พูดคุยตกลงทำสัญญากันเรียบร้อยนายช่างใหญ่จะเริ่มเข้าไปสร้างวันพรุ่งนี้เลยและจ่ายค่ามัดจำงวดแรกไปไม่เกินสี่เดือนเหลาอาหารของนางก็จะเสร็จ
"พี่ใหญ่จะไปไหนต่อหรือไม่ขอรับ"เว่ยฮุ่ยิถามพี่สาวเมื่อเดินมาขึ้นรถม้าแล้ว
"พี่ว่าจะไปดูพวกถ้วยชามเตรียมไว้รอหากเหลาอาหารสร้างเสร็จจะได้ไม่ต้องเร่งรีบ"เว่ยเจียวจิงตอบน้องชายนางอยากไปดูถ้วยชามเอาไว้ไม่รู้ว่าของที่นี้จะเป็เช่นไรบางทีอาจจะไม่มีตามที่นาง้าอาจต้องให้ทำใหม่จึงอยากจะสั่งทำเอาไว้เลย
"ถ้าอย่างนั้นเราก็ไปดูที่เขตเป่ยเปียน(ทิศเหนือ)กันเถอะขอรับที่นั่นมีหลายร้านเลยทีเดียว"เว่ยฮุ่ยิกล่าวจบก็บอกให้เหอเซาจางตรงไปที่เขตเป่ยเปียน(ทิศเหนือ)ทันทีเป็ที่รู้กันว่าเป็เขตของพวกชนชั้นสูงจึงมีร้านรวงมากมายเปิดขึ้นและยังมีราคาแพงอีกด้วย
เว่ยฮุ่ยิพาพี่สาวเดินไปที่ร้านขายเครื่องปั้นดินเผาเมื่อจอดรถม้าเอาไว้แล้วเขาก็พาพี่สาวเดินดูไปเรื่อยๆหลายร้าน เนื่องด้วยแต่ก่อนตนก็ออกมาช่วยงานครอบครัวบ่อยครั้งจึงรู้จักที่ทางอยู่ไม่น้อย
เมื่อมาถึงร้านเครื่องปั้นดินเผาร้านหนึ่งที่ไม่ค่อยมีลูกค้านักเป็ร้านขนาดกลางมีเถ้าแก่เป็สตรีวัยกลางคนนั่งอยู่ลำพัง มองดูแล้วเครื่องปั้นดินเผามีลวดลายสวยงามไม่แพ้ที่ใดเลยดีไม่ดีสวยงามกว่าอีกด้วยแต่ทำไม่ไม่มีใครเข้าร้านละเว่ยเจียวจิงนึกสงสัยนางเดินเข้าไปดูของในร้านก็เห็นว่าฝีมือการปั้นนั้นยอดเยี่ยมมาก
"เถ้าแก่เ้าคะ ข้า้าถ้วยและจานทุก ขนาดขายอย่างไรหรือเ้าคะ"เว่ยเจียวจิงถามขึ้นเมื่อนางเดินดูจนพอใจแล้วและตกลงจะซื้อร้านนี้แต่ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา
"เถ้าแก่ขอรับพี่สาวข้าถามได้ยินหรือไม่ขอรับ"เว่ยฮุ่ยิถามซ้ำอีกครั้ง
"คุณหนูขอรับดูเหมือนนางจะเป็คนต่างชาติขอรับ"เหอเซาจางเมื่อสังเกตดูดีๆพบว่าเถ้าแก่ร้านเป็คนต่างชาติมิน่าเล่าถึงไม่มีใครเข้าร้านเพราะพูดกันไม่รู้เื่นั้นเองอีกอย่างเขาก็ไม่รู้ว่านางเป็คนชาติใด
"เอ๊..ต่างชาติงั้นหรือ เถ้าแก่เ้าคะ ข้า้าถ้วยและจานทุกขนาดขายอย่างไรหรือเ้าคะ"เว่ยเจียวจิงถามขึ้นอีกครั้งด้วยภาษาญี่ปุ่นเพราะดูๆแล้วน่าจะใช่หน้าตาเถ้าแก่ร้านดูเป็เอเชียมากกว่า
