองย่อมมีการบาดเจ็บหรือร้ายแรงสุดก็อาจจะถึงตาย นักเวทที่อ่อนแอย่อมไม่อาจจะยืนหยัดต่อสู้กับผู้อื่นได้ แม้แอเรียสจะมีพรสวรรค์อันน่าตกตะลึงแต่ตอนนี้เขาคล้ายกับลูกมังกรที่พึ่งฟักออกจากไข่เท่านั้นเขายังไม่อาจจะต่อกรกับปักษาที่แข็งแกร่งได้ อีกทั้งประสบการณ์การต่อสู้ของเขาก็ยังอ่อนด้อยจนเกินไป หากเข้าร่วมการประลองย่อมรังแต่จะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี
ความจริงแล้วเมื่อรู้ว่าแอเรียสกลายเป็นนักเวทภายในใจของฟาร์ฮานเองก็ปรากฏความตื่นเต้นยินดีอยู่ไม่น้อย อย่างน้อยตระกูลสการ์เชียก็มีทายาทที่มีอนาคตกันรุ่งโรจน์เพิ่มมาอีกหนึ่งคน และเขาเองก็จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องอนาคตของแอเรียสอีกต่อไป
“ เรื่องนี้ท่านแม่เองก็บอกเช่นเดียวกับท่าน แต่หากข้าผ่านเงื่อนไขที่ท่านพ่อกำหนดไว้พวกท่านก็อนุญาตให้ข้าเข้าร่วมการประลองได้“
แอเรียสตอบกลับไปโดยหาได้สนใจคำทัดทานของฟาร์ฮานไม่ การประลองนี้มีสิ่งสนใจที่ทำให้เขาเข้าร่วมอยู่ สิ่งที่เขาสนใจไม่ใช่รางวัลอย่างเกราะเพลิงนิลหรือรางวัลอื่นๆ สิ่งที่เขาสนใจคือดินแดนภูตสวรรค์ แม้เขาจะไม่รู้ว่ามันคือสถานที่แบบใดแต่เขาก็รู้สึกได้ถึงความพิเศษและความน่าสนใจของมัน ไม่แน่ว่าบางทีเขาอาจจะโชคดีได้พบเจอกับภูตสักตนก็เป็นได้
“ เงื่อนไขอะไร? “
ฟาร์ฮานเอ่นถามด้วยความสงสัย เขาอยากรู้ว่าเงื่อนไขอะไรกันแน่ที่อัลเบิร์ตกำหนดให้แก่แอเรียส
“ ท่านพ่อกล่าวว่าหากข้าสามารถเข้าสู่ระดับนักเวทฝึกหัดขั้นที่สองได้ก่อนการประลองจะเริ่มขึ้นท่านก็จะอนุญาตให้ข้าเข้าร่วมการประลองได้ ว่าแต่..ท่านมีเรื่องที่จะถามข้าเพียงแค่นี้ใช่หรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นข้าเองจะได้ขอตัวก่อน “
แอเรียสตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ภายในใจของเขารู้สึกเบื่อหน่ายอยู่ไม่น้อยที่จะต้องมาตอบคำถามมากมายเช่นนี้ เขาเตรียมตัวที่จะหันหลังจากไป
“ เจ้าจะรีบไปไหนของเจ้า เจ้าไม่รู้รึยังไงว่าการเดินหนีผู้ใหญ่ทั้งๆที่ยังสนทนาไม่จบเช่นนี้เป็นการเสียมารยาท“
ฟาร์ฮานพูดออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่แอเรียสทำกิริยาเช่นนี้ แอเรียสที่กำลังจะก้าวเดินออกจากห้องจึงจำต้องหยุดลงแล้วหันกลับมามองยังฟาร์ฮาน
“ เรื่องที่ข้าขอร้องเจ้าไป เจ้าทำมันได้หรือไม่ ข้าอยากให้เจ้าปล่อยวางความแค้นนั่นซะ ถึงอย่างไรพวกมันก็นับเป็นลูกพี่ลูกน้องเจ้า“
ยามที่เอ่ยถึงเรื่องนี้น้ำเสียงของฟาร์ฮานก็กลายเป็นอ่อนลงไม่ได้แข็งกระด้างเหมือนเก่า ภายในใจรู้สึกหนักอึ้งอยู่ไม่น้อย แม้ระดับของแอเรียสจะดูอ่อนด้อยกว่ามาเชลและดาเนสอย่างเทียบไม่ติดแต่เขาก็มีลางสังหรณ์ว่าในอนาคตแอเรียสอาจจะกลายเป็นผู้แข็งแกร่งที่ทั้งสองไม่อาจจะเทียบได้แม้เพียงเงา เขาไม่อยากเห็นเหตุการณ์เช่นวันนี้อีกครั้ง
“ หากมีผู้ใดหยิบยื่นความตายให้แก่ท่าน ท่านจะตอบแทนมันด้วยผลไม้หรือยาพิษ “
แอเรียสตอบกลับเพียงประโยคสั้นๆก่อนจะหันหลังเตรียมจะเดินจากไป คำพูดของแอเรียสทำให้ฟาร์ฮานไร้ซึ่งคำพูดที่จะกล่าวตอบ คำถามที่ก่อขึ้นในจิตใจหากเป็นเขาเองจะทำเช่นไร
“ รับนี่ไปซะสิ อย่างน้อยมันก็คงมีประโยชน์กับเจ้า “
คำพูดของฟาร์ฮานทำให้แอเรียสต้องหันหน้ากลับมามองเขาอีกครั้ง แหวนมิติวงหนึ่งกำลังลอยมาอยู่เบื้องหน้าเขา ทันทีที่ตรวจสอบดูเขาก็พบว่ามีผลึกเวทอยู่เป็นจำนวนมาก เม็ดยาอีกนับสิบ และยังมีอุปกรณ์เวทอีกหลายชิ้นอยู่ในนั้น
“ นี่คือ? “
แอเรียสเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ มันเป็นของเจ้า..ข้ารู้ว่าเจ้าจำเป็นต้องใช้มัน รับมันไปเถอะ “
ฟาร์ฮานยกยิ้ม สายตามองมายังแอเรียสด้วยความเมตตา นี่เป็นสายตาที่เขาไม่เคยเห็นมันมาเนิ่นนานแล้ว
“ ขอบคุณท่านปู่“
แอเรียสกล่าวขอบคุณออกมาด้วยความรู้สึกซาบซึ้งอย่างแท้จริง นี่คงเป็นคำขอบคุณที่เขากล่าวกับฟาร์ฮานอย่างจริงใจมากที่สุดตั้งแต่เขาฟื้นขึ้นมา เขารับแหวนวงนั้นไว้ก่อนจะค่อยๆเดินออกจากห้องนั้นไป