"ต่อจากนี้เ้าคือผู้าุโรองของูเาเทพเซียน ส่วนพวกเ้าทั้งสองก็เป็ศิษย์ของูเาเทพเซียนอย่างเป็ทางการแล้วเช่นกัน!"เมื่อทั้งสามหยดแก่นโลหิตลงไปในลูกแก้วนิจนิรันดร์แล้ว หยางตงเทียนก็เก็บกับเข้าไปในแหวนมิติ จากนั้นชายหนุ่มก็กล่าวขึ้นมา
เมื่อฟางชิงหลันได้ยินว่านางได้ดำรงตำแหน่งเป็ถึงผู้าุโลำดับที่สอง! นางก็ใเป็อย่างมาก! นางไม่คิดว่านางจะได้ดำรงตำแหน่งสำคัญเช่นนี้!? ไม่ใช่ว่านี้คือขุมกำลังขั้นหนึ่งหรอกหรือ? ทำไมถึงทำราวกลัวว่ากำลังจะก่อตั้งขุมกำลังขึ้นมาเลยล่ะ!?
"เ้าไม่ต้องใและคิดมากไปหรอก ขุมกำลังของข้าพึ่งจะเริ่มก่อตั้งขึ้นมา ในอดีตแม้ว่ามันจะยิ่งใหญ่มาก! แต่มันก็ได้ล่มสลายลงไปแล้ว จนเวลาล่วงเลยผ่านมานานหลายปี ข้าจึงคิดจะฟื้นฟูมันกลับขึ้นมาอีกครั้ง..."หยางตงเทียนกล่าวอธิบายออกมา เพื่อไขความกระจ่างให้แก่นาง
"เอาหล่ะ! ผู้าุโใหญ่เ้ากลับเข้าไปในเมื่อง เพื่อหาซื้อเสบียงมาตุนไว้ เพื่อใช้เป็อาหารในระหว่างที่พักอยู่ที่นี้และในระหว่างการเดินทาง"
"นับจากนี้อีกหนึ่งเดือนพวกเราจะอาศัยอยู่ที่นี่ ข้าจะช่วยให้ผู้าุโรองทะลวงระดับขึ้นเป็เทพโอสถซ่ะก่อน จากนั้นค่อยออกเดินทางกันต่อ"
"อ้อ!?... เ้าอย่าลืมซื้อถังหมักสุรา กับที่ใส่ใบชากลับมาให้ข้าด้วยล่ะ! เอามาให้มากๆหน่อยก็ดี... "
กล่าวจบ หยางตงเทียนก็นำเหรียญทองออกมาหลายพันเหรียญ แล้วส่งมันให้กลับตงฟางหยู
"ขอรับท่านประมุข!"ตงฟางหยูตอบรับ แล้วรับเหรียญทองไป จากนั้นชายหนุ่มก็พุ่งทะยานขึ้นไปบนฟ้า ตรงกลับไปที่เมืองม่านหมอกในทันที
ส่วนหยางตงเทียนก็มองออกไปทางเรือเหาะ จากนั้นก็โบกมือออกไป นำอิงฮวาเข้ามาในค่ายกล ส่วนเรือเหาะเขาก็เก็บมันเขาไปในกำไลมิติตามเดิม
"อิงฮวา นี้คือผู้าุโรอง ส่วนพวกเขาก็ทั้งสอง ก็เป็ศิษย์ของูเาเทพเซียนเช่นเดียวกันกับเ้า พวกเ้าไปทำความรู้จักกันซะสิ"พอนำนางลงมาถึงพื้นแล้ว หยางตงเทียนก็กล่าวออกมา
"เ้าค่ะท่านประมุข อิงฮวาคารวะผู้าุโรองเ้าค่ะ..."นางกล่าวรับคำของหยางตงเทียน แล้วหันหน้าไปค้อมกายคารวะฟางชิงหลัน
"ตามสบายเถอะ! มู่หลาง ชิงชิง พวกเ้าพาศิษย์พี่ของพวกเ้าไปสำรวจรอบๆดูซ่ะสิ..."ฟางชิงหลันพยักหน้าตอบรับด้วยรอยยิ้ม จากนั้นนางก็หันไปกล่าวกับศิษย์ของนาง
........................
"นี้คือเมล็ดบัวเหมันต์กระจ่าง สมุนไพรระดับเก้าขั้นสูง เ้าจงกินมันเข้าไป แล้วนั่งลงดูดซับไอพลังิญญาจากมันเสีย"
"มันจะช่วยยกระดับพลังิญญาของเ้า จากนั้นเ้าจงใช้โอกาสนั้น ในการฝ่าทะลวงระดับขึ้นสู่ขอบเขตเทพโอสถเสีย ข้าจะค่อยดูเ้าอยู่ใกล้ๆ เพื่อป้องกันเื่ผิดพลาดเกิดขึ้น"
หยางตงเทียนนำเมล็ดบัวสีขาว ที่แผ่ไอหมอกสีฟ้าอ่อนออกมาจ่างๆ ภายในนั้นอัดแน่นไปด้วยพลังิญญาอย่างหนาแน่นเข้มข้นเอาไว้
เมล็ดบัวเม็ดนี้ เขาเก็บมันมาจากสระเหมันต์เย็นะเื ที่ตั้งอยู่ในเขตแดนเหมันต์ภายในกำไลมิติ เมล็ดบัวนี้อัดแน่นไปด้วยพลังิญญาอันเข้มข้น! เหมาะแก่การใช้ทะลวงระดับของเซียนโอสถขั้นสูง ขึ้นสู่ขอบเขตเทพโอสถพอดี
เมื่อฟางชิงหลันได้ยิงหยางตงเทียนกล่าวขึ้นมาเช่นนั้น นางก็รู้สึกตกตะลึงเป็อย่างมาก สมุนไพรที่สามารถทำให้เซียนโอสถขั้นสูง ทะลวงระดับขึ้นเป็เทพโอสถได้โดยตรง! แถมยังเป็ถึงสมุนไพรระดับเก้าขั้นสูง!
แม้แต่ในวังเทพโอสถ! ก็ยังไม่แน่ว่าจะมีอยู่ใน!? แต่ท่านประมุขกลับมีมัน! แถมเขายังมอบมันให้กับนางอีกด้วย! จะไม่ให้นางรู้สึกทราบซึ้งได้เช่นไร นางคิดถูกแล้วจริงๆ ที่เลือกเข้าร่วมูเาเทพเซียน!
"ขอบคุณเ้าค่ะท่านประมุข!"ฟางชิงหลันกล่าวขึ้นมาด้วยความตื้นตันใจ การทะลวงระดับขึ้นเป็เทพโอสถนั้น คือความฝันสูงสุดในชีวิตของนาง...
"ไม่เป็ไร ถึงอย่างไรเ้าก็ต้องตอบแทนข้า โดยการหลอมโอสถให้กับูเาเทพเซียนอยู่ดี"หยางตงเทียนกล่าวออกมาอย่างไม่คิดอะไร
"ข้าจะทุ่มเทหลอมโอสถให้กับูเาเทพเซียนอย่างสุดความสามารถเ้าค่ะ!"ฟางชิงหลันกล่าวขึ้นมาด้วยความหนักแน่น!
"ดี! เ้านั่งลงแล้วเริ่มดูดซับเมล็ดบัวเหมันต์กระจ่างเถอะ! ข้าจะอยู่ตรงนี้เพื่อระวังไม่ให้เกิดความผิดพลาดใดๆขึ้น!"หยางตงเทียนกล่าวขึ้นมา
"เ้าค่ะ!"ฟางชิงหลันตอบรับแล้วนั่งลง จากนั้นนางก็นำเมล็ดบัวเหมันต์กระจ่างใส่เข้าไปในปาก แล้วกลืนมันเข้าไปในทันที!
เมื่อเห็นเช่นนั้น หยางตงเทียนก็นั่งลงตรงหน้านาง ห่างออกไปประมาณสอง่แขน เพื่อคอยป้องกันเหตุสุดวิสัยที่อาจจะเกิดขึ้น
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว เขาก็หลับตาลงเพื่อฝึกฝนรอ แต่กระนั้นเขาก็ยังคงสามารถรับรู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นภายในรัศมีหนึ่งร้อยลี้ได้อย่างชัดเจน เพราะว่าเขากระจายพลังิญญาของตนออกไป เพื่อทำการเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลานั่นเอง...
รอบๆกายของฟางชิงหลัน หลังจากที่นางกลืนเมล็ดบัวเหมันต์กระจ่างเข้าไป ในตอนนี้มันถูกล้อมรอบไม่ด้วยไอพลังิญญาสีฟ้าอ่อนอย่างหนาแน่น จนไม่สามารถมองทะลุเข้าไปถึงร่างของนางได้ด้วยตาเปล่า แต่นี่ก็ไม่สามารถเป็อุปสรรคต่อหยางตงเทียน ที่เป็ถึงเทพโอสถขั้นสูงแต่อย่างใด
ฟางชิงหลันนางค่อยๆ ดูดซับพลังิญญาที่แผ่ออกมาจากเมล็ดบัวที่นางกลืนเข้าไป พลังิญญาเ่าั้ค่อยๆเข้าไปเติมเต็มทะเลิญญาของนางอย่างช้าๆ ทะเลิญญาของนางจึงค่อยๆเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น มันค่อยๆเริ่ม ขยายใหญ่ขึ้นทีละน้อยๆ
....................
ทางด้านศิษย์ทั้งสามคนของูเาเทพเซียน ก็ดูเหมือนจะเข้ากันได้ดี พวกเขาพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ถึงไถ่ถึงชีวิตและความเป็มาของกันและกัน และพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการฝึกยุทธ์ของแต่ละคน
"ศิษย์พี่อิงฮวา ท่านเป็ศิษย์ูเาเทพเซียนนานแล้วหรือเ้าค่ะ?"มู่ชิงชิงเอ่ยถามขึ้นมาอย่างใคร่รู้
ถึงนางจะมีอายุมากกว่าอิงฮวา แต่ตามหลังของยุทธ์ภพ หากเข้าร่วมขุมกำลังย่อมนับลำดับาุโตามลำดับผู้มาก่อนหลัง นางจึงต้องเรียกอิงฮวาว่าศิษย์พี่
"ไม่หรอก ข้าก็พึ่งเข้าร่วมูเาเทพเซียนเมื่อไม่กี่วันก่อนนี้เอง ตระกูลของข้าถูกฆ่าล้างสังหารจนหมดสิ้น โชคดีที่ได้รับความช่วยเหลือจากผู้าุโใหญ่และท่านประมุข ข้าจึงรอดจากคราวเคราะห์มาได้ จึงได้เข้าร่วมูเาเทพเซียนนี่แหละ!"
อิงฮวานางกล่าวตอบขึ้นมา ด้วยร้างกายที่สั่นสะท้าน สายตาของนางแดงก่ำ สองมือกำเข้าหากันแน่น! นางเต็มไปด้วยความเครียดแค้น เมื่อนึกถึงเื่ตระกูลของนาง
เมื่อได้ยินอิงฮวากล่าวออกมาเช่นนั้น ทั้งมู่หลางและมู่ชิงชิงก็ถึงกับร่างสั่นสะท้านด้วยความใปนหวาดกลัว เด็กหญิงตัวเล็กๆ กลับต้องมาเจอเื่เลวร้ายเช่นนี้ นางคงจะต้องหวาดกลัวมากแน่ๆ
"ศิษย์พี่ ข้าขอโทษ ท่านไม่เป็อะไรใช่หรือไม่?"มู่ชิงชิงกล่าวออกมาอย่างรู้สึกผิด ที่ตนถามอะไรไม่เข้าเื่
"เฮ้อ~ ช่างมันเถอะ! เื่มันผ่านมาแล้ว ข้าไม่เป็ไรแล้วล่ะ! เมื่อข้าแข็งแกร่งขึ้น ข้าจะต้องกลับไปแก้แค้นให้กับคนในตระกูลของข้าแน่น!"อิงฮวานางถอนหายใจออกมา เพื่อปัดอารมณ์ด้านลบของตนทิ้งไป จากนั้นก็กล่าวขึ้นมาด้วยความมุ่งมั่น!