"โอ้ตายจริง เ้าพูดภาษาข้าได้งั้นหรือดีจริงๆข้าไม่ได้พูดคุยกับใครมานานมากแล้วคุยแต่กับตาแก่ที่บ้านก็เบื่อเหมือนกัน ว่าแต่้าอย่างละเท่าใดหรือแม่นาง"เถ้าแก่ร้านเครื่องปั้นดินเผามีนามว่ามิกะกล่าว
"ข้า้าอย่างละหนึ่งร้อยใบและที่นี้รับทำเครื่องปั้นดินเผาใช่หรือไม่"เว่ยเจียวจิงถามนางจะสั่งทำหม้อดินเผาไว้ทำสุกี้ชาบู สักห้าสิบหม้อก่อน
"รับสิขอแค่มีแบบมาให้ข้าทำตามได้หมด"มิกะเอ่ยฝีมือการปั้นของสามีและลูกของนางเป็หนึ่งไม่มีสองอยู่แล้ว
เว่ยเจียวจิงตกลงซื้อถ้วยชามและสั่งทำหม้อชาบูสุกี้รวมเป็เงินยี่สิบห้าตำลึงทองและให้ขนส่งไปที่จวนนอกเมืองและหากหม้อชาบูสุกี้เสร็จก็ให้ส่งไปที่จวนได้เลย
ขณะที่กำลังเดินกลับไปที่รถม้าและเดินดูของไปเรื่อยระหว่างทางเว่ยเจียวจิงก็มองเห็นโม่เทียนหลงเดินเข้าโรงเตี๊ยมด้านหน้าของนางไม่รู้ทำไมเมื่อเห็นเขากับสตรีอื่นนางถึงได้เจ็บในอกมันโหวงๆอึดอัดหายใจไม่ทั่วท้อง โดยไม่ทันคิดอะไรนางก็เดินตามเขาเข้าไปในโรงเตี๊ยมเสียแล้ว
"พี่ใหญ่หิวหรือขอรับ"เว่ยฮุ่ยิที่เห็นพี่สาวมองเข้าไปในโรงเตี๊ยมและเดินตรงเข้าไปก็คิดว่าพี่สาวน่าจะหิวหรือไม่ก็มาดูกิจการคู่แข่งเพราะโรงเตี๊ยมแห่งนี้ขึ้นชื่อเื่อาหารอร่อยเช่นกัน
เว่ยเจียวจิงได้สติกลับมาเมื่อได้ยินเสียงน้องชายถามขึ้นนี่นางเดินตามเขาเข้ามาอย่างนั้นหรือ
"ใช่นี่ก็ใกล้เที่ยงแล้วเราพักกินอะไรที่นี้ก่อนก็ได้"เว่ยเจียวจิงตอบและเดินขึ้นชั้นสองไป โรงเตี๊ยมแห่งนี้ชั้นสองจะกั้นผ้าหรือมีผนังไม้บางๆกั้นเพื่อความส่วนตัวแต่ก็ไม่ได้มิดชิดอะไรมากคงเหมือนกับที่กั้นในซีรี่ย์เกาหลีละมั้งไม่รู้ว่ามันเรียกว่าอะไร
และในขณะที่เดินตามเสี่ยวเอ้อไปผ่านโต๊ะที่มี บุรุษและสตรีคู่หนึ่งนั่งอยู่และโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจไม่ทราบทำให้นางได้สบตากับสายตาคมดุคู่นั้นเข้าอย่างจังและนางมองเห็นมือของทั้งสองจับกันไว้แน่นฝ่ายสตรีนั่นนั่งอยู่บนตักของเขาและซบที่อกแกร่งเว่ยเจียวจิงมองและเดินเข้าไปหาเพื่อทักทายเพราะหากไม่ทักทายเขาอาจจะเสียมารยาทเกินไปยังไงเขาก็เป็นายจ้างใจป๋าของนาง
"สวัสดีเ้าค่ะคุณชายเทียนหลงไม่คิดว่าจะมาเจอคุณชายวันนี้ สวัสดีเ้าค่ะคุณหนู"เว่ยเจียวจิง กล่าวทักทายทั้งสอง
"สวัสดีขอรับคุณชายเทียนหลง" ตามด้วยเว่ยฮุ่ยิที่ทักทายด้วยเช่นกัน
โม่ลี่มี่ที่นั่งอยู่บนตักเสด็จพี่ของตนก็ต้องแปลกใจมองสตรีหน้าตาน่ารักออกไปทางสวยตรงหน้าเมื่อจู่ๆก็มีสตรีเข้ามาทักทายเสด็จพี่ผู้เ็าของนางและยิ่งใเข้าไปอีกเมื่อสตรีตรงหน้าเรียกชื่อเสด็จพี่ของนางว่าเทียนหลงโม่ลี่มี่ลุกออกจากตักพี่ชายของตนและกล่าวทักทายกลับ
"สวัสดีคุณหนูท่านนี้และคุณชายเ้าคะ ข้าโม่ลี่มี่เป็น้องสาวของคุณชายเทียนหลง"โม่ลี่ที่แนะนำตัวเองกับทั้งสองคน
"ข้าเว่ยเจียวจิง และน้องชายของข้าเว่ยฮุ่ยิเ้าค่ะ"เว่ยเจียวจิงกล่าวที่แท้ก็น้องสาวเขาดูๆไปแล้วหน้าตาก็คล้ายกันอยู่หลายส่วนเหมือนกัน
"ไม่คิดว่าจะได้พบคุณหนูเจียวจิงที่นี่"โม่เทียนหลงเอ่ยขึ้นเมื่อน้องสาวอย่างโม่ลี่มี่กล่าวทักทายกับเว่ยเจียวจิง
"ข้าและน้องชายแค่ผ่านมาทางนี้เลยแวะพักทานอาหารที่นี่เท่านั้นเ้าค่ะ เช่นนั้นเจียวจิงและน้องชายคงไม่รบกวนคุณชายเทียนหลงและคุณหนูโม่ลี่มี่แล้วเ้าค่ะ ขอลา"เว่ยเจียวจิงกล่าวและเดินเลยไปอีกสองโต๊ะตามที่เสี่ยวเอ้อแนะนำ
"พี่ใหญ่ขอรับสั่งอะไรดีขอรับ"เว่ยฮุ่ยิเอ่ยถามพี่สาวตน
"พี่เอาอะไรก็ได้เ้าสั่งมาเถอะ"เว่ยเจียวจิงตอบน้องชาย
"จิงเอ๋อร์ ใช่เ้าจริงด้วยสบายดีหรือไม่"หลุนฮวนฉู๋ที่มากินอาหารที่โรงเตี๊ยมแห่งนี้เช่นกันไม่คิดว่าเขาจะได้เจออดีตคู่หมั้นสาวที่นี่ เขานั้นก็เสียดายนางไม่น้อยใจจริงเขาอยากให้นางแต่งเป็ฮูหยินรองของเขาแต่ว่าบิดาของนางไม่ยอมเขาเองก็รู้ว่าครอบครัวนางกำลังลำบากเป็หนี้จึงได้ถอนหมั้นกับนาง แต่ว่านางมีเงินมากินของแพงๆเช่นนี้ได้หรือ ไม่ใช่ว่านางไม่มีเงินหรอกหรือ
เว่ยเจียวจิงที่กำลังนั่งคุยกับเว่ยฮุ่ยิและเหอเซาจางเื่อาหารเงยหน้าขึ้นมองบุรุษที่กล่าวทักทายนาง อืมเป็บุรุษที่จัดว่าหน้าตาดีแต่ไม่ถึงกับว้าวนี่คงเป็อดีตคู่หมั้นของนางสินะหลุนฮวนฉู๋ หึ! บุรุษผู้เห็นแก่เงินและหน้าตาแต่ก็ดีแล้วที่นางไม่ได้แต่งให้กับคนเช่นนี้ เขาเป็เศรษฐีมีเงินจากการค้าขายเช่นกันกับนางและด้วยมีกิจการร้านค้าเช่นกันบิดาทั้งสองจึงได้หมั้นหมายไว้ให้
"ข้าสบายดี แต่ว่าอย่าเรียกข้าเช่นนั้นเลยเ้าค่ะเราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นเรียกข้าว่าเว่ยเจียวจิงหรือคุณหนูเว่ยก็ได้ คุณชายหลุน"เว่ยเจียวจิงตอบและแก้คำเรียกให้ใหม่
"ไม่เอาน่าจิงเอ๋อร์พี่รู้ว่าเ้าโกรธแต่ว่าหากเ้าจะแต่งเข้ามาเป็ฮูหยินรองของพี่พี่ก็เต็มใจรับ"หลุนฮวนฉู๋ไม่พูดเปล่ายังนั่งลงข้างเว่ยเจียวจิงอีกด้วยถึงเขาจะแต่งงานมีฮูหยินเอกแล้วและยังมีอนุอีกหลายนางแต่เขาก็ยังรู้สึกว่ามันยังไม่พอ
"นี่เ้าทำอะไรลุกออกไปจากข้างพี่สาวข้านะ"เว่ยฮุ่ยิโมโหมากที่หลุนฮวนฉู๋ทำเช่นนี้นี่คงเป็นิสัยที่แท้จริงของมันสินะแต่ก่อนคงจะสร้างภาพเป็คุณชายสุภาพอ่อนโยนต่อหน้าบิดามารดาของตน
"ใจเย็นสิฮุ่ยิพี่ชายคนนี้แค่คิดถึงพี่สาวเ้าเท่านั้นอีกอย่างเราคนกันเองทั้งนั้น"หลุนฮวนฉู๋ไม่เพียงพูดเขายังจับมือของเว่ยเจียวจิงอย่างถือสิทธิ์และใช้สายตาที่น่ารังเกียจมองเว่ยเจียวจิงอีกด้วย
"มันจะมากไปแล้วนะ!"เว่ยเจียวจิงซะบัดมือออกจากการจับกุมของหลุนฮวนฉู๋แต่ไม่สำเร็จนางลุกขึ้นและออกแรงดึงมือกลับแต่ก็ไม่เป็ผล
เหอเซาจางและเว่ยฮุ่ยิกำลังจะเข้าไปช่วยพี่สาวแต่ก็ถูกคนของหลุนฮวนฉู๋จับเอาไว้ เป็ธรรมดาของคนมีเงินอยู่แล้วที่จะจ้างหรือมีทาสรับใช้เอาไว้ใช้งานและก่อนที่จะมีใครทำอะไรก็มีคนมาดึงเว่ยเจียว จิงออกจากการจับกุมของหลุนฮวนฉู๋จากนั้นก็ทำการถีบอย่างแรงจนหลุนฮวนฉู๋ล้มลงและร้องออกมาอย่างเ็ป
"บุรุษที่มีเกียรติไม่ควรทำเช่นนี้กับสตรี"น้ำเสียงเซ็กซี่เอ่ยขึ้นอย่างเรียบเฉยและมองไปที่บุรุษที่ล้มกองอยู่กับพื้น
ก่อนหน้านี้โม่เทียนหลงนั้นได้เห็นและได้ยินที่พวกเขาคุยกันทั้งหมดวันนี้เขาพาโม่ลี่มี่น้องสาวของเขามากินอาหารที่โรงเตี๊ยมสหายของเขาเองด้วยเพราะนางไม่มีคนมาเป็เพื่อนจึงชวนเขามาไม่คิดว่าเขาจะเจอนางที่นี้และเขากำลังจะออกไปแต่น้องสาวเขาไม่ยอมจึงขึ้นมานั่งบนตักเพื่อไม่ให้เขาไปไหนและเว่ยเจียวจิงก็มาเห็นเข้าพอดี แต่ที่โมโหก็คือมันกล้าทำหยาบคายและแตะเนื้อต้องตัวของนางยิ่งเห็นมันจับมือของนางไม่ปล่อยเขาก็เหมือนอยากจะฆ่ามันซะเดียวนี้และไม่ต้องคิดอะไรมากโม่เทียนหลงเดินตรงเข้าไปและดึงนางออกมาและจัดการกับคนแซ่หลุนทันที
เว่ยเจียวจิงมองหน้าของคนที่เข้ามาช่วยนางเอาไว้ก็รู้สึกขอบคุณเขายิ่งนักเ้าหลุนฮวนฉู๋หน้าตายนักมันกล้าทำแบบนี้กลางวันแสกๆเลยเชียวหรือ ไม่รู้ว่าเว่ยเจียวจิงคนก่อนรักบุรุษเช่นนี้ไปได้อย่างไร
"หยู่เปิงเฉียว หลีมู่จงคงไม่ต้องให้ข้าสั่งนะว่าต้องจัดการอย่างไร"โม่เทียนหลงเอ่ยขึ้นอย่างเ็าโดยได้มองหลุนฮวนฉู๋เลยแม้แต่น้อยด้วยเพราะเขาไม่เห็นค่าของคนเช่นนี้
"ขอรับท่านอ๋อง/ขอรับท่านอ๋อง"สององครักษ์หนุ่มรับคำเสียงดังฟังชัดไม่ต้องบอกก็รู้ว่าต้องจัดการอย่างไร
"ตามข้ามา"โม่เทียนหลงกล่าวจบก็ดึงมือเว่ยเจียวจิงออกไปจากเหลาอาหารทันที
"ท่านอ๋องอย่างนั้นหรือ"เว่ยฮุ่ยิเอ่ยขึ้นอย่างเหม่อลอยที่แท้เขาก็คืออ๋องโม่เทียนหลงพระอนุชาในองค์ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันนี้เองถึงว่าทำไมเขาถึงได้คุ้นหน้าและคุ้ยชื่อนักและพอได้สติเว่ยฮุ่ยิก็รีบตามทั้งสองคนออกไปโดยมีเหอเซาจางวิ่งตามไปเช่นกัน
เว่ยเจียวจิงที่ถูกเขาจูงมือมาขึ้นรถม้าก็ได้แต่นิ่งเงียบและยังตั้งรับกับเหตุการณ์ไม่ทันจนลืมขัดขืนและนางได้ยินว่าหยู่เปิงเฉียวกับหลีมู่จงเรียกเขาว่าท่านอ๋อง ท่านอ๋องเชียวนะ!คุณพระ!นี้นางได้รู้จักกับท่านอ๋องจะไม่ให้นางใได้ยังไงก็ในเมื่อในโลกก่อนเหล่าเชื้อพระวงศ์นั้นไม่ได้ดูมีมนต์ขลังและมีอำนาจใดๆแล้วในโลกก่อนของนางทุกคนมีสิทธิ์เท่าเทียมกันไม่แบ่งชนชั้นวรรณะไม่ได้มีอำนาจสั่งขาดอะไรทุกอย่างเป็ประชาธิปไตยประชาชนมีสิทธิ์มีเสียงต่างจากยุคนี้ที่มีการแบ่งชนชั้นกันอย่างชัดเจนและเหล่าเชื้อพระวงศ์มีอำนาจเต็มที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด เว่ยเจียวจิงได้แต่นั่งเงียบๆเพราะนางรับรู้ถึงรังสีบางอย่างจากร่างสูงนางไม่ได้ทำอะไรผิดเสียหน่อยทำไมต้องโมโหด้วยเล่า
เว่ยฮุ่ยิที่วิ่งตามออกมาก็ไม่ทันเสียแล้วเมื่อรถม้าที่พี่สาวตนนั่งอยู่ได้ออกไปเสียแล้วยังดีที่ท่านอ๋องโม่เทียนหลงได้สั่งให้คนมาพาเขาตามไป
โม่เทียนหลงเขาโมโหเ้าคนตระกูลหลุนนั้นที่บังอาจมาแตะต้องตัวนางและคิดว่าคงได้ฆ่าเ้าคนแซ่หลุนนั้นแน่ถ้าเพราะเขาไม่กลัวนางจะใกลัว
ไม่นานรถม้าก็เลี้ยวเข้าจวนหลังใหญ่เว่อร์วังอลังการมากเรียกว่าวังเลยละ มีทหารองครักษ์ยืนเรียงแถวอย่างแข็งขันเมื่อโม่เทียนหลงอ๋องลงจากรถม้าพวกเขาก็ทำความเคารพทันทีเหมือนถูกโปรแกรมเอาไว้ เขายื่นมือให้เว่ยเจียวจิงลงมาและพานางเดินไปที่ห้องของตน
เหล่านางกำนัลที่ทำงานอยู่ในจวนอ๋องหรือจะเรียกให้ถูกคือวังอ๋องโม่เทียนหลงต่างก็สงสัยว่าเหตุใดท่านอ๋องโม่เทียนหลงที่ไม่เคยพาสตรีใดเข้าห้องบรรทมเลยจึงพาสตรีนางนี้มาอย่าว่าแต่เข้าห้องบรรทมเลยแค่เข้าประตูหน้าวังยังทำไม่ได้
ด้านเว่ยเจียวจิงที่ถูกลากเข้าห้องมาตอนนี้นั่งเงียบๆอย่างทำอะไรไม่ถูกและดูเหมือนเขายังโมโหอยู่ แต่ว่าเขาจะโกรธเื่อะไรละนางไม่เข้าใจเขาเลยจริงๆ
"อ่อ...ขอบคุณชาย..ไม่สิ ขอบพระทัยท่านอ๋องมากเพคะที่ช่วยเหลือ"เว่ยเจียวจิงกล่าวขอบคุณและทำตัวไม่ถูกและยิ่งพูดคำาาศัพท์ด้วยแล้วยิ่งแล้วใหญ่นางไมถนัดเลยจริงๆ
"ไม่เป็ไรแค่เื่เล็กน้อย อีกอย่างเรียกข้าเช่นเดิมเถอะเรายังคงต้องร่วมงานกันอีกมาก"โม่เทียนหลงอ๋องกล่าวได้ยินนางเรียกเขาท่านอ๋องแล้วมันหูยังไงไม่รู้
"มิได้หรอกเพคะหากใครได้ยินเข้าจะทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติเอาได้"เว่ยเจียวจิงกล่าวจะให้เรียกแบบนั้นได้ยังไงกันนางก็กลัวหัวหลุดออกจากบ่าเหมือนกันนะ
"เอาเถอะเรียกท่านอ๋องตอนที่มีผู้คนก็แล้วกัน เมื่ออยู่ด้วยกันมีแต่คนกันเองก็เรียกข้าว่าคุณชายก็แล้วกัน"โม่เทียนหลงอ๋องไม่บังคับนางจนเกินไป
"เพคะ อ่อ.. เ้าค่ะ"เว่ยเจียวจิงตอบรับ
"คุณชายเทียนหลงแล้วน้องชายข้าเล่า"เว่ยเจียวจิงเมื่อนึกขึ้นได้ว่ามีแต่นางที่อยู่ในห้องนี้กับเขาสองคนถามขึ้น นางใและทำอะไรไม่ถูกจึงลืมว่าตนมากับเว่ยฮุ่ยิและเหอเซาจางแล้วตอนนี้สองคนนั้นอยู่ที่ใดกัน
"ไม่นานคงมาถึงเราไปรอที่ห้องโถงกันเถอะ"โม่เทียนหลงอ๋องตอบเขาเองก็โมโหมากไปจนลืมตัวพานางเดินเข้าห้องมา แต่เขาจะโมโหทำไมละแล้วโมโหไปเพื่ออะไร สงสัยเพราะเขาเห็นบุรุษรังแกสตรีเป็แน่จึงทนไม่ได้ ใช่แล้ว! มันต้องเป็แบบนั้นแหละเมื่อหาเหตุผลให้ตนเองได้แล้วเขาก็เดินนำหน้านางออกไปที่ห้องโถงทันที