พวกเขาทั้งสามเปลี่ยนเื่คุยไปเรื่อยๆ ตงฟางหยูเอวก็กลับมาจากการไปซื้อเสบียงแล้วเช่นกัน เขาเห็นหยางตงเทียนกำลังช่วยฟางชิงหลันยกระดับฝีมืออยู่ จึงไม่ได้เข้าไปกวน เข้าเลือกจุดๆหนึ่ง แล้วนั่งลง จากนั้นก็ฝึกฝนในรอ
………..….
เวลาผ่านพ้นไปอีกครึ่งเดือน ฟางชิงหลันก็เกิดปัญหาขึ้น เมื่อนางพยายามจะทะลวงระดับ ทำให้ทะเลิญญาของนางไม่ค่อยเสถียร หยางตงเทียนที่นั่งอยู่ด้านหน้า จึงรีบลงมือช่วยเหลือในทันที
"เ้าอย่าได้ต่อต้านพลังิญญาของข้า"หยางตงเทียนกล่าวออกมา เมื่อเขาค่อยๆ ส่งพลังิญญาเข้าไป เพื่อปรับสมดุลทะเลิญญาของฟางชิงหลันให้กลับมาเสถียรตามเดิม แต่รู้สึกถึงการต่อต้าน
เมื่อได้ยินคำกล่าวของหยางตงเทียน ฟางชิงหลันก็เลิกทำการต่อต้าน นางปล่อยให้พลังิญญาของหยางตงเทียนเข้าไปในทะเลิญญาของนาง
เมื่อทะเลิญญาของฟางชิงหลันกลับมาเสถียรแล้ว หยางตงเทียนก็ถอดพลังิญญาของตนกลับออกมา
......................
ผ่านไปอีกสิบวัน พลังิญญาก็สาดซัดกระจายออกมาจากร่างของฟางชิงหลัน เหตุการณ์เช่นนี้ สามารถบ่งบอกได้ว่านางทะลวงระดับสำเร็จแล้ว ไอพลังิญญารอบๆตัวของนางถูกดูดกลับเข้าไปในตัวนางราวกลับหลุมดำ! ผ่านไปอีกซักพัก เหตุการณ์ต่างๆจึงค่อยๆกลับมาสงบตามเดิม
บนหน้าอกด้านซ้ายของฟางชิงหลัน มีเข็มกลัดรูปใบไม้เก้ากลีบกลัดอยู่ เดิมทีมันส่องสว่างอยู่เพียงแปดกลีบเท่านั้น บัดนี้กลีบที่เก้าที่อยู่บนสุด! ด้านล่างของมันส่องแสงสว่างขึ้นมาแล้ว นี้คือเข็มกลัดแสดงตัวตนของนักหลอมโอสถทั่วทั้งยุทธภพ ที่วังเทพโอสถเป็คนออกให้
มันเป็ที่ยอมรับของนักหลอมโอสถและจอมยุทธ์ทุกคน แต่ละกลีบสามารถบ่งบอกระดับของนักหลอมโอสถได้ หนึ่งกลีบแบ่งออกเป็สามส่วนคือระดับต่ำ กลาง สูง ที่บ่งบอกถึงความสามารถของการหลอมโอสถในระดับขั้นนั้นๆ
แม้ว่าจะทะลวงระดับได้แล้ว แต่ฟางชิงหลันนางก็ยังไม่ได้ลืมตาตื่นขึ้นมา นางยังคงฝึกฝนต่อ เพื่อปรับพลังิญญาของตนเองให้มีความเสถียรและมั่นคง